หญิงวัยกลางคนยกอาหารกลับมาที่โต๊ะที่เธอเอากระเป๋าจองโต๊ะไว้ เธอย้ายที่กระเป๋าเล็กน้อยเพื่อจัดที่ของโต๊ะ ในระหว่างที่เธอพยายามควานหาหูฟังเธอก็เจอเข้ากับแฟลชไดร์ฟที่ไม่ใช่ของเธอมาอยู่ในกระเป๋า พอเธอเห็นเธอก็ทิ้งอาหารไว้บนโต๊ะทันที เธอรีบเก็บของแล้วเดินไปขึ้นรถ พอถึงรถเธอก็ล็อครถทันที เธอขับออกไปสวนสาธารณะ เมื่อถึงสวนสาธารณะเธอยังนั่งอยู่ในรถ เธอจอดรถในบริเวณที่โปร่งสามารถมองเห็นไปรอบข้างได้อย่างชัดเจน เธอเอาโน๊ตบุ๊คที่เก็บไว้ในรถมาเปิดดูข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ ในนี้เป็นข้อมูลการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการทหาร เธอรีบขับรถกลับเข้าสำนักงานข่าว
หลังจากหมอกการเดินดูศิลปะ เขาก็เปลี่ยนไปเดินดูพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงประวัติศาสตร์จีน หมอกเดินดูไปเรื่อยๆ นอกจากความรู้ในห้องเรียน สิ่งที่เขาพอจะรู้จักประเทศจีนส่วนใหญ่ก็มาจากนิยายสามก๊ก ในระหว่างที่เขากำลังเดินดูทหารทหารรูปปั้นดินเผา ในหัวเขาคิดแค่ว่ามันตัวเล็กก่าที่คิดเอาไว้นะ เดิมที่ในความคิดของเขามักคิดว่าคนโบราณจะตัวใหญ่กว่าคนในปัจจุบันซะอีก
" ไม่ยังรู้ว่านายสนใจในประวัติศาสตร์ซะด้วย " เสียงคุ้นหูหมอก ดังมาจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
" ไม่ยักจะรู้ว่าเรารู้จักกันด้วย " หมอกมองไปเจอวัยรุ่นชายผมสีขาวรูปร่างไปต่างจากเขามาก สวมหน้ากากอนามัยสีดำ
" ก็ไม่มาก ถ้าให้พูดตรงๆนี้ก็เป็นครั้งที่สองเองมั้งที่ได้เจอกัน " ชายผมขาวพูด
" ฉันไม่ได้สนใจอะไรประวิติศาสตร์จีน รู้มากสุดคงมากจากนิยายสามก๊ก " หมอกพูด
" คนเรามีจุดเริ่มต้นเสมอ ฟากไปเลยลุงนายด้วยว่า หลังจากนี้ทหารจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น จะได้ประโยชน์อะไรจากตรงนั้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพวกนาย " ชายผมขาวพูด
" .... " หมอกไม่ได้พูดอะไร แต่เขาพยายามสังเกตอีกฝ่ายอย่างละเอียด
" .... " ชายผมขาวไม่ได้สนใจอะไรในตัวหมอก ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากที่ชายผมขาวลับตา หมอกก็นึกออกว่าชายผมขาวคนนี้คือคนที่ลักพาคน หงส์เพื่อบังคับสส.กร หมอกรีบเดินตามออกไปมองหาแต่มันก็สายไปเสียแล้ว หมอกรู้สึกเจ็บใจไม่น้อยที่รู้ตัวช้าไป ไม่รู้เป็นเพราะว่าตอนในโรงงานเขาบาดเจ็บเกินไป หรือ เป็นเพราะเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปรากฎตัวต่อหน้าของเขา ถ้ารู้ตัวเร็วกว่านี้อาจได้ข้อมูลอะไรมากกว่านี้ก็ดี สำหรับหมอกชายผมขาวยังมีวัตถุประสงค์ที่คลุมเครือ และคาดเดาไม่ได้ หมอกได้แต่รีบกลับไปบอกเรื่องนี้กับแสง
