บทที่ 13 อาวุธจิติญญา
ภายในห้องที่เงียบสงัดห้องหนึ่ง ด้านในนั้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรามากมาย
ที่กลางห้อง มีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รอบๆโต๊ะมีคนอยู่สามคนที่กำลังนั่งจ้องหน้ากันโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไร
หนึ่งในนั้นก็คือเสวี่ยซาน ที่ด้านหน้าของเขามีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ คนผู้นั้นสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว ใบหน้าแม้จะมีรอยเหี่ยวย่น แต่ก็พอเดาได้ว่าในตอนที่ยังหนุ่ม คนผู้นี้คงจะหน้าตาดีเป็อย่างมากมากๆคนนึง
"อะแฮ่ม ขออภัยที่แนะนำตัวช้า ข้าชื่อฮุ่ยอาหนิว เป็ประมุขของที่นี่"
หลังจากที่ชายคนนั้นแนะนำตัวจบ เสวี่ยซานถึงกับมุมปากกระตุก เป็ชื่อที่ดูเชยชะมัด!
"ข้าทราบเื่ของคุณชายแล้ว เกี่ยวกับหอกเมฆาด้ามนี้ ที่จริงเราไม่ได้มีเอาไว้ขาย ถึงแม้มันจะเป็อาวุธที่เสียหาย แต่มันก็เป็อาวุธระดับภูติ"
ฮุ่ยอาหนิวพูดพลางจ้องมองหน้าของเสวี่ยซานก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
"ถึงแม้ข้าจะไม่อยากขาย ทว่าหลายปีมานี้ไม่มีใครสามารถยกหอกด้ามนี้ได้ และว่ากันว่าหอกด้ามนี้เป็อาวุธที่มีจิติญญา…"
เสวี่ยซานถึงกับตกตะลึง อาวุธที่มีจิติญญานั้นเป็สิ่งที่หายากมากๆ แม้ในตระกูลใหญ่ๆก็ใช่ว่าจะมีไปทั้งหมด
"คุณชาย ข้าสองจิตสองใจนัก" ฮุ่ยอาหนิวพูดพลางครุ่นคิด
"ผู้าุโ อย่าเรียกข้าว่าคุณชายเลย ข้าเป็เพียงชาวยุทธ์ไร้สังกัดธรรมดาๆคนนึงเท่านั้น"
เสวี่ยซานรีบพูดประจบทันที เพราะเขากลัวว่าประมุขฮุ่ยจะไม่ยอมขายหอกด้ามนี้ให้กับเขา
"เช่นนั้นจะให้เรียกคุณชายว่าอะไรดี?"
"นามของข้าคือเสวี่ยซาน"
"เช่นนั้น ข้าจะเรียกคุณชายว่า คุณชายเสวี่ยแล้วกันนะขอรับ"
เสวี่ยซานมุมปากกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่า คนตระกูลนี้เป็แบบนี้กันหมดเลยหรือไงนะ!!
"ผู้าุโ เช่นนั้นท่านช่วยขายหอกเล่มนี้ให้ข้าเถิดขอรับ" เสวี่ยซานพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
"แต่ว่า…"
แอ๊ดด ปั้ง!!
"ที่แท้นามของท่านก็คือเสวี่ยซานนี่เอง"
หลังสิ้นเสียงพูด ทุกคนต่างก็หันหน้าไปมองที่ทางเข้าเป็สายตาเดียว
ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือหญิงสาวผู้นึงกำลังเดินเข้ามา ใบหน้างดงาม ผมสีดำปล่อยสยาย ริมฝีปากเป็กระจับได้รูป อาภรณ์สีชมพูโบกสะบัด
"ขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะเ้าค่ะ" หลังจากเข้ามาหญิงสาวก็เดินเข้าไปนั่งข้างๆฮุ่ยอาหนิว
"หลินเอ๋อร์ เ้ามาได้อย่างไร การแอบฟังผู้อื่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำนะ"
ฮุ่ยอาหนิวดุลูกสาวอย่างไม่จริงจังนัก
"ท่านพ่อ จำคนที่ข้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่เ้าคะ?"
"จำได้สิ ทำไมรึ?"
"เขาคือคนผู้นั้นเ้าค่ะ" หญิงสาวพูดพลางมองหน้าของเสวี่ยซาน ทำเอาประมุขฮุ่ยตาโตเท่าไข่ห่าน
เสวี่ยซานถึงกับคิ้วขมวด ข้าคือคนผู้นั้นรึ จะว่าไปรูปร่างหน้าตาของนางก็ชั่งคุ้นนัก
"ท่านคือ?" เสวี่ยซานพูดพลางจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง การแอบฟังคนอื่นคุยกันมันไม่ใช่สิ่งที่จริงๆนั่นแหละแม่นาง!
"นางคือลูกสาวของข้าขอรับคุณชาย ชื่อว่าฮุ่ยหลิน"
เสวี่ยซานก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร ทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
เหมือนว่าหญิงสาวคนนั้นจะเดาความคิดของเสวี่ยซานออกจึงพูดขึ้นมาว่า
"คุณชายเสวี่ย ข้าคือคนที่ท่านช่วยจากโจรูเาเมื่อไม่กี่วันก่อนเ้าค่ะ"
เสวี่ยซานถึงกับบางอ้อ ถึงว่าทำไมใบหน้าของนางชั่งคุ้นนัก ที่แท้ก็เป็หญิงสาวที่เขาเคยช่วยเอาไว้นี่เอง คาดไม่ถึงว่าจะเป็บุตรสาวของประมุขตระกูลฮุ่ย
ถ้าหากเหล่าชาวบ้านหรือคุณชายได้ยินคำพูดของเสวี่ยซาน คงจะกระอักเืออกมาอย่างแน่นอน แม่นางฮุ่ยคือคนที่งดงามที่สุดในเมืองนี้ แต่เขากลับลืมนางได้ลง!
"เป็แม่นางนี่เอง เราเจอกันอีกแล้ว" พูดพลางยิ้มให้
"ในเมื่อคุณชายเป็ผู้ที่ช่วยเหลือลูกสาวข้า เช่นนั้นหอกด้ามนี้ก็ควรจะเป็ของท่าน" ฮุ่ยอาหนิวพูดพลางยิ้มให้กับเสวี่ยซาน
"เช่นนั้นท่านจะขายราคาเท่าไหร่ขอรับ?"
"ข้าไม่คิดเงินท่านหรอก ถึงแม้มันจะล้ำค่า แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับชีวิตของบุตรสาวข้าแน่นอน!"
"แต่ว่ามันจะดีหรือขอรับ หอกด้ามนี้-"
"ที่ท่านประมุขพูดก็ถูกแล้วขอรับคุณชาย แม้หอกด้ามนี้จะล้ำค่า แต่ยังไงก็เทียบกับชีวิตของคุณหนูไม่ได้ขอรับ" าุโจื่อที่นั่งเงียบมาโดยตลอดั้แ่เข้ามาในห้องนี้ ในที่สุดเขาก็เปิดปากพูด
เสวี่ยซานทำท่าทางลำบากใจ ผิดกับในใจที่กำลังะโโลดเต้น ได้ของฟรีที่ดีเช่นนี้ลาภปากข้าน่ะสิ ฮ่าๆ!
"เช่นนั้นหลังจากนี้คุณชายจะเดินทางไปที่ไหนหรือเ้าคะ?"
"ข้ายังไม่ได้วางแผนในเื่นั้น" เสวี่ยซานรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีแปลกๆ
"เช่นนั้นก็ดีแล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อ! วันนี้ข้าจะต้องเดินทางกลับไปที่สำนัก เช่นนั้นในเมื่อเขาลำบากใจกับการที่เราจะยกหอกให้ ก็ให้เขามาเป็คนคุ้มกันข้าจนกว่าจะถึงสำนักดีหรือไม่?"
เสวี่ยซานถึงกับเหวอ ไม่นะ ข้าไม่น่าทำตัวเป็คนดีเลย!!
ในที่สุด เสวี่ยซานก็ได้หอกเมฆามา แต่ก็ต้องแลกกับการที่เขาต้องอารักขาแม่นางฮุ่ยหลินไปถึงสำนักของนาง
โดยเขาจะให้นางนำไปก่อน และเดี๋ยวเขาจะตามไปทีหลัง เสวี่ยซานให้เหตุผลกับประมุขฮุ่ยว่าต้องจัดการธุระก่อน แน่นอนว่าธุระคือการปล้นชิงแผนที่นั่นเอง
ถึงแม้เขาจะไม่เต็มใจที่จะทำ แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อเขาดันแสดงมารยาเยอะเกินไป ก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับ ข้าเสวี่ยซานผู้นี้อยากจะร้องไห้ยิ่งนัก!!
แต่ก่อนจะออกมา เสวี่ยซานก็ตัดสินใจซื้อวิชาหอกมาสองถึงสามเล่ม เพราะเขาไม่ใช่มือหอก เลยต้องฝึกฝนกันั้แ่พื้นฐาน
ยามกลางดึกคืนนั้น เสวี่ยซานที่กำลังร่ายรำหอกอยู่นั้นก็รู้สึกถึงสิ่งแปลกประหลาดที่ออกมาจากหอก
แต่เพียงครู่เดียวมันก็หายไป เสวี่ยซานก็นึกฉงนใจ แต่ก็คิดว่าเขาน่าจะคิดมากไปเอง
ผ่านไปสองชั่วยาม
"โอ้ยยยย ทำไมมันยากอย่างงี้เนี้ยยย!?"
เสวี่ยซานที่ตอนนี้กำลังโวยวายเนื่องจากไม่เข้าใจวิชาหอกนั่นเอง แต่ในขณะที่กำลังจะฝึกต่อนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น
"ก็เพราะเ้าเดินลมปราณผิดไงล่ะเ้าโง่!"
"...." เสวี่ยซานนั่งเงียบไปครู่นึงก่อนจะหันมองรอบๆ
"นั่นเสียงใครอ่ะ!!" ดึกดื่นป่านนี้ใครมันออกมาเดินเล่นกัน หรือว่าจะมี...ผี!
เงียบ ไม่มีเสียงสอบกลับมา
เสวี่ยซานเริ่มหน้าซีดขึ้นเรื่อยๆ "ข้าถามใครเสียงของใคร!!"
"ไอ้โง่ เ้าจะเสียงดังทำไม ข้าก็อยู่ข้า
งหลังเ้านี่ไง!!"
เสวี่ยซานถึงกับหันขวับ แต่เขาพบเจอเพียงสายน้ำของทะเลสาบที่ไหวกระเพื่อมตามสายลม พอลองส่งกระแสจิตตรวจสอบแล้วก็ไม่เจอพลังปราณรอบๆเลยแม้แต่น้อย หรือว่าจะมีผีจริงๆ ไม่นะ!
"ข้าถูกวางตรงนี้!" หลังจากเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เสวี่ยซานก็ก้มมองไปที่พื้น เขาก็เห็นหอกเมฆาที่ตอนนี้มันส่องแสงสว่างเรืองรอง
"เห้ย! พระสงฆ์! หอกพูดได้!!"