เวลาหนึ่งวันผ่านไป
หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงยังบริเวณรอบนอกของหมู่บ้านหมูป่าอสูร และได้พบเห็นรอยเท้าของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ ซึ่งหวังเหว่ยคาดว่าเป็นรอยเท้าของสัตว์อสูรหมีป่า หลังจากตรวจสอบร่องรอยเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เข้าไปภายในหมู่บ้านหมูป่าอสูร "อืม ข้าควรเอาสัตว์อสูรกวางขาวไปฝากไว้ที่คอกสัตว์อสูรภายในหมู่บ้านก่อน" หวังเหว่ยคิดในใจขณะลงจากหลังของสัตว์อสูรกวางขาว จากนั้นเขาได้จูงสัตว์อสูรกวางขาวไปยังคอกสัตว์อสูรภายในหมู่บ้าน “พี่ชาย ข้านำสัตว์อสูรกวางขาวมาฝากไว้ขอรับ” หวังเหว่ยกล่าวกับผู้ดูแลคอกสัตว์อสูรภายในหมู่บ้าน “อืม น้องชาย เจ้านำสัตว์อสูรกวางขาวของเจ้าเข้าไปไว้ในคอกที่ว่างอยู่ได้เลย” “ขอบคุณขอรับพี่ชาย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำสัตว์อสูรกวางขาวไปไว้ในคอกสัตว์อสูรที่ยังว่างอยู่ จากนั้นเขาได้กลับมาสอบถามผู้ดูแลคอกสัตว์อสูร “พี่ชาย บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่ไหนขอรับ ?” “ผู้ดูแลคอกสัตว์อสูรได้หันมามองหวังเหว่ยหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา น้องชาย เจ้าเดินไปตามทางถนนของหมู่บ้านจนสุดทางถนน และเจ้าจะได้พบกับบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเอง” หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับผู้ดูแลคอกสัตว์อสูร “ขอบคุณขอรับพี่ชาย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกจากคอกสัตว์อสูร และเดินไปตามทางถนนของหมู่บ้าน เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้เดินมาจนสุดทางถนนและได้พบเห็นบ้านไม้ที่ดูดีหลังหนึ่ง หลังจากมาถึงหน้าบ้านหลังนั้นหวังเหว่ยได้เคาะประตูบ้านเพื่อเรียกเจ้าของบ้าน ก๊อก ก๊อก เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ได้มีชายที่ดูสูงอายุเปิดประตูบ้านออกมา หวังเหว่ยจึงได้แนะนำตัวเองว่าเขาเป็นผู้เข้าร่วมภารกิจทดสอบเป็นสมาชิกของสมาคมอัญเชิญอสูร ไป๋อวิ๋นซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านหมูป่าอสูรจึงได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ท่านคือผู้ที่ทางสมาคมอัญเชิญอสูรส่งมาเพื่อจัดการกับปัญหาเรื่องของสัตว์อสูรหมีป่าใช่หรือไม่ ?” “ใช่แล้วขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน” หวังเหว่ยกล่าวพร้อมกับนำใบรับรองภารกิจทดสอบออกมาให้ไป๋อวิ๋นดูเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยัน หลังจากหวังเหว่ยเก็บใบรับรองภารกิจทดสอบแล้ว ไป๋อวิ๋นได้บอกหวังเหว่ยถึงรายละเอียดเรื่องของสัตว์อสูรหมีป่า หวังเหว่ยจึงได้ทราบว่าสัตว์อสูรหมีป่าได้ออกอาละวาดภายในหมู่บ้านตั้งแต่ห้าวันที่แล้ว และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสิบกว่าคนจากการอาละวาดของสัตว์อสูรหมีป่า ภายหลังจากการออกอาละวาดสัตว์อสูรหมีป่าได้ออกจากหมู่บ้าน และไปนอนจำศีลอยู่ที่บ้านร้างบริเวณนอกหมู่บ้าน ซึ่งบ้านร้างหลังนั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านราวหนึ่งกิโลเมตร ชาวบ้านที่กลัวว่าสัตว์อสูรหมีป่าจะกลับมาอาละวาดในหมู่บ้านอีกครั้ง พวกเขาจึงได้แจ้งไปให้ทางสมาคมอัญเชิญอสูรออกภารกิจขับไล่สัตว์อสูรหมีป่ากลับเข้าไปอาศัยอยู่ภายในป่าสัตว์อสูรตามเดิม หลังจากหวังเหว่ยได้ฟังไป๋อวิ๋นอธิบาย เขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ เรื่องนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” หวังเหว่ยกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ ไป๋อวิ๋นเมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย “ข้าคงต้องขอรบกวนท่านแล้ว” หวังเหว่ยได้ยิ้มตอบรับคำกล่าว “เช่นนั้น