บทที่ 6 2/2
ศึกชิงหัวใจ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“โทษ..”
ท่าทีที่ไม่จริงจังของเขาทำเอาเมนิลายืนบ่นเขาต่อจนหูชา แม้หูจะฟังเธอเทศนา แต่สายตาเขากลับมองเขม่นไปที่ศัตรูตรงหน้า
เพียงมองชรัญปราดเดียว เตชินท์ก็รับรู้ได้ทันทีว่าหมอนั่นมีใจให้คนรักของเขาเป็พิเศษ แม้เมนิลาจะไม่ได้คิดอะไรก็ตามเถอะ แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าเขาต้องรีบทำอะไรบางอย่างให้ความทรงจำระหว่างเขากับเธอกลับคืนมาดังเดิมให้ได้ แม้เขาจะอยากลาออกจากบริษัททัวร์ทุกวินาทีเพียงใด แต่เมื่อเห็นผู้ชายเข้ามายุ่มย่ามกับเมียสุดที่รักแล้วนั้น…
เห็นที เตชินท์ต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน!
---------------------------------------------------------
“ไปกินข้าวกันครับเมย์”
ชรัญที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณละเอียดเอ่ยชวนเมนิลาที่กำลังง่วนอยู่กับการเคลียร์เอกสารท่องเที่ยวอยู่ ทำเอาพนักงานในออฟฟิศคนอื่นๆต่างปรายตามองมาที่โต๊ะของเธอเป็จุดเดียวอย่างไม่ต้องนัดหมาย จากนั้นก็หันไปกระซิบกระซาบกันต่ออย่างเงียบๆ
่นี้ชรัญดูจะเข้ามาที่บริษัททัวร์บ่อยเป็พิเศษ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาจะเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยกับคุณป้าผู้จัดการเพียงแค่หนึ่งวันต่อสัปดาห์เท่านั้น เพราะชรัญเองก็มีธุรกิจอื่นๆอีกมากมายที่ต้องออกไปดูแลอยู่เต็มไปหมด แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ามีธุรกิจอะไรบ้างเพราะไม่กล้าสอดเื่ของเ้านาย แต่ก็รับรู้ได้ว่าเขารวยมาก!
ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมโปรไฟล์ดีแบบนี้ ใครๆต่างก็อิจฉาเมนิลาจนตาร้อนผ่าวกันทั้งนั้น
“พอดีเลย หิวอยู่เหมือนกัน”
ทว่าคนที่ตอบกลับเป็เตชินทร์ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญเสียอย่างนั้น
“ผมชวนเมย์”
“ก็วันก่อนนายยังบอกอยู่เลยว่า ผมว่าจะชวนชินไปกินด้วยเหมือนกัน เอาไว้ครั้งหน้านะ จำไม่ได้ไง๊”
คนหน้าหนาจีบปากจีบคอเลียนเสียงทำเอาคนเคยพลั้งปากชวนได้แต่ชะงักกับคำพูดของตัวเองที่แค่เอ่ยไปตามมารยาทก็เท่านั้น ทั้งคู่จึงจ้องเขม่นกันอย่างไม่ยอมกัน เมนิลาที่ไม่อยากให้เธอเป็จุดสนใจจากคนในออฟฟิศมากนักจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ
ครั้นจะหักหน้าเตชินทร์ห้ามไม่ให้ไปด้วยก็กลัวเขาแผลงฤทธิ์ขึ้นมา คราวนี้ออฟฟิศคงมีประเด็นใหม่ๆให้พูดถึงกันอย่างสนุกปากแน่
“ไปกันหมดนี่แหละค่ะ”
เตชินทร์หันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ชรัญอย่างยียวนกวนประสาท
แม้ใจอยากจะเฉดหัวคนหน้ามึนออกจากบริษัทมากเพียงใด ทว่า รองประธานบริษัทอย่างชรัญก็เลือกที่จะไม่ทำเพราะไม่อยากเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาปะปนกับงานสักเท่าไร อีกทั้งเตชินทร์ยังคงเป็สมาชิกในทีมของเมนิลาอยู่ ซึ่งเขาไม่อยากให้การกระทำของตัวเองส่งผลกระทบต่อตัวเธอใน่ที่กำลังพิจารณาให้ขึ้นเป็ไกด์ outbound นี้ด้วย
แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เพียงแค่เขาตวัดปากกาเซ็นรับรองไม่ถึงสิบวินาที เมนิลาก็ได้ตำแหน่งนั้นมาครองโดยที่ไม่ต้องทำงานหนักอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้ แต่หากเขาทำเช่นนั้นก็พาลแต่จะถูกโกรธเอาเสียเปล่า เพราะเท่ากับว่าเขากำลังดูถูกความสามารถของเธออยู่
“มากันสามท่านนะคะ”
ร้านที่ชรัญพามาเป็ร้านอาหารไทยกึ่งคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เมนิลาจึงเลือกที่จะนั่งตรงโซนข้างนอกเพราะมีลมเย็นๆพัดโชยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการนั่งมองวิวสวยๆยังช่วยให้ผ่อนคลายจากอาการสมองล้าที่ผ่านการทำงานมาทั้งวันได้อีกด้วย
แต่ทันใดนั้น ชรัญกับเตชินทร์ก็สาวเท้าด้วยความเร็วจนแทบจะเรียกว่าวิ่ง ไปยังโต๊ะที่เลือกไว้ จากนั้นทั้งคู่ต่างก็ดึงเก้าอี้คนละฝั่งออกมารอเมนิลาทันที แต่คนได้รับเกียรติกลับเลือกที่จะคว้าเก้าอี้ของโต๊ะข้างๆมานั่งตรงหัวโต๊ะแทนเพื่อตัดปัญหาชวนน่าเวียนเกล้าออกไป
ถึงจะเป็การหักหาญน้ำใจแต่ก็ถูกหักทั้งสองคน ไม่มีใครได้เปรียบใครทั้งนั้น
“กินอะไรดีนะ” เมนิลาครุ่นคิด
ทันทีที่เตชินทร์รับเมนูมาดู เขาก็ยิ้มมุมปากขึ้นอย่างผู้ชนะเพราะเจอเมนูโปรดของพวกเขาทั้งคู่เข้าพอดี
“ฉันรู้ว่าเธอต้องชอบแน่ๆ เมย์”
เมนิลาเงยหน้าขึ้นจากเมนูเพื่อรอฟัง
“อะไรเหรอ?”
“ผมเอาชุดขาหมูตุ๋น ขอหนังเปื่อยๆเยอะๆเลยนะครับ”
เตชินทร์เอ่ยปากสั่งอาหารกับบริกรสาวด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อเขามองไปที่เธอก็เห็นว่าเธอชะงักค้าง นั่นยิ่งทำให้เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้นไปอีกเท่าตัว เขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าเมนูที่เขาเคยพาเธอไปกินอยู่บ่อยครั้งจะทำให้เธอประทับใจ
ชรัญเงยหน้าจากเมนูแล้วสั่งขึ้นมาบ้าง
“ขอกุ้งทอดราดซอสมะขามครับ แต่ขอน้ำจิ้มแยกนะครับ อย่าเพิ่งราดลงบนตัวกุ้ง”
ชรัญกำชับก่อนจะสั่งอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่าง
เตชินทร์เบะปากมองบนในความมากเื่ของท่านรองประธานบริษัท ผู้ชายอะไรเื่เยอะแม้กระทั่งอาหารการกิน อย่างนี้ผู้หญิงหน้าไหนจะทนไหวกัน
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที อาหารที่สั่งไปทั้งหมดก็ถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เตชินทร์รีบชิงโถข้าวมาตักให้เมนิลาได้ก่อนชรัญ การกระทำของพวกเขาสองคนราวกับเด็กๆ ที่กำลังแย่งกันเอาใจผู้ใหญ่ก็มิปาน
สำหรับเมนิลาแล้ว เธอทั้งแปลกใจและเหนื่อยใจในคราเดียวกัน ที่จู่ๆ คู่แข่งที่ไม่มีวันญาติดีอย่างเตชินทร์กลับกำลังทำดีกับเธออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาทำตัวเพี้ยนได้ถึงเช่นนี้กัน
และเพราะอาการผีเข้าผีออกนี้แหละที่สร้างเื่ปวดหัวให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน
“ฉันรู้ว่าเธอชอบ”
เตชินทร์ใช้ช้อนกลางตักขาหมูตุ๋นชิ้นที่เปื่อยที่สุดใส่จานของเมนิลาอย่างทันทีทันใด
“เอ่อ…”
เมนิลาทำหน้าแหยและกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ทำเอาเตชินทร์เริ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างฉงนกับท่าทีแปลกๆของเธอ
ชรัญที่มองดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ ถึงกับถอนหายใจก่อนจะตักขาหมูจากจานเธอมาพักไว้ที่จานเขาแทน
“อ้าวเฮ้ย ไปแย่งเมย์ได้ไง อยากกินก็ตักใหม่สิ” เตชินทร์พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เมย์ไม่ชอบอาหารที่เละๆ หยึ๋ยๆ”
ชรัญตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมทั้งส่ายหน้าระอาคนที่สักแต่อยากจะเอาชนะ ทว่ากลับไม่รู้เื่เกี่ยวกับตัวเธอเลยแม้แต่นิด ส่วนเมนิลาเองก็ยิ้มแห้งและพยักหน้าเบาๆ เพื่อยืนยันว่าเป็จริงดังที่เขากล่าว
“บ้าน่า”
คนที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าในตอนแรกถึงกับเหวอ ยิ่งเห็นสีหน้าเย้ยหยันของชรัญแล้วยิ่งรู้สึกเหมือนโดนเหยียบหน้าอย่างไรก็ไม่รู้
แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก!
เมื่อใจไม่อยากจะแพ้ให้กับไอ้หนุ่มหน้ามน เขาก็พยายามเค้นสมองขุดความทรงจำระหว่างเขากับเธอออกมาอย่างหนัก ก่อนจะยิ้มกระหยิ่มใจเมื่อนึกได้ว่าเมนิลาชอบกินหัวกุ้ง
เตชินทร์ตัดหัวออกจากตัวกุ้งแล้วตักวางลงในจานของเมนิลา
“นายเกลียดอะไรฉันหรือเปล่าเนี่ย”
เมนิลามองหน้าเขานิ่งอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก ทำเอาเตชินทร์ยิ่งเหวอไปกันใหญ่
ในขณะที่เขากำลังเหลอหลาอยู่นั้น ชรัญก็ชิงจังหวะนี้ ตักกุ้งที่เขาเพิ่งแกะเปลือกออกให้ใส่ลงจานเธอ จากนั้นก็ราดซอสลงบนตัวกุ้งเพียงนิดเดียว
“พี่ราดนิดเดียวนะ เดี๋ยวเมย์คอแห้งอีก” เขาแอบกระซิบเบาๆ “ดูท่าร้านนี้จะใส่ผงชูรสเยอะ”
“ขอบคุณนะคะพี่ชรัญ” เมนิลายิ้มขำ
เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ค่อยๆผลักเตชินทร์ออกห่างจากโลกของพวกเขาเรื่อยๆ ราวกับว่าเขาในตอนนี้เหมือนเป็ส่วนเกินในชีวิตของเมนิลาอย่างไรอย่างนั้น
นอกจากตาเฒ่าจะเสกให้ชีวิตของเตชินทร์วุ่นวายแล้ว เขายังทำให้ความรู้สึกและความชอบของคนรักเขาเปลี่ยนไปด้วยอย่างนั้นหรอกหรือ…
ไม่สิ!
ในขณะที่กำลังคิดจนหัวแทบแตกอยู่นั้น ฉับพลัน ความทรงจำต่างๆก็เริ่มไหลย้อนเข้ามาในหัวของเตชินทร์อย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำ มันยังถูกฉายขึ้นมาอย่างละเอียดอีกด้วย
เตชินทร์เห็นภาพเขากับเมนิลากำลังนั่งอยู่ในคลาสเรียนที่มหาวิทยาลัยเมื่อสิบก่อน แต่เพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนสักที เขาจึงโอดครวญออกมาด้วยความหิวโหย
“อยากกินข้าวขาหมู ตุ๋นเปื่อยๆจัง”
เมนิลาที่นั่งเรียนอยู่ข้างๆ ก็แอบกระซิบถามขึ้นมาเบาๆ
“พี่ชินชอบขาหมูเหรอ?”
“สุดๆ ไปเลยคร๊าบ!”
หลังเลิกเรียนวันนั้น เมนิลาจึงชวนเตชินทร์ไปที่ร้านขาหมูเ้าดังและเอาแต่นั่งมองเตชินทร์กินอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะเดียวกันเธอก็เลือกที่จะกินแต่ส่วนที่เป็เนื้อส่วนแข็งๆและไม่เละแทน หรือบางครั้งก็กินแค่น้ำซอสของข้าวขาหมูเท่านั้น
มีอยู่วันหนึ่งที่เตชินทร์ตักหนังหมูเปื่อยๆใส่ในจานเธอ ก่อนจะคะยั้นคะยอให้เธอกิน เมนิลามองมันอยู่นานกว่าจะตักมันขึ้นมากิน ทันใดนั้น เธอก็เผลอแสดงสีหน้าพะอืดพะอมเหมือนอยากจะอาเจียนออกมา
แต่เมื่อเตชินทร์มองขึ้นมา เธอก็แสร้งทำเป็ยิ้มในทันที
“อร่อยดีค่ะ”
นั่นเลยทำให้เตชินทร์เข้าใจมาตลอดว่าเมนิลาเองก็ชอบเมนูนี้เช่นเดียวกับตัวเขา ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาส เขาก็มักจะพาเธอไปกินมันเป็ประจำั้แ่เริ่มคบกันใหม่ๆจนกระทั่งปัจจุบัน
แล้วไหนจะเื่กุ้งอีก…
“พี่ชินไม่ชอบกินกุ้งเหรอ?”
เมนิลาถามขึ้นในขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ริมทะเล
“ชอบนะแต่ี้เีแกะอะ”
เมื่อคนรักพูดขึ้นมาเช่นนั้น เมนิลาก็หยิบกุ้งเผาขึ้นมาแกะเปลือกออกจนหมด แล้วยื่นจานที่มีแต่ตัวให้เตชินทร์กิน ซึ่งเขาก็หยิบขึ้นมากินอย่างรวดเร็วจนเมนิลาหยิบตามแทบไม่ทัน เธอจึงต้องหันไปกินหัวกุ้งแทน
“เมย์ไม่กินเหรอ?”
“..เอ่อ..อ๋อ..เมย์ชอบกินหัวกุ้งน่ะค่ะ”
พูดจบ เมนิลาก็ทำเป็กินหัวกุ้งอย่างเอร็ดอร่อย
จากนั้นภาพความทรงจำก็ค่อยๆเลือนหายไปเหลือเพียงแต่เตชินทร์ที่กำลังเหม่อลอย นั่งทบทวนความคิดอยู่คนเดียว เขายอมรับเลยว่าภาพพวกนั้นทำเอาเขาถึงกับสะอึกไม่น้อย
อีกทั้งตลอดหนึ่งทศวรรษที่คบกันมา เตชินทร์ก็คิดเข้าข้างตัวเองไปเองคนเดียวว่าเขารู้เื่เกี่ยวกับตัวเธอดี แต่หลังจากที่เขาได้มาเจอเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้แล้วนั้น มันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงว่า ที่ผ่านมาเมนิลาไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด
แต่กลับเป็เขาที่ไม่เคยใส่ใจเธอเลยต่างหาก…
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
เป็ไง หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยอะดิเฮียชิน
ทำเป็เก่ง รู้ทุกเื่ของเมีย แต่สุดท้ายคนที่รู้เยอะสุดคือป๋าชรัญค่า
แพ้ไปเลยสิค๊า!
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