วันรุ่งขึ้นสำนักตักสิลายังวุ่นวายเช่นเดิม .. ศิษย์ใหม่หลายร้อยคนกับผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง ต้องมาจ่ายค่าเล่าเรียนและส่งตัวศิษย์ใหม่เข้าสู่สำนัก
.. การเรียนการสอนของสำนักดำเนินไปอย่างปกติ สำนักตักสิลาเน้นวิชายุทธ์เป็หลักแบ่งลำดับชั้นเป็ ปฐมยุทธ์ต้น ปฐมยุทธ์ปลาย ยุทธ์ตรี ยุทธ์โท และยุทธ์เอก
แต่ขณะเดียวกันเหล่าศิษย์ต้องร่ำเรียนวิชาแขนงอื่นๆ ประกอบไปด้วย ได้แก่ ทักษะการอ่านเขียน หลักปรัชญา การเมืองการปกครอง และมนต์อาคมต่างๆ
อาคารเรียนการอักษรอยู่ใกล้กับโรงครัว อุทัยมักแอบลอบเรียนวิชาของสำนักอยู่เสมอ สติปัญญาของมันนับว่าเป็อัจฉริยะผู้หนึ่ง สามารถอ่านเขียนอักษรได้อย่างพิสดาร และเข้าใจหลักปรัชญาของปราชญ์เมธีลือชื่ออย่างลึกซึ้ง
บ่ายวันนี้ก็เช่นกัน มันหลีกหนีงานครัวอันวุ่นวายมาแอบฟังอยู่นอกชายคาอาคารเรียน
วิชา 'ภูมิรัฐศาสตร์' ของศิษย์ชั้นยุทธ์เอกบ้านภูผา เป็เด็กชายหญิงอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีจำนวนห้าสิบกว่าคน
ครูอักษรสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวกับศิษย์หน้าห้องเรียน ผนังหน้าชั้นเรียนประดับด้วยแผนที่ใหญ่ใบหนึ่ง
ครูอักษร "ศิษย์ทั้งหลาย .. วันนี้จะว่าด้วย 'รัฐศาสตร์มหาภาค' ของภาคพื้นมหาทวีปเรา"
"ชมพูทวีป หรือมหาทวีปเราประกอบด้วยสามมหาอาณาจักรและหนึ่งสหพันธรัฐ สามมหาอาณาจักรประกอบด้วยอาณาจักรอันใดบ้าง มีใครบอกครูได้บ้าง? "
ลูกศิษย์แถวหน้ายกมือขึ้นตอบ
"อะราวัลลี คับ"
"มหารัชชะ ค้า"
"รามาเมฆาลัย คร๊าบ"
ครูอักษรยิ้มแล้วกล่าวว่า "ถูกต้อง... สามมหาอาณาจักรคือ อะราวัลลี มหารัชชะ และรามาเมฆาลัย"
"ส่วนสหพันธรัฐประกอบด้วยแว่นแคว้นใหญ่น้อยด้านบูรพาของทวีป มีแปดแคว้นหลัก ได้แก่ มหาการีย์ มัธยะปุรา โอริสา กุมพกาม โกษิยะ นรยาปุระ ฉัตตีสครห์ และอโยธยาของเรา"
พร้อมชี้ไม้ไปยังแผนที่ที่แขวนอยู่หน้าห้องเรียน เป็กลุ่มรัฐบนที่ราบลุ่มสลับเทือกเขาและเกาะใหญ่น้อยทางด้านบูรพาทิศของชมพูทวีป และบรรยายต่อว่า
"สหพันธรัฐถูกก่อตั้งเมื่อสองพันปีก่อน เป็การรวมตัวของแว่นแคว้นเพื่อประโยชน์ทางการค้า และที่สำคัญคือความร่วมมือทางด้านการทหารเพื่อต่อต้านการรุกรานผนวกดินแดนของเหล่ามหาอาณาจักร ในบรรดาแคว้นต่างๆ นับ มหาการีย์ กุมพกาม และอโยธยาของเราเป็สามแคว้นที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งทางการทหารมากที่สุด"
"ในความเป็จริงความสัมพันธ์ของสหพันธรัฐเปราะบางยิ่ง ตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมาเกิดาระหว่างแคว้นขึ้นเนืองๆ โดยเฉพาะในรอบสิบปีมานี้แคว้นมหาการีย์้ารวบรวมแคว้นต่างๆ เพื่อตั้งตนเป็อาณาจักรทำการผนวกดินแดนของแคว้นใหญ่น้อยรวมถึงมัธยะปุราและโอริสา"
