บทที่ 12 ของขวัญที่ไม่มีเงินซื้อ
ตรอกกังนำในยามค้ำนี้ ดูตื่นตาตื่นใจและเต็มได้วยแสงสีมากกว่าตอนเย็นหลายเท่า
เพราะนอกจากจะมีสินค้ามาวางขายเพิ่มขึ้นแล้ว บรรยากาศการติดตั้งโคมไฟก็ช่าง ทำได้อลังการและสอดคล้องกับสิ่งปลูกสร้างที่อยู่โดยรอบเสียเหลือเกิน อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีเปิดหมวก การแสดงกายกรรมแปลกๆ มายากล ละครสัตว์สารพัด ราวกับยกขบวนงานวัดมาอัดแน่นที่ถนนเล็กๆ เส้นนี้เลยทีเดียว
จะว่าไปแล้วชีวิตผมในโลกนี้ก็ไม่ค่อยได้มาเดินบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่นะ เพราะมัวแต่งุ่นอยู่กับการรื้อค้นเศษเหล็กและหาเงินใช้ในแต่ละวัน
ผมเดินตามหลังเมิกิต้อยๆ ยืนรอเธอแวะดูของร้านนั้นทีร้านนี้ที ส่วนมากก็จะเป็พวกเครื่องสำอางเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า จนมาถึงร้านขายเครื่องประดับที่การตกแต่งร้านดูเรียบหรูร้านหนึ่ง
“สวัสดีคะ..สนใจสินค้าตัวไหนเชิญแวะดูก่อนได้นะค่ะ” เสียงของสาวสวยเ้าของร้านกล่าวต้อนรับด้วยความยินดีเมื่อเห็นมิกิเดินดุ่มๆ เข้าไป ก้มดูพวกเครื่องประดับต่างๆ
ดูจากทรงผมที่ม้วนขึ้นเป็ลอนปราณีต การแต่งตัวภายนอกที่ดูดีในผ้าชุดเดรสสีชมพูอ่อนผิวเรียบแหวกอกลงเล็กน้อยพอให้รับรู้ได้ถึงความเอิบอิ่มของสองเต้าสีเขาที่ถูกยกดันขึ้นให้กลมตึง ก็พอจจินตนาการได้ว่าเ้าของร้านเธอคือสาววัยทำงานที่มีอายุราวสามสิบต้นๆ ที่ยังคงมีเสน่ห์ให้ชายที่พบเห็นได้หลงไหล เคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าที่งดงามและกลิ่นน้ำหอมรอคาแพงของเธอ
ผมแอบมองหน้าอกของเธออยู่เงียบๆ ด้านหลังมิกิที่กำลังจ้องมองดูเครื่องประดับพวกนั้นด้วยแววตาเป็ประกาย
ดูเหมือท่ามกลางสร้อยคอและแหวนพวกนั้นเธอจะไปสะดุดตากับ สร้อยทองคำขาวเส้นหนึ่งเข้า ที่ถูกจัดโชว์ไว้ในตู้กระจกที่แยกต่างหาก
“ว้าว...สร้อยเส้นนี้สวยจังเลย ” เธอพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มตาที่โตยิ่งกว่าไข่ห่านเข้าไปต้องมองมันใกล้ๆ
“ลองสวมดูได้นะค่ะ” เ้าของร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเป็กันเอง
มิกิเหลือกตาขึ้นไปมองหน้าเ้าของร้านอยู่คครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาทางผม พลางส่งสายตามาขอความเห็น ..“”เอ๊ะ!..หรือส่งมาขอเงินกันแน่
แต่ยังไม่ทันที่เราสองคนจะได้พูดอะไร เ้าของร้านแสนสวยคนนั้นเธอก็เปิดตู้เอาสร้อยเส้นนั้นออกมาแล้ว
“มาซิจ๊ะ..เดี๋ยวฉันช่วยใส่ให้” เธอยิ้มพลางใช้มือทั้งสองข้างปลดสร้อยเส้นนั้นมาถือไว้
“คะ..” นาทีนี้มิกิคงปฏิเสธไม่ได้แล้ว เธอหันหลังให้เ้าของร้านใส่สร้อยให้อย่างเกรงอกเกรงใจ
ทันทีที่เธอสบัดผมที่เกะกะออกจาก่ลำคอที่ขาวนวล ความงดงามเจิดจรัญของทองคำขาวก็กระทบกับแสงไฟส่องแสงระยิบระยับขึ้นมาทันที
