ณ ที่ประชุมตระกูลอู
ในขณะนี้มีคนระดับสูงของตระกูลอู และ ตระกูลลี่เข้าร่วมประชุมด้วยกัน เพื่อรับฟังสถานการณ์ของป่าเมฆฝน โดยคนที่รายงานคืออูซวนที่พบมีดพร้อมอูหลินเฟิง แต่อูหลินเฟิงกลับยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
“รายงานท่านประมุข ในตอนที่ข้ากำลังต่อสู้ที่เขตรอบนอก ตามที่ได้รับมอบหมาย คุณชายใหญ่ได้เข้ามาช่วยเหลือพวกข้า จนสามารถทำให้สัตว์อสูรที่คลุ้มคลั่งออกมานอกเขตป่าเมฆฝนสามร้อยตัวสงบลง หลังจากนั้นคุณชายใหญ่ ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์โดยรวมว่าต้องมีวัตถุบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งที่ใจกลางป่าเมฆ เมื่อข้าและคุณชายใหญ่ไปถึงก็พบเข้ากับมีดเล่มนี้ขอรับ” อูซวนได้นำมีดที่ว่าออกมากลางที่ประชุม
“มีดเล่มนี้??? ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูเป็เพียงมีดธรรมดา มันคือต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้แน่หรือ” นักสู้ระดับหกขั้นสูงคนหนึ่งของตระกูลลี่ถามขึ้น หลังจากลองส่งลมปราณเข้าไปตรวจสอบ เขาไม่พบอะไรผิดปกติเลยแม้แต่นิดเดียว
ในเหตุการณ์ครั้งนี้เหล่านักสู้ระดับหกของทั้งสองตระกูลได้รับคำสั่งให้รับมือกับสัตว์อสูรระดับหกตัวอื่นที่เขตรอยต่อ ระหว่างเขตชั้นในและชั้นนอกของป่าเมฆฝน แต่อสูรพวกนั้นไม่ใช่สัตว์อสูรสายเืพิเศษแบบวิหคมรณะจึงใช้นักสู้ระดับหกรับมือได้
“ตอนเห็นครั้งแรกข้าเองก็คิดเช่นนั้นแต่ว่า...” อูซวนได้ชักกระบี่ของตนแล้วเสริมปราณอัสนีฟันเข้าไปที่มีดเล่นนั้น แต่ปรากฏว่ากลับไม่สามารถสร้างร้อยขีดข่วนให้กับมีดสั้นเล่มนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
“จากการตรวจสอบ มีดเล่มนี้ มีความคงทนเทียบได้กับอาวุธวิเศษระดับเจ็ด แต่มันกลับไม่มีรัศมีปราณกระจายออกมาเหมือนกับอาวุธวิเศษปกติ แต่คุณชายใหญ่บอกว่ามีดเล่มนี้ ตอบสนองต่อพลังิญญาเท่านั้น พลังที่ออกมาจากมัน ต้องเป็ผู้มีพลังิญญาเท่านั้นถึงจะััได้ มีดเล่มนี้จะส่งพลังิญญาออกมาเรื่อยๆ ทำให้สัตว์อสูรในป่าคลุ้มคลั่งและยังไล่สัตว์อสูรให้ออกห่างจากจุดที่มีดอยู่” อูซวนได้อธิบายเสริมจากสิ่งที่อูหลินเฟิงอธิบาย
“พลังิญญา?? เ้าจะบอกว่าคุณชายใหญ่ตระกูลอู สามารถใช้พลังิญญาได้อย่างนั้นหรือ” ลี่หยางกล่าวถาม นั่นเท่ากับว่าตระกูลอูจะมีผู้แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น การที่ตระกูลลี่จะดองกับตระกูลอูนั้นย่อมมีแต่ผลดีในอนาคต
“ขอรับ คุณชายใหญ่ได้บอกกับข้าน้อยเอง” อูซวนยืนยัน
“ใครก็ได้ ไปตามเฟิงเอ๋อร์มาพบข้า” อูไต้หรงออกคำสั่ง เพราะว่าในตอนแรกที่ยังไม่มีใครรู้ถึงพลังของอูหลินเฟิง และยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ถึงได้ฝากอูซวนมาอธิบายแทน ส่วนตนจะรอที่หน้าห้องประชุม ทันทีที่ได้รับอนุญาตอูหลินเฟิงก็ได้เข้าร่วมการประชุมกันที
“เฟิงเอ๋อร์ อูซวนได้บอกว่าเ้าเป็คนพบมีดเล่มนี้ และยังได้พูดเื่พลังิญญาของเ้า” อูไต้หรงถามเพราะเขาเองก็เพิ่งรู้เื่นี้เช่นกัน
ถึงแม้ว่าอูหลินเฟิงไม่ยากจะเปิดเผยเื่พลังของตนมากนัก แต่จากการวิเคราะห์ของเขา คนภายในห้องนี้เขาสามารถเชื่อใจได้
“ขอรับ พลังิญญาได้ตื่นขึ้นมาั้แ่ที่ข้าเริ่มหายดี แต่ว่าข้าเพิ่งเริ่มฝึกอย่างจริงจังเมื่อไม่นานมานี้” อูหลินเฟิงบอก เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนภายในห้องนี้กลับไม่มีใครที่ใเลยแม้แต่น้อย ได้สร้างความแปลกใจให้กับอูหลินเฟิงอย่างมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นับว่าเป็โชคดีของตระกูลอูนัก ลูกชายคนรองเป็อัจฉริยะปราณอัสนีผู้มีเส้นลมปราณ์ ลูกชายคนโตกลับสามารถใช้พลังิญญาได้เหมือนมารดา น้องไต้หรง เ้าโชคดีจนข้าอิจฉาจริงๆ” ลี่จิงเทียนได้กล่าวกับอูไต้หรง ตระกูลอูในยุคนี้มีแต่เื่น่าอิจฉาเกินไปแล้ว แต่ว่าถึงแม้ปากจะพูดออกมาว่าอิจฉา แต่ความรู้สึกของประมุขลี่กลับไม่ได้เป็เช่นที่พูด อูหลินเฟิงสามารถััได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยินดีให้กับท่านพ่อจากใจจริง
จากคำที่ลี่จิงเทียนได้กล่าวออกมาทำให้อูหลินเฟิงแน่ใจแล้วว่าแม่แท้ๆ ของเขาเป็ผู้ใช้พลังิญญา และเื่นั้นคนระดับสูงของตระกูลลี่ก็รู้ด้วย ลี่จิงเทียนที่เห็นว่าอูหลินเฟิงทำหน้าแปลกใจก็กล่าวออกมาว่า
“ไม่ต้องแปลกใจหรอกหลานชาย เมื่อนานมาแล้วตัวข้าเคยได้รับาเ็ทางดวงิญญา แล้วก็ได้มารดาของเ้าช่วยรักษา เื่ที่มารดาของเ้าสามารถใช้พลังิญญาได้มีเพียงบุคคลที่อยู่ภายในห้องนี้เท่านั้นที่รับรู้ เ้าไม่ต้องกังวลไป”
“ขอบคุณท่านประมุขลี่ที่ช่วยไขข้อสงสัย”
“ประมงประมุขอะไรกัน เรียกข้าว่าลุงลี่ก็พอ ข้าเคยเป็ถึงพี่น้องร่วมสาบานกับมารดาเ้าเชียวนะ” ลี่จิงเทียนอธิบาย เพราะว่าหลังจากเคยได้รับการช่วยเหลือ ลี่จิงเทียนกับแม่ของอูหลินเฟิงได้สาบานเป็พี่น้องกัน
“ขอรับ ท่านลุงลี่” อูหลินเฟิงเปลี่ยนคำเรียกอย่างรวดเร็ว การได้รับความเอ็นดูจากผู้ที่แข็งแกร่งนั้นนับเป็เื่ที่ดีสำหรับเขา
“ดี ดี ดี” ลี่จิงเทียนพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี
“พวกเราจบการแนะนำตัวเพียงเท่านี้ก่อนดีกว่า กลับเข้าเื่มีดเล่มนี้ก่อนเถอะ” ลี่หยางได้กล่าวแทรก
“ขอรับผู้าุโลี่หยาง หลังจากที่ได้พบกับมีดเล่มนี้ เดิมทีความตั้งใจแรกของข้าคือการปิดผนึก หรือทำลาย แต่กลับพบว่ามีดเล่มนี้มีความทนทานสูงมาก ทั้งยังมีพลังิญญาระดับสูงปริมาณมหาศาล เกินกว่าที่ข้าจะสามารถผนึกมันได้ ทำได้เพียงแต่ปรับเปลี่ยนคลื่นพลังที่กระจายตัวออกมาเท่านั้น ข้าได้ปรับเปลี่ยนจากคลื่นพลังที่ทำให้เกิดการคลุ้มคลั่งเป็คลื่นพลังที่ทำให้สงบแทน” อูหลินเฟิงได้อธิบายต่อ
“ในตอนนี้พลังิญญาของมีดเล่มนี้ก็ยังคงปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูจากพลังที่คงเหลืออยู่มันสามารถจะปล่อยพลังออกมาได้อีกสามวันจึงจะหมดลง”
“สามวัน?? ถ้าหากว่าคุณชายใหญ่พลังิญญาไม่ตื่นขึ้นมา การคลุ้มคลั่งของสัตว์อสูรที่ยาวนานถึงสามวัน เกรงว่าตระกูลอู และตระกูลลี่จะเสียหายอย่างหนัก ไม่แน่ผู้าุโของตระกูลบางคนอาจเสียชีวิตลงก็ได้” อูเทียนเหวินกล่าว การต้องรับมือกับสัตว์อสูรที่คลุ้มคลั่งทั้งป่า ต่อให้ใช้กองกำลังทั้งหมดของทั้งสองตระกูลก็ไม่มีทางหยุดได้หมด โชคดีจริงๆ ที่จบเื่ได้ไวจนทั้งสองตระกูลไม่เกิดความเสียหาย
“นับเป็โชคดีของพวกเราจริงๆ” ลี่หยางกล่าว หากต้องสู้กับวิหคมรณะถึงสามวันจริงๆ เขาคงต้องตายั้แ่วันที่สองแล้ว
“ด้วยความที่ร่างกายข้าเพิ่งจะหายดี สถานการณ์ทั่วไปไม่อาจรู้ได้ทั้งหมด ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูล ชุน ตระกูลระดับกลางอีกตระกูลของเมืองล่องเมฆาถึงไม่ออกมาช่วยเหลือ” อูหลินเฟิงถามเพราะเมืองล่องเมฆามีตระกูลระดับกลางสามตระกูลร่วมกันดูแล แต่ว่าตระกูลระดับกลางอีกหนึ่งกลับไม่ออกมาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย
“ั้แ่ที่เราทราบเื่วิหคมรณะออกจากเขตของตัวเอง รวมถึงสัตว์อสูรระดับต่ำและกลาง พยายามออกมาจากป่าเมฆฝน ข้าก็ได้แจ้งเื่นี้ไปยังตระกูลลี่และตระกูลชุนทันที เพื่อหาทางรับมือ และขอความช่วยเหลือ แต่ว่าตระกูลชุนได้บอกกลับมาว่าผู้นำตระกูลและผู้าุโใหญ่ได้ออกไปจัดการเื่สำคัญที่นอกเมืองพร้อมกัน ทำให้ไม่สามารถที่จะเคลื่อนกำลังพลตามใจชอบได้ จำเป็ต้องรอให้ผู้นำตระกูลหรือผู้าุโใหญ่กลับมาก่อน” อูไต้หรงตอบคำถาม
“ข้าเองก็คิดเื่นี้มาสักพักแล้ว โดยปกติหากต้องออกจากเมือง มักจะเหลือผู้าุโหรือผู้มีพลังยุทธ์ระดับเจ็ดไว้ที่ตระกูลสักคน แต่ว่าตระกูลชุนที่มีจอมยุทธ์ระดับเจ็ดเพียงสองคน ทั้งสองคนออกจากตระกูลไปพร้อมกัน” ลี่จิงเทียนได้กล่าวขอสงสัยของตน เพราะว่าในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้น ตระกูลจะสามารถแบ่งระดับได้ห้าระดับคือ ไร้ระดับ ตระกูลระดับต่ำ ตระกูลระดับกลาง ตระกูลระดับสูง และแดนศักดิ์สิทธิ์
ตระกูลไร้ระดับ เป็ตระกูลที่อาจจะมีหรือไม่มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ หากมีจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่ถึงจำนวนที่กำหนดไว้
ตระกูล หรือ สำนักระดับต่ำ
• ระดับ 5 อย่างน้อย 2 คน
• ระดับ 4 อย่างน้อย 10 คน
• ระดับ 3 อย่างน้อย 100 คน
ตระกูล หรือ สำนักระดับกลาง
• ระดับ 7 อย่างน้อย 2 คน
• ระดับ 6 อย่างน้อย 10 คน
• ระดับ 5 อย่างน้อย 50 คน
• ระดับ 4 อย่างน้อย 100 คน
• ระดับ 3 อย่างน้อย 1,000 คน
ตระกูล หรือ สำนักระดับสูง
• ระดับ9 อย่างน้อย 1 คน
• ระดับ 8 อย่างน้อย 5 คน
• ระดับ 7 อย่างน้อย 10 คน
• ระดับ 6 อย่างน้อย 50 คน
• ระดับ 5 อย่างน้อย 1000 คน
• ระดับ 4 และ ระดับ 3 10,000 คน
ตระกูลชุนเป็ตระกูลระดับกลางที่มีจอมยุทธ์ระดับเจ็ดเพียงสองคนเท่านั้น ไม่เหมือนกับตระกูลอูและตระกูลลี่ที่มีจอมยุทธ์ระดับเจ็ดถึงสามคน ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้นำตระกูลรวมถึงผู้าุโใหญ่ทั้งสองตระกูลได้ออกไปจากตระกูลนั้น ก็ยังมีจอมยุทธ์ระดับเจ็ดอีกคนคอยประจำอยู่ที่ตระกูลเพื่อคอยปกป้องตระกูล การที่ตระกูลชุนไม่เหลือจอมยุทธ์ไว้ที่ตระกูลนั้นถือเป็ความเสี่ยงที่ไม่ค่อยมีตระกูลไหนทำกัน
“ข้าเองก็สงสัยตระกูลชุนเช่นเดียวกัน แต่ว่าเหตุใดตระกูลชุนถึงได้ทำเื่เช่นนี้กัน” อูเทียนเหวินกล่าว เพราะที่ผ่านมาแม้ตระกูลชุนจะชอบหาเื่ตระกูลอูและตระกูลลี่ แต่ว่าเหตุการณ์นี้ใหญ่โตเกินไป จนอาจทำให้ตระกูลลี่และตระกูลอูล่มสลายเลยก็ได้
“สาเหตุอาจเป็เพราะข่าวการหมั้นหมายของอูหมินจิง บุตรชายคนรองของข้ากับ ลี่อิน บุตรสาวคนโตตระกูลลี่ สำหรับตระกูลชุนแล้วการหมั้นหมายของตระกูลระดับกลางอันดับหนึ่งและสองของเมือง ย่อมต้องรู้สึกโดนกดดันอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ชุนเย่หยาง คนที่มีนิสัยทะเยอทะยานอย่างเ้านั่น คงไม่อยากให้เกิดการหมั้นขึ้นแน่ๆ หากเป็มันคงกล้าทำอะไรแบบนี้ เพื่อให้ตระกูลของเราทั้งสองเกิดความเสียหายมากที่สุด แต่ว่าตระกูลชุนต้องมีคนหนุนหลังอยู่แน่ ด้วยทรัพยากรของตระกูลชุน ย่อมไม่อาจหาอาวุธิญญาแบบนี้ได้” สิ่งที่อูไต้หรงวิเคราะห์ออกมา เหล่าผู้าุโทุกคนต่างก็เห็นด้วย เพียงแต่ไม่อาจหาหลักฐานเพื่อเอาผิดตระกูลชุนได้