"ในขณะเดียวกันฝ่ายมหาอาณาจักรก็แผ่ขยายอำนาจเข้ามา โดยแคว้นนรยาปุระอยู่ใต้อารักขาของอาณาจักรอะราวัลลี ส่วนแคว้นฉัตตีสครห์ก็ถูกอาณาจักรมหารัชชะครอบงำ”
ครูบรรยายมาถึง่นี้ พวกศิษย์หลังห้องบางส่วนนั่งหลับนกพยักหน้าหงึกๆ กันแล้ว
.. อุทัยหวนคิดถึงแคว้นมัธยะปุราแผ่นดินเกิดของมัน สามปีก่อนกรุงนพรัตน์ราชธานีแทบล่มสลาย
นครหลวงถูกทัพมหาการีย์โอบล้อม แต่มกุฎราชกุมารเ้านพฤทธิ์ซึ่งคือบุตรเ้านพเทพกษัตริย์ขณะนั้นประกอบด้วยปัญญาวางแผนฝ่าวงล้อม สมทบกับทัพขุนอินทรพิชิตผู้บัญชาการทหารมณฑลบูรพา ซึ่งได้รับการสนับสนุนลับๆ จากอโยธยา หลบนี้ก่อตั้งราชธานีใหม่ที่เมืองพิบูรณ์บุรี
ระหว่างการผ่าวงล้อมเ้านพเทพถูกทำร้ายถึงแก่ต ทั้งสองทัพตั้งประจันรบพุ่งกันอยู่กว่าสิบแปดเดือน สุดท้ายแคว้นมหาการีย์เกิดฏที่มณฑลทักษิณ จ้าวมหาการีย์จำต้องถอนทัพกลับไปปราบฏ และแต่งตั้งให้ 'ราชครูมหาเวทดาวดึงส์' พร้อมทหารยี่สิบหมื่นปกครองดินแดนมัธยะปุรา
แคว้นมัธยะปุราจึงถูกแบ่งครึ่งออกเป็สองส่วน มัธยะปุราประจิมถูกปกครองโดยทัพมหาการีย์มีกรุงนพรัตน์ราชธานีเป็ศูนย์กลาง มัธยะปุราบูรพาปกครองโดยราชวงศ์นพเทพ เ้านพฤทธิ์ขึ้นครองราชย์และได้สถาปนาเป็ "เ้านพเทพมหาจักราที่สิบแปด" ตั้งเมืองพิบูรณ์บุรีเป็ราชธานีและเปลี่ยนชื่อเป็ "กรุงนพเทพรัตนราชธานี"
อุทัยตั้งปณิธานว่าเมื่อไรอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์จะกลับไปสมัครเป็ทหารทัพขุนอินทรพิชิต ชูธง "กองทัพธรรม" เข้าขับไล่ทัพมหาการีย์ออกจากแผ่นดิน
หลังจบคาบเรียนขณะอุทัยเดินกลับโรงครัวต้องผ่านลานซ้อมมวยของสำนัก ศิษย์บ้านอัคคีชั้นยุทธ์โทกำลังเรียนวิชา'มวยตักสิลาระดับโท' .. อุทัยหยุดฟังด้วยความสนใจ
เสียงครูมวยผู้หนึ่งดังกังวาน
"เอาหล่ะศิษย์บ้านอัคคีทั้งหลาย วันนี้เรามาฝึกทบทวน 'ศิลปะการรุก' ของมวยตักสิลาเรา เอ้า ... ขอตัวแทนผู้หนึ่ง"
"เ้าอนุวงศ์ ... ลุกขึ้นมา" ครูมวยเลือก
"ขอรับ" เด็กชายอายุสิบหกผู้หนึ่งรับตอบ มันคือ 'เ้าอนุวงศ์' รูปร่างสูงกำยำได้สัดส่วนกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน มีเชื้อสายเ้านครจากแขวงช้างรุ้งดินแดนใต้ปกครองของอโยธยา
เ้าอนุวงศ์ลุกเดินออกมาอย่างมั่นใจมันคือศิษย์กลุ่มพร์ได้รับการคัดเลือกจาก 'มุกชำระจิต'
เมื่อออกมาถึงด้านหน้าก็ตั้งท่าจดมวยตามตำรับมวยตักสิลา คือการวางมือวางเข่าให้ถูกต้องตามหลักการฝึก มันมีเหลี่ยมมวยขวา นั่นคือยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายก็ยื่นล้ำไปข้างหน้า แขนซ้ายขวาขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
มันกำหมัดได้อย่างถูกต้องโดยพับนิ้วทั้งสี่เข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่นโดยไม่เกร็ง
