สามวันถัดมา ณ จัตุรัสกลางเมืองหลวงที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
วันนี้บรรยากาศคึกคักเป็พิเศษ เพราะมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองว่า "คุณชายหลิน" ผู้โด่งดังจากการแก้กลหมากรุกและฉีกสัญญาหมั้นบุตรีเสนาบดี จะเปิดกิจการประหลาดที่ขายสิ่งที่เรียกว่า "ความหวัง"
ซุ้มไม้ขนาดใหญ่ถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว ประดับประดาด้วยธงทิวสีแดงสด เขียนข้อความตัวเบ้อเริ่มว่า "สลากมั่งมี: 10 อีแปะ พลิกชีวิตสู่เศรษฐีพันตำลึง!"
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาชาวบ้านร้านตลาดและเหล่าบัณฑิตหนุ่มๆ ให้มายืนมุงกันจนแน่นขนัดไม่ใช่ป้ายโฆษณา แต่เป็หญิงสาวที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่หลังโต๊ะขายตั๋วต่างหาก
ซูเหยา หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง วันนี้นางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนขับผิวขาวผ่อง แต่งหน้าบางเบาแต่งดงามหยดย้อย ทว่าใบหน้าของนางกลับบึ้งตึงราวกับคนปวดท้องเมนส์มาเจ็ดวันเจ็ดคืน
"ยิ้มหน่อยสิแม่นางซู..." หลินฟานยืนโบกพัดอยู่ข้างๆ กระซิบเสียงกวนประสาท "เ้าเป็หน้าเป็ตาของร้านนะ ลูกค้าเห็นหน้าบูดๆ เดี๋ยวก็หนีหมดหรอก"
"หลินฟาน!" ซูเหยากัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟัน "ข้ามาทำตามสัญญาแล้ว! แต่ถ้าเ้ากล้าสั่งให้ข้าะโเรียกลูกค้าอีกคำเดียว ข้าจะเอากระดาษพวกนี้ยัดปากเ้า!"
"ไม่ต้องะโ แค่นั่งสวยๆ ก็พอ" หลินฟานหัวเราะ
เขาหันไปพยักหน้าให้ แม่นางหรุ่ย ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังพร้อมกับลูกน้องร่างั์จากหอบุปผา์ แม่นางหรุ่ยในวันนี้แต่งกายมิดชิดขึ้นเล็กน้อย (ตามคำสั่งองค์หญิงใหญ่) แต่ยังคงความเย้ายวน นางเคาะระฆังทองเหลืองเสียงดังกังวาน
เป๊ง! เป๊ง!
"เร่เข้ามาพี่น้อง!" หลินฟานป้องปากะโ "สลากกินแบ่งงวดแรกแห่งต้าเยี่ยน! เพียงใบละ 10 อีแปะ ท่านอาจเป็ผู้โชคดีได้รับเงินรางวัล 1,000 ตำลึงเงิน! ไม่ต้องสอบจอหงวน ไม่ต้องไปรบ ก็รวยได้!"
ชาวบ้านเริ่มฮือฮา "1,000 ตำลึง? โม้หรือเปล่า?" "10 อีแปะซื้อซาลาเปายังไม่ได้เลย จะแลกเงินพันตำลึงได้ไง?" "หลอกลวงต้มตุ๋นแน่ๆ!"
ความสงสัยกระจายไปทั่ว ไม่มีใครกล้าควักเงินจ่ายคนแรก
หลินฟานคาดการณ์ไว้แล้ว เขาหันไปหาซูเหยา "แม่นางซู... บอกพวกเขาซิว่า ในฐานะอัจฉริยะคำนวณ เ้าคิดว่ามันเป็ไปได้หรือไม่?"
ซูเหยาสะดุ้ง นางไม่อยากพูด แต่สายตากดดันของหลินฟานและฝูงชนทำให้นางจำใจต้องอ้าปาก "อะ... อะแฮ่ม!" นางกระแอมไอ ปรับสีหน้าให้ดูภูมิฐานสมเป็ลูกสาวเสนาบดี "ข้า... ซูเหยา ได้ตรวจสอบบัญชีและระบบการออกรางวัลแล้ว... ยืนยันว่ามีเงินรางวัลจริง และ... และมีความน่าจะเป็ที่พวกเ้าจะถูกรางวัล หากดวงดีพอ"
คำยืนยันจากปาก "บัณฑิตหญิงอัจฉริยะ" และลูกสาวกรมคลัง มีน้ำหนักดั่งูเา "คุณหนูซูยืนยันเองเลยนะ!" "นางเกลียดคุณชายหลินจะตาย ถ้านางบอกว่าจริง ก็ต้องจริงสิ!"
