บ่วงรักดวงใจพยัคฆ์

    Chapter 7. ไม่มีสิทธิ์โกรธ

            หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์โกรธที่เขาจะมองเธอในแง่ร้ายแบบนั้น  แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาเป็๞คนแบบไหนกันแน่บางทีก็อ่อนโยนกับเธอ บางครั้งก็ดูดุร้ายเหมือนชื่อของเขานั้นแหละหรือเพราะเขาคือเสือ เวลาอยู่ใกล้เธอเลยคอยหวาดระแวงว่าจะโดนตะครุบทุกที

            ไปรยาเดินไปเรือนหลังใหญ่เดินอ้อมไปด้านหลังก็ถึงห้องครัว เป็๲ไปตามคาดว่าคุณรำเพยตื่นแต่เช้าตรู่แล้ว

            “ให้หนูช่วยนะคะคุณท่าน”

            “ตื่นแต่เช้าเลยนะหนูปราย”

            “ตื่นเวลานี้จนชินแล้วค่ะ”  เธอรีบเข้าไปยืนข้างๆจะได้ดูว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง “คุณท่านจะทำอะไรคะ”

            “เตรียมอาหารจะใส่บาตรจ๊ะ”

            “น่าจะบอกปราย๻ั้๫แ๻่เมื่อวานนะคะจะได้มาช่วยเตรียมให้เร็วกว่านี้ มาค่ะ คุณท่านเดี๋ยวหนูทำเอง”  ไปรยาหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมแล้วลงมือหุงข้าว  

            “เอาเป็๲ผัดผักกับต้มจืดไหมคะ”

            “แม่ก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันจ๊ะ”

            “ปกติคุณท่านทำอาหารใส่บาตรทุกวันหรือคะปรายจะได้เตรียมให้”

            “จ๊ะแต่หนูปรายไม่ต้องลำบากก็ได้นะ”

            “ไม่ลำบากเลยค่ะปรายตื่นเช้าอยู่แล้วจะได้ทราบว่าต้องทำอะไรบ้างคุณท่านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวปรายจัดสำรับไว้เตรียมถวายพระให้ค่ะ”

            “ก็ดีเหมือนกันค่ะพระท่านจะผ่านมาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ยังไงหนูปรายตั้งโต๊ะหน้าบ้านรอได้เลยนะจ๊ะ”

            “ค่ะคุณท่าน” 

            แม้ปากจะพูดแต่มือเรียวก็หั่นผักอย่างคล่องแคล่วตระเตรียมทุกอย่างก่อนจะลงมือทำอาหาร ไปรยารีบทำอาหารอย่างรวดเร็วตอนที่อยู่บ้านอาธงชัยงานในครัวก็งานหลักของเธอเลย หญิงสาวเหลือบไปเห็นถุงร้อนวางอยู่ก็เดาได้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง  เธอรอเพียงข้าวสวยสุกเท่านั้น หญิงสาวจึงเดินมาที่หน้าบ้านเห็นมีโต๊ะพับวางพิงอยู่ริมรั้ว เธอจึงไปยกมาตั้งไว้เดินกลับไปหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดโต๊ะ และยกเก้าอี้มาเพิ่มเพื่อจะให้ให้คุณผู้หญิงได้นั่งรอพระสบายๆ เดินกลับมาในครัวอีกที ข้าวก็สุกเรียบร้อยให้เธอได้ตักใส่ถุงลืมถามคุณผู้หญิงไปว่าต้องเตรียมกี่ชุดเธอรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในครัว คิดว่าคุณผู้หญิงจึงเอ่ยถามไปทั้งที่ไม่ได้หันไปมอง

            “พระมาบิณฑบาตกี่รูปคะคุณท่าน”

            “ปกติเห็นสามรูปนะ”

            ไปรยาหันขวับมามองอย่าง๻๠ใ๽“คุณพยัต”

            “ทำไมเห็นหน้าผมทีไร๻๷ใ๯ทุกที”  ภูมิพยัตถามแล้วต่อด้วยหาวปากกว้าง

            “ก็ไม่คิดว่าคุณจะตื่นเช้าหรือตื่นมาใส่บาตรคะ”

            ชายหนุ่มโบกมือไปมา“เ๹ื่๪๫ของผมช่างเถอะ จัดสำรับอาหารเตรียมใส่บาตรก่อน”

            “ค่ะ”ไปรยาหันหลังให้แล้วจัดการเตรียมสำรับอาหารสำหรับใส่บาตรพระเสร็จเธอจัดเรียงใส่ถาดและจัดยกออกไปแต่ภูมิพยัตยื่นมือมาแย่งไปถือเสียเอง

            “คุณพยัตค่ะคุณมาแย่งงานปรายแบบนี้ไม่ได้นะคะ”

            “ไม่ได้แย่งผมแค่กลัวคุณจะเดินไปไม่ถึงหน้าบ้าน เมื่อวานก็เดินสะดุดก้อนอิฐเดี๋ยวเดินสะดุดขาตัวเองขึ้นมา แม่ผมจะไม่ได้ใส่บาตร”

            ไปรยากัดริมฝีปากพยายามไม่ตอบโต้ ได้แต่มองเขาเดินถือถาดอาหารมาที่โต๊ะหน้าบ้านคุณรำเพยออกจะแปลกใจที่เห็นลูกชายมาแต่เช้า

            “นี่พายุจะเข้าหรือไงตาภูมิมาใส่บาตรกับแม่”

            “เปล่าแค่มาดู ผมกลับไปอาบน้ำก่อนล่ะ”  

            ภูมิพยัตเสยผมยุ่งๆแล้วเดินงุดๆกลับบ้านตัวเองไป คุณรำเพยเองยังงุนงงกับลูกชายคนเดียวของนาง รวมทั้งคุณบุญมาที่เดินตามมาที่หลังยังประหลาดใจ

            “นั่นไอ้เสือนี่”

            “ก็ลูกชายคุณไงล่ะ”

            “มันมาทำอะไรของมัน”

            “คุณพยัตมาช่วยยกถาดอาหารค่ะ” ไปรยารีบพูดขึ้นก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะเข้าใจผิดแต่เธอไม่รู้หรอกว่าคุณบุญมากับคุณรำเพยคิดอะไรอยู่  

            “พระมาแล้วค่ะ”  ไปรยาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ เธอคอยช่วยอยู่ด้านหลังแต่ก็ได้อธิษฐานจิตให้ชีวิตได้เจอสิ่งดีงามไปด้วย เมื่อรับพรพระเสร็จเธอก็ประคองคุณบุญมากลับเข้ามาในบ้าน แล้วเธอก็เดินไปโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วรีบเข้ามาในครัว จัดแจงเตรียมเครื่องดื่มให้คุณท่าน

            “ตอนเช้าเป็๲น้ำเปล่าก่อนหนึ่งแก้วนะคะแล้วลองดื่มน้ำผักสมุนไพร นี้น้ำใบบัวบกปรายเตรียมไว้๻ั้๹แ๻่เมื่อวานแล้วค่ะ”

            “พ่อไม่ชอบเลยไอ้น้ำเขียวๆนี่”  คุณบุญมาเบ้ปาก

            “ค่อยๆจิบนะคะ”

            ท่าทางคะยันคะยอของไปรยาทำให้คุณบุญมายกแก้วมาค่อยๆจิบแต่เมื่อรู้สึกว่าไม่มีรสฝาดและไม่เหม็นเขียวก็ดื่มได้จนหมดแก้ว

            “โอโห้นี่หนูปรายใส่เวทมนต์อะไรไปจ๊ะ ปกติคุณพ่อไม่ชอบเลยนะเนี้ย”

            “ปรายแต่ต้มใบเตยไปด้วยได้กลิ่นหอมและไม่รู้สึกเหม็นเขียวใช่ไหมคะ”

            “จริงด้วยแบบนี้ดื่มง่ายกว่าเยอะเลย”

            “ไว้ปรายจะทำไว้ให้คุณท่านทั้งสองดื่มอีกนะคะมีหลายเมนูเลยค่ะ” ไปรยาดีใจที่ผู้ใหญ่ทั้งสองชอบ อายุมากแล้วไม่อยากให้ดื่มกาแฟมากนัก

            “คุณท่านคะปกติอาหารสดนี่เราซื้อที่ไหนเหรอคะ”

            “อ้อ...ที่นี่ไม่มีห้างสรรพสินค้านะ แต่ปกติจะมีตลาดนัดตอนเช้าหน้าโรงงานทุกวันพุธหรือไงนี่แหละพวกของสดนี่แม่จดรายการไว้ให้ตาภูมิเขาจัดการซื้อให้”

            “แล้วตอนที่แม่บ้านคนเก่าอยู่ละคะ”

            “มีตลาดสดอยู่ไม่ไกลนักหรอกแถวท่ารถน่ะ”  คุณบุญมาพูดเสริม“หนูอยากได้อะไรหรือเปล่าล่ะ”

            “ปรายถามไว้นะคะจะได้ทราบว่าต้องซื้อของสดที่ไหนยังไงบ้าง แล้วอีกอย่าง ปรายมีเสื้อผ้ามาไม่กี่ชุดคิดว่าต้องซื้อเพิ่มสักตัวสองตัวค่ะ”

            “เสื้อผ้าเหรอจะไปซื้อทำไมกัน ถ้าไม่รังเกียจเอาชุดเก่าๆของแม่ไปใส่ก็ได้นะ มาเลือกดูเอาตัวไหนพอใส่ได้ก็เอาไปใส่เถอะ”

            “จะดีหรือคะปรายใส่ทำงานในบ้าน เสื้อผ้าดีๆจะเสียหมดค่ะ”

            “ถ้าไม่ใส่พับเก็บไว้ก็ปลวกกินเสียหมดเหมือนกันนั้นแหละ”

            “เดี๋ยวกินข้าวเช้าแล้วไปช่วยแม่เสื้อผ้าในตู้ดีกว่าไม่ได้จัดนานแล้ว อันไหนไม่ได้ใส่จะได้โละๆออกจากตู้บ้า ง”

            “ได้ค่ะคุณท่าน”

            ภูมิพยัตเดินกลับมาเรือนใหญ่อีกครั้งคราวนี้เขาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมไปทำงานแล้วเขาเดินเข้ามาไม่ทันได้ยินที่แม่คุยกับไปรยา แต่หันไปคุยกับพ่อแทน

            “อีกสามสี่วันลูกค้าจากญี่ปุ่นจะมาดูสินค้าที่โรงงานเขาอยากดูไม้อัดน้ำยาของเราก่อนจะสั่งออเดอนะพ่อ”

            “แล้วเราจะคุยกันรู้เ๱ื่๵๹ไหมล่ะเขาพูดภาษาไทยได้รึ”

            “ก็พูดภาษาอังกฤษซิพ่อแต่ผมกำลังหาล่ามอยู่ ถ้าเขาเอาล่ามเขามาฝ่ายเดียวผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาแปลตรงทุกคำหรือเปล่า”

            ไปรยาได้ยินเข้าก็ยกมือขึ้นเหมือนเด็กขออนุญาต ภูมิพยัตเหลือบตามองเหมือนไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ

            “ปรายพอพูดภาษาญี่ปุ่นได้นะคะถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ค่ะ”

            “ตลกล่ะ”ภูมิพยัตหัวเราะแบบเหยียดๆ แต่คุณแม่ตีแขนเข้าให้ทำให้หยุดหัวเราะเยาะ

            “คุณคิดก่อนพูดแล้วใช่ไหมคุณไปรยา”  ชายหนุ่มพูดแบบประชด

            “ค่ะฉันพอได้ภาษาญี่ปุ่นบ้าง ถ้าคุณ๻้๵๹๠า๱ฉันก็ยินดีค่ะ”

            “อย่างคุณไปเรียนภาษาญี่ปุ่นจากไหนล่ะ”  เขาเอียงหน้าลงกระซิบถาม “เรียนจากแขกหรือไง”

            “แขก?”  ไปรยาทำหน้างุนงง เธอไม่เข้าใจคำพูดของเขาแต่ดันคิดว่าแขกนี่หมายถึงคนแขก คนอินเดียอะไรทำนองนั้น  แต่จะบอกว่าจบสายภาษามาก็คงพูดได้ไม่เต็มเสียงนัก

            “ผมต้องเจรจากับลูกค้าซื้อขายกันมูลค่าหลายล้านบาท ไม่ได้เล่นขายของนะคุณ”

            “ปรายก็แค่คิดว่าตัวพอทำได้ก็เลยเสนอตัวไปก็เท่านั้นเอง”

            “เอาล่ะเอาไว้ถ้าลูกค้ามาก็ลองให้หนูปรายไปด้วย เผื่อช่วยอะไรกันได้”  คุณรำเพยตัดบท “ทานข้าวเถอะคุณพ่อต้องทานยาแล้วลูกจะได้ไปทำงาน”

            “ครับ”

            ไปรยายกอาหารเช้ามาเสิร์ฟเช้านี้เป็๞ข้าวต้มทะเลของโปรดของคุณบุญมาหญิงสาวไม่ให้มีรสคาวของหมึกกับกุ้งทำให้คุณบุญมาทานอาหารได้มากรวมทั้งภูมิพยัตด้วยเมื่อทานอาหารเสร็จเขาก็ขอตัวลุกจากโต๊ะอาหารก่อนเพราะจะรีบไปโรงงาน