การจัดท่าทาง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัวของอนุวงศ์บ่งบอกว่ามันเป็นักมวยที่มีชั้นเชิงผู้หนึ่ง
"เยี่ยมมม !" ครูมวยกล่าวชม
"ศิษย์ทั้งหลาย 'การรุก' คือการใช้การออกไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็การรุกโจมตี มีทั้งการหลอกล่อและเข้าโจมตีจริง โดยทั่วไปกระบวนท่านำของการรุกจะเป็ไม้มวยยาว มีความเร็วและรัดกุม เช่น หมัดเหวี่ยงยาว การถีบตรง การเตะเฉียง เพื่อให้สามารถใช้ไม้มวยท่าอื่นตามต่อได้ ส่วนไม้มวยตามนั้นจะเป็ไม้มวยยาวหรือไม้มวยสั้นก็ได้"
ไม้มวยยาวคือการออกอาวุธระยะไกลได้แก่ การถีบ การเตะ หมัดตรง และหมัดเหวี่ยงยาว ส่วนไม้มวยสั้นคือการออกอาวุธในระยะประชิดได้แก่ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดงัด ศอก และเข่า
"พวกเอ็งต้องดูว่าไม้มวยจังหวะแรกได้ผลดีประการใด บ้างใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้มวยรุกเฉพาะส่วน หรือจำเพาะส่วนล่างอย่างเดียวจะถูกจับทางได้ ง่ายต่อการป้องกันแก้ไข"
"การรุกมีั้แ่จังหวะเดียวขึ้นไป จนถึงไม่จำกัดจำนวนจังหวะ แต่นิยมใช้คือ การรุกหนึ่งจังหวะ สองจังหวะ และ สามจังหวะ"
"อนุวงศ์ลองการรุกหนึ่งจังหวะ ..." ครูมวยกล่าว หางตาเหลือบไปเห็นอุทัย "อ่า ประเดี๋ยว อนุวงศ์หยุดก่อน"
ครูมวยหันมาทางอุทัยและกวักมือ
"เอ็งหน่ะ ... มานี้ !!! " ครูมวยเรียกอุทัย
อุทัยทำหน้าเหลอหลา พลางชี้นิ้วมาที่ตนเอง
"ไอ้เด็กโรงครัว มานี้" ครูมวยเรียกอุทัยอีกครั้ง ครูมวยผู้นี้สังเกตเห็นอุทัยมักแอบมาดูการฝึกมวยอยู่บ่อยครั้งก็เลยแกล้งเรียกมันออกมา
"ฮ้า ฮ้า ฮะ ฮะ" ศิษย์บ้านอัคคีหัวเราะ ท่าทางโง่งมของอุทัยเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างดี
อุทัยเดินอย่างงงๆ มาหาครูมวย 'มิใช่ให้ข้าเป็เป้าให้เ้าถึกนี้เตะเล่นดอกหนา' อุทัยคิด
"หยุดยืนตรงนั้น อ่า ... ใช่ ใช่ ตรงนั้นหล่ะ" ครูมวยกล่าวกับอุทัย ตอนนี้มันหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเ้าอนุวงศ์ห่างราวสามก้าว
"ฮี ฮี ฮี" เ้าอนุวงศ์ยิ้มเยาะ วันนี้มีคนมาให้เตะเล่นมันเบิกบานใจยิ่งนัก
"รุกหนึ่งจังหวะ เริ่มได้..." ครูมวยกล่าวเป็การเริ่มต้น
อุทัยตั้งท่าจดมวยตั้งรับอย่างหลวมๆ และนิ้วทั้งห้ามิได้กำหมัด แสดงถึงการมาเป็เป้าซ้อมถ่ายเดียว
.. เสียงโห่ฮาของศิษย์บ้านอัคคี
"ฮ่า ฮ่า .. เอาเลยอนุวงศ์"
"ครานี้ไอ้เด็กครัวคงถูกเตะไส้แตก ฮี ฮี"
"รู้เยี่ยงนี้ อาสาเสียแต่แรกก็ได้เตะคนเล่นแล้ว ฮ่า ฮ่า"
เ้าอนุวงศ์เดินรุกไปข้างหน้า เดินสืบนำด้วยเท้าซ้ายยันมั่นคง มันหมุนบิดสะโพกส่งแข้งขวา 'เตะตัด' ขนาดพื้นไปยังลำตัวของอุทัย
.. วืดดดดดด !!!