ทันใดนั้น ชายแก่ขอทานคนหนึ่งกำเหรียญ 10 อีแปะที่เพิ่งขอได้ เดินสั่นเทาเข้ามา "ข้า... ข้าขอซื้อหนึ่งใบ เผื่อ์จะเมตตา"
หลินฟานฉีกตั๋วใบแรกให้ด้วยรอยยิ้ม "ขอให้ท่านโชคดี ท่านผู้เฒ่า"
เมื่อมีคนเปิด... ฝูงชนก็ไหลทะลักเข้ามา "ข้าเอาด้วย!" "ข้าเอา 5 ใบ!" "หลีกไป! ข้าจะซื้อ!"
ซูเหยาต้องมือระวิง รับเงิน ฉีกตั๋ว จดบันทึก จนเหงื่อตก นางไม่เคยต้องทำงานบริการเช่นนี้มาก่อน แต่น่าแปลกที่นางกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดเมื่อเห็นตัวเลขเงินกองโตขึ้นเรื่อยๆ
โครม!
จู่ๆ โต๊ะขายตั๋วก็ถูกถีบจนล้มคว่ำ ตั๋วและเงินกระจายเกลื่อนพื้น ฝูงชนแตกฮือกรีดร้องด้วยความใ
กลุ่มชายฉกรรจ์สิบกว่าคน หน้าตาเหี้ยมเกรียม เดินแหวกฝูงชนเข้ามา นำโดยชายร่างั์ที่มีรอยสักรูปเสือดำพาดผ่านใบหน้า เขาคือ "เสือดำ (เฮยหู่)" หัวหน้าแก๊งคุมบ่อนพนันใต้ดินย่านนี้
"ใครอนุญาตให้มาเปิดบ่อนทับที่ข้า!" เสือดำตะคอกเสียงดังสนั่น "รู้ไหมว่าแถวนี้ใครคุม!"
แม่นางหรุ่ยหน้าเปลี่ยนสี รีบสั่งลูกน้อง "คุ้มกันคุณชาย!" แต่ลูกน้องหอบุปผา์มีแค่ 4 คน เทียบกับแก๊งเสือดำที่มีเป็สิบไม่ได้เลย
ซูเหยาหน้าซีด รีบหลบไปอยู่หลังหลินฟานโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆ เกาะชายเสื้อเขาแน่น
หลินฟานยังคงยืนนิ่ง เขาก้มลงเก็บตั๋วใบหนึ่งขึ้นมาปัดฝุ่น "เ้าทำตั๋วของลูกค้าเปื้อนนะ... พี่ชาย"
"เปื้อนแล้วจะทำไม!" เสือดำแสยะยิ้ม ชักมีดดาบเล่มใหญ่ออกมาพาดบ่า "ไอ้หนุ่มหน้าขาว จ่ายค่าคุ้มครองมา 500 ตำลึง แล้วไสหัวไปซะ ไม่งั้นข้าจะตัดมือเ้า!"
"500 ตำลึง..." หลินฟานทวนคำ "เ้าโลภดีนี่ ข้าชอบคนโลภ"
เขาเดินเข้าไปหาเสือดำอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของหว่านเอ๋อและเสี่ยวชิง "เ้าชื่อเสือดำสินะ... เ้าเปิดบ่อนมานาน คงรู้เื่ความน่าจะเป็ดี"
"พูดบ้าอะไรของเ้า!"
หลินฟานล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ 'ป้ายหยกัห้าเล็บ' ขององค์หญิงใหญ่ (ที่นางทิ้งไว้ให้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน) ออกมาชูขึ้นตรงหน้าเสือดำ
แสงแดดกระทบป้ายหยกเป็ประกายวาวโรจน์ เสือดำชะงักกึก ดวงตาเบิกโพลง เขารู้จักสัญลักษณ์นี้ดี มันคือสัญลักษณ์ของผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลวง!
"ปะ... ป้ายั..." เสือดำเสียงสั่น ดาบในมือเริ่มหนักอึ้ง
"กิจการนี้..." หลินฟานกระซิบเสียงเย็นที่ข้างหูเสือดำ "หุ้นส่วนใหญ่คือ องค์หญิงจ้าวเวยยาง ผู้สำเร็จราชการ... เ้ากล้าไถตังค์นางรึ?"
