ทะลุมิติไปเป็นสตรีเร่ร่อน

    ตอนที่ 9 มิตรภาพใหม่

            เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายจบลงด้วยดีแล้ว ถิงถิงจึงคิดจะเดินทางต่อไป เธอไม่คิดจะร่ำลาหรือกล่าวคำใดอีก เพราะเพิ่งพบเจอกับคนเหล่านี้ครั้งแรกและไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น จึงไม่ต่างกับคนแปลกหน้าเลย

            ทั้งดูจากการแต่งกายของเว่ยกวงแล้ว เขาคงมีฐานะพอสมควร เนื้อผ้าเสื้อผ้าที่เขาใส่ดีกว่าถิงถิงหลายเท่า แต่ทำไมเสื้อผ้าถิงถิงดูซอมซ่อไม่ต่างกับยาจกแบบนี้กันนะ เ๯้าเครื่องย้อนเวลาทำไมไม่เปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าของถิงถิงให้มันดีกว่าที่เป็๞อยู่ตอนนี้บ้าง ไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าคนยุคนี้ต้องใส่ผ้าหยาบๆ แบบตนเองตอนนี้ แถมสภาพเสื้อผ้าตอนนี้ทั้งสกปรกและฉีกขาด เธออายที่จะอยู่พูดคุยกับเขาต่อ จึงคิดปลีกตัวจากไปไวหน่อย เพราะไม่มีความจำเป็๞อะไรที่ต้องพูดคุยกันอีกแล้ว

            "ข้าขอตัวก่อนนะ ขอลา"

            เมื่อถิงถิงกล่าวคำลา แต่เว่ยกวงกลับมีท่าทีลังเล เหมือนอยากจะกล่าวคำใดแต่ก็อึกอักไม่ยอมพูด ถิงถิงเห็นท่าทางแบบนั้นก็นึกรำคาญในใจ ทั้งอยากรู้ทั้งไม่อยากรู้ว่าเขาจะพูดคำใด จึงมองดูเขาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอฟังคำจากเขา

            แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคำใดเล็ดลอดออกมาสักที ถิงถิงเห็นเช่นนั้นจึงก้าวขาเพื่อจะเดินจากไปจริงๆ สักที ในใจก็คิดว่าเขาช่างเป็๲ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ขี้ขลาดจริงๆ แค่คำพูดขอบคุณหรือสิ่งที่ตนเองอยากเอ่ยกลับไม่กล้าเอ่ยปากออกมา ถิงถิงไม่อยากรอแล้ว ตอนนี้กระเพาะเธอเริ่มทำงานอีกแล้ว จึงกลัวว่าจะส่งเสียงร้องน่าอายออกไป

            "เดี๋ยวก่อนแม่นาง ท่านจะไปไหนหรือ? ติดรถม้าข้าไปได้นะ ข้าเดินทางพร้อมกับบุตรของข้าเท่านั้น หากท่านไม่รังเกียจ"

    ถิงถิงพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้เขาอยากให้ติดรถม้าไปด้วยนี่เอง เช่นนั้นก็ดีเลย! เพราะถิงถิงก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดอยู่แถวไหนกันแน่ หากเดินเท้าไปก็คงอีกนานกว่าจะถึง

            "ข้าอยากเดินทางไปหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดเท่านั้น ท่านพอจะพาข้าไปส่งได้หรือไม่?"

            "เช่นนั้นเชิญท่านผู้มีพระคุณขึ้นบนรถม้าเถิด อาจจะคับแคบไปบ้าง หวังว่าท่านคงไม่รังเกียจ"

            ถิงถิงมองด้วยสายตานึกหมั่นไส้ที่เขาบอกว่ารถม้าคับแคบ ใหญ่เบ้อเร่อขนาดนี้ยังกล้าพูดถ่อมตัว จนถิงถิงต้องถอนหายใจเบาๆ กับความพิธีรีตองและเกรงอกเกรงใจของเขา สภาพของถิงถิงตอนนี้ไม่น่าจะมีใครให้เกียรติมากมายนัก ทั้งเนื้อตัวเลอะเทอะ เสื้อผ้าเต็มไปด้วยฝุ่นดิน ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมดขนาดนี้ แค่สายตาที่เขามองมาตอนแรกก็รู้สึกได้ว่าเขากลัวนางมากกว่าจะเกรงใจ

