จางอี้เทาและจางอี้ิกลับมาถึงบ้านใน่บ่ายสองพ่อลูกเห็นหลี่อ้ายที่อาการค่อยยังชั่วขึ้นแล้วนั่งคุยอยู่กับนางหูซึ่งกำลังปะชุนเสื้อผ้า
“น้องหญิงเ้าตื่นแล้ว” อี้เทาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปหา
“ท่านพี่ข้าดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ พักอีกแค่วันสองวันคงหายดีแล้ว เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านหัวหน้าหมู่บ้านยินดีช่วยครอบครัวเราหรือไม่”
“ท่านลุงถงรับปากพวกเขาชอบน้ำตาลผักของบ้านเรามากิเอ๋อร์แนะนำว่าควรทำไปแจกให้ชาวบ้านได้ลองชิมดูอาจจะช่วยให้พวกเขาตัดสินใจแลกเปลี่ยนแรงงานกับบ้านเราง่ายขึ้น” เขาตอบ
“วันนี้ข้ากับิเอ๋อร์จะขึ้นเขาไปเก็บต้นหญ้าหวานมาทำน้ำตาลผักเพิ่มพรุ่งนี้จะเอาไปให้ท่านลุงถงแจกจ่าย และอีกสามวันท่านลุงถงนัดให้ไปฟังคำตอบจากชาวบ้าน”
“อาเทาิเอ๋อร์จะกินข้าวเลยหรือไม่ แม่จะไปยกมาให้” นางหูเอ่ยถามและเงยหน้าจากผ้าในมือ
“แม่กับเมียเ้ากินแล้วเรียบร้อยหลี่อ้ายยังป่วย แม่เลยไม่ได้รอลูกกับิเอ๋อร์อีกอย่างแม่ว่าจะไปเก็บผักบุ้งมาทำอาหารอีกครั้งในตอนเย็น อาเทาว่าดีหรือไม่”
“ท่านแม่ข้ากับิเอ๋อร์กินมาจากบ้านท่านลุงถงแล้วขอรับ เมื่อวานข้าไม่มีผักป่ากลับบ้านวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผักป่ากลับมาไหมท่านแม่ทำผัดผักบุ้งเหมือนเมื่อคืนวานก็ดีขอรับ ดีกว่ากินโจ๊กธัญพืชเปล่า ๆ”
“ท่านพ่อข้าว่าพวกเรารีบขึ้นเขาไปเก็บต้นหญ้าหวานกันเถอะขอรับ เรายังต้องเอามาตากแดดอีก”อี้ิเสนอ เขาคำนวณเวลาดูแล้วเห็นว่าควรรีบทำอะไรให้เรียบร้อย
“ได้สิท่านแม่ น้องหญิง พี่ไปก่อนนะ” จางอี้เทาบอกลามารดากับภรรยา
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเดินไปแบกตะกร้าขึ้นสะพายหลัง เขาไม่ลืมหยิบมีดและเสียมไปด้วยเสร็จแล้วจึงจูงมือบุตรชายออกจากบ้าน
เมื่อขึ้นมาถึงบนเขาทั้งสองคนก็รีบตรงไปที่กอหญ้าหวานทันทีเมื่อเก็บจนได้ตามจำนวนที่้าแล้วจึงพากันเดินกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน ก็นำต้นหญ้าหวานไปล้างตากแดด รอจนแห้งและเอามาต้มทำน้ำเชื่อมพวกเขาสละเวลา่เย็นทั้งวันหมดไปกับการต้มหญ้าหวานเนื่องจาก้าปริมาณมากสำหรับนำไปแจกให้ชาวบ้านได้ทดลองชิมจางอี้เทาตัดกระบอกไม้ไผ่มาเพิ่มด้วย
“เฮ้อขืนเป็แบบนี้ไม้ไผ่คงได้หมดป่าแน่” จางอี้เทาถอนใจ เขาบ่นเบา ๆ ขณะทยอยนำกระบอกไม้ไผ่ไปล้างที่ริมธารแล้วนำกลับมาผึ่งให้แห้ง
นางหูเองก็ไม่นิ่งดูดายนางจัดการมื้อเย็นไว้พร้อมสำหรับทุกคนในครอบครัว วันนี้ยังคงเป็โจ๊กธัญพืชกับผัดผักบุ้งไฟแดงเหมือนเคยซึ่งตอนนี้นับว่าเป็อาหารชั้นเลิศ แต่สำหรับอี้ิแล้ว ให้กินแบบนี้ทุกวันเขาได้อกแตกตายแน่เขาเคยกินอาหารที่หลากหลายและถูกปรุงรสอย่างดี ทว่าตอนนี้กลับต้องกินอย่างจำกัดเพราะความยากจนมันจึงไม่น่ายินดีเอาเสียเลยอี้ิมองภาพตรงหน้าแล้วได้แต่สัญญากับตนเองว่าเขาจะทนไปอีกไม่นานแน่นอน
แต่ก่อนอื่นต้องหาเงินเข้าบ้านก่อน
.
ยามเหม่า (05.00- 06.59) ของวันถัดไป สองพ่อลูกบ้านจางหอบเอาน้ำตาลผักที่เตรียมไว้ั้แ่เมื่อวานไปส่งให้ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านส่วนที่เหลืออีกสามสิบกระบอก จางอี้ิจะนำไปลองขายในเมือง
เด็กชายตื่นเต้นดีใจเขาอยากจะออกไปสำรวจเต็มที เมืองที่บ้านจางอาศัยอยู่เรียกว่าเมืองไห่ถงเป็เพียงเมืองเล็ก ๆแต่อี้ิอดใจรอแทบไม่ไหวอยากจะรู้นักว่าผู้คนจะมีความเป็อยู่อย่างไร สองพ่อลูกเดินมาถึงปากทางหมู่บ้านจึงเห็นเกวียนของลุงผินจอดรออยู่ก่อนแล้ว
“ท่านลุงผินขอรับค่าเกวียนวันนี้ข้ากับท่านพ่อขอจ่ายเป็น้ำตาลผักได้หรือไม่ขอรับ”จางอี้ิได้โอกาสใช้ความเป็เด็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“สวัสดีอาเทานี่คงเป็ิิน้อยสินะ หายป่วยแล้วหรือ” ลุงผินก้มตัวคุยกับเ้าตัวน้อยที่เอ่ยถามเสียงใส
“สวัสดีขอรับท่านลุงผินิเอ๋อร์หายป่วยแล้วขอรับ” จางอี้เทาตอบคำถาม
“เ้าว่าเ้าทำอันใดมานะิิน้อย”ท่านลุงผิงถามกลับ เด็กน้อยจึงได้ทีรีบนำเสนอ
“น้ำตาลผักขอรับมันให้รสหวานเหมือนน้ำตาลเลยขอรับ วันนี้ข้าเอาไปฝากไว้ที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อแจกให้กับชาวบ้านได้ลองชิมดูส่วนนี้ข้าจะเอาไปลองขายที่ตลาดในเมืองดูขอรับ ท่านลุงผินเพียงแค่เติมลงไปในอาหารได้ทั้งอาหารและชาเลยนะขอรับ ชอบหวานมากหรือหวานน้อยก็ใส่ได้ตามใจชอบเลยขอรับ”
จางอี้ิยื่นกระบอกใส่น้ำตาลผักให้ชายแก่แล้วพูดต่อ
“ท่านลุงผินลองเอาใส่ลงไปในโจ๊กธัญพืชดูนะขอรับข้ารับรองว่าอร่อยกว่าเดิมเยอะเลยขอรับ”
“มันดีเช่นนั้นเชียวหรือิิน้อย”เ้าของเกวียนรับของมานึกอย่างเอ็นดู “ได้ค่ารับค่าเดินทางเข้าเมืองเป็น้ำตาลผักตามที่เ้าขอ ถ้ามันอร่อยจริง วันหลังข้าจะอุดหนุนครอบครัวเ้าอีกแน่นอน”
เสร็จจากการพูดคุยกับสองพ่อลูกบ้านจางลุงผินจึงเร่งให้ทุกคนขึ้นเกวียนเพื่อออกเดินทางเข้าเมืองซึ่งต้องใช้เวลาราวครึ่งชั่วยาม ค่าโดยสารคิดรายคน เที่ยวละห้าอีแปะสำหรับผู้ใหญ่และหนึ่งอีแปะสำหรับเด็ก นอกจากที่ต้องจ่ายค่าโดยสารจากหมู่บ้านมาในเมืองไห่ถงแล้วยังต้องจ่ายค่าผ่านทางเข้าเมืองด้วย โดยผู้ใหญ่คิดสามอีแปะส่วนเด็กไม่คิดค่าเข้าเมือง
จางอี้เทาได้เงินจากซุนซูเย่มาสิบอีแปะลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านให้เอาไว้ติดตัว อย่างน้อยจะได้มีเงินซื้อซาลาเปากินตอนแรกจางอี้เทาจะไม่รับ แต่ซุนซูเย่บอกให้รับไว้อย่างน้อยจางอี้ิก็คงทนหิวไม่ไหว เขาจึงได้แต่ก้มหัวขอบคุณอยู่นาน
เมื่อผ่านด่านตรวจเข้าเมืองมาแล้วลุงผินพาทุกคนไปจอดลงที่พักซึ่งห่างจากกำแพงเมืองไม่มากนัก พร้อมกับย้ำว่าถ้า้ากลับบ้านพร้อมเกวียนของแกต้องมาให้ตรงเวลาในยามเซิน (15.00 – 16.59) ไม่เช่นนั้นก็ให้เดินกลับเอง
“ท่านพ่อขอรับพวกเราลองไปเดินดูกันดีไหมขอรับว่าในเมืองมีร้านขายอะไรบ้าง” จางอี้ิกล่าวเด็กน้อยอยากสำรวจให้ทั่ว
“ไปสิแต่พ่อว่าพวกเราเดินไปที่ร้านขายของก่อนดีหรือไม่เพราะถ้าต้องแบกน้ำตาลผักไปตลอดทางแบบนี้มันลำบาก”
“ขอรับ”
จางอี้เทาสอบถามคนแถวนั้นถึงร้านขายของต่างๆ เมื่อได้รับคำตอบ จึงออกเดินหา เพียงครึ่งเค่อก็พบร้านตรงหน้าเป็เหมือนห้องแถวสองชั้นทำด้วยไม้มีสองห้อง เสียงชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเอ่ยสั่งงานกับผู้ที่คาดว่าเป็ผู้ช่วยขายของดังออกมาถึงข้างนอก
“พี่ชายที่นี่รับซื้อสินค้าหรือไม่ขอรับ”จางอี้ิรอจังหวะ่ลูกค้าเดินออกไปรีบเข้ามาสอบถามเด็กหนุ่มที่กำลังยืนขายของ
“น้องชายตัวน้อยร้านนี้เป็ร้านขายของแต่ก็รับซื้อสินค้าด้วย เ้า้าเอาสินค้าอันใดมาขายเช่นนั้นหรือ”
“ข้ามีสินค้าใหม่มานำเสนอให้เถ้าแก่พี่ชายได้โปรดบอกเถ้าแก่ให้ข้าได้หรือไม่”
“ได้ๆ เ้าตามข้ามาทางนี้”
เด็กหนุ่มบอกให้จางอี้ิเดินตามตัวเขาเข้าไปด้านในร้านที่มีเถ้าแก่นั่งอยู่ตรงโต๊ะคิดเงินจางอี้เทาเห็นบุตรชายเดินตามเด็กหนุ่มไป เขาจึงแบกตะกร้าเดินตามบุตรชายไปด้วย
“เถ้าแก่ขอรับมีคนอยากขายสินค้าให้กับทางร้าน ข้าจึงพามาหาเถ้าแก่ขอรับ”เด็กหนุ่มเอ่ยกับเ้าของร้าน เขาหันมายกยิ้มให้เด็กน้อยและขอตัวกลับไปทำงานต่อ
“เ้าหรือที่มีสินค้ามาขายไหนล่ะ มันคือสิ่งใด” เถ้าแก่ละสายตาจากการคิดบัญชี มองดูเด็กน้อยที่ยืมยิ้มร่า
“เถ้าแก่ขอรับข้ามีนามว่า จางอี้ิ ส่วนนี่คือท่านพ่อของข้า ชื่อจางอี้เทาท่านพ่อของข้ากำลังฝึกให้ข้าทำการค้าขาย ในวันนี้ ข้าจึงเป็ฝ่ายเจรจาการค้าขอรับเถ้าแก่ได้โปรดเมตตาเด็กน้อยเช่นข้าด้วยนะขอรับ” จางอี้ิใช้ความเป็เด็กส่งสายตาออดอ้อนเข้าช่วย
“ข้าชื่อหวังหลีจุน เ้าเรียกข้าว่าเถ้าแก่หวังเช่นคนอื่นเถอะข้าเรียกเ้าว่าอาิได้ใช่หรือไม่”
“ขอบคุณเถ้าแก่หวังที่เมตตาเรียกข้าว่าอาิได้เลยขอรับ”
“ไหนล่ะสินค้าของเ้า ขอข้าดูหน่อย”
“ท่านพ่อขอรับข้าขอน้ำตาลผักกับน้ำชาผักอย่างละกระบอกขอรับ” จางอี้ิหันไปขอสินค้ามาจากบิดาจางอี้เทาหยิบเอากระบอกน้ำตาลผักส่งให้ลูกชายไปอย่างละหนึ่งกระบอก
“เ้าเรียกสินค้านี้ว่าอันใดนะ”
“อันนี้เรียกว่าน้ำตาลผักขอรับมีสีเข้มและมีรสหวานเช่นน้ำตาล แต่มันทำมาจากผักขอรับสามารถนำไปปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เก็บไว้ได้นานใช้ไม่เยอะเพราะมันหวานมากขอรับ เถ้าแก่หวังลองชิมดูก่อนได้ขอรับ”
จางอี้ิยื่นน้ำตาลผักให้กับเถ้าแก่หวังพร้อมกับอธิบายสิ่งต่างๆ อย่างละเอียด
“หืมน้ำตาลผัก และยังทำมาจากผักด้วย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิตนี้ของข้า”เถ้าแก่เปิดกระบอกไม้ไผ่พินิจดูไปมาและลองชิมดู จางอี้ิลุ้นในใจ
“โอ้มันมีรสหวานเหมือนกับที่เ้าบอกจริง ๆ ด้วย” เถ้าแก่หวังพยักหน้าพอใจ
“ใช่แล้วขอรับส่วนกระบอกนี้เรียกว่าชาน้ำตาลผัก จะมีสีอ่อนกว่า ไม่ต้องเอาไปปรุงอาหารสามารถดื่มได้เลยเช่นเดียวกับชาขอรับ วิธีทำก็ง่ายมากเพียงแค่เอาน้ำตาลผักมาผสมน้ำร้อนก็จะได้ชาน้ำตาลผักแล้วขอรับ”จางอี้ิอธิบายเสร็จสรรพแล้วจึงยื่นชาน้ำตาลผักอีกหนึ่งกระบอกให้เถ้าแก่หวังเทลงถ้วยและทดลองชิมดู
“แบบนี้ก็มีรสหวานที่อ่อนลงจริงดังว่าแล้วสินค้าของเ้ากินแล้วจะไม่เป็พิษใช่หรือไม่”
“ไม่เป็พิษแน่นอนขอรับเพราะครอบครัวข้าก็กินน้ำตาลผักเช่นเดียวกันข้าจึงอยากจะลองนำมาขายให้เถ้าแก่เพียงกระบอกละสิบห้าอีแปะเท่านั้นขอรับ”
“อาิข้าก็อยากซื้อน้ำตาลผักของเ้าเอาไว้นะ แต่ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะขายได้ของสิ่งนี้มันยังไม่เคยมีคนกินมาก่อน หากข้าซื้อเอาไว้แล้วเกิดขายไม่ได้ข้ามิขาดทุนหรือ” เถ้าแก่ถาม
“ทำเช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับข้ารบกวนเถ้าแก่ให้คนไปต้มโจ๊กธัญพืชแค่หนึ่งหม้อเล็ก แล้วเติมน้ำตาลผักลงไปเพียงเท่านั้นไม่ต้องใส่เกลือ ไม่ต้องใส่อันใดลงไปแล้วท่านลองนำมาแจกให้กับคนที่เดินผ่านไปมาได้ลองชิมดูอีกไม่นานก็ถึงเวลากินข้าวแล้ว ถ้าชาวบ้านชอบ ท่านจึงค่อยซื้อน้ำตาลผักของข้าแต่ถ้าชาวบ้านไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ทู่ซี้ให้เถ้าแก่รับสินค้าไว้เลยขอรับ”จางอี้ิเสนอวิธีการ เถ้าแก่หวังยกยิ้มพึงใจในปัญญาของเด็กชายไม่น้อย
“ได้ข้าจะลองทำตามที่เ้าบอก”เถ้าแก่หวังะโเรียกเด็กหนุ่มคนเดิมกับที่พาเขาเข้ามาและสั่งให้ไปต้มโจ๊กธัญพืชมาหนึ่งหม้อเล็ก
เวลาผ่านไปราวสองเค่อ
“เด็กน้อยนี่คือโจ๊กหนึ่งหม้อเล็กของเ้า เ้าจะทำอันใดต่อไป”เด็กขายของคนเดิมก็เข้ามาพร้อมกับโจ๊กหม้อเล็ก
“ข้าขอถ้วยใบเล็กสักสิบใบได้หรือไม่ขอรับพร้อมกับช้อนด้วย”
“บ๊ะเ้าตัวเล็ก ได้คืบจะเอาศอก โจ๊กข้าก็ให้โดยไม่คิดเงินนี่ยังต้องให้เ้ายืมช้อนอีกเช่นนั้นหรือ”
“โธ่เถ้าแก่ขอรับ ถ้าท่านไม่ให้ข้ายืมช้อนกับถ้วยแล้วข้าจะเอาอันใดไปใส่โจ๊กให้กับชาวบ้านเล่าขอรับเสร็จแล้วข้าจะล้างทำความสะอาดให้นะขอรับ” จางอี้ิได้แต่ส่งสายตาปริบ ๆอ้อนไปอย่างนั้น
“อ้าวอาคุน เ้าไปเอาช้อนกับถ้วยเล็กมาให้เ้าพ่อค้าตัวน้อยนี่ด้วย”เถ้าแก่หวังได้แต่ส่ายหน้า เอ่ยบอกลูกน้องตนเองให้ไปเอาของมา
“ขอบคุณขอรับ”จางอี้ิรีบก้มหัวขอบคุณ ส่งยิ้มหวานไปให้จนเถ้าแก่มันเขี้ยว
เอาล่ะ...ได้เวลาขายของแล้ว