เสือดำเข่าอ่อนยวบ หน้าซีดเป็ไก่ต้ม ถ้าเื่ถึงหูองค์หญิง แก๊งของเขาโดนกวาดล้างภายในคืนเดียวแน่! "ขะ... ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! ข้าน้อยสมควรตาย!" เสือดำรีบทิ้งดาบ คุกเข่าโขกหัวกับพื้น "ขอคุณชายโปรดไว้ชีวิต!"
ลูกน้องทั้งแก๊งเห็นลูกพี่คุกเข่า ก็รีบคุกเข่าตามกันเป็แถว
ชาวบ้านที่มุงดูต่างงุนงง นึกว่าหลินฟานใช้วิชามารสะกดจิต
"ลุกขึ้น" หลินฟานสั่งเสียงเรียบ "ข้าจะไม่เอาเื่เ้า... แต่เ้าทำโต๊ะข้าพัง ลูกค้าข้าใ เ้าต้องชดใช้"
"ย่อมได้ขอรับ! ข้าจะจ่ายค่าเสียหาย..."
"ข้าไม่้าเงินของเ้า" หลินฟานยิ้มเ้าเล่ห์ "ข้า้าให้เ้าเป็ 'ลูกค้า' และ 'ผู้ช่วย'"
"หา?"
"เ้าและลูกน้องมีกำลังเยอะ... ช่วยข้าจัดแถว ดูแลความเรียบร้อย อย่าให้ใครมาแซงคิวซื้อหวย แลกกับข้าจะให้ส่วนแบ่งเ้าใบละ 1 อีแปะ... และที่สำคัญ..." หลินฟานยัดตั๋วหวยใส่มือเสือดำ "เ้าน่าจะลองซื้อสักใบนะ... คนดวงแข็งอย่างเ้าที่รอดตายจากดาบองค์หญิงมาได้ อาจจะถูกรางวัลที่ 1 ก็ได้ ใครจะรู้?"
เสือดำมองตั๋วในมือ แล้วมองรอยยิ้มการค้าของหลินฟาน ความโลภเข้าครอบงำแทบจะทันที... ถ้าถูกรางวัลพันตำลึง เขาเลิกเป็นักเลงไปเปิดโรงเตี๊ยมได้เลย!
"ตกลงขอรับคุณชาย!" เสือดำะโสั่งลูกน้อง "เฮ้ย! พวกเอ็ง! ลุกขึ้นมาจัดแถว! ใครแซงคิวแม่ตีกบาลแยก! แล้วก็... ข้าขอเหมา 20 ใบ!"
สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็หลังเท้า แก๊งอันธพาลที่น่ากลัว กลายเป็ยามรักษาความปลอดภัยชั้นดี ซูเหยากลับมานั่งขายตั๋วต่อด้วยความงุนงง แต่ก็โล่งใจ
หลินฟานเดินกลับมายืนพัดวีลมเย็นๆ ข้างแม่นางหรุ่ย "เห็นไหม... การจัดการอันธพาล ไม่จำเป็ต้องใช้กำลังเสมอไป... แค่ใช้ 'อำนาจ' และ 'ผลประโยชน์' ก็จูงจมูกพวกมันได้แล้ว"
แม่นางหรุ่ยมองเขาด้วยสายตาที่ทึ่งระคนหลงใหล "เ้านี่มัน... จอมบงการตัวจริง"
ซูเหยาที่แอบฟังอยู่ ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มบางๆ 'เก่งแต่ปาก... แต่ก็ยอมรับว่าเก่งจริงๆ'
วันนั้น ยอดขายสลากกินแบ่งพุ่งทะลุเป้า เงินทองไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าตระกูลหลิน (และคลังหลวง) อย่างบ้าคลั่ง แต่หลินฟานหารู้ไม่ว่า... ความสำเร็จที่รวดเร็วเกินไป กำลังจะนำภัยร้ายที่น่ากลัวกว่านักเลงข้างถนนมาหาเขา
ที่มุมตึกไกลออกไป ชายชุดดำสวมหมวกฟางปิดบังใบหน้า กำลังจ้องมองหลินฟานด้วยสายตาอาฆาต ในมือของเขามีรูปวาดของหลินฟาน... และตราสัญลักษณ์ของ "ลัทธิบัวขาว" (กลุ่มฏที่้าล้มราชวงศ์) "ไอ้หนุ่มนี่หาเงินให้ราชสำนักได้มากเกินไป... ต้องกำจัดทิ้ง ก่อนที่แผนการใหญ่ของเราจะพัง"