ตอนที่ 15: ทางที่ไร้เส้นขีด
ธงของหน่วย ขอบฟ้าคราม โบกไหวครั้งแรกนอกเมืองหลันชิง
เฟิงิยืนอยู่หน้าขบวนเล็ก ๆ ประกอบด้วยสมาชิกเพียงสิบสองคน —
ไม่ใช่กองทัพใหญ่โต แต่ทุกคนมีจุดเด่นของตนเอง
ซูเหวิน: มือธนูไร้เงา
เหยียนหลี: นักลอบสังหารผู้ไร้พลาด
ลั่วเฉิง: ผู้ถือสันติ วาทศิลป์คมกริบ
และทหารฝีมือดีอีกไม่กี่คนที่เพิ่งคัดเลือกเข้ามา
เส้นทางของพวกเขาคือ “แคว้นไป่ฮวา”
แคว้นที่ถูกขนานนามว่า “ดินแดนแห่งบุปผานิรันดร์”
แต่เื้ัความสวยงามนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและผลประโยชน์ทางการค้าอันเข้มข้น
—
ภารกิจของเฟิงิมีสองเป้าหมาย
สืบหาการเคลื่อนไหวของหน่วยเงาแคว้นซางหยิน ซึ่งมีข่าวว่าปรากฏตัวในแคว้นไป่ฮวา
เปิดเจรจาความร่วมมือกับตระกูลจิ้น หนึ่งในตระกูลพ่อค้าผู้กุมอำนาจใหญ่ในไป่ฮวา
นี่คือครั้งแรกที่เขาต้องก้าวเข้าสู่สนามรบ “การทูต” ที่แท้จริง
—
การเดินทางผ่านพรมแดนไม่ได้ราบรื่น
เส้นทางเต็มไปด้วยพ่อค้าเร่ กลุ่มอันธพาล และทหารรับจ้างที่ไม่ขึ้นกับแคว้นใด
ซูเหวินเตือนเบา ๆ ขณะผ่านโรงน้ำชาร้างริมทาง
“ข้ามีกลิ่นเืในลม…ที่นี่ไม่ใช่ที่ควรหยุดพัก”
เฟิงิพยักหน้า
แต่ก่อนจะออกเดินต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากใต้สะพานไม้เก่า
“ผ่านทางข้ามข้าไป…ต้องจ่ายค่าผ่านทาง”
เสียงนั้นแหบพร่า แต่แฝงความมั่นใจ
จากเงามืดใต้สะพาน ปรากฏชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มดวงตาคมปลาบ
ที่น่าแปลกใจคือ เขามีเพียง “กระบองไม้ไผ่” เป็อาวุธ แต่กลับยืนขวางทางทั้งขบวนอย่างไม่หวั่นเกรง
“เ้าคือ?” เฟิงิถามเสียงนิ่ง
“ข้าชื่อ เจียงหลง”
“ข้าไม่ขึ้นกับแคว้นใด…แต่ข้าไม่ยอมให้ใครผ่านดินแดนข้าไปโดยไร้ราคา”
เฟิงิไม่โกรธ
กลับยิ้มบาง ๆ
“แล้วเ้าคิดจะเอาอะไรล่ะ?”
เจียงหลงหัวเราะ
“ข้าขอแค่ได้ ‘ทดสอบ’ ว่าคนของเ้า…คู่ควรจะข้ามผ่านจริงหรือไม่!”
ซูเหวินขยับตัวจะคว้าธนู แต่เฟิงิยกมือห้าม
“เ้าจะประลองกับข้าหรือ?” เฟิงิถาม
“ไม่ต้องถึงเ้าหรอก” เจียงหลงยกกระบองไผ่ขึ้น
“ถ้าคนของเ้าคนใดแตะกระบองข้าได้ก่อนข้าจะวางพื้น…ข้าจะเปิดทางให้”
เหยียนหลีก้าวขึ้นทันที แต่เฟิงิส่ายหน้า
“ให้ข้าไป”
เสียงนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง
ลั่วเฉิง เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มสงบ
ในมือไร้อาวุธ มีเพียงพัดไม้เล็ก ๆ พัดลมช้า ๆ
เจียงหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เ้ามิใช่นักสู้”
“ข้าแค่อยากลองพิสูจน์ว่ามีทางผ่าน…ที่ไม่ต้องฟาดฟัน”
ลั่วเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
—
สิบลมหายใจผ่านไป…
เจียงหลงยืนกระบองแน่น ไม่มีใครแตะต้องมันได้
แต่ในยามที่สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน
เจียงหลงกลับเผลอวางกระบองลงกับพื้นเองโดยไม่รู้ตัว
เขามองไปยังลั่วเฉิง
ที่เพียงเดินเข้าใกล้ทีละก้าว…แล้วพูดคำหนึ่งออกมา
“เ้าปกป้องทางนี้เพราะมันเป็ ‘ทางของเ้า’
แต่หากเ้าร่วมทางกับเรา…โลกใบนี้ทั้งหมดจะกลายเป็ ‘ทาง’ ของเ้าได้”
เจียงหลงหัวเราะลั่น
“ข้าแพ้แล้ว! พวกเ้าไปได้!”
แต่แทนที่เฟิงิจะสั่งให้ขบวนเดินต่อ
เขากลับเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่น
“แต่ข้าขอชวนเ้าร่วมทางกับข้าแทน”
และนั่น…คือการได้มาซึ่ง ขุนพลคนที่สาม—เจียงหลง
ชายผู้ถือกระบองไผ่ แต่สยบได้ทั้งชายแดน