เอมตื่นขึ้นมากับอากาศที่เย็นะเืของเช้ามืดในบ้านป่าลึกริมน้ำแห่งนี้
เมื่อขยับตัวจากผ้าห่มผืนบางแต่ให้ความอบอุ่นได้ดีก็รับรู้ถึงลมเย็นเอื่อยๆ ที่พัดพาความเย็นจากด้านนอกผ่านริมน้ำต่าง และเสียงสายน้ำที่ผ่านโค้งเลี้ยวมุมลำน้ำที่ตัวบ้านตั้งอยู่…
แสงแดดยามเช้ายังขมุกขมัวด้วยไอหมอกมองออกไปนอกหน้าต่างทำให้เอมรู้สึกสดชื่นจนไม่อยากลุกจากเตียง
เอมซึมซับความสุขเล็กๆหลังการผจญภัยกับการถูกตามล่าเมื่อวาน
เพื่อเติมพลังในวันนี้ที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเดินหน้าไปอีกอย่างไร จนรู้สึกอิ่มกับความรู้สึกดีๆอย่างนี้จึงค่อยๆลุกจากเตียง
แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองหลับไปอย่างไม่ได้สติอย่างไร
แต่ก็รู้สึกอุ่นใจว่าโจมไม่เอาเปรียบอะไรกับเรือนร่างของเธอในคืนที่ผ่านมา ทั้งๆที่ถ้าโจมจะทำ เธอก็คงไม่มี่เรี่ยวแรงต้านทานอะไรได้
เอมอดนึกถึงภาพชายหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
การกระโจนเข้าไปห้ำหั่นกับเหล่าคนร้ายริมชายหาดด้วยตัวคนเดียว ทั้งๆที่ไม่รู้จักอะไรกับเธอมาก่อนเลย
เป็ภาพประทับใจที่เธอไม่นึกว่าจะได้พบเจอในยุคสมัยปัจจุบัน …ทั้งยังเป็เหตุที่เกิดกับตัวของเธอเองอีกด้วย
เหตุต่อเนื่องยาวมาถึงการรุมสังหารที่วัดซ้ำอีก เธอก็ไม่เห็นร่องรอยความหวาดกลัวจากเขาเลยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำยังอยู่เคียงข้างเธอ นำพาการหลบหนีมาจนถึงบ้านน้อยริมน้ำแห่งนี้…
ความรู้สึกบางอย่างที่ยากอธิบายก็เริ่มแตกหน่อผลิใบขึ้นภายในใจ……
เอมสาวเท้าลงจากตัวบ้าน ที่มีบันไดอย่างบ้านสองชั้นตามหมู่บ้านชนบททั่วไป
ด้วยลมหนาวของยามเช้าในบ้านป่าที่เย็นะเืทำให้เอมต้องกระชับผ้าคลุมผืนเล็กที่หยิบฉวยก่อนออกจากห้องนอน เข้ากับตัวเองพร้อมสยิวกายด้วยความสั่นสะท้าน
สายตาที่เหลียวมองหาโจมโดยไม่ร้องเรียก เพราะพอใจกับบรรยากาศเงียบสงบรอบบ้านป่าหลังนี้
จนไม่อยากทำลายบรรยากาศที่ชอบ ไปเพราะเสียงของตัวเอง
เอมลงจนสุดบันไดขั้นสุดท้ายแล้วก็ยังมองหาโจมไม่เห็น
ในมุมสูงของบันไดขณะก้าวลงเอมก็กำหนดทิศทางแล้วว่าจะเดินตามหาโจมไปที่ริมท่าน้ำที่ได้ยินเสียงน้ำดังจ๋อมแจ๋ม
แล้วเดาเอาว่าโจมน่าจะเล่นน้ำอยู่ตรงนั้น
เมื่อเดินตามทางเดินที่ปูด้วยหินูเาธรรมชาติจนถึงริมท่าน้ำที่ทำเป็ลานไม้ยื่นเข้าไปในสายน้ำ
เอมก็เห็นโจมกำลังดำผุดดำว่ายด้วยความสนุกสนาน
เอมสาวเท้าเอื่อยๆโดยไม่ร้องเรียกโจมเช่นเคย จนถึงริมท่าน้ำแล้วทรุดตัวลงนั่ง
เธอมองโจมที่รู้ตัวแล้วโบกไม้โบกมือให้เธอในกลางสายน้ำ
โจมว่ายน้ำด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่ง และความชำนาญที่เกิดอยู่ริมน้ำจนโต ท่วงท่าการว่ายสลับไปทั้งกรรเชียงหรือดำผุดดำว่ายอย่างไม่รู้เบื่อ เขาไม่ได้สนุกสนานกับการว่ายน้ำเพียงอย่างเดียว แต่รู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจาก่เวลาตึงเครียดที่ผ่านมา นอกจากนั้น นี่ยังเปรียบเสมือนการฟื้นพละกำลังของเขาให้กลับคืนมาได้เร็วที่สุด เขาไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกใน่เวลาข้างหน้าต่อจากนี้ไป แต่สังหรณ์ใจลึกๆว่าการเข้ามาเกี่ยวพันกับสาวน้อยที่นั่งหน้าตูมดูเขาที่ท่าน้ำคงไม่จบง่ายๆ