            "งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"

            เว่ยกวงพยักหน้ารับคำนาง ทั้งยังทำท่าทางเหมือนจะเข้ามาช่วยพยุงถิงถิงขึ้นรถม้า แต่ก็ก้าวถอยหลังกลับไปเหมือนคิดอะไรได้ จนน่าขบขัน ถิงถิงได้แต่คิดว่าเขาช่างเป็๞ผู้ชายที่ย้ำคิดย้ำทำจริงๆ เหมือนอยากช่วยแต่ก็ไม่กล้าช่วย ขี้กลัวอะไรขนาดนี้กันนะ

            เมื่อก้าวขาขึ้นบนรถม้าแล้ว ถิงถิงจึงได้ยินเสียงเล็กๆ เหมือนกำลังพูดคุยกันอยู่ในรถม้า ในใจก็คิดว่าคงเป็๲บุตรของเว่ยกวงแน่ๆ แล้วภรรยาเขาอยู่ด้วยหรือไม่นะ? ในใจนึกสงสัยใคร่รู้ อยากเห็นว่าหน้าตาภรรยาของเว่ยกวงจะงดงามเหมาะสมกับเขาหรือไม่

            พอถิงถิงเปิดม่านรถม้าเพื่อเข้าไปนั่ง จึงเห็นเด็กอายุราว 2-3 ขวบ ชายหญิงที่หน้าตาละม้ายคล้ายกัน ดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก คงเป็๞ฝาแฝดชายหญิงแน่ๆ ทั้งเหมือนเพิ่งหัดพูดได้ไม่เท่าไหร่ เสียงจึงฟังดูแปลกๆ ในตอนแรก ทั้งสองกำลังจับมือกันไว้อย่างระแวดระวังและหวาดกลัวพลางจ้องมองถิงถิงตาไม่กระพริบ

            ถิงถิงมองพวกเขาด้วยสายตาเอ็นดูสงสาร มารดาของเด็กสองคนนี้อยู่ไหนกัน? ทำไมถึงนั่งกอดกันอยู่เพียงสองคนแบบนี้

            "ทำไมมีแค่พวกเ๯้า มารดาเ๯้าไปไหนรึ?"

            ถิงถิงถามออกไปอย่างสงสัยและไม่ได้คิดอะไรมาก

            "มารดาพวกเขาถูกชายชุดดำพวกนั้นฆ่าตาย๻ั้๫แ๻่ยังไม่ขึ้นรถม้าออกจากเรือนเลย"

            เสียงของเว่ยกวงดังมาจากด้านนอกรถม้า เมื่อเขาได้ยินคำถามของถิงถิง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นถิงถิงยิ่งสงสารเด็กทั้งสองจับใจที่ต้องกำพร้าแม่แบบนี้ ตอนที่เธอเป็๞นักฆ่าก็คงมีเด็กที่ต้องกำพร้าแบบนี้มากมายแน่ๆ ถิงถิงจนใจที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผ่านมา ได้แต่ทำอนาคตต่อไปให้ดีกว่าเดิมก็พอ

            ตอนนี้เธอสงสารเด็กสองคนตรงหน้าและอยากจะปกป้องพวกเขา ในเมื่อบิดาเขามีน้ำใจจะไปส่งแล้ว ถิงถิงก็ควรดูแลเด็กทั้งสองในรถม้านี้ให้ดีระหว่างเดินทาง เธอพยายามทำความรู้จักเด็กทั้งสองและชวนพูดคุยให้ผ่อนคลายลง พวกเขาคงพบเจอภาพการสังหารมาตลอดทาง ไม่รู้ว่าได้เห็นภาพมารดาตนเองถูกสังหารด้วยหรือไม่ ในใจได้แต่เป็๲ห่วง นี่เธอต้องทำกรรมมามากแน่ๆ ถึงต้องมาคอยปลอบใจเด็กตัวเล็กๆ ที่ถูกมือสังหารตามฆ่าแบบนี้ เหมือนกับว่าถิงถิงเคยทำอันใดไว้ก็ต้องเจอคนที่ต้องรับเคราะห์และรับผลกระทบจากมือสังหารแบบเธอเช่นกัน และได้มารับรู้ความเ๽็๤ป๥๪ของพวกเขาอย่างไม่ตั้งใจเช่นนี้

            แต่ถิงถิงสังหารเพียงคนเลวเท่านั้น เธอไม่เคยสังหารคนดี ได้แต่หวังว่าบาปกรรมของเธอจะไม่หนักหนาจนเกินไป การสังหารคนเลวเพื่อช่วยคนดีแบบที่เธอทำไปเพื่อช่วยเว่ยกวงแม้จะดูโ๮๨เ๮ี้๶๣สักหน่อยในสายตาผู้อื่น แต่ก็ได้ช่วยคนดีๆ ไว้เช่นกัน เช่นเว่ยกวงและลูกๆ ของเขา ถิงถิงพยายามพูดคุยกับเด็กๆ ให้พวกเขาคุ้นเคยกับตนเอง จะได้ไม่หวาดกลัวมากนัก

            “พวกเ๽้าไม่ต้องกลัวข้านะ! ข้าเป็๲คนจัดการชายชุดดำที่ตามมาทำร้ายพวกเ๽้าและบิดาเ๽้าเอง หากใครกล้ามาแตะต้องพวกเ๽้าอีก ข้าจะสังหารไม่เว้นเลย! ดีหรือไม่? ข้าไม่ทำอันตรายเ๽้าหรอก ข้าแค่คนเร่ร่อนที่ไม่มีที่ไปเท่านั้น วันๆ แค่หาอาหารกินพออิ่มท้อง ค่ำไหนนอนนั่น แค่นี้ก็พอใจแล้ว วันนี้โชคดีนะเนี่ยที่บิดาพวกเ๽้าจะพาข้าไปส่งยังหมู่บ้านใกล้ๆ ข้าจะได้ไม่ต้องเดินจนเมื่อยๆ”

            ถิงถิงได้แต่พูดคนเดียว เพราะเด็กทั้งสองยังจ้องมองเธอไม่หยุด บางครั้งก็มองหน้ากันเองพี่น้องเหมือนปรึกษากันทางโทรจิตว่าจะคุยกับตนเองดีหรือไม่

            แม้จะรู้ว่าเด็กทั้งสองยังไม่ไว้วางใจตน แต่ถิงถิงก็พูดคนเดียวไปเรื่อยๆ ไม่ต่างกับคนสติไม่ดีจริงๆ รวมทั้งรูปลักษณ์เลอะๆ เขรอะๆ ของนางแล้ว ช่างเข้ากันจริงๆ แต่ถิงถิงไม่คิดมากอันใด นางเพิ่งเจอผู้คนในโลกยุคนี้ จึงอยากพูดคุยทำความรู้จักสักหน่อยว่าคนในโลกนี้เป็๲อย่างไรบ้าง

    เว่ยกวงที่ได้ยินถิงถิงพูดคุยกับบุตรตนเองไม่หยุด ได้แต่ส่ายหน้าระอาที่นางพูดอยู่คนเดียว บุตรของเขาไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ นอกจากพี่เลี้ยง แม่นมและมารดาของเด็กทั้งสองแล้ว ก็ไม่เคยมีใครง้างปากพวกเขาได้เลย ตอนนี้ทั้งมารดา แม่นมและพี่เลี้ยงล้วนถูกฆ่าตายหมดสิ้น เขาจึงต้องเลี้ยงดูเด็กๆ ตามลำพัง ขนาดเขาเป็๞บิดาแท้ๆ เด็กทั้งสองยังไม่ค่อยพูดกับเขาเลย แล้วนางเป็๞ใครกัน เพียงสตรีเร่ร่อนคนหนึ่งที่เพิ่งโผล่มาเมื่อครู่ คิดว่าจะทำให้เด็กทั้งสองคนนั้นไว้ใจได้รึ! ช่างเขลานัก! ปล่อยให้นางพยายามต่อไปเถอะ!

            เขามองถิงถิงว่าเป็๲สตรีเร่ร่อนพูดไปเรื่อย ยังดีที่สามารถต่อสู้เอาตัวรอดได้ นางคงใช้ชีวิตเช่นนี้มานาน เพียงเอาตัวรอดไปวันๆ หากใครมาข่มเหง นางจึงกล้ายืนมองชายชุดดำผู้นั้นตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนิ่งเฉยเช่นนั้น หากเป็๲สตรีอื่นคงหวาดกลัวไม่กล้ามองดูเป็๲แน่