แพรพราวไม่มีสมาธิเลยตลอดคาบเรียนในวันนั้นมือบางกุมโทรศัพท์มือถือไว้แน่นส่วนสายตาก็คอยแต่จะชำเลืองไปที่หน้าจอ
“ ไอ้พี่กรมัวทำอะไรอยู่นะทำไมยังไม่รีบโทรมาอีก”
แพรพราวบ่นอย่างร้อนใจแล้วพอทนกับความร้อนใจไม่ไหวมือบางก็กดเปิดแอพพลิเคชั่นยอดฮิตขึ้นมากดส่งข้อความหาทินกรโดยปกติแล้วเธอไม่ค่อยได้เล่นกับโปรแกรมนี้เท่าไหร่ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบแต่โทรศัพท์รุ่นเต่าล้านปีของเธอตัวมันเล็กเสียจนเธอเลือกจะกดโทรไปหาเลยมากกว่าที่จะมามัวเสียเวลานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ในกรณีนี้เธอคงต้องใช้มัน
มือบางบรรจงจิ้มตัวอักษรอยู่นานหลายนาทีจนในที่สุดก็กดส่งข้อความได้สำเร็จ
“ แล้วแต่ดวงละกัน” หญิงสาวเปรยออกมาอย่างคนปลงตกก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับบทเรียนตรงหน้าต่อถึงแม้จะไม่มีสมาธิเลยก็ตามที
ทินกรเดินฮัมเพลงเข้าบ้านอย่างสบายใจด้วยปีนี้อากาศหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมาทำให้กล้วยไม้ในสวนที่เลี้ยงไว้กำลังแข่งกันออกดอกให้เขาได้ชื่นใจคาดว่าปีนี้กล้วยไม้พวกนี้คงทำกำไรให้เขาได้มากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทินกรมองกระเช้ากล้วยไม้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกกล้วยไม้นานาพรรณที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ตรงโต๊ะไม้สักหน้าบ้านแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
“ ป้าแช่มทำงานได้ไวดีแท้”
ทินกรเอ่ยชมไปถึงคนงานเก่าแก่ที่เขาไว้วานให้จัดกระเช้าดอกไม้ให้เมื่อเช้าเวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงกระเช้าใบงามก็มาตั้งวางเด่นรอเขาอยู่ที่บ้านแล้วทินกรจับมันหมุนซ้ายหมุนขวาดูความเรียบร้อยอยู่สองสามครั้งก่อนจะเดินเข้าบ้านไปจัดการกับธุระส่วนตัวด้วยใกล้เวลาที่นัดกับลลิตาเอาไว้เต็มทีโดยที่ไม่ได้สนใจกับเ้าเครื่องมือสื่อสารที่นอนนิ่งอยู่คู่กับกระเช้ากล้วยไม้เลยสักนิดยังดีที่เขายังไม่ลืมหยิบติดมืออกไปกับเขาด้วยจวบจนขับรถออกมาจากบ้านได้ครึ่งทางแล้วนั่นแหละเขาถึงค่อยหันมาให้ความสนใจกับมัน
สายเรียกเข้าหลายสายจากแพรพราวโชว์เตือนอยู่บนหน้าจอแถมด้วยข้อความไลน์ที่ปกติหญิงสาวไม่ชอบเล่นนักทำให้ทินกรเริ่มเอะใจมือหนาเลือกเปิดข้อความของหญิงสาวขึ้นมาอ่านก่อนเป็อันดับแรก
“ เฮ้ย! ”
ทินกรอุทานลั่นด้วยความใเผลอเหยียบเบรครถกะทันหันจนรถที่ขับตามหลังมาพากันบีบแตรใส่ดังสนั่น
