บทที่ 31
ขัดเกลาขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์
“เ้าเป็ตัวอันใดกันแน่” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของิญญาทมิฬ ตัวตนที่ไม่เป็ที่ยอมรับของฟ้าดิน คำพูดของมันทำให้เจียงเฟิงรู้สึกแปลกประหลาด
การที่โดนตัวประหลาดที่ไม่เป็ที่ยอมรับของฟ้าดิน ถามว่าเขานั้นเป็ตัวอันใด เมื่อฟังเช่นนี้ก็ราวกับว่าตัวของเขาเองก็เป็สัตว์ประหลาดเช่นกัน
มันเลยทำให้สีหน้าเจียงเฟิงแปลกประหลาดไปเล็กน้อย
“ข้าก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์อย่างไรละ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหนึ่ง ”
ใช่แล้วในตอนนี้เจียงเฟิงได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว
เขาตั้งใจที่จะก้าวเดินในเส้นทางทั้งสองไปพร้อมๆกัน
การที่เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งผู้ฝึกยุทธ์ นั่นย่อมแสดงว่าขอบเขตของผู้ฝึกปราณของเขามาถึงคอขวดและทางตันแล้ว
เขาดูดซับลมปราณอันบริสุทธิ์เข้าไปจนถึงขีดจำกัดแล้ว เรียกได้ว่ามาถึงคอขวดของผู้ฝึกปราณที่สามารถทะลวงไปได้ทุกเมื่อ
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ตัวของเขายังไม่ได้ทะลวงคอขวดของผู้ฝึกปราณผ่านไป
เพราะว่าเขาจำเป็จะต้องขัดเกลารากฐานของผู้ฝึกยุทธ์ ของตนเองให้ถึงคอขวดด้วยเช่นเดียวกัน
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตที่หนึ่งจะถูกเรียกว่า จุติกาย
มันคือการเกิดใหม่ของร่างกายมนุษย์ การที่นักรบธรรมดาก้าวข้ามขีดจำกัดและกลายเป็ผู้ฝึกตน นั่นคือขอบเขตแรกของผู้ฝึกยุทธ์
เพราะการก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายแล้วเหมือนกับเกิดใหม่ ขอบเขตแรกเลยเรียกว่าจุติกาย
จุติกาย มองดูแล้วก็ฟังเหมือนกับเป็ต้นกำเนิด
มันเองก็มีความเชื่อมโยงกับผู้ฝึกปราณเช่นเดียวกัน ผู้ฝึกปราณขอบเขตแรกคือรากไม้ พลังไม้เองก็เป็พลังต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์
เพราะแบบนั้นผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกปราณถึงแม้ว่าจะเป็สองสายที่แตกต่าง แต่มันก็ยังมีการเชื่อมโยงบางอย่างอยู่เป็ระยะ
“ร่างกายของเ้าเป็เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหนึ่งเท่านั้น”
“พลังตบะในฐานะผู้ฝึกปราณเองก็ไม่สูง”
“แต่เหตุใดตัวของเ้าถึงสามารถยืนอยู่ได้” นี่คือสิ่งที่ิญญาทมิฬนั้นถามออกมาด้วยความสงสัย
มันในตอนนี้รู้สึกสงสัยในตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันอย่างมาก
มันเป็ิญญาทมิฬขอบเขตสาม และด้วยที่มันเป็ิญญาทมิฬต้นกำเนิด ไม่ใช่ิญญาทมิฬที่แปลงมาจากิญญาร้าย
ด้วยพลังของมันถึงแม้ตอนนี้มันจะาเ็ถึงรากฐานพลัง ทำให้พลังของมันลดลงแต่ว่าพลังต่อสู้ของมันก็เทียบเท่ากับขอบเขตสามขั้นปลาย