“..” ให้ตายสิ สวยชะมัด
ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเข้ากับคอของเธอได้ดีขนาดนี้ สมกับเป็สินค้าชิ้นที่ถูกแยกออกมาวางไว้ต่างหากจริงๆ
มิกิเองก็ดูมีความสุขมาก เมื่อเห็นเงาของตัวเองในกระจกที่เ้าของร้านยื่นให้ แววตาของเธอเปล่งประกายงดงามด้วยความสุขที่เห็นสร้อยเส้นเล็กๆ ส่องประกายระยิบระยับไปบนลำคอของเธอ
แต่ไม่นานรอยยิ้มนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อเธอเหลือบไปเห็นราคา 4,900 เครดิต ปรากฏเป็ตัวเลขขึ้นมา
ผมยืนมองสาวน้อยผู้ที่ความฝันของเธอกำลังพังทะลายลงด้วยความหดหู่ แววตาของเธอฉายแววผิดหวังหม่นเศร้าชัดเจนเมื่อตระหนักรู้ว่า เงินในกระเป๋าของเธอไม่สามารถที่จะทำให้เธอเป็เ้าของสร้อยที่งดงามเส้นนี้ได้
“..ฉันว่าสร้อยเส้นนี้เหมาะกับเธอดีนะ..” เ้าของร้านกล่าวไม่ผิดเลยมันเหมาะกับเธอจริงๆ ทั้งยังมีมีอัญมณีสีม่วงติดอยู่กับจี้รูปหัวใจขนาดเท่าเหรียญบาท
มิกิเองก็เกิดวันเสาร์ เธอเป็สาวน้อยที่เชื่อเื่โชค จึงชอบใส่เครื่องประดับที่เป็สีม่วงอยู่บ่อยๆ เกือบทุกวัน
ไหล่ของเธอห่อลงอย่างชัดเจนด้วยความผิดหวัง และรอยยิ้มที่ออกมาปลอบใจตัวเองนั้นก็เป็ยิ้มที่ดูหดหู่เสียเหลือเกิน
“ฉันว่าสร้อยเส้นนี้มันไม่เหมาะกับฉันเท่าไหร่หรอก ขอบคุณนะค่ะที่ให้ลอง”
โกหกน่า.. ผมรู้ว่าเธอต้องโกหก เพราะสร้อยเส้นนั้นมันเหมาะกับเธอจริงๆ แต่คงเพราะเงินที่มีไม่พอเลยทำให้เธอต้องพูดแบบนั้น ก่อนจะถอดมันคืนให้เ้าของร้านไป
นี่สินะ..ความทุกข์ยากของความจน..มันทรมานอย่างนี้นี่เอง..
ทันทีที่คืนสร้อยเส้นนั้นไป เธอก็พาผมเดินออกจากร้านเครื่องประดับนั้นทันที
เราเดินไปเดินแวะกินข้าวที่ร้านค้าข้างทางและของหวานอยู่สองสามร้านก่อนจะพากันเดินออกมายังทางออก
“มิกิ..เดี๋ยวเธอรออยู่รถสักเดี๋ยวนะ..ฉันพึ่งนึกได้ว่าต้องไปซื้ออะไหล่ซ่อมรถให้เธอ”
“อือ..” เธอพยักหน้าให้ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถเวสป้าในลักษณะห้อยขามาทางด้านข้าง
.
.
ผมรีบวิ่งไปที่ร้าน ขายเครื่องประดับทันทีเมื่อเดินออกไปพ้นจากระยะสายตาของมิกิ
“มีอะไรให้ช่วยเหรอค่ะ..” เสียงใสๆ ของแม่ค้าคนสวยดังขึ้นมาอีกเช่นเคย
ผมหันหน้าขึ้นไปยิ้มให้เธอด้วยท่าทีประหม่าผสมความเขินอายนิดหน่อย ก่อนจะก้มลงไปมองสิ่งของที่วางโชว์อยู่ในตู้กระจก และชี้ไปยังสร้อยที่จัดแยกออกไว้เส้นนั้น
“เอาสร้อยเส้นนี้ครับ”
“จะซื้อไปให้คนรักเหรอค่ะ” เ้าของร้านแสนสวยผมยาวกล่าวเอ่ยถาม
“ซื้อให้พี่สาวนะครับ..วันนี้เป็วันเกิดของเธอ” ผมเงยหน้าขึ้นไปตอบเธอพร้อมกับเสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบจากการวิ่ง
“โห..ช่างเป็น้องชายที่น่ารักจริงๆ เลยนะค่ะ..^^..”
เธอก้มลงไปไขกุญแจเปิดตู้กระจกอีกครั้ง..ผมเองก็จ้องมองเธอไม่กระพริบตาเพราะดูไปดูมาแล้วหน้าอกของเธอตอนก้มไปหยิบของนี่เห็นแล้วก็อยากเอาหน้าไปรองรับความนุ่มนิ่มนั้นดูสักครั้งอยู่เหมือนกัน ถึงจะอายุขึ้นเลขสามแล้วก็เถอะแต่ส่วนนั้นยังสวยงามเต่งตึงเหมือนสาววัยรุ่นอยู่เลย
ก่อนความคิดของผมจะตะเลิดไปไกล เธอก็หยิบสร้อยเส้นนั้นออกมาได้ทันก่อนที่เืกำเดาผมจะไหล
“…” สร้อยเส้นเล็กแค่นี้ ทำไมแพงจังวะ ผมคิดในใจเพราะอะไหล่หุ่นยนต์ที่ผมเอาไปขายให้ร้านหนักเกือบสองร้อยกิโล เทียบกับขนาดของสร้อยเส้นนี้ที่หนักไม่ถึงสามร้อยกรัมมูลค่าราคาของมันช่างต่างกันลิบลับ
แต่พอนึกถึงภาพของสร้อยเส้นนี้ที่เลื่อยไปอยู่บนต้นคอขาวๆ ของมิกิโดยมีมือของผมเป็ผู้ช่วยแล้วละก็..หึหึหึ
“...” ฮืม...อยากมีโมเม้นแบบนี้ชะมัด
“…” เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ อดมื้อกินมื้ออีกสักนิดจะเป็ไรไป ยังไงซะก็มีอลิตาเพิ่มเข้ามาอยู่แล้ว ฮึ
ด้วยความหื่นและอารมณ์ชั่ววูป ... ในที่สุดผมก็พูดออกไปจนได้
“ตกลงเอาเส้นนี้ละครับ..”
“โอเคค่ะ..ขอบคุณมากนะคะ ^^ ”
ทันทีที่เธอพูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นมาโบก สร้อยเส้นนั้นก็หายเข้ามาอยู่ในช่องเก็บของของผม พร้อมกับจำนวนเงินที่ลดฮวบลงจนน่าใ
แต่ก็ช่างมันเถอะถึงจะนึกเสียดายเงินอยู่มาก แต่เท่าที่ผมลองค้นความทรงจำในโลกนี้ดูก็แทบจะไม่เห็นผู้หญิงน่ารักอย่างมิกิได้ใส่เครื่องประดับสวยๆ แบบนี้เลยนี่นา
เ้าของร้านที่สุดแสนจะใจดี เธอแถมกล่องไม้สีน้ำตาลที่ข้างในมีผ้าเนื้อดีสีขาวดูแพงให้ผมกล่องหนึ่งเพื่อใช้เป็กล่องของขวัญ พร้อมกับผูกริบบิ้นสีแดงให้ผมเสร็จสรรพ ช่างเป็เ้าของร้านที่เข้าอกเข้าใจลูกค้าอย่างผมเสียจริงๆ เห็นทีหากเป็ใหญ่ในวันข้างหน้า จะต้องแวะมาหาเธอบ่อยๆ ซะแล้ว
“ขอบคุณครับ”
เช่นเคย..ผมไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณและขอเบอร์โทรโปรไฟลของเธอเก็บไว้ในสมุดรายชื่อผู้ติดต่อของผมเรียบร้อย ก่อนจะหยิบกล่องไม้นั้นเข้ามาเก็บไว้ในช่องเก็บของ และรีบวิ่งตรงไปหามิกิที่รออยู่......