อุทัยพลันะโเคลื่อนเท้าถอยหลัง หลบลอดลูกเตะอย่างเฉียดฉิว
เ้าอนุวงศ์ออกแรงเตะเต็มที่แต่อุทัยถอยหลบอย่างว่องไว มันจึงเตะใส่อากาศธาตุทำร่างกายเสียสมดุลเกือบล้มคะมำ สร้างความอับอายแก่มันยิ่ง
"อ้าววว เอ้ยยยย !!! อ้ายเด็กโรงครัวเอ็งอย่าหลบซิหว่ะ ... อย่างนี้จะสอนกันได้อย่างไร" ครูมวยกล่าวกับอุทัย
"ห้ามหลบเข้าใจหรือไม่ !" ครูมวยกล่าวสำทับเสียงดัง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงโห่ฮาจากกองแช่งบ้านอัคคี
"..." อุทัย 'เห็นข้าเป็กระสอบทรายหรือไร ประเดี๋ยวได้เห็นดีกัน ฮึ ฮึ'
เ้าอนุวงศ์เดินปรี่เข้ามาอีกครั้ง มันส่งแข้งขวา 'เตะตัด' ขนาดพื้นไปยังลำตัวของอุทัยอีกครั้ง คราวนี้มันใช้แรงทั้งหมดสิบส่วนที่มี
อุทัยตาจ้องเขม็ง มันย่อกายใสตัวเข้าหาตั้งแขนซ้ายเข้ารับแข้ง ชิงเข้าปะทะก่อนที่แข้งขวาของเ้าอนุวงศ์จะถูกเตะออกมาจนถึงจุดที่รุนแรงเต็มที่
.. ผั๊วววววะ !!!
เสียงเตะดังถนัดถนี่ เ้าอนุวงศ์รู้สึกเจ็บแข้งขวาแปล๊บขึ้นมา
"เฮ้ฮฮฮฮฮฮ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" กองแช่งส่งเสียงอย่างสนุกสนาน
"ฮึ..." ครูมวยหรี่ตามอง 'มันเป็มวย อ้ายนี้ไม่เลว ฮึ ฮึ'
"ต่อไป .. รุกสองจังหวะ !!! " ครูมวยให้เ้าอนุวงศ์สาธิตการรุกท่าต่อไป
เ้าอนุวงศ์ยิ้มอย่างชั่วร้าย 'ชิ ! ไอ้ขยะ' มันโยกตัวซ้ายขวาหลอกล่อ สืบขาขวาปักมั่น เตะออกด้วยแข้งซ้าย หลอกล่อด้วยสายตาว่าจะเตะตัดเข้าลำตัว แต่กลับเปลี่ยนเป็เตะตวัดเข้าน้องขวาของอุทัยเป็จังหวะแรก อุทัยตั้งเข่าขวารับโดยทันที
.. ผั๊วววะ !!!
เ้าอนุวงศ์เตะเข้าหัวเข่าอุทัยอย่างจัง 'เตะไม่เข้า' ท่านี้เป็เพียงท่าหลอกมันจึงใช้แรงเพียงสองส่วน
จังหวะสองคือหมัด เ้าอนุวงศ์ปล่อยหมัดขวาเสยเป้าหมายคือปลายคางอุทัย อุทัยจ้องตาเขม็งหมุนฉากซ้ายเล็กน้อยหลบรอดจากหมัด
.. ฟิ๊วววว !!! .. เสียงลมเฉียดผ่านหน้าซีกขวาไป หากมันไม่หลบหมัดนี้คงต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มแล้ว
ทุกคนเงียบกริบ 'เสือซุ่ม ัซ่อน' แม้แต่เด็กทำครัวของสำนักยังมีเชิงมวยปานนี้
ไม่ต้องรอครูมวยสั่งให้ทำท่ารุกท่าต่อไป หลังจากเ้าอนุวงศ์ตั้งหลักได้ก็รุกด้วยจังหวะสามทันที
'ศอกกลับ' อาศัยจังหวะที่มันยังพัวพันกันอยู่ ชิงหมุนตัวตีศอกซ้ายหมุนกลับไปทางด้านหลัง จังหวะสัมพันธ์กับการเคลื่อนตามท่าเท้า เป้าหมายคือกกหูของอุทัย
อุทัยใช้สองแขนตั้งรับศอกและฉากซ้ายหลบหลีกอีกครั้ง
.. ผั๊วววววะ !!!