เป็ขอบเขตสามที่สูงที่สุดด้วยพลังการโจมตีของมันอย่างเต็มกำลัง อย่าว่าแต่ผู้ฝึกยุทธขอบเขตหนึ่งเลย แม้แต่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสองก็โดนมันต่อยจนตายได้โดยไม่กี่หมัด
แต่ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าของมันในตอนนี้ เ้าบุรุษแปลกประหลาดที่โดนมันโจมตีไปแล้วไม่รู้กี่สิบครั้ง
ทั่วทั้งร่างกายนั้นเต็มไปด้วยาแที่ปริแตก แต่ว่าลมหายใจนั้นยังคงสม่ำเสมอ ไม่เพียงเท่านั้นยังไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเลยด้วยซ้ำ
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ตัวของมันยังรู้สึกสงสัย
สรุปแล้วตัวของมันิญญาทมิฬที่ผู้คนเรียกว่าเป็สัตว์ประหลาด เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าผู้ใดกันแน่ที่เป็สัตว์ประหลาด
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหนึ่งบ้าอันใดที่สามารถรับหมัดของ ิญญาทมิฬที่มีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธขอบเขตสามขั้นสูงสุดได้ต่อเนื่องหลายสิบหมัด
แต่ในขณะที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั่นเอง
ดวงตาของิญญาทมิฬตนนั้นก็สามารถสังเกตเห็นได้ถึงบางอย่าง
ก่อนหน้านี้มันรู้สึกโกรธในคำพูดของบุรุษที่อยู่ด้านหน้า มันเองก็เลยลงมืออย่างบ้าคลั่งโดยที่ไม่ได้คิดอันใด
หลังจากที่มันเห็นถึงความผิดปกติมันก็หยุดมือแล้วก็เลยพูดคุยเกี่ยวกับเื่นี้
และแล้วตัวของมันเองก็สามารถค้นหาความจริงได้ในที่สุด
ดวงตาของมันมองไปยังท่อนไผ่ที่อีกฝ่ายนั้นกำลังถืออยู่
ท่อนไผ่หยกที่ตอนนี้ส่องแสงสว่างไสว มันดูเหมือนไม่มีอันใด แต่ในขณะเดียวกันมันกลับส่งพลังชีวิตบางอย่างเข้าไปภายในร่างกายของบุรุษที่อยู่ด้านหน้าของมัน
เจียงเฟิงมองเห็นอีกฝ่ายจ้องมองมาที่ท่อนไผ่ที่เขาถืออยู่ในมือ
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเองก็จะสามารถสังเกตเห็นได้แล้ว
ใช่แล้วแม้ว่าเขาจะฝึกฝนร่างกายมาดีอย่างไร ก็ไม่มีทางรับหมัดของิญญาทมิฬที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตสามได้ต่อเนื่องแบบนี้
แต่มันเป็เพราะของพิเศษท่อนไผ่หยกิญญาที่อยู่ในมือของเขา
มันส่งพลังชีวิต เข้ามาภายในร่างกายของเขา และก็ผนวกกับขอบเขตรากไม้ขอบเขตผู้ฝึกปราณแรกของเขา ที่ดูดซับพลังปราณไม้จากฟ้าดินที่บริสุทธิ์เป็อย่างมาก
ทำให้ขอบเขตรากไม้ของเขานั้นถือได้ว่าเป็ขอบเขตรากไม้สูงสุดที่แทบจะไม่มีใครทำได้มาก่อน
เลยทำให้พลังฟื้นฟูของร่างกายของเขานั้นผิดปกติ
มีพลังชีวิตจากปราณธาตุไม้ภายในอากาศที่ทำให้เขานั้นสามารถรอดพ้นจากความตายมาได้
ด้วยปัจจัยทั้งสองอย่างรวมกัน ทำให้เขานั้นยังคงสามารถยืนได้ แม้ว่าทั่วทั้งร่างกายนั้นจะเต็มไปด้วยาแฉกรรจ์ ที่เหมือนกับซากศพเดินได้
ิญญาทมิฬรู้ถึงสาเหตุเกี่ยวกับเื่นี้แล้ว มันเองก็ตั้งใจที่จะลงมือกำจัดท่อนไผ่เขียวในมือของอีกฝ่ายก่อน