หญิงวัยกลางคนรีบเข้าไปคุยกับ บก.นักข่าว ในสำนักงานเธอพยายามขอคุยกับบก.ส่วนตัว แม้ว่าส่วนตัวบก.สำนักข่าวคนนี้เขาจะไม่ได้พอใจนัก แต่เขากับเธอก็สนิทและทำงานร่วมกันมานาน
" แยม ผมยังต้องไปประชุมต่อนะ มันต้องตอนนี้เลยหรอ " บก.พูด
" กิจ คุณต้องดูนี้ มีคนแอบส่งข้อมูลนี้มาให้ฉัน " แยมพูดพร้อมเปิดข้อมูลผ่านโน๊ตบุ๊คของเธอ
" นี้มันอะไร...นี้มันอุปกรณ์ทางการทหารนิ " บก.กิจพูด
" นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมด ก่อนที่ฉันจะมาที่นี้ ฉันไปเช็คข่าวต่างประเทศมาแล้ว ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มันเป็นอุปกรณ์ปลอมที่บริษัทต่างประเทศเคยโดนตัดสินแล้วว่าเป็นเครื่องปลอม " แยมพูด
" เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป เราเล่นข่าวนี้ไม่ได้ " บก.กิจพูด
" คุณกำลังล่อเล่นอะไรอยู่กิจ นี้มันไม่ใช่ที่ปล่อยปิดเงียบได้นะ " แยมพูด
" นี้มันเกี่ยวกับทหารนะแยม ถ้าโดยลากเข้าศาลทหารขึ้นมาจะทำยังไง " บก.กิจพูดยํ้า
" ไม่เอานะ มันไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือไง " แยมพูด
" ....ก็พอมีอยู่เราต้องหานักวิชาการมาลองรับเรื่องนี้ก่อ พอกับต้องไปนัดให้สำนักข่าวอื่นเล่นข่าวนี้พร้อมกัน " บก.กิจพูด
" ฉันพอจะหาได้คนหนึ่ง " แยมพูดพร้อมกับยิ้มออกมา
ผบช.กำลังอยู่ในห้องทำงานอยู่นั้น ก็มีนายตำรวจคนหนึ่งเข้ามาแจ้งข่าวให้เขาทราบว่าปฎิบัติการกู้คืนของทหารล้มเหลว เรารู้แล้วว่าตอนนี้ข้อมูลอยู่กับใคร จะให้เข้าไปกู้คืนข้อมูลเลยไหมครับ ผบช.นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับว่าไม่ต้อง เราเป็นตำรวจจะเข้าไปแทรกแซงสื่อได้ยังไง ตำรวจนายนั้นได้ยินถึงกับอั้มอึ้ง ก่อนจะตอบรับแล้วออกจากห้องไป
มุมมองนักเขียน
ครับต้องเข้าช่วงปูเนื้อเรื่องสู่อีเว้นต่อไปกันอีกแล้ว บางคนอาจจะรู้แล้วว่าผมกำลังเขียนซี่รี่อีกเรื่องเพิ่มเติม และ เขียนควบคู่กันไปแน่นอนว่าผมจะพยายามรักษาคุณภาพ รวมถึงแม้ว่านิยายเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก แต่การตัดนิยายเรื่องนี้ทิ้งไม่ได้อยู่ในตัวเลือกผมเลย แน่นอนว่าในต่อไปผมพยายามจะหาเวลาและจัดช่วงเวลาให้เหมาะสมสำหรับนิยายทั้งสองเรื่อง อย่างไรก็ตามอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงตารางวันปล่อยนิยายบ้างในอนาคต แต่ขอให้ทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้สบายใจได้ว่าจะยังเขียนมันจนถึงปลายทางอย่างแน่นอน และหวังว่าในอนาคตเมื่อมันถึงปลายทาง ผมไม่รู้ว่าจะมีคนที่อ่านจนถึงปลายทางของผมไหม แต่หวังว่าถ้ามีคนคนนั้น ผมหวังว่าในปลายทางมันจะทำให้คุณพอใจตอนการเดินทางในนิยายเรื่องนี้