โจมเพลินกับการว่ายน้ำอีกชั่วครู่ก็ตีกรรเชียงเข้าไปที่ท่าน้ำ…
”หิวหรือยังครับ…ผมเห็นยังหลับสนิทเลยไม่ได้เข้าไปปลุก ถ้าหิวแล้วเดี๋ยวเชฟมือโปรคนนี้จะเข้าครัวไปปรุงมาให้คุณหนูครับ”
เอมขว้างค้อนวงใหญ่กับคำพูดล้อเลียนให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้ยึดกระดานริมท่าน้ำโหนตัวขึ้นมาข้างๆตัวเธอที่นั่งแกว่งเท้าเล่นน้ำ
สายตาแวววาวก็อดกวาดทั่วร่างสมชายชาตรีของเขาไม่ได้…
ผิวสีแทนเน้นขับซิกแพคที่เป็ลอนมัดๆ ทำให้คนที่ลอบมองต้องหน้าแดงอย่างไม่รู้ตัว ชะรอยโจมคงรู้ตัวว่าถูกแอบมอง จึงรีบกลบเกลื่อนออกมาเสียเอง
”รอสักประเดี๋ยวนะครับคุณหนู ผมใช้เวลาปรุงอาหารแป้ปเดียวเอง!!”
เขาไม่รอฟังคำตอบก็รีบลุกผลุนผลันไปโดยเร็ว กางเกงขาสั้นสีเทาเปียกโชกจนหยาดน้ำหยดลงที่ท่าน้ำและตามรอยของเขาที่วิ่งออกไป เอมกลับเป็ฝ่ายต้องขำเมื่อเห็นเขาออกอาการขัดเขินจนเห็นชัด
…แหม เวลาต่อสู้ออกจะกล้าหาญสะปานนั้น แค่ถูกสาวมองซิกแพคแค่นี้ก็เขินจนออกอาการขนาดนี้…
คิดไปๆก็อดชื่นชมโจมไม่ได้ว่าดูแลร่างกายได้แข็งแกร่งสมชายชาตรีจริงๆ ทั้งๆที่ดูจากหน้าตาแล้วอายุอานามไม่น่าเกินตัวเธอไปสักเท่าไหร่…
เธอเบือนสายตาจากร่างบึกบึนที่กำลังลับหายเข้าไปในครัวด้านล่างของตัวบ้าน ก่อนจะทอดสายตาเหม่อมองสายน้ำที่ลดเลี้ยวมาที่ท่าน้ำก่อนจะโค้งออกไปอีกด้าน…
สายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ แต่ไหลไปไม่หยุดนิ่ง แต่ไหลไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับคืนมา…
ชีวิตของเธอเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร…แต่ที่แน่ๆ พ่อที่เธอรักและเป็เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในเวลานี้…พ่อได้จากเธอไปแล้ว เหมือนสายน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับ…
ความเศร้า จากการสูญเสียคนที่รัก…มันรุมเร้าจนเธอไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย ได้แต่นั่งเหม่อลอยมองสายน้ำที่ไหลลดเลี้ยวอย่างทุกข์ระทม
โจมเข้าครัวไปแล้วก็คว้าโน่น จับนี่ ตามที่ได้มาดหมายไว้ั้แ่เมื่อวานตอนเข้ามาบ้านและสำรวจรอบบ้านไปแล้ว
สักพัก กลิ่นอาหารพร้อมควันเบาบางก็โชยออกมา จนลอยเอื่อยๆถึงริมท่าน้ำที่เอมนั่งอยู่
ทำให้สาวน้อยรู้สึกได้ถึงความหอมหวลของอาหารที่โจมทำ เธอพยักหน้ากับตัวเองว่าหนุ่มคนนี้มีฝีมือทำกับข้าวไม่เบา แค่กลิ่นเธอก็พอเดาได้ว่าอาหารจะออกมาอร่อยหรือไม่…
ความหิวที่ก่อตัวขึ้นมาจากกลิ่นอาหารที่โจมทำ กระตุ้นจนเธอขยับตัวจะลุกขึ้นกลับเข้าไปชิมฝีมือเชฟคนนี้สักหน่อย
แต่ทันใดนั้น มือเข้มกร้านแกร่งก็โผล่พรวดจากน้ำ คว้าที่ข้อเท้าของเธอแล้วกระชากด้วยแรงของมันจนเธอหลุดลอยจากกระดานท่าน้ำ!!!!
”ว้าย!!!!!”
”ช่วยด้วยๆๆ”
เอมหลุดร้องด้วยความใ ก่อนจะะโร้องขอความช่วยเหลือได้สั้นๆ แล้วจมหายตามแรงของทรชนคนโฉดที่กระชากตัวเธอจมหายลงไปในน้ำ!!!