“ ขอโทษครับ” ทินกรรีบเปิดกระจกออกไปะโขอโทษรถคันอื่นทันทีก่อนใบหน้าสีแทนจะค่อยๆ ซีดลงเมื่อหันกลับมาอ่านข้อความชัดๆ อีกครั้ง
“ ซวยแล้วตรู! ”
พอเสียงสัญญาณดังบอกเวลาหมดคาบเรียนแพรพราวก็รีบเดินออกจากห้องมาเป็คนแรกพร้อมๆ กับแรงสั่นะเืของโทรศัพท์ที่เธอตั้งเป็ระบบสั่นไว้
“ โทรมาได้แล้วเหรอไอ้พี่กรอ่านข้อความหรือยัง”
“ อ่านแล้ว” เสียงทินกรตอบกลับมาเบาหวิวเหมือนว่าเขาได้ทำิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้วและยังเรียกกลับมาไม่ครบ
“ ช็อคเลยอ่ะดิพราวยังช็อคเลยแล้วพี่กรรู้ไหมว่าเมื่อเช้าอีตานั่นเขาทำยังไงกับพราว”
“ ผมทำอะไรคุณเหรอ”
“ ก็...หกตกแตก! ”
แพรพราวอุทานลั่นเมื่อยู่ดีๆ คนที่กำลังเอ่ยถึงก็มายืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างหน้าเธอแล้วก็แตกจริงๆ โทรศัพท์มือถือของเธอตกแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ ชนิดแบตไปทางตัวเครื่องไปอีกทาง
“ หมดกัน! ” แพรพราวรีบก้มลงเก็บชิ้นส่วนของโทรศัพท์ขึ้นมาประกอบเข้าไปใหม่ทันทีแต่อนิจจาเ้าโทรศัพท์เครื่องเก่าคร่ำคร่ามันคงจะถึงวาระของมันแล้วเมื่อหน้าจอที่แตกร้าวมืดสนิทไม่มีอาการตอบรับหญิงสาวแทบอยากจะร้องไห้ในทันทีถึงแม้มันจะเป็โทรศัพท์เครื่องละไม่กี่พันแต่มันก็เป็น้ำพักน้ำแรงที่เธออุตส่าห์อดข้าวไปหลายมื้อกว่าจะได้มันมาแถมจะให้เธอไปซื้อเครื่องใหม่ตอนนี้เธอก็คงไม่มีปัญญาลำพังแค่ค่าเทอมที่ต้องหาไปจ่ายให้ทันก่อนการสอบปลายภาคที่จะมาถึงในอาทิตย์หน้าแล้วไหนยังจะค่าเช่าบ้านที่ตามกันมาติดๆ อีกเท่านี้เธอก็แทบจะไม่เหลือเงินไว้ใช้ในแต่ละวันอยู่แล้วพอคิดได้ถึงสาเหตุดวงตาวาววับก็หันไปจ้องคนที่เป็ต้นเหตุทันที
“ เพราะคุณ! ”
ภูวินท์เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ แล้วปรายตามองไปที่โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวอย่างไม่แยแสก่อนจะออกแรงฉุดกระชากให้หญิงสาวออกเดินตามเขาไป
“ ไปกับผม”
“ ไปไหนไม่ไปปล่อยนะ! ”
แพรพราวร้องโวยวายไปตลอดทางพยายามออกแรงขัดขืนอย่างเต็มที่แต่ถึงแม้เธอจะพยายามออกแรงขัดขืนสักแค่ไหนแต่ในสายตาของคนทั่วไปที่พบเจอก็เห็นแต่เพียงหญิงสาวตัวเล็กที่ร้องโวยวายแต่ก็ยอมเดินตามชายหนุ่มร่างสูงไปแต่โดยดีไม่มีอาการขัดขืนแต่อย่างใด
“ แฟนทะเลาะกัน”