ข้าขอตัวออกไปขับไล่สัตว์อสูรหมีป่าก่อนขอรับ” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เดินทางไปยังบ้านร้างเพื่อดูสถานการณ์ และได้พบกับสัตว์อสูรหมีป่าที่กำลังนอนจำศีลอยู่ข้างบ่อน้ำเก่าใกล้กับบ้านร้าง ซึ่งโดยปกติสัตว์อสูรหมีป่าจะไม่นอนจำศีลในเวลานี้ เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูจำศีลของสัตว์อสูรหมีป่า "หืม? มีคลื่นพลังเวทอยู่ภายในตัวสัตว์อสูรหมีป่า เป็นไปได้ว่าสัตว์อสูรตนนี้อาจถูกเวทมนตร์บางอย่าง ข้าควรลองเข้าไปตรวจสอบดูใกล้ๆ" หวังเหว่ยคิดในใจ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปใกล้สัตว์อสูรหมีป่า เขาพลันได้พบเห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่มีหน้าตาน่ารัก ซึ่งนางกำลังเดินเข้าไปใกล้กับสัตว์อสูรหมีป่าเพื่อใช้เวทมนตร์บางอย่าง วิ้ง วิ้ง แสงสีเขียวสดใสจากพลังเวทของหญิงสาวได้ปรากฏขึ้นรอบตัวของสัตว์อสูรหมีป่า เวลาผ่านไปครู่หนึ่งแสงสีเขียวสดใสก็ได้จางหายไป “เฮ้อ... ไม่สำเร็จอีกแล้ว สงสัยเวทมนตร์ควบคุมสัตว์อสูรที่ข้าคิดค้นขึ้นยังคงไม่สมบูรณ์อีกเช่นเคย” หลังจากกล่าวจบหญิงสาวได้หันไปมองในทิศทางที่หวังเหว่ยได้หลบซ่อนตัวอยู่พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าหลบอยู่ตรงนั้น ออกมาได้แล้ว ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก” หวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงได้ออกมาจากที่หลบซ่อนพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “พี่สาวท่านเป็นใคร? สัตว์อสูรหมีป่าตัวนี้ท่านรู้จักมันหรือ ?” หญิงสาวได้ยืนขบคิดคำถามของหวังเหว่ยอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ฮิๆ น้องชาย ข้าชื่อจินฟาง อายุ18ปี ระดับเลเวล22 คลาสอาชีพนักเวท แนะนำตัวแค่นี้พอหรือไม่ ?” หวังเหว่ยยิ้มขณะพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “แน่นอนว่าพอพี่สาว ข้ามีชื่อว่าหวังเหว่ย อายุ15ปี ระดับเลเวล12 คลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้น” “โอ้! เจ้าเป็นนักอัญเชิญอสูรนี่เองถึงได้มีกลิ่นอายที่แตกต่างจากข้า” จินฟางกล่าวขณะจ้องมองหวังเหว่ย หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรออกมาขณะเห็นนางจ้องมองเขา “ฮ่าๆ พี่สาว ท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าท่านรู้จักสัตว์อสูรหมีป่าตนนี้หรือไม่ ?” จินฟางเมื่อได้ยินดังนั้นนางจึงได้กล่าวขึ้นว่า “อืม... ข้ารู้จักมัน เพราะข้าได้ใช้มันเป็นตัวทดลองเวทมนตร์ควบคุมสัตว์อสูรที่ข้าคิดค้นขึ้น แต่ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้ จากนั้นมันได้วิ่งหนีหายไป จนข้าพึ่งมาพบมันอยู่ที่นี่เมื่อเช้าวันนี้” หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “พี่สาวหากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จำเป็นต้องเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง เมื่อราวห้าวันก่อนสัตว์อสูรหมีป่าตนนี้ได้ออกอาละวาดภายในหมู่บ้านหมูป่าอสูร ทำให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสิบกว่าคนจากการอาละวาดของมัน และหลังจากมันออกอาละวาดเสร็จ มันก็ได้ออกจากหมู่บ้านและมานอนจำศีลอยู่ที่บ้านร้างแห่งนี้” “เจ้าพูดจริงหรือ! เช่นนั้น... เช่นนั้นข้าก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น !” จินฟางได้เริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความสำนึกผิดหลังจากได้ยินคำกล่างของหวังเหว่ย หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้ถอนหายใจออกมา "หญิงสาวคนนี้ช่างดูไร้เดียงสายิ่งนัก อันที่จริงเรื่องนี้นางก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ข้าควรจะหาวิธีช่วยนางแก้ปัญหา" หวังเหว่ยคิดในใจ “พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วง