เสียงร้องของเอมลั่นไปตามคุ้งน้ำ แม้จะห่างจากตัวบ้านและห้องครัวที่อยู่ด้านล่างระยะหนึ่ง
แต่โจมที่ระวังตัวตลอดเวลาอยู่แล้วกลับได้ยินชัด!!
สำนึกในอันตรายที่รอบล้อมตัวทำให้เขาไม่ผลีผลามออกไป เพราะหากออกไปในเวลานี้ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้
หากเป็เหล่าร้ายที่ตามล่ามาติดๆ พวกมันคงวางแผนไว้ก่อนแล้ว และรอเขาออกไปจากห้องครัวเพื่อสังหารเขาก่อนที่จะได้ทันทำอะไร
ความใจร้อนไม่ได้ช่วยอะไรกับเหตุร้ายเฉพาะหน้าตอนนี้
โจมปิดวาล์วแก๊สขณะที่ควันยังลอยฟุ้งขึ้นจากกระทะที่เขาปรุงอาหารยังไม่เสร็จสิ้น ก่อนจะปลดเซฟตี้วาล์วแก๊สอีกจุดหนึ่ง
แล้วจึงหมุนตัวเชื่อมวาล์วแก๊สออก จุดเชื่อมต่อกับเตาแก๊สจึงขาดออกจากกัน!!
เขาจึงค่อยๆหมุนเปิดแก๊สให้ออกมาจนสุดเกย์ กลิ่นแก๊สระเหยออกมาอย่างรวดเร็วผสมกับกลิ่นอาหารที่ยังคละคลุ้ง
ก่อนที่เขาจะค้อมตัวไปหมุดกระจกบานพับให้ค่อยๆปิดลงจนสนิท
เมื่อมองทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ห้องครัวนี้ก็อบอวลไปด้วยแก๊สมากขึ้นเรื่อยๆ รอเวลาคนมาจุดชนวนเท่านั้น
เขาค่อยๆย่องเท้าออกมาจากประตูด้านหลัง ก่อนจะใช้ตะหลิวเคาะกับตัวเหล็กเป็ระยะๆ
ทำทีว่ายังสาละวนกับการปรุงอาหารในกระทะอยู่
โจมบิดลูกบิดประตูหลังด้วยความแ่เบา แล้วค่อยๆแง้มประตูออกเมื่อได้ที่ก็ขยับตัวออกไปด้านนอก แล้วลัดเลาะตามทางที่ได้สำรวจไว้เมื่อวาน จนได้ระยะห่างจากตัวบ้านพอควร เขาก็ย่อกายเตรียมดูฉากระทึกใจที่ตัวเองจัดรอไว้
แต่ไม่ทันได้นึกอะไรต่อเสียงปืนก็ดังระงมก้องป่าแห่งนั้น ตามไปด้วยเสียงกัมปนาทดังกึกก้อง พร้อมเปลวไฟแลบเลียจากห้องครัวด้านล่าง
บรึ้ม!!!!
อ้าก!!! โอ้ย!!! อ้าก!!!!
เสียงร้องโหยหวนดังจากทรชนสามคนที่ยืนหน้าบ้านจากท่าริมน้ำซัลโวะุปืนเข้าใส่ห้องครัว
ที่คาดว่าโจมยังคงอยู่ในนั้น โดยไม่คิดว่าลูกะุปืนจะเป็ตัวจุดชะนวนแก๊สที่โจมเปิดรมทิ้งไว้ในห้องที่ปิดช่องทางระบายออกทุกช่องทางไว้แล้ว
แรงะเิฉีกกระชากร่างทั้งสามกระจัดกระจายพร้อมิญญาที่ปลิดปลิว!!!
ชายหน้าเสี้ยมที่ฉุดกระชากลากดึงเอมไปจนถึงริมฝั่งอีกด้าน ต้องสะดุ้งสุดตัวกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
คนในทีมของพวกมันกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ารอดยาก!!!
มือที่ล็อคตัวเอมไว้ และอีกข้างปิดปากเธอเพื่อป้องกันเสียงร้องให้โจมรู้ตัว
แต่ในยามนี้ผ่อนคลายอย่างลืมตัวกับภาพน่าใข้างหน้า…
ทำให้เอมที่แม้จะตกตะลึงกับแรงะเิกับไฟที่กำลังลุกโหมท่วมบ้านน้อยหลังนั้น แต่ความคิดดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดทำให้เธอคอยจังหวะยามเผลออย่างนี้อยู่แล้ว
เอมสะบัดตัวออกจากมือที่ล็อคเธอไว้ พร้อมบิดตัวเองโผพุ่งลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว
”โอ๊ะ…โอ้ว!!”
มันร้องใกับเหยื่อในมือที่ดิ้นหลุดออกไปได้ แล้วโผพุ่งตัวตามจุดที่เอมลงน้ำหนีไปก่อนแล้ว!!!!