เสียงซุบซิบที่แพรพราวได้ยินยามเดินผ่านทำให้เธอแทบอยากจะะโบอกให้รู้ใจจะขาดว่าเธอกับเขาไม่ใช่แฟนกันและเธอก็ไม่ได้เต็มใจจะเดินตามเขาไปเธอถูกบังคับแต่พอมองเห็นสภาพของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วก็คิดได้ว่าคงป่วยการที่จะอธิบายดีไม่ดีคนเ่าั้จะหาว่าเธอหาเื่ใส่ร้ายชายหนุ่มซะมากกว่าก็ใครที่ไหนเลยจะยอมเชื่อว่าคนที่สมาร์ทดูดีแถมยังมาดเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้าขนาดนี้จะเป็คนร้ายเธอรู้ดีคนสมัยนี้มองคนแค่ภายนอก พอพิจารณาคนตรงหน้าแล้วหญิงสาวก็อดรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ลำพังแค่นาฬิกาที่เขาใส่ก็คงจะจ่ายค่าเทอมของเธอได้หลายเทอมเลยทีเดียว
สุดท้ายคนที่พาเธอเดินถูลู่ถูกังมาตลอดทางก็ยอมปล่อยให้เธอเป็อิสระแต่นั่นคือหลังจากที่เขาจับเธอยัดเข้ามาในรถเอสยูวีสัญลักษณ์หรูสีดำสนิทแล้วต่างหากแถมยังผลักๆ ดันๆ ให้เธอปีนข้ามไปนั่งฝั่งข้างคนขับอย่างทุลักทุเล
“ ก็แล้วทำไมไม่จับเธอยัดเข้ามาฝั่งนี้ซะั้แ่ทีแรกเล่าจะได้ไม่ต้องลำบาก”
แพรพราวแอบคิดต่อว่าอยู่ในใจแล้วพอฉุกคิดได้ว่าประตูไม่ได้มีเพียงแค่ฝั่งเดียวเธอก็รีบโผไปเปิดประตูอีกด้านหนึ่งทันทีแต่การเคลื่อนไหวของหญิงสาวก็ยังช้ากว่าผู้ชายอีกคนเพราะทันทีที่แพรพราวคว้าประตูได้ภูวินท์ก็คว้าตัวหญิงสาวกระชากให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแล้วกอดไว้แน่นมีอาการขัดขืนดีดดิ้นของคนในอ้อมแขนอยู่พักก่อนจะหยุดไปเองพร้อมๆ กับอาการหอบน้อยๆแต่ตาวาวก็ยังจ้องเขม็งอยู่ที่ชายหนุ่มอย่างสู้ตายภูวินท์ปล่อยหญิงสาวให้เป็อิสระแล้วผลักให้ออกห่างจากตัว
“ โอ๊ย! ”
เสียงร้องของหญิงสาวที่มาพร้อมกับเสียงกระแทกปังใหญ่สร้างความใให้กับคนผลักไม่น้อยด้วยไม่คิดว่าแรงผลักอันน้อยนิดของเขาจะทำให้เธอกระเด็นจนไปกระแทกเข้ากับกระจกรถอีกฝั่ง ภาพของหญิงสาวที่ยกมือขึ้นมากุมศีรษะตัวเองไว้แน่นทำให้ภูวินท์รีบคว้าตัวหญิงสาวให้เข้ามาใกล้ตัวอีกครั้ง
“ ปล่อยนะ! ” แพรพราวสะบัดมือของชายหนุ่มออกทันทีแต่ภูวินท์ก็ยังคงจับตัวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ อยู่เฉยๆ อย่าดิ้นขอผมดูหัวหน่อย” เสียงออกคำสั่งที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงทำให้แพรพราวยอมอยู่นิ่งๆ ให้เขาได้สำรวจกับผลงานที่ตัวเองได้ทำไว้
รอยปูดเท่าลูกมะนาวที่อยู่บนหน้าผากของหญิงสาวถึงแม้จะไม่ได้มีร่องรอยของเืไหลอกมาให้ได้เห็นแต่เขาเชื่อแน่ว่าภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้มันคงจะเขียวช้ำสร้างความระบมให้หญิงสาวแน่ๆ มือหนายกมือขึ้นแตะรอยช้ำอย่างแ่เบาแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังถึงกับสะดุ้งแล้วเอนหน้าหนีภูวินท์มองอาการนั้นอย่างรู้สึกผิด
