“โชยกเธอให้ผมเหรอ”
“ค่ะ ท่านโชได้ให้สิทธิในการส่งมอบเครื่องเรือนแล้ว”
“ถ้าผมไม่รับล่ะ”
“…”
ผมบอกเด็กสาวตรงหน้า เธอคงจะเดือดร้อนถ้าไม่ทำตามคำสั่งนั้น
“ก็ได้” ผมบอก “แต่สัญญากับผมอย่างหนึ่งได้มั้ย”
“เป็คำสั่งเหรอคะ”
“ไม่ใช่” ผมบอก “เป็คำสัญญา คำว่าสาบานนั้นมันต้องทำทั้งสองฝ่ายใช่มั้ยล่ะ”
“ถ้าท่าน้าแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“ถึงเธอจะคิดว่าเป็สมบัติของผม แต่ขอให้ปฏิบัติกับผมโดยเท่าเทียมกับเธอ”
“เท่าเทียมกัน?”
“นี่เป็ความเชื่อของผม”
“ความเชื่อ? เป็คำสอนของพระเ้าของท่าน?”
“ประมาณนั้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“จากนี้ เธอจะต้องอยู่ภายใต้สิทธิ์เดียวกับที่ผมมี เธอจะได้รับผลของสิ่งที่ตัวเองสร้าง และทำลงไปไม่ว่าดีหรือร้าย ในทางกลับกันเธอจะต้องรับผิดชอบมันเอง โดยไม่ได้รับการคุ้มครองใดใดเป็พิเศษ”
คีย์กลอกตา เหมือนคิดถึงเื่บางอย่าง
“สิทธินั่นไม่ใช่ของที่จะมีได้ด้วยตัวเอง ถ้าผู้อื่นไม่มอบให้นะคะ”
“ไม่ใช่หรอก มันเป็สิ่งที่เธอมีแต่แรกแล้ว เธอแค่ลืมมันไป และมอบมันไว้ในมือของคนอื่น”
“พระเ้าของท่านสอนแบบนั้นเหรอคะ”
“ประมาณนั้น”
“พระเ้าที่พูดแบบนี้กับเครื่องเรือนนี่ใจร้ายจังนะคะ”
“อย่างนั้นเหรอ”
“รับทราบค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านประสงค์” คีย์บอก และยื่นมือออกมา
ผมยื่นมือให้เธอ
คีย์รับมันไปและแตะที่หน้าผากของเธอ
เสียงของเธอเอ่ยอะไรบางอย่าง จากนั้นแสงก็สว่างวาบที่มือของผม
ตรงรอบข้อมือของเขาเป็รอยสักเล็กๆ ในขณะที่รอยสักที่เหมือนปลอกคอของคีย์ก็เรืองแสงขึ้น
“นี่คือตราแสดงความเป็เ้าของค่ะ” คีย์บอกและแตะที่คอของตัวเอง “ถ้าท่านผมประสงค์ มันจะเ็ปขึ้นมา”
ผมมองมันด้วยความโศกเศร้า
เป็คำสาปสินะ
ผมมองสัญลักษณ์ที่ข้อมือของตัวเอง ผมพยายามหักหามใจตัวเองไม่ให้รู้สึกอยากคิดว่าจะหาทางให้พวกไพร่ปฏิวัติขุนนาง แล้วล้มระบบนี้ยังไง
“เอาล่ะ ถอดเสื้อสิคะ” คีย์บอก
“หา?”
“ไม่มีหูเหรอคะ ข้าบอกว่าให้ถอดเสื้อ”
“อะไรนะ”
“ฟังไม่รู้เื่เหรอคะ หรือไอ้พวกแบบท่านน่ะ มันเป็ง่อยเลยถอดเสื้อเองไม่ได้ค่ะ”
“เดี๋ยวนะ เหมือนว่าคาแร็คเตอร์ของเธอเปลี่ยนไปหรือเปล่า”
ผมชักงงอยู่ๆ เธอก็เปลี่ยนวาจา ท่าทางจากมือเป็หลังมือซะงั้น แถมยังพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมด้วย
“ท่านสั่งไว้ว่าแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าไม่มีสมองด้วยก็เลยจำไม่ได้”
“ก็จริงนะ ผมบอกว่าให้เธอกับผมเท่ากันสินะ... แต่ว่าทำไมต้องถอดเสื้อ”
“ก็จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวบอก “หรือว่า โลกของท่านจะใส่เสื้ออาบน้ำกันคะ”
“เออ... ก็จริง แต่ว่า..."
ผมลังเลเพราะไม่อยากถอดเสื้อต่อหน้ายัยแกะนี่ แต่เ้าหล่อนทำหน้าสมเพชออกมา
“ข้าไม่วิจารณ์หุ่นแห้งๆของท่านหรอกค่ะ ส่วนที่อยู่ตรงหว้างขาก็ไม่ต่างจากไส้อั่วหรอกค่ะ เชิญถอดได้เลย”
พูดว่าไส้อั่ว ไม่ใช่ใส่กรอกด้วย แสดงว่าโลกนี้มีไส้อั่วสินะ ระบบแปลภาษานี้เลือกคำได้ขนาดนั้นเลยเหรอวะ สมองคนเราทำงานยังไงนะ เจ๋งกว่ากูเกิลทรานสเลดร้อยเท่า
“แต่…”
“จะทำให้ข้าเสียเวลาไปจนถึงเมื่อไหร่ค่ะ อย่าเพิ่มงานของข้านอกจากการอาบน้ำให้ท่าน เป็ต้องหว่านล้อมท่านด้วยได้มั้ยคะ”
“ครับ”
ผมบอก แล้วก็ถอดเสื้อ
หันกลับไปดู
หญิงสาวยังยืนมองอยู่ตรงนั้น
รับไม่ได้จริงๆ ก็เลยต้องเอาผ้าขนหนูมาพันเอวไว้ แล้วค่อยถอดกางเกงอย่างทุลักทุเล
“เฮ้ย... เดี๋ยวสิ! จริงๆเธอแค่เปิดน้ำไว้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ!”
“ก็จริงนะคะ” คีย์บอก “ถ้าท่านมีสมองน่าจะนึกได้ก่อนหน้านี้นะคะ”
“เออ โทษที”
คีย์โบกมือเบาๆ น้ำก็ไหลลงมาจากเพดาน เหมือนฝักบัว
ผมสนใจจริงๆว่ามันทำงานยังไง เดี๋ยวมีเวลาตอนศึกษาทีหลัง
ผมมองร่างของตัวเองในกระจก
เป็เด็กชายร่างผอมเล็ก ผมสีเงินยาว หน้าตาสวยเหมือนผู้หญิง ต่างกันแค่แววตาเท่านั้นที่ไม่รู้สึกว่าเป็เด็กเลย
เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกอายอยากปิดข้างบนด้วยขึ้นมา
ผมจับเส้นผมสีเงินมาม้วน
“อ้อ คีย์ นี่ ช่วยอะไรอีกสักอย่างได้มั้ย”
“คะ?”
“ผมรำคาญผมยาวๆนี้มากเลย ช่วยตัดให้หน่อยได้หรือเปล่า?”
คีย์ทำท่าใขึ้นมา
“ทำไมเหรอ?”
“ในโลกนี้มีแค่ทาสกับเครื่องเรือนที่ต้องตัดผมนะคะนายท่าน!”
“นั่นเป็คำสอนของเทวดาเหรอ?”
“เปล่าหรอกค่ะ... เป็ทำเนียมปฏิบัติ”
“งั้นก็ตัดได้สิ ผมเป็เทวดาไม่ใช่เหรอ เทวดาน่ะไม่อยู่ใต้ทำเนียมของมนุษย์หรอก”
คีย์อ้าปาก แล้วก็หุบกลับไป
“ข้าคิดว่าท่านเป็ปีศาจมากกว่าเทวดานะคะ”
“ทำไมล่ะ”
“เทวดานำมาซึ่งความนิ่งเงียบอันเป็สงบเรียบร้อย แต่ท่านกำลังจะนำการเปลี่ยนแปลงอันวุ่นวายมา”
ผมนั่งลงบนถังไม้ และชี้ไปยังเส้นผมของตัวเอง
“อาจจะจริง แต่ในมุมมองของเครื่องเรือน การเป็อยู่แบบเดิมกับการเปลี่ยนแปลง แล้วอะไรดีกว่ากันล่ะ”
คีย์ไม่ตอบ แต่หยิบมีดขึ้นมา
“บอกไว้ก่อนว่า ถ้าถูกตำหนิ ข้าจะบอกว่าข้อต้องทำเพราะขัดขืนท่านไม่ได้นะคะ”
ผมเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย
“อืม เอาแบบนั้นก็แล้วกัน”