คุณแม่ยอดรักยอดรักคุณแม่...

    ตอนที่ 36 น้านาคนสวย..

             

            ‘นา’ หรือนัยนา อายุ 27 ปี หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนวัย ราวกับเด็กวัยรุ่นอายุ 17-18 เรียกได้ว่าถ้าใครได้ทราบอายุจริงต่างก็ต้องอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน พี่สาวว่าสวยอย่างไรน้องสาวก็เรียกว่าถอดแบบกันมาติด ๆ ทว่า...สิ่งที่ต่างกันตอนนี้คงจะเป็นหน้าอกหน้าใจกระมัง นาไม่ได้ไปเสริมขนาดจนใหญ่บะละเฮิ่มเท่าตัวเด็กเหมือนพี่สาวเธอ แต่ถ้ามองภาพรวม ก็นับว่าเธอหุ่นดีสมส่วนเลยทีเดียว

             

            ส่วนการที่หญิงสาวเดินทางจากต่างจังหวัด เพื่อมาอยู่กับพี่สาวชั่วคราวนั้น ก็เป็นเพราะหนึ่งได้โทรไปบอก อยากให้บ้านมีคนอยู่กันหลาย ๆ คน เพื่อป้องกัน ไอ้เอกที่อาจกลับมาหาเรื่องอีก ซึ่งในความเป็นจริง ไอ้เอกโดนตำรวจรวบตัวไปแล้ว ที่หนึ่งทำแบบนี้ก็เพราะเธอหวาดระแวงในตัวของเจ้าสอง ลูกชายจอมหื่นต่างหาก

             

            “หวัดดีสองเป็นไงบ้าง” นัยนาระบายยิ้มกว้างสดใส ก่อนเอ่ยปากทักทายหลายชาย

             

            “สะ...สวัสดีครับน้านา...” เจ้าสองระบายยิ้มแห้ง ๆ ก่อนแค่นเสียงทักทายกลับ ในใจยามนั้นมันรู้สึกผิดหวังพอสมควร ที่แผนเล่นสนุกสุดเสียวกับคุณแม่ทรงโตพังทลายลง ทว่า...เพียงแค่อึดใจเดียว ความรู้สึกนั้นก็พลันเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นแทน เจ้าสองเริ่มคิดในใจอย่างชั่วร้ายลามก

             

            “อดทำอะไรสนุก ๆ กับแม่ก็จริง แต่น้านามาอยู่ด้วยงั้นเหรอ...? ทำอย่างอื่นแทนก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ ไม่เจอน้านาสี่ห้าปีได้แล้วมั้งเนี่ย สวยขึ้นผิดหูผิดตาเลย” รอยยิ้มชั่วร้ายเผยขึ้นที่มุมปากของมันเล็กน้อย ก่อนทุกอย่างจะถูกทำลายลงด้วยเสียงของหนึ่ง ที่กล่าวทักทายน้องสาวของเธอ ก่อนทั้งคู่จะช่วยกันขนข้าวของเข้าบ้าน...

             

            พอสถานการณ์เปลี่ยนไป เจ้าสองจึงต้องหาคราบลูกแกะผู้ไร้เดียงสามาสวมทับคราบหมาป่าสุดหื่นแทน ก่อนที่มันจะแอบวางแผนชั่วร้ายในใจว่า วันใดก็ตามที่ตนเองได้ขึ้นสวรรค์กับน้าสาวคนสวยผู้นี้สำเร็จ เมื่อนั้นขวานหนามทุกอย่างก็จะหมดไป และหนึ่งก็คงไม่สามารถขัดขืนได้อีก...

             

            หลายวันต่อมา เจ้าสองตื่นมาในเช้าอันสดใสของวันเสาร์ ก่อนจะพลันหันไปดูนาฬิกาบนหัวนอน เวลาพึ่งจะหกโมงครึ่ง ตอนแรกเจ้าสองคิดจะนอนต่อ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ อยู่นอกห้อง มันจึงเกิดความสงสัยก่อนจะลุกออกไปดู ภาพที่ได้เห็นก็คือ นา น้าสาวคนสวยที่กำลังอยู่ในเสื้อสปอร์ตบราสีเทาอ่อน กับกางเกงสีดำ ที่รัดรูปสุดแสนจะเซ็กซี่

             

            เจ้าสองถึงกับมองตาค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่นาจะเงยหน้ามาแล้วส่งยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ตาสอง ไปวิ่งออกกำลังกับน้ามั้ย” พอได้ยินน้าสาวคนสวยพูดชวนแบบนั้น เจ้าสองก็นิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้มันชอบนอนตื่นสาย กำลังกายก็ไม่ชอบออก ชอบออกอย่างเดียวคือกำลังเอว กับกำลังข้อมือ เรื่องจะให้วิ่งงั้นเหรอลืมไปได้เลย

             

            “เอ่อ....คือสองคิดว่า...”