“ ผมขอโทษเจ็บมากไหม” แพรพราวเผลอมองใบหน้าคมนิ่งชั่วขณะหนึ่งเธอมั่นใจว่าเธอเห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในแววตานั้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เ็าอีกครั้งเมื่อเธอเอ่ยปากพูด
“ ฉันจะแจ้งความจับคุณข้อหาลักพาตัว ทำร้ายร่างกายแล้วก็กักขังหน่วงเหนี่ยว” ภูวินท์แสยะยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสแต่แฝงไว้ด้วยแววเหี้ยมเกรียมยามเอ่ยบอกหญิงสาว
“ เชิญคุณทำตามสบายแต่คุณคงรู้นะว่าถ้าผมรอดจากข้อกล่าวหามาได้คุณจะเจอกับอะไรบ้าง”
เจอกับอะไรน่ะเหรอ... แพรพราวแอบคิดตามแล้วอยู่ดีๆ ภาพของยางรถยนต์เก่าๆ ก็ผ่านแว่บเข้ามาในสมองก่อนจะสะดุ้งเสียหลักเมื่อภูวินท์ตั้งใจออกรถด้วยแรงกระชาก
“ ว้าย! ขับดีๆ สิคุณถ้าหัวฉันปูดขึ้นมาอีกข้างจะทำยังไง”
“ ก็ยังไม่แตกนี่และที่สำคัญมันไม่ใช่หัวผม” ภูวินท์พูดด้วยอาการนิ่งๆ ให้แพรพราวอ้าปากค้างแล้วทำปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรกับชายหนุ่มแต่ภาพยางรถยนต์เก่าที่ผ่านเข้ามาในความคิดเมื่อครู่ก็จำต้องยอมให้ผ่าน เลยไปแล้วพยายามหาเหตุผลปลอบใจตัวเอง
“ ข้อที่หนึ่งดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่บอกว่าเธอหนังเหนียว ข้อที่สองเป็บุญตูดของเธอแล้วยายพราวที่ได้นั่งรถหรูราคาแพงระยับขนาดนี้ ข้อที่สามเขาหล่อ...ไม่...ไม่ใช่ข้อนี้ไม่เอาเอาแค่สองข้อพอ” แพรพราวพยายามท่องข้อดีซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนพยายามนับหนึ่งถึงสิบให้ใจเย็นลง
อาการนั่งหลับตานิ่งทำปากขมุบขมิบของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มขำจากคนแอบมองการที่เขาตัดสินใจแวะเข้ามาสืบข่าวของหญิงสาวที่มหาวิทยาลัยเช้านี้ก่อนไปตามนัดก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียเวลาอย่างที่เขาคิดบางทียายเด็กแพรพราวนี่คงมีเื่สนุกๆ ให้เขาได้ทำแก้เบื่ออีกเยอะเลยทีเดียว
“ หึ หึ” ภูวินท์หลุดหัวเราะออกมาให้กับความคิดของตัวเอง
แพรพราวที่นั่งหลับตานิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วหันมองเมื่อรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะมาจากชายหนุ่มก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างไปนั่งตัวลีบแล้วยึดประตูฝั่งตัวเองไว้แน่น
“ ตายแน่ยายพราวงานนี้เธอต้องตายแน่ๆ ตานั่นคงกำลังคิดจับเธอไปย่างสดจริงๆ ไม่งั้นคงไม่หัวเราะออกมาแบบนั้นเธอจะบอกเขาทันไหมว่าเธอไม่คิดที่จะแจ้งความแล้วและที่สำคัญเธอยังไม่อยากตาย! ”