ในวันนี้เป็นโชคดีของท่านที่ได้พบเจอกับข้า เพราะข้าคือสุดยอดนักอัญเชิญอสูรระดับตำนานเชียวนะ ข้าจะช่วยพี่สาวแก้ไขปัญหานี้เอง” หวังเหว่ยกล่าวเสียงดังด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ จินฟางได้หยุดร้องไห้และหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “ฮิๆ เด็กน้อย นักอัญเชิญอสูรระดับเลเวล12 เช่นเจ้าเนี่ยนะ นักอัญเชิญอสูรระดับตำนาน !” “ฮ่าๆ พี่สาวไม่เชื่อข้าสินะ เช่นนั้นท่านคอยดูให้ดี” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มเดินเข้าไปตรวจสอบสัตว์อสูรหมีป่า "อืม เป็นอย่างที่ข้าคิด มันกำลังหลับเพราะผลข้างเคียงของเวทมนตร์ที่ผิดพลาด ข้าคงต้องใช้อักษรลบล้างผลของพลังเวทที่ตกค้าง" หวังเหว่ยคิดในใจ จากนั้นเขาได้ตบหัวสัตว์อสูรหมีป่าอย่างรุนแรงอยู่หลายครั้งพร้อมกับแอบเขียนอักษรขึ้นในจุดที่จินฟางมองไม่เห็นและได้แตะเบาๆไปที่ตัวอักษรเพื่อเริ่มการทำงานของมัน วิ้ง วิ้ง ตัวอักษรสีเขียวสดใสได้ล่องลอยเข้าไปภายในตัวสัตว์อสูรหมีป่า จากนั้นเวลาผ่านไปครู่หนึ่งได้มีเสียงของสัตว์อสูรหมีป่าดังขึ้น โฮกกกกก “พี่สาวหลบไปก่อนข้าจะล่อมันไปยังป่าสัตว์อสูร” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้อัญเชิญสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสองของเขาออกมา และได้ให้สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสองของเขาทำการยั่วยุ หลอกล่อสัตว์อสูรหมีป่า สัตว์อสูรหมีป่าได้ไล่ตามสัตว์สนัขจิ้งจอกทั้งสองอสูรด้วยความโมโหไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหวังเหว่ยและจินฟางได้แอบไล่ตามดูสัตว์อสูรหมีป่าอยู่ห่างๆ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดสัตว์สนัขจิ้งจอกทั้งสองก็ได้หลอกล่อสัตว์อสูรหมีป่ามาถึงยังป่าของสัตว์อสูร จากนั้นหวังเหว่ยได้ทำการยกเลิกการอัญเชิญสัตว์อสูรเพื่อให้สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสองกลับไปพักยังโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ ท่ามกลางความมึนงงของสัตว์อสูรหมีป่าที่เห็นสัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอกทั้งสอง หายไปต่อหน้าต่อตา หลังจากส่งสัตว์อสูรหมีป่ากลับเข้าไปในป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จินฟางที่ยืนอยู่ข้างหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่ามาเด็กน้อย “เจ้าก็พอมีฝีมืออยู่เหมือนกันหนิ ว่าแต่เหตุใดสัตว์อสูรหมีป่ามันถึงได้ตื่นขึ้นมาได้ ?” “ฮ่าๆ มันคงตื่นขึ้นมาเพราะรำคาญที่ข้าตบหัวมันน่ะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ข้าพึ่งตบหัวมันได้แค่ไม่กี่ทีเอง มันก็ตื่นขึ้นมาคำรามอย่างที่พี่สาวเห็นแล้ว” หลังจากได้ฟังคำอธิบายของหวังเหว่ย จินฟางจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะผลของเวทมนตร์ที่เริ่มเสื่อมลง จากการที่เธอได้ร่ายคาถาใหม่อีกหลายครั้ง ทำให้สัตว์อสูรหมีป่าตื่นขึ้นมา จากการถูกกระตุ้นด้วยการตบหัวมันของหวังเหว่ย “ฮิๆ น้องชาย เจ้าช่างเก่งกาจสมกับที่คุยเอาไว้จริงๆ ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับข้า” “ฮ่าๆ พี่สาว แค่นี้เรื่องเล็กน้อย แต่ท่านควรจะกลับไปขอโทษทางหมู่บ้านหมู่ป่าอสูรสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว ท่านอยากจะกลับหมู่บ้านหมูป่าอสูรพร้อมกับข้าหรือไม่ ?” “ไปสิ ข้าขอไปกับเจ้าด้วย ข้าอยากไปอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับทางหมู่บ้านหมู่ป่าอสูร” จินฟางกล่าว หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเลยดีกว่าพี่สาว” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้พาจินฟางเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านหมู่ป่าอสูรพร้อมกับตนเองในทันที