แต่ในขณะที่มันกำลังจะลงมือมัน มันเองก็มองเห็นบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอีก
มันถึงกับขมวดคิ้วจ้องมองไปที่ร่างกายของบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของมัน
ตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้า แม้ว่าจะเต็มไปด้วยาแแต่มันกลับมีพลังลมปราณไหลเวียนอย่างต่อเนื่องราวกับกระแสน้ำ
ิญญาทมิฬนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ “เ้าใช้ข้าเป็หินลับคม”
มันรู้ได้ในทันทีว่าที่อีกฝ่ายยอมรับการโจมตีของมันอย่างต่อเนื่อง
อาจจะเป็เพราะว่า้าจะใช้จิตสังหารและเจตนาต่อสู้ที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้อย่างดุเดือด เพื่อที่ขัดเกลาขอบเขตวรยุทธ์ของตนเอง และบ่มเพาะปราณต่อสู้
ขอบเขตของผู้ฝึกยุทธแตกต่างจากผู้ฝึกปราณ
ผู้ฝึกยุทธพวกเขาจะใช้ลมปราณที่สามารถสูบมาได้จากฟ้าดินเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย เพื่อที่ยกระดับความสามารถของร่างกายของตนเองให้เพิ่มขึ้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ฝึกยุทธ์มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกปราณมาก
แต่ว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธที่ก้าวเดินในวิถีนี้จริงๆ พวกเขาจะรู้ว่าผู้ฝึกยุทธนั้นมีเงื่อนไขสำคัญอีกหนึ่งอย่าง ที่ทำให้ขอบเขตนั้นพัฒนาได้อย่างมั่นคง
แล้วก็เป็อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถตัดสินความแข็งแกร่งของขอบเขตได้
นั่นก็คือการใช้จิตสังหารและก็เจตนาต่อสู้ที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ที่ดุเดือด เพื่อมาขัดเกลาร่างกายของตนเองพร้อมกับใช้ปราณต่อสู้ขัดเกลาร่างกายไปด้วย
ถ้าเกิดว่ายิ่งสามารถทำได้มากเท่าไหร่ ร่างกายของผู้ฝึกยุทธในขอบเขตนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
เจียงเฟิงใช้ิญญาทมิฬที่อยู่ด้านหน้าเพื่อขัดเกลาขอบเขตของตนเอง
จากการที่โดนมันอัดอยู่หลายหมัดแน่นอนว่าทำให้เขานั้นรวบรวม อาการาเ็และเขาเองก็ไปััประตูผีมาหลายรอบเหมือนกัน
เลยทำให้ตอนนี้เจียงเฟิงมั่นใจได้ว่า ขอบเขตผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแรกของเขา ต้องเป็ขอบเขตที่แข็งแกร่งเป็อย่างมาก
เพราะแทบจะไม่มีผู้ฝึกยุทธขอบเขตหนึ่ง คนใดที่ใช้คู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าตนเองมากขนาดนี้ในการขัดเกลาขอบเขต
แน่นอนว่าถ้าเกิดเจียงเฟิงไม่ได้เป็ผู้ฝึกปราณที่มีขอบเขตรากไม้ที่แข็งแกร่ง
ตัวของเขาเองก็คงจะไม่มีความคิดบ้าๆแล้วไม่มีทางทำแบบนี้อย่างแน่นอน
เพราะว่าถ้าเกิดว่าผู้ฝึกยุทธที่มีขอบเขตหนึ่ง แล้วไม่มีสมบัติป้องกันตัวและไม่มีขอบเขตรากไม้ที่แข็งแกร่งพอที่จะฟูฟื้นร่างกายของตนเองรวดเร็วพอ
การรับหมัดของผู้ฝึกตนที่มีขอบเขตเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธขอบเขตสามขั้นสูงสุด นั่นคือความตาย