ศอกกลับที่รุกมาถูกรับไว้ อุทัยถอยเด้งผ่อนแรงปะทะไปด้านหลังสามก้าว เ้าอนุวงศ์เห็นดังนั้นแยกเขี้ยวตามติดสืบเท้าก้าวเข้าหา "ข้ามิเชื่อหรอก ว่าเอ็งจะรับได้ทุกคราไป !!! "
"เอาหล่ะ เอาหล่ะ ... หยุดก่อน" ครูมวยสั่งเ้าอนุวงศ์ให้หยุด แต่เ้าอนุวงศ์ยังสืบเท้าเข้าไป
"หยุด !!! บอกให้หยุด" ครูมวยสั่งเสียงดังลั่น เ้าอนุวงศ์จึงยอมหยุดจ้องมองไปยังอุทัยราวจะจับมันฉีกกิน
"พอแล้ว ... เอ็งไปได้ ไอ้เด็กครัว" ครูมวยกล่าวพร้อมจ้องมองอุทัยอย่างลึกล้ำ
อุทัยไม่พูดมากความ โค้งคำนับคราหนึ่งแล้วจึงหมุนตัวเดินออกไป ศิษย์บ้านอัคคีได้แต่มองตามเงาหลังของมันจากไปอย่างเงียบงัน
การดิ้นรนต่อสู้ชีวิตด้วยตัวลำพังตลอดสามปีมานี้ ทำให้นิสัยของอุทัยก้าวร้าวเป็คนมิยอมคน ไม่ยินยอมให้ผู้คนรังแกได้โดยง่าย เมื่อมันออกจากสำนักไปทำงานแบกหามตามตลาดท่าเรือ ชาวบ้านร้านตลาดต่างเรียกมันว่า "อ้ายทัย อันธพาลน้อย"
แต่ราวกับคนละคนเมื่ออยู่ภายในสำนัก มันสงบเสงี่ยมเจียมตนว่าง่ายรักสันโดษยิ่งนัก แต่นิสัยเบื้องลึกของคนยากปกปิด เืนักสู้ในกายมันยิ่งมายิ่งรุนแรงนัก
คืนนี้กว่าจะล้างจานชามและเก็บครัวเสร็จสิ้นก็เป็เวลาสามทุ่มเศษ อุทัยหลีกหนีเพื่อนคนงานเพื่อออกไปนอกสำนัก มันมักหายไปเช่นนี้เสมอกว่าจะกลับมาก็ปาไปเที่ยงคืนตีหนึ่ง แต่มิมีผู้ใดสนใจ บ้างคิดว่ามันไปเที่ยวเตร่ตามประสาชายหนุ่มวัยคะนอง
กฎระเบียบสำนักเข้มงวดนัก หลังสองทุ่มศิษย์ทุกคนล้วนต้องอยู่ภายในเรือนนอนของบ้านตนเองเท่านั้น ห้ามออกมาเตร็ดเตร่ภายนอกโดยเด็ดขาด ภายในเรือนนอนศิษย์บ้านต่างๆ ล้วนอึกทึกวุ่นวาย แต่ภายนอกกลับเงียบสงัด
ตุ๊บบบบ !!! .. อุทัยพลิกตัวข้ามกำแพงทางด้านหลังสำนัก ทันทีที่เท้าััพื้น ก็พบเห็นกลุ่มคนยืนขวางทางอยู่
"เป็เ้า !!!" อุทัยเอ่ยทัก
มันคือ 'เ้าอนุวงศ์' ด้านหลังซ้ายขวาเป็เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปด คาดว่าเป็ศิษย์ขั้นยุทธ์เอกบ้านอัคคีเช่นกัน
"ไอ้วานรหัวเกรียน มิต้องรอนาน เอ็งก็มา .. ฮี ฮี ฮี" เ้าอนุวงศ์กล่าวทักทาย
อุทัยหรี่ตามองเริ่มประเมินผู้ขวางทาง .. เ้าอนุวงศ์ยังอยู่ในขั้น 'กายยุทธ์' ส่วนอีกสองคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 'ปฐมปราณ' แล้ว
"วันนี้เอ็งเอาแต่หลบตีนหลบหมัดข้า ดูซีครานี้จะหลบได้อย่างไร" เ้าอนุวงศ์กล่าวพลางหักนิ้วมือดัง .. กร๊อบ .. กร๊อบ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า หากรู้การณ์ก็ก้มลงกราบเ้าน้อย .. เสีย" เด็กหนุ่มด้านหลังกล่าว เ้าน้อยคืออีกนามหนึ่งของเ้าอนุวงศ์นั่นเอง
"ง่ายไปหรือไม่ ก้มลงกราบแล้วให้ลอดใต้หว่างขาเ้าน้อยไป .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งออกความเห็น
ทั้งสามะเิหัวเราะขึ้นพร้อมกัน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ว่าอย่างไรเล่า ไอ้วานรหัวเกรียน" เ้าอนุวงศ์เอ่ยถามอีกครา
อุทัยคิ้วกระตุก นิ่งเงียบครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า
“คืนนี้ข้าไม่ว่าง .. หากท่าน้าเพียงคู่ซ้อมมวย เป็พรุ่งนี้ดีหรือไม่”
"ถุยยยย !!! มารดาของเ้า" เ้าอนุวงศ์สบถด่า "เ้านี้หนา ! จะมาเป็คู่ซ้อมมวยกับเรา พวกเ้าได้ยินหรือไม่"
"เ้าเด็กก้นครัว เ้านี้ไม่เจียมตัวเสียเลย .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เด็กหนุ่มด้านหลังหัวเราะเยาะเสียงดัง
"แค่ว่องไวเล็กน้อย เ้าคิดจะเป็คู่ซ้อมให้เ้าน้อยเชียวหรือ .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เด็กหนุ่มอีกผู้หนึ่งกล่าวถากถางหัวเราะอย่างยียวน
"มึงจะกราบตีนกูหรือไม่ ไอ้อุทัย" เ้าอนุวงศ์เริ่มอารมณ์เสีย
"..." อุทัย เห็นทีคนพวกนี้คงไม่ยอมเลิกราโดยง่าย
"เช่นนั้น เป็คืนนี้ก็ได้ .. ยังพอมีเวลาอยู่ .. เข้ามา ..” อุทัยกล่าวพร้อมเดินพลังปราณเตรียมพร้อม
"ไม่ดื่มสุราคารวะ คิดดื่มสุราจับกรอก .. ฮี ฮี ฮี" เ้าอนุวงศ์กล่าวด้วยแววตาดุร้าย
เ้าอนุวงศ์เคลื่อนไหวสืบเท้าพุ่งเข้าหาในทันใด ขาซ้ายปักหลักมั่นส่งออกด้วยแข้งขวา หวังเตะเข้าก้านคอของอุทัยที่ห่างไปอีกสองก้าว
คราวนี้อุทัยไม่หลบหนี ตั้งท่าจดมวยอย่างรวดเร็ว แล้วจึงพุ่งหมุนตัวเข้ามารับแข้ง
ป๊าบบบบบ !!!
อุทัยใช้ท่าเท้าหมุนตัวมาถึงครึ่งรอบยังหันหลังให้เ้าอนุวงศ์ แข้งขวาของเ้าอนุวงศ์เตะถูกเข้าศอกขวาของอุทัยอย่างจัง
"!!!" เ้าอนุวงศ์ บริเวณใต้หัวเข่าเสียวแปล๊บ
อุทัยหมุนตัวต่อเนื่อง ส่ง 'ศอกกลับ' เป็ศอกข้างซ้ายฟาดเข้ากรามซ้ายของเ้าอนุวงศ์โดยถนัดถนี่
ผั๊ววววววววะ !!! .. เ้าอนุวงศ์ผงะหน้าหงายปากอ้าค้าง เืพุ่งกระเด็นออกจากปาก คนสลบกลางอากาศในทันที !!!