บทที่ 1 เขากลับมาแล้ว
“หลัวเซิง! คุณไม่สามารถเข้าสู่หัวเซี่ย*[1]ได้!”
บนท้องฟ้าที่สูงกว่าหมื่นเมตร มีเสียงะโของผู้หญิงดังขึ้น
กองบินรบของหน่วยรบพิเศษทั้งกองกำลังกำลัง ‘ไล่ล่า’ เครื่องบินขับไล่ ‘เจี้ยน-21’ อย่างดุเดือด
ทั้งสองฝ่ายเร่งกำลังเครื่องยนต์สุดตัว ทำให้เกิดการไล่ล่าและการต่อสู้อย่างดุเดือดเหนือผืนน้ำอันไร้ขอบเขตนี้
“ให้ตายเถอะ! ฆ่าพวกมันซะ!”
ชายที่มีอาวุธครบมือนั่งอยู่ตรงตำแหน่งนักบินของเจี้ยน-21 ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่เสียงด่าทอกลับดังกว่าเสียงเครื่องยนต์เสียอีก
ส่วนหลัวเซิงที่อยู่ตำแหน่งด้านหลัง กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างไร้อารมณ์ ฟังเสียงขอโทษที่ดังมาจากหูฟัง
ปลายสายอีกด้านคือห้องโถงใหญ่ที่ดูมืดมนและชวนขนลุกจนน่าใ
เกาะร้างลอยอยู่กลางผืนน้ำอันไร้ขอบเขต มีหมอกควันหนาทึบปกคลุมตลอดทั้งปี ทำให้มองไม่เห็นภาพที่แท้จริงของูเาหลูซาน
นี่คือห้องโถงใหญ่แห่งความตาย สถานที่ตั้งขององค์กรนักฆ่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หลัวเซิงเหมิน!
ขณะนี้ ในห้องโถงใหญ่มีเทพเ้าแห่งความตายเก้าคน นายพลปีศาจสิบเจ็ดนาย และผีร้ายแห่งหลัวเซิงเหมินเก้าพันเก้าร้อยแปดสิบเอ็ดนาย กำลังคุกเข่าลงพร้อมกัน
“ประมุขหลัวเซิงเหมิน พวกเราไม่คิดเลยว่าหัวเซี่ยจะขัดขวางไม่ให้ท่านเข้าประเทศ…” ชายชุดเทาที่ถือโทรศัพท์พูดอย่างกระสับกระส่าย
ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่เงียบสนิท แม้แต่เสียงหายใจของแต่ละคนก็ยังถูกระงับไว้อย่างตั้งใจ
“วางสาย”
หลัวเซิงไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เขาวางสายโทรศัพท์ ลุกขึ้นจากที่นั่ง และฟาดฝ่ามือไปที่กระจกด้านหน้าจนแตกกระจาย
“นายรู้ว่าฉันจะไปที่ไหน”
หลัวเซิงทิ้งคำพูดปริศนาไว้ ไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย แล้วะโออกไปทันที ร่างของเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว
“เฮ้! หัวหน้า เป้าหมายะโออกจากเครื่องแล้ว!”
เสียงะโดังมาจากหูฟังของกองบินที่ไล่ตามมา
“บ้าน่า นี่มันระดับความสูงหมื่นเมตรเชียวนะ!”
ฟิ้ว!
ยังไม่ทันที่ผู้หญิงในเครื่องบินนำจะพูดจบ ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นข้างห้องนักบิน
ชั่วขณะที่พวกเขาสองคนผ่านกันไป เธอเห็นอย่างชัดเจนว่า สายตาของหลัวเซิงมองมาที่เธออย่างเ็า
ร่างของหลัวเซิงร่วงลงสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งเสียดสีกับอากาศ จนทำให้เกิดเสียงหวีดแหลม!
แต่เขากลับหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้ออย่างใจเย็น
หญิงสาวในรูปอายุราวยี่สิบต้น ๆ ใบหน้าสะอาดสวยและสงบนิ่ง จมูกโด่งเป็สัน ปากเล็กสีชมพูอมแดง นับว่าเป็สาวงามหาได้ยาก
เจ็ดปีก่อน เขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลหลัว ร่อนเร่ไปทางตะวันออก จากนั้นก็ถูกคนวางแผนกลั่นแกล้ง ทำให้เขากับลู่ชิงเมิ่งกลายเป็สามีภรรยาชั่วข้ามคืน
ต่อมา ชายชราผู้หนึ่งเห็นความสามารถของหลัวเซิง จึงพาเขาไปยังเกาะแห่งหนึ่ง และก่อตั้งหลัวเซิงเหมินขึ้นมา
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีอำนาจควบคุมชีวิตและความตาย รวมถึงทรัพย์สินและตำแหน่งแล้วก็ตาม
แต่หลัวเซิงยังคงจำได้ว่าเขาเคยสัญญากับเธอไว้ว่า เขาจะต้องรับผิดชอบเธอ และจะกลับไปแต่งงานกับเธอให้ได้
ตอนนี้… เขากลับมาแล้ว!
และกำลังยืนอยู่ที่รั้วเหล็กด้านนอกของบ้านพักตระกูลซู
เสื้อผ้าของเขายังเปียกชุ่ม ผมสีเงินที่ปกติพลิ้วไหวก็ตกลงมา ทำให้เขาดูเหมือนขอทานตกอับ ใครเห็นแล้วก็ไม่อยากมองเป็ครั้งที่สอง
อย่างไรก็ตาม เขารอคอยที่จะเห็นลู่ชิงเมิ่งอย่างใจจดใจจ่อ แม้จะยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ขอแค่ได้เห็นเธอสักครู่ เขาก็พอใจแล้ว
ขณะนั้นเอง ประตูบ้านพักถูกผลักเปิดออกจากด้านใน เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะอายุแค่สี่ห้าขวบถูกเตะล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ร่างกายของเด็กหญิงผอมแห้งผิดปกติ ดวงตาของเธอถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนาหลายชั้นที่เปื้อนเื ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอแดงก่ำและมีรอยฝ่ามือสีแดงเข้มประทับอยู่
แรงตบนั้นรุนแรงมาก แม้แต่ผ้าพันแผลด้านหนึ่งก็หลุดออก พร้อมกับคราบเืเหนียวหนืดที่ติดอยู่ตรงหูของเธอ
“แม้แต่ชามข้าวยังถือไม่ดี! ทำน้ำซุปหกเลอะเทอะไปทั่ว!”
เพล้ง!
ก่อนที่เสียงพูดจะจางหายไป ชามเล็ก ๆ ที่ประณีตก็ถูกโยนออกมา ตกลงบนแผ่นหินที่ฐานบันได จนแตกละเอียด
ผู้หญิงอ้วนวัยสี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน สวมผ้ากันเปื้อน พูดเสียงดังใส่เด็กหญิง “กินข้าวยังต้องใช้ชามอีก ฉันว่าแกคงชินกับการขอทานแล้วสินะ!”
พูดจบ ผู้หญิงคนนั้นยังรู้สึกไม่สาแก่ใจ เธอเตะไปที่ตัวเด็กหญิงอีกครั้ง จนตกบันได
เด็กหญิงมีรอยฟกช้ำทั่วตัวอยู่แล้ว ครั้งนี้ยิ่งล้มจนศีรษะแตกเืออก ดินโคลนและคราบเืผสมปนเปกันติดอยู่บนใบหน้าเล็ก ๆ
ผ้าพันแผลที่พันรอบดวงตาของเธอหลุดออกมาพร้อมกัน
ถึงแม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ หลัวเซิงก็ยังเห็นโพรงตาที่ว่างเปล่าสองข้างนั้นได้ชัดเจน
ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหญิงถูกควักออกไปแล้ว!
ใครกันที่ใจร้ายถึงขนาดลงมือทำร้ายเด็กอายุเพียงเท่านี้ได้ขนาดนี้
เขาเคยฆ่าคนมามากมาย มากจนกองเป็ูเา มากจนเกินคำบรรยาย ขนาดสามารถถมทะเลได้เลยทีเดียว...
ทั้งเสียงร้องไห้อย่างสิ้นหวังแบบนี้ เขาก็ได้ยินจนชินชาและเบื่อหน่ายมานานแล้ว
แต่เมื่อเขาเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้ หัวใจของเขากลับสั่นไหวอย่างประหลาด
เมื่อเทียบกับความเ็ปที่แทงทะลุสองตา าแบนร่างกายของเด็กผู้หญิงตัวน้อยดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย
เธอขมวดคิ้วบนใบหน้าเล็ก ๆ ที่สกปรกเพียงครั้งเดียว ก่อนจะคลานไปหาเศษแก้วที่กระจัดกระจายเต็มพื้น
“นั่นคือชามของเหยาเหยา เป็ของขวัญวันเกิดที่พ่อให้เหยาเหยา”
เด็กผู้หญิงตัวน้อยยื่นมือบวมปูดออกมา เก็บเศษแก้วทีละชิ้น ๆ ด้วยมือที่สั่นเทา
มือเล็ก ๆ อ่อนนุ่มของเธอถูกเศษแก้วบาดจนเป็แผลเต็มไปหมด แต่เธอยังคงเก็บมันราวกับว่าเป็สมบัติล้ำค่า แล้วพึมพำว่า “ชาม ชามที่พ่อให้เหยาเหยา แตกแล้ว แตกหมดแล้ว…”
เธออยากร้องไห้ อยากร้องไห้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
แต่ตอนนี้ เด็กผู้หญิงตัวน้อยกลับร้องไห้โฮแทบขาดใจ น้ำตาสีแดงฉานไหลออกมาจากรูว่างเปล่าระหว่างคิ้ว ไหลผ่านใบหน้าเล็ก ๆ ที่สกปรก ทำให้คนที่เห็นรู้สึกเ็ปราวกับหัวใจแตกสลาย
เสียงร้องไห้นั้นยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บจนแทบอยากตาย
หัวใจของเขาราวกับถูกอะไรบางอย่างแทงเข้าอย่างจัง เจ็บแปลบจนพูดไม่ออก
เห็นเด็กผู้หญิงร้องไห้อย่างน่าสงสาร ใบหน้าของหญิงอ้วนกลับไม่มีความเห็นใจแม้แต่น้อย ยังคงเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ร้องไห้! มีแต่ร้องไห้อย่างเดียว! ไอ้บัดซบนั่นมันเล่นกับแม่แก แล้วทิ้งแกให้เป็ลูกไม่มีพ่อแบบนี้ไว้!”
“มันยังจะส่งชามให้แกอีกเหรอ? พ่อของแกน่ะตายแล้ว! ตายไปแล้ว!”
หญิงอ้วนแผดเสียงด่าทอ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงตัวน้อยในไม่กี่ก้าว ผลักเธอล้มลงไปบนเศษแก้ว ยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนตัว จากนั้นก็เตะไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
เศษชามเซรามิกเ่าั้บาดผิวของเด็กหญิงในทันที คราบเืสีแดงฉานซึมผ่านเสื้อผ้าด้านหลังของเธอในพริบตา