             

            “ว่าไงยัยนาไปกันรึยัง” ขณะที่เจ้าสองกำลังอ้ำอึ้ง เสียงของหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของนัยนา เจ้าสองรีบหันไปมอง ก่อนที่สองตาของมันจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

             

            มันเป็นภาพของหนึ่งที่สวมชุดสปอร์ตบราสีแดงตัวน้อยที่รัดฟิตจนเนินเต้าล้นทะลัก กับกางเกงรัดรูปสีเดียวกัน ซึ่งมันแนบเนื้อจนเน้นส่วนสัดอย่างชัดเจน

             

            “ไปครับ!! น้านาสองจะไปวิ่งด้วย” เจ้าสองหันกลับไปมองน้าสาวคนสวยก่อนจะ เอ่ยตอบด้วยเสียงหนักแน่น และแววตามุ่งมั่นจริงจัง”

             

            “หา!? อะ อ๋อ ไปเหรอ? ไปก็ไปงั้นน้ากับแม่เธอไปรอหน้าบ้านนะ” นัยนาทำหน้างง ๆ ก่อนจะระบายยิ้มแห้ง ๆ เจ้าสองพลันพยักหน้างึก ๆ ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องรีบแก้ผ้า เปลี่ยนชุดทันที ซึ่งมันไม่มีชุดออกกำลังกาย ที่มีก็แค่เสื้อลิเวอร์พูล กางเกงบอล เจ้าสองรีบเอามาใส่ ก่อนจะรีบออกไปหาคุณแม่ กับน้าสาวคนสวยที่รออยู่

             

            เมื่อออกมาพร้อมกันแล้วทั้งสองสาวก็ออกวิ่งเหยาะ ๆ นำไปที่สวนสาธารณะกลางหมู่บ้าน ก่อนที่จะเริ่มวิ่งไปรอบ ๆ เจ้าสองเองก็วิ่งตามไปช้า ๆ แม้มันจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่เพราะอยู่ในช่วงวัยรุ่นเจ้าสองก็เลยค่อนข้างฟิตพอสมควร แถม…แถม วิวข้างหน้ายังดีสุด ๆ เพราะมีสองบั้นท้ายเต่งตึงอวบอัดของแม่ กับน้าสาวของมัน ที่เด๋งดึ๋งดั๋งอยู่นั้นเอง

             

            นัยนานั้นวิ่งไปเรื่อย ๆ ด้วยความสบายใจ ซึ่งผิดกับหนึ่งเป็นอย่างมาก เธอรู้ดีว่าขณะวิ่งยามนี้ มีสายสุดหื่นทะลึ่งลามกของลูกชายกำลังแทะโลมอยู่ด้านหลัง แต่จะหันไปดุก็ทำไม่ได้เพราะน้องสาววิ่งอยู่ข้าง ๆ สิ่งที่หญิงสาวทำได้ก็คือ หันไปแสร้งยิ้ม และถามลูกชายว่า ทำไมไม่มาวิ่งคู่กับพวกเธอ เจ้าสองรู้ทันมารดา มันจึงยิ้มกว้าง แล้วรีบบอกกลับไปว่า

             

            “ไม่เป็นไรครับแม่ สองไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ขอวิ่งตามแม่กับน้านาไปช้า ๆ แบบนี้แหละ” หนึ่งที่ได้ยินจึงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนหันกลับไปแล้ววิ่งต่อไป ส่วนเจ้าสองก็โฟกัสที่เป้าหมายข้างหน้าต่อเช่นกัน

             

            เจ้าสองวิ่งไปก็มองไปตาไม่กะพริบ แต่หลังจากผ่านสักพัก สงสัยมันจะมองมากไปหน่อยเจ้าอนาคอนดาในกางเกงบอลก็เลยแข็งตัว เจ้าสองถึงกับอุทานเสียงดังในใจว่า “ฉิบหายแล้ว!! ทำไงดีวะ” มันหยุดวิ่งทันที ก่อนหันซ้ายหันขวา จนไปพบกับม้านั่งริมทาง เจ้าสองพลันตรงเข้าไปนั่ง ก่อนยกขาหนีบอะไรบางอย่างที่กำลังจะพองตัวแข็งโด่ เมื่อนั้นนัยนาจึงหยุดวิ่งก่อนจะหันมาหา

             

            “อ้าว...? สองเป็นอะไรเหนื่อยแล้วเหรอ” นัยนาเอ่ยถาม เจ้าสองยิ้มแห้ง ๆ เหงื่อแตกก่อนจะพยักหน้าให้

             

            “งั้นเดี๋ยวน้ากับแม่ไปซื้อน้ำให้นะ” เมื่อพูดจบเธอกับพี่สาวก็พากันเดินไปที่ร้านขายน้ำทันที หายไปชั่วอึดใจก่อนจะกลับมาพร้อมขวดน้ำเย็นเจี๊ยบสองขวด

             

            “เป็นไงบ้างสองดีขึ้นไหม” นัยนาเอ่ยถาม ก่อนที่เจ้าสองจะคิดในใจทะลึ่ง ๆ ว่า หายเหนื่อย หรือ หายแข็งล่ะครับคุณน้า ถ้าเหนื่อยล่ะหายแล้ว แต่ถ้าแข็ง…ยังไม่หายเลย

             

            “ยังเลยครับ น้านากับแม่ไปวิ่งต่อเถอะครับ สองขอนั่งพักต่ออีกหน่อย”

             

            “งั้นเดี๋ยวน้าไปวิ่งอีกสักรอบสองรอบ แล้วเราค่อยกลับบ้านกัน พี่ว่าไงไหวไหม” นัยนาหันไปถามหนึ่งพี่สาวคนสวยทรงโต

             

            “อีกห้ารอบก็ไหวย่ะ ชั้นออกกำลังกายตลอด ไม่เหมือนตาสองหรอกที่วัน ๆ เอาแต่กินกับนอน แล้วก็เล่นเกม”

             

            “อ้าว ๆ โดนแม่แซวซะงั้น เห็นทีสองคงต้องมาวิ่งกับน้า กับแม่บ่อย ๆ แล้วต่อไปนี้ฮ่า ๆ ๆ ๆ” นัยนาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เธอกับหนึ่งจะออกวิ่งอีกครั้ง

             

            “นั้นสินะ ถ้าได้วิ่งแล้วเห็นอะไรเด็ด ๆ แบบนี้ทุกวันมันก็น่าสนใจไม่น้อย แต่ติดอย่างเดียว เจ้านี่ดันแข็งตัวแถมไม่สงบง่าย ๆ ขืนวิ่งไปตุงไป คนทั้งสวนสาธารณะคงได้กรี๊ดแตกแน่ ๆ” เจ้าสองพึมพำเบา ๆ ขณะนั่งพักเหนื่อยอย่างสบายใจอยู่บนม้านั่ง บรรยากาศยามนั้นสดชื่นมาก ๆ มีแสงแดดอ่อน ๆ กับสายลมเอื่อย ๆ พัดมาเบา ๆ นานแค่ไหนแล้วที่มันไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้ เจ้าสองหลับตาลงอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับซึมซับบรรยากาศรอบตัว

             

            “แฮก...แฮก....อูยยย...ยยยย เหนื่อยจัง” ในเวลานั้นเสียงแหบพร่า ชวนขนลุกก็ดังขึ้นใกล้ ๆ เจ้าสอง จนมันต้องพลันลืมตาตื่น ภาพที่เห็นก็คือ หญิงสาวสองคน ซึ่งกำลังหายใจถี่จนหน้าอกหน้าใจกระเพื่อมไปมา พร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นทั่วร่าง นัยนากับหนึ่งที่วิ่งวนกลับมาแล้วนั้นเอง

             

            เจ้าสองถึงกับตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ เพราะเสียงครางต่ำของนัยนามันฟังชวนสยิวแบบแปลก ๆ จนมันเผลอจินตนาการภาพไปถึงตอนน้าสาวทำกิจกรรมบางอย่างบนเตียง กับแฟน หรือ สามีในอนาคต ว่าก็คงจะร้องแบบนี้เช่นกันแน่ ๆ

             

            “ไม่ ๆ ห้ามคิดแบบนั้นเดี๋ยว เจ้านี่เกิดแข็งขึ้นมาอีก คราวนี้ไม่ต้องกลับบง กลับบ้านกันแล้ว” เจ้าสองพอได้สติก็รีบสลัดความคิดจัญไรทิ้ง ก่อนเจ้างูยักษ์ตาเดียวที่พึ่งสงบไปจะลืมตาพองตัวแข็งขึ้นมาอีกรอบ

             

            “กลับกันเลยไหมสอง น้ากับแม่เริ่มหิวแล้ว อยากอาบน้ำด้วย” เสียงของนาพูดขึ้นในขณะที่เธอกำลังเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อบนใบหน้า เจ้าสองพยักหน้ายิ้มตอบก่อนจะลุกขึ้น จากนั้นทั้งสามคนจึงเดินกลับบ้านกัน...

             

            จบตอน

             

             

    คล้ายกับเรื่องคุณแม่ยอดรักยอดรักคุณแม่... ที่คุณอ่าน