ตู้ม ตู้ม ตู้มมมมมมม!
เสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายครั้ง ณ ูเาแอลฟ์สนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาเขตบริเวณตามโดยรอบเหล่าขุมอำนาจทั้งหลายแหล่ที่อยู่โดยรอบทิศทางต้นไม้ใหญ่ศูนย์กลางต่างส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาสอดแนมพร้อมรอรายงานและเตรียมพร้อมลงมือ ยิ่งเมื่อมีข่าวรายงานมาว่าสัตว์อสูรชั้นสูงสายเืสูงส่งยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่สิทธิ์เ้าของโดยแม็กซีวีลอนเหล่าขุมอำนาจทั้งหลายต่างเตรียมพร้อมแล้วที่จะลงมือในการแย่งชิงในครั้งนี้ซึ่งหาได้สนใจไม่แล้วว่านั้นจะเป็ตระกูลแม็กซีวีลอนที่ยิ่งใหญ่ ‘เพราะกฎแท้จริงของโลกใบนี้คือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง’
มันคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้มที่จะแย่งชิงมันมาให้ได้ ยิ่งเมื่อมีเสียงะเิดังขึ้นทุกคนจึงรู้แล้วว่าตอนนี้ได้มีผู้ลงมือแล้วแต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็ฝ่ายใด... ทางนี้ก็เตรียมลงมือบ้างแล้วนั่นคือความคิดของเหล่าขุมอำนาจทั้งหลายที่รายล้อมอยู่และเมื่อกำลังจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนั้น.....
“แฮ่กๆ ๆ แฮ่กๆ นายท่านขอรับ!”
ทางด้านตระกูลแม็กซีวีลอน.... ที่มุ่งตรงทางูเาแอลฟ์เช่นกันเมื่อได้ยินเสียงะเิดังขึ้นในหลายต่อหลายครั้งจึงเกิดการหยุดชะงักนาธานเนียลประมุขของตระกูลถึงกับปลดปล่อยแรงกดดันออกมามากและนิ่งขรึมขึ้น ‘ใครกันที่มันบังอาจนักกล้าถึงกับมาลงมือถึงในพื้นที่ของตระกูลแม็กซีวีลอนก่อนเช่นนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยอย่างนั้นรึ’ (นาธานเนียล) อย่างน้อยหากว่า กฎแท้จริงของโลกใบนี้คือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง แต่กฎของการแย่งชิงนั้นมันก็มีเหมือนกันผู้เป็เ้าของพื้นที่และเหล่าผู้ท้าชิงทั้งหลาย
“หากว่านี้เป็ฝีมือของหนึ่งในขุมอำนาจใดล่ะก็เห็นที่ว่าข้าคงจะนิ่งเฉยไม่ได้” นาธานเนียลเอ่ยออกมาน้ำเสียงเรียบเย็นกับบุตรชายทั้งสามเสาหลักที่ติดตามมาและเหล่าผู้าุโและผู้มีฝีมือของตระกูล
“ท่านพ่อ”
“มีอะไรงั้นรึเดเนียล” นาธานเนียลหันมาถามเดเนียลบุตรชายคนรองผู้เปรียบดั่งเป็เสนาธิการแห่งตระกูลทั้งความสามารถในทางต่อสู้ที่มิแพ้ใครแล้วสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือสติปัญญาอันชาญฉลาดไม่ว่าคิดวางแผนการสิ่งใดมิมีเลยที่พลาดสักครั้งหรือแม้กระทั่งความคิดใดแนะนำใดต่างๆ ในทางบุ๋นไม่เลยสักครั้งที่จะทำให้เขาต้องผิดหวัง บุตรชายคนนี้สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเสนาธิการแห่งตระกูล และยังบุตรชายทั้งสองของเขาก็เช่นเดียวกันที่เก่งการไม่แพ้ใครในทางบู๊รวมกันเป็สามเสาหลักดั่งผาหินแห่งตระกูลที่ลือเลื่องชื่อขจรทั่ว
“นี่ไม่ใช่....” มิใช่เพียงแค่นาธานเนียลเท่านั้นที่รอรับฟังคำกล่าวของเสนาธิการของตระกูลแต่รวมถึงน้องชายทั้งสองเดมิเนียลและโดมิเนียล เหล่าผู้าุโและผู้มีฝีมือของตระกูลเองก็รอฟังเช่นกัน อำนาจการสั่งการของเดเนียลนั้นเป็อำนาจเด็ดขาดรองเพียงแค่นาธานเนียลเท่านั้นจึงไม่แปลกนักที่ทุกคนจะให้ความเคารพและเชื่อฟังมากและอำนาจรองลงมาก็ตามลำดับดั่งคล้ายเก้าอี้บัลลังก์นั่นแล... ยกเว้นก็แต่เก้าอี้บัลลังก์ผู้ว่างเปล่านั้น แน่นอนว่าเดเนียลก็ต้องด้อยกว่าแน่นอนและให้ความเคารพอย่างยิ่งสุด ตนเองนั่นนั่งฝั่งซ้ายใกล้ของท่านประมุขหรือท่านพ่อของตน ฝั่งขวาเก้าอี้บัลลังก์ฝั่งขวา... มือขวาที่มักไว้ใช้งานหลักแต่บางครั้งก็หาใช่เช่นนั้นเสมอไป
“ไม่ใช่ฝีมือของขุมอำนาจใดแน่นอน...” หากบุตรชายคนรองของเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ก็ต้องเป็เช่นนี้นาธานเนียลรู้สึกโล่งเพียงน้อยเพราะอย่างน้อยเหล่าขุมอำนาจเ่าั้ก็ยังมีความยำเกรงและเกรงใจในตระกูลแม็กซีวีลอนอยู่บ้าง หากมิเช่นนั้นล่ะก็คงจะได้มีศึกใหญ่นอกจากการแย่งชิงนี้แน่นอน แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่บุตรชายคนรองได้กล่าวต่อมาก็ทำเอาเขาอึ้งนิ่งค้างเติ่งนานและรวมไปถึงทุกคนด้วยก็เช่นกัน
“เพราะนี่มันกลิ่นอายของอัคคี... บริสุทธิ์”
ตู้ม ตู้ม ตู้มมมมม!
ะเิรุนแรงดังขึ้นอีกต่อเนื่องเผาไหม้กินพื้นที่บริเวณโดยรอบกว้างขวางคร่าชีวิตสัตว์อสูรระดับขาวขั้นสูงและระดับดำไปแล้วหลายต่อหลายตัวกลิ่นควันไหม้ผสมปะปนกลิ่นอายพลังเวทย์อัคคีที่สำคัญยังเป็ธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่ไม่เคยปรากฏอีกด้วยคละคลุ้งไปทั่วูเาแอลฟ์ต่างทำให้ผู้สังเกตการณ์ของแต่ละฝั่งขุมอำนาจรีบกลับไปรายงานนายตนถึงผู้ลงมือในครั้งนี้ที่ยังคงเป็ปริศนา และเป็ที่ให้ความสนใจเป็อย่างมาก
“นายท่านขอรับ มีผู้ที่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับดำได้... โดยเพียงตัวคนเดียว” ผู้สังเกตการณ์ที่กลับมารายงานความจากูเาแอลฟ์แก่นายท่านของตนมีความอ้ำอึ้งเพราะยังมีความอึ้งตะลึงในสิ่งที่ได้ด้วยสายตาของตนเองอยู่ การจะสังหารสัตว์อสูรถึงระดับดำนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยต้องใช้ผู้ที่อยู่ระดับจอมเวทย์ระดับสูงสุดถึงสี่คนและเื่ที่ยากอีกคือผู้ที่ถึงระดับจอมเวทย์นั้นเล่าไม่ใช่ว่าจะมีอยู่ทั่วไปเสียกระไรน้อยคนยิ่งนัก แต่นี้กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับดำได้ด้วยตัวเดียวเลยท่านผู้นั้นอยู่ในระดับใดกัน
“ว่าอย่างไรนะ... สังหารสัตว์อสูรระดับดำงั้นรึ ด้วยตัวคนเดียวงั้นรึ...” แม้แต่นายท่านของตนที่อยู่ในระดับจอมเวทย์แท้จริงขั้นต้นกำเนิดยังไม่สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรระดับดำนั้นได้เลยเพียงตัวคนเดียว ทุกคนที่ได้ฟังต่างอึ้งและตื่นตระหนกยิ่ง การสังหารสัตว์อสูรระดับดำด้วยตัวคนเดียวได้นั้นเห็นที่งานนี้คงจะมีข่าวใหญ่เสียแล้ว ท่านผู้นั้นเป็ใครกัน...
“อีกอย่าง....” นี่ขนาดว่าสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับดำได้ด้วยเพียงตัวคนเดียวทุกคนที่ได้ฟังและได้ข่าวใหญ่นี้ก็ต่างตื่นตระหนกกันไปแล้ว และอีกอย่างที่เขาจะเอ่ยบอกกล่าวต่ออีกเล่าไม่น่าใเสียกว่ารึ ก่อนที่ผู้สังเกตการณ์นั้นจะเอ่ยกล่าวถึงอีกใจความสำคัญของข่าวในครั้งนี้แก่นายของตนฟังทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบลงทันที
“และเป็อัคคีขอรับ อัคคี.... บริสุทธิ์”
“ย๊าาาาาาาา ฮ้าาาาาาา!” ..... ตู้มมมมม!
ปรากฏเป็หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามหยาดฟ้าและมีละอองเพลิงรายรอบร่างโปร่งนั้นดั่งเทพธิดาแห่งเพลิง เส้นผมยาวสีแดงเพลิงเป็เอกลักษณ์สยายปลิวพลิ้วไหวไปตามสายลม ดวงตาคมสีเพลิงเช่นกันมองสบอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก หญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงในระดับจอมเวทย์ขั้นใกล้แตะขั้นสูงสุดผู้มีทรวดทรงเพรียวโปร่งปลดปล่อยแรงกดดันโดยมากในมือถือดาบเพลิงเล่มยาวสีทมิฬเพลิงที่มีอักขระสลักยาวตามเป็อาวุธ ละอองพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่มิเคยปรากฏกระจายไปทั่วข่มเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายรวมถึงเหล่าผู้อยู่โดยรอบ กลบกลิ่นอายของเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ของสัตว์อสูรสายเืผู้สูงส่งยิ่งใหญ่ที่เพิ่งฟักตัวไปจนตอนนี้เหลือเพียงกลิ่นอายของอัคคีบริสุทธิ์ของตนเอง เหล่าสัตว์อสูรบางตัวที่ได้กลิ่นอายของธาตุบริสุทธิ์ต่างก็หลบหนีไปอีกทางเพื่อป้องกันการปะทะกับผู้มีธาตุบริสุทธิ์และต่างก็ััได้ถึงความร้ายกาจของเพลิงนั้น ส่วนสัตว์อสูรบางตนที่ได้ย่างกรายเข้ามาแล้วก็ไม่ต่างอะไรที่ส่งตัวเองเข้าสู่ความตายของกองเพลิงแห่งอารมณ์โกรธเกรียว
“อะไรกันมาแค่นี้เองรึ หึ” หญิงสาวใบหน้างดงามผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยันเมื่อพบว่าเหล่าสัตว์อสูรที่ดาหน้าเข้ามาก่อนหน้าตนนั้นได้จัดการไปหมดแล้วส่วนพวกที่เหลือก็ต่างหายกลับเข้าที่หุบเขาชี่เช่นเดิมหรือบ้างก็ยังไม่ถึงแต่ได้ััเข้ากับพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่กระจายไปโดยรอบก็ต่างเปลี่ยนทิศทางมุ่งหมาย อีกอย่างคือด้วยที่ว่าคงจะััได้ว่าสิ่งตนหมายปองนั้นได้หายไปแล้วด้วย สัตว์อสูรที่มีปัญญาก็คงจะไม่มีตัวใดที่้าเข้ามาทิ้งชีวิตโดยเสียเปล่าเป็แน่
“เ้า อะแฮ่ม แม่นางท่านเป็ใครกัน มาจากแห่งใดไม่รู้หรือว่าที่แห่งนี้เป็สถานที่ในเขตของตระกูลแม็กซีวีลอน” ‘ระดับจอมเวทย์ขั้นใกล้แตะขั้นสูงสุดเลยรึ แต่กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับดำด้วยเพียงตัวคนเดียวได้ถึงเพียงนี้... และนั่นหรือคือพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ได้เห็นกับตาแล้วมันช่างสุดยอดจริงๆ’ (นาธานเนียล) มิใช่เพียงที่นาธานเนียลเท่านั้นที่คิดทุกคนที่ได้เห็นและััถึงก็คิดเช่นกันรวมถึงเหล่าขุมอำนาจต่างๆ ที่สังเกตการณ์เงียบๆ แทนไม่ปรากฏตัวออกมาจากที่ของตน
นาธานเนียล บุตรชายทั้งสามและพรรคพวกนั้นที่มาถึงได้มองอยู่นานถึงการต่อสู้ที่เฉียบขาดยิ่งนักของหญิงสาวที่ยังไม่พ้นรุ่นเยาว์เลยตรงหน้าและที่สำคัญคือพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่ในอาณาจักรนี้ไม่เคยมีปรากฏเลยแม้แต่คนเดียว และเขาถึงจะาุโกว่าและเป็ถึงประมุขของตระกูลหนึ่งในขุมอำนาจหลักใหญ่ของอาณาจักรแต่การเอ่ยถามอย่างให้เกียรติต่อผู้ที่ถึงขนาดมีพลังระดับนี้ั้แ่ไม่พ้นรุ่นเยาว์นักและยังมีพลังธาตุบริสุทธิ์ที่ยังไม่มีที่มาที่ไป การกล่างเอ่ยถามอย่างให้เกียตรินั้นจะเป็การดีเสียกว่าที่จะกล่าวอะไรออกไปให้ต้องผิดใจกัน แต่ดูไปแล้วนี่มันเรียกได้เป็อัจฉริยะของยุคได้เลยกระมัง
พลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่ในอาณาจักรนี้ไม่เคยมีปรากฏเลยแม้แต่คนเดียว อย่าว่าแต่อัคคีบริสุทธิ์พลังธาตุใดๆ ก็เช่นกันยังมิเคยที่จะพบเห็นเป็พลังธาตุถึงขั้นบริสุทธิ์เลยขนาดพลังธาตุขั้นพิสุทธิ์ยังหายากเลยอย่าให้เอ่ยถึงพลังธาตุขั้นบริสุทธิ์เลยเถอะ แน่นอนหากว่ามีจะต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่คงจะได้รับการดูแลเป็อย่างดีจากอาณาจักรได้การเชิดชูเกียรติไม่ต่างจากคนสำคัญอย่างจักรพรรดิของอาณาจักรเป็แน่ อำนาจเงินทองต่างๆ สิ่งใดที่้าแน่นอนว่าต้องได้...
“ข้า....” หญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงแม้จะใบหน้างดงามที่ชวนให้เผลอไผลตามแต่ใบหน้านั้นก็ปรากฏความไม่พอใจยิ่งนักออกมาที่กำลังไม่สบอารมณ์อยู่แล้วนั้นยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งขึ้นนักที่มีผู้เข้ามาขัดและกล่าววาจาใหญ่โตแม้ว่าตนเองจะเป็ผู้ที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ของเ้าของนั้นจริงๆ ด้วยความเย่อหยิ่งในตัวตนของนางและกำลังจะเอ่ยกลับไปอย่างมีอารมณ์เกรียวนั้นกลับนิ่งงันก่อน ดวงตาสีแดงเพลิงได้มองสบเข้ากับดวงตาคมกริบจากผู้ที่อยู่ด้านหลังของประมุขผู้นำท่านนี้ ความนอบน้อมที่ไม่เคยคิดจะมีแก่ใครก็ถูกนำออกมาใช้อย่างมีเลศนัยเ้าเล่ห์แตกต่างจากท่าทีที่หยิ่งกร้าวก่อนหน้านี้
“อย่างแรกข้าน้อยคงต้องขอเอ่ยขอโทษเสียก่อนที่ผู้น้อยนั้นได้กระทำล่วงเกินมากยิ่งนักในพื้นที่ของท่านผู้าุโ ซึ่งข้าน้อยมิทราบมาก่อนและมิได้มีเจตนาร้ายใดๆ เลยทั้งสิ้นและเพื่อเป็การชดเชยไถ่โทษข้าน้อยจะแบ่งแก่นจิติญญาสัตว์อสูรนี้ให้แก่ทางท่านผู้าุโก็แล้วกัน”
หญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมกลับ ทุกคนต่างอึ้งนิ่งงันเมื่อหญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงตรงหน้านี้เอ่ยออกมาว่าจะยกแก่นจิติญญาสัตว์อสูรถึงระดับดำนั้นให้อย่างง่ายๆ เช่นนี้และเป็จำนวนถึงสามอัน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลยที่จะได้และหามันมาการจะสังหารสัตว์อสูรระดับดำนั้นและหากพูดถึงราคาของแก่นจิติญญาสัตว์อสูรระดับดำแล้วที่นอกจากจะราคาสูงลิบลิ่วแล้วนั้นมันไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ เช่นกัน แต่เมื่อได้เห็นถึงระดับผนวกกับพลังธาตุบริสุทธิ์นั้นของหญิงสาวตรงหน้านี้แล้วก็คงจะไม่ใช่เื่ยากจริงๆ นั่นแลสำหรับนาง
นาธานเนียลมีสีหน้าที่ดีขึ้นคลายความกังวลลงเล็กน้อยที่หญิงสาวตรงหน้านี้มิใช่ศัตรูแน่แท้ ถึงจะเป็หนึ่งในตระกูลขุมอำนาจขนาดใหญ่เมื่อมีพันธมิตรมีมิตรสหายก็ต้องมีศัตรูเช่นกัน ดั่งคำกล่าวที่ว่ายิ่งขึ้นสูงยิ่งหนาวเหน็บและเดี่ยวดาย อาจจะมิใช่มิตรกันก็ได้แต่ก็ต้องมิใช่ศัตรูเช่นกัน ฉะนั้นการที่จะไม่ต้องเป็ศัตรูกับผู้มีพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์นั้นก็ถือว่าดี อีกอย่างที่สำคัญคือการไม่รู้ที่มาที่ไปของอีกฝ่ายด้วยอย่างนี้ การที่นางแบ่งส่วนแบ่งเป็ค่าบุกรุกพื้นที่แถมยังเป็แก่นจิติญญาสัตว์อสูรระดับดำถึงสามอันก็ถือว่าสมดุลแล้วล่ะ
แต่สำหรับเดเนียลผู้เป็เสนาธิการแห่งตระกูลนั้นเมื่อเห็นใบหน้างดงามปรากฏรอยยิ้มแย้มสดใสต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิงซึ่งเป็การปรับเปลี่ยนอารมณ์อย่างกะทันหันและช่างดูไม่น่าไว้ใจยิ่งนัก
“ส่วนที่ว่าตัวข้าน้อยเป็ใครนั้น จริงๆ แล้วข้าเพียงแค่ผ่านทางมาเท่านั้น และบังเอิญว่า....” นาธานเนียลและรวมถึงทุกคนในที่นี้นิ่งฟังคำกล่าวของสตรีตรงหน้าต่ออย่าง้าทราบถึงที่มาที่ไปของหญิงสาวผู้นี้ผู้มีใบหน้างดงามดั่งเทพธิดาแห่งเพลิง มีเส้นผมสีแดงเพลิงยาวสลวย ดวงตาคมสีแดงชาดเช่นกันดั่งเป็เอกลักษณ์รวมถึงระดับและพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ทั้งแข็งแกร่งอีกด้วยเพียงในวัยนี้ แต่เมื่อได้ฟังความต่อความเงียบจึงได้บังเกิดปรากฏปกคลุมขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายท่านรองของตระกูลเดเนียล แม็กซีวีลอน
“ข้า้าที่จะมาเข้าร่วมตระกูลหนึ่งที่มีนายน้อย นามว่า ‘มีคาเอล สเวน’ เ้าค่ะ”