เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยุดตรงหน้าหญิงสาว แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ลดทอนระยะห่างเพื่อสัมผัสมือทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบาอ่อนโยนไว้ในฝ่ามือหนาใหญ่ของตัวเองขณะมองทอดเข้าไปในดวงตาด้วยความอบอุ่น
“ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดมีค่าที่สุดที่ผ่านมานะครับ” น้ำเสียงแสนนุ่มสบายหูของชายหนุ่มซึมซาบเข้าไปในภายในใจของหญิงสาว
กณิกนันท์ยิ้มจางหัวใจพองฟูด้วยมวลแห่งความสุข
“ที่สำคัญ… โดยไม่ต้องมีหนังสือสัญญาแต่งงานฉบับนั้น บัวจะอยู่กับพี่ไปจนตลอดชีวิตเลยได้มั้ย” คล้ายว่าเขามีแนวร้องขออยู่ในน้ำเสียง รวมถึงแววตาสีหน้าอ้อนวอนเช่นเดียวกัน
ดวงตาของเธอแสบร้อนไหล่เล็กสั่นสะท้านเมื่อสำเหนียกความจริงถึงความตั้งใจทั้งหมดทั้งมวลของคนตรงหน้า น้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือที่กอบกุมมือตัวเองไว้แล้วพยักหน้ารับด้วยความตื้นตันยินดี
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มโล่งใจแล้วดึงร่างของภรรยาอย่างแท้จริงเข้าสู่อ้อมแขนก่อนประทับจูบลงบนเรือนผมอย่างหนักแน่น
“บัวคิดว่าคุณจะผลักไสบัวออกไปจากชีวิตซะแล้ว” เสียงสั่นเครือบอกกับไหล่แข็งแรง
ภัทรกรดันกายออกเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันนิด
“เมื่อกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะ”
เธอลืมไปด้วยความชินปาก และไม่ค่อยถนัดเลยเมื่อต้องเรียกเขาว่า ‘พี่’
“ไหนลองเรียกใหม่สิครับ” เขาใช้หลังมือแตะแก้ม ปาดน้ำตาออกให้
“พี่ภรีม” เธอเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มด้วยความเคอะเขิน
“ค่อยชื่นใจหน่อย” เขาจรดริมฝีปากจุมพิตพวงแก้มชื้นน้ำตาโดยไม่รังเกียจ “เพราะอย่างเราไม่ได้คบกันก่อนแต่งงาน ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมามันก็คล้ายกับเป็นวันเวลาที่เราใช้เดทกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วตอนนี้พี่ก็มั่นใจมากเลยว่าเลือกคู่ชีวิตไม่ผิด ถึงไม่ยอมหย่าไงเพราะจะไม่มีทางปล่อยผู้หญิงน่ารัก ช่างเอาใจใส่แบบบัวให้ไปเป็นของคนอื่นเด็ดขาด”
หญิงสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจที่คุณสามีมองเห็นคุณค่าตัวเองมากมายขนาดนี้
“ต่อให้เราหย่ากัน บัวก็ไม่มีทางเริ่มต้นความรักใหม่เร็วๆ นี้ เพราะอย่างน้อยคงต้องใช้เวลาเป็นค่อนชีวิตเพื่อรักษาแผลใจเลยมั้งคะ ให้เปิดรับใครคนใหม่อีกคงไม่ง่ายหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ หืม” เขาอยากฟังคำตอบขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ภรรยามากขึ้น คร่อมเรียวขาสองข้างด้วยท่อนขนเรียวยาวเต็มด้วยมัดกล้ามของตัวเอง มือไม้อ้อยอิ่งตรงพวงแก้มสุกระเรื่อมีเลือดฝาดไม่ละสายตาจากดวงหน้าหญิงสาวสักเสี้ยวนาทีเดียว
กณิกนันท์ยืนแผ่นหลังตรงถึงเวลาเสียทีที่เธอจะสารภาพความรู้สึกที่คั่งค้างในใจยาวนานตลอดหลายปีให้เขารู้
“เพราะบัวแอบรักพี่ภรีมมาตลอด” ใบหน้าเขาคล้ายมีความประหลาดใจระคนยินดี จึงยิ่งสนับสนุนความกล้าให้หญิงสาว “มันไม่ใช่รักแรกพบนะคะ ถ้าพี่ภรีมจำได้เราเจอกันครั้งแรกตอนที่พี่ภรีมไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัย มีสัมภาษณ์นักศึกษาที่จะไปฝึกงานที่บริษัทฯ แล้วบัวได้รับคัดเลือก วันแรกที่ไปถึงฝนกำลังตกหนักมากๆ แต่บัวข้ามถนนไปออฟฟิศไม่ได้เพราะน้ำท่วม แล้วพี่ภรีมบังเอิญขับรถมาพอแล้วก็แวะรับเพราะจำบัวได้พาไปส่งเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เพราะมันเปียกปอนเลอะเทอะหมด แถมออกหน้ากับหัวหน้างานของบัวในตอนนั้นให้ด้วยว่าเพราะอะไรน้องฝึกงานถึงเข้าทำงานสายตั้งแต่วันแรก ตอนนั้นนั่นแหละค่ะที่บัวรู้สึกว่าพี่ภรีมเป็นผู้ชายที่เท่มากๆ ใจกว้างสุดๆ แถมต่อมาบัวก็ได้เห็นว่าพี่ภรีมทำงานเก่งจนเป็นที่ยอมรับของพนักงานทั้งบริษัทอีก”
ใบหน้ากณิกนันท์เต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้มดวงตาที่มองเขามีแต่ความชื่นชมยกย่องอย่างแท้จริง กระทั่งชายหนุ่มอดตื้นตันยืนดีไม่ได้
ภัทรกรไม่เคยรู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าการปฏิบัติเพียงเล็กน้อยในวันวานทำให้หญิงสาวคนหนึ่งมอบใจให้เขาตลอดมา
เขาดีใจและยิ่งรู้สึกหวงแหนหญิงสาวตรงหน้ายิ่งขึ้น
“ตอนนั้นที่อีกบริษัทเสนองานใหม่ให้บัวไม่ไปเพราะไม่อยากไปไกลๆ จากพี่ใช่มั้ย”
“ค่ะ”
เธอตอบอย่างไม่ลังเล เธอไม่อยากออกไปจากชีวิตของเขาแม้ว่าอีกบริษัทหนึ่งที่ว่าคือบริษัทของอดีตเพื่อนรักของภัทรกร ชายคนเดียวกับที่เหยียบย่ำหัวใจเขาโดยการหลับนอนกับมุกระรินตอนเธอยังคงอยู่ในฐานะภรรยาของเขาและเมื่อแยกตัวออกไปทำกิจการใหม่ก็เสนอตัวเงินทองดึงดูดพนักงานที่มีศักยภาพ มีผลงานดีไปทำงานให้ตัวเอง บางคนรับข้อเสนอที่ดีกว่าอย่างก้าวกระโดดแต่คนโดยส่วนมากยังคงทำงานกับบริษัทเพราะเชื่อมั่นในฝีมือและศรัทธาในตัวชีอีโอของพวกเขา ภัทรกรจึงตอบแทนพนักงานทุกคนด้วยการเพิ่มเงินเดือนมอบสวัสดิการคุ้มค่าให้สมความภักดีที่รับได้รับจากทุกๆ คน
หญิงสาวประสานมือเล็กของตัวเองกับมือใหญ่โตของสามี ดวงหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความสุข
คำหนึ่งที่เธออยากเอ่ยเสมอมาแต่ไม่มีความกล้าหาญมากพอและไม่คิดว่าคู่ควรที่จะได้ใช้คำพูดนั้น “บัวรักพี่ภรีมนะคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก่อนเราแต่งงาน ก่อนเราหลับนอนกันครั้งแรก นับตั้งแต่วันนั้นที่พี่ภรีมช่วยลูกแมวเปียกฝนตัวนี้”
เธอใช้คำพูดน่ารักปนถ่อมตัวเมื่อเอ่ยถึงตัวเอง ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าเข้าหาจุมพิตตรงหน้าผาก ก่อนดึงเข้าสู่อ้อมกอด พรมจูบตามใบหน้า หัวไหล่ แล้ววนเวียนกลับมาจูบอ่อนหวานตรงเรียวปาก
เขาไม่ได้พูดคำว่า ‘รัก’ แต่ทุกการกระทำแปลความหมายได้ว่า ‘รักจนหมดหัวใจ’
นิ้วเรียวสอดใต้เรือนผมนุ่มตรงท้ายทอยขณะบดเบียดริมฝีปากเข้าหา จากรสจูบอ่อนหวานเพิ่มทวีความดูดดื่มขึ้นอีกนับเท่าตัว
แขนแข็งแรงช้อนร่างบอบบางลอยเหนือพื้น บนเตียงที่เขาใช้มอบความสุขให้นั้นไกลเกินไปจึงใช้โซฟาในห้องนั่งเล่นที่อยู่ใกล้กว่าเป็นสถานที่แสดงความรักทางร่างกายชั่วคราว
ไฟในห้องโถงดับลง เรือนร่างสูงคร่อมทับร่างบางข้างใต้โดยไม่ลืมว่าในท้องนั้นมีตัวแทนของความรักเติบโตอยู่
ริมฝีปากอุ่นประทับตรงหน้าซึ่งกลมนูนขึ้นก่อนเลื่อนกายขึ้นสูงเพื่อสอดลิ้นเข้าควานหาความหวานในโพรงปากอีกครั้ง
เขาสอดแทรกกายผ่านเข้าสู่ความฉ่ำหวานอย่างค่อยเป็นค่อยไปเสียงครางกระเส่าดังใกล้หู ประสานเสียงบอกรักอ่อนหวาน
“พี่ก็รักบัวนะครับ”
เอวสอบขยับเคลื่อนย้ายเข้า ออกเป็นจังหวะ ก่อนหยุดเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ ตรงหางตาสองข้างของภรรยา น้ำตาที่มาจากความตื้นตันยินดีจนเอ่ยเป็นคำพูดไม่ได้
แขนเรียวโอบรัดเขาเป็นสัญญาณให้ดำเนินสอดประสานความสุขต่อเนื่อง เป็นความสุขที่เกิดขึ้นอย่างพรั่งพร้อมทั้งทางหัวใจและผ่านทางร่างกายในคราวเดียวกัน
จบบริบูรณ์
.
.
ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ
และพบกันใหม่ในผลงานเรื่องถัดไปของไรท์ค่ะ ^^