ตอนที่ 9 : กรงขังมิติและเพลิงแค้นที่ปะทุ
ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งโอบล้อมร่างของอวิ๋นเซียวเอาไว้ดั่งโลงศพที่ทำจากกาลเวลาเสียงหวีดหวิวของมิติบิดเบี้ยวสะท้อนเข้าโสตประสาทดุจเสียงกรีดร้องของิญญาร้ายแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทั่วร่างจนกระดูกในกายส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะอวิ๋นเซียวทรุดลงกับพื้นมิติที่ไร้ตัวตน เืสีสดพุ่งออกจากมุมปากไม่ขาดสายสายปราณหลอมภพที่เขารีดเค้นออกมาจนสุดกำลังกำลังแผดเผาเส้นชีพจรของเขาจนเกรียมไหม้
“เ้าเด็กโง่! เ้าเล่นกับไฟเกินไปแล้ว!หากไม่รีบควบคุมกระแสปราณที่บ้าคลั่งนี้ข้ากับเ้าได้กลายเป็ธุลีในมิติที่ไม่มีวันหวนกลับแน่!”เสียงของหลิงทงแผดก้องอยู่ในจิตสำนึกด้วยความตื่นตระหนกแม้แต่เ้าัจิ๋วที่ผ่านโลกมานับพันปียังต้องหวาดหวั่นต่ออานุภาพของเจดีย์หมื่นวิถีที่ถูกกระตุ้นอย่างผิดวิธี
อวิ๋นเซียวขบฟันแน่นจนเหงือกแทบฉีกความเ็ปที่ประดังเข้ามาดุจถูกมีดนับพันเล่มกรีดลงบนกล้ามเนื้อนั้นรุนแรงจนสติของเขาพร่าเลือนทว่าในดวงตาที่แดงฉานกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาตเขาตระหนักดีว่าหากก้าวออกไปนอกมิตินี้ตอนนี้ สิ่งที่รออยู่คือคมดาบของอวิ๋นฉีและจุดจบที่ไร้เกียรติเขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าทำ
เขาฝืนโคจรปราณหลอมภพหมุนวนสวนทางกับวิถีธรรมชาติดูดกลืนพลังงานที่รั่วไหลจากค่ายกลมิติเข้าสู่จุดตันเถียนร่างกายของเขาเริ่มขยายตัวดั่งจะะเิออก ทว่าในความเ็ปนั้นเขากลับััได้ถึงกลิ่นอายโบราณที่สถิตอยู่ในมิติแห่งนี้—พลังงานแห่งเตาหลอมที่หลับใหล
“เจดีย์หมื่นวิถี... จงรับรู้ถึงปราณโลหิตของข้า!”
อวิ๋นเซียวคำรามลั่นเืหยดลงบนพื้นมิติที่ว่างเปล่า ทันใดนั้นเงาของเจดีย์สูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณก็ปรากฏขึ้นเื้ัความสั่นะเืกระจายตัวออกไปราวกับคลื่นน้ำพลังปราณที่เคยกดทับเขากลับกลายเป็กระแสพลังที่ไหลลื่นดุจสายน้ำเชี่ยว ช่วยซ่อมแซมเส้นชีพจรที่ฉีกขาดอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ
ในขณะเดียวกัน ณ อุโมงค์วิหารบรรพชนอวิ๋นฉีและพรรคพวกยืนตะลึงงันอยู่เบื้องหน้าอากาศที่บิดเบี้ยวพวกมันพยายามโจมตีม่านพลังนั้นด้วยวิชาฝ่ามืออาคมทว่าทุกการโจมตีกลับถูกมิติที่ผันผวนกลืนกินจนสิ้นซากแววตาของอวิ๋นฉีเต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวง
“มันหายไปไหน! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมฆาคล้อยข้าก็ต้องลากคอมันออกมาให้ได้!”
อวิ๋นฉีแผดเสียงก้องด้วยความแค้นเคืองแต่ในห้วงมิติที่อยู่ติดกันนั้น อวิ๋นเซียวได้ลืมตาขึ้นอีกครั้งประกายแสงสีทองจางๆ ไหลเวียนอยู่ในั์ตา เขาไม่ได้หลบหนีเพียงลำพังหากแต่เขากำลังรอจังหวะที่ค่ายกลมิติจะถึงจุดเสถียรที่สุดเพื่อทำการ ‘ย้อนกลับ’พลังปราณที่พวกอวิ๋นฉีโถมเข้ามาทั้งหมด ให้สะท้อนกลับไปสังหารพวกมันในคราเดียว
กงล้อแห่งชะตากำลังจะหมุนเข้าสู่จุดที่เืจะต้องหลั่งรินแผนการของอวิ๋นเซียวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในความมืดมิดนี้เขาไม่ได้เป็เพียงเหยื่อที่ถูกล่าแต่เขาคือพรานผู้กำลังลับคมเขี้ยวเพื่อรอเวลาตะปบศัตรูให้ดับดิ้นคาอุโมงค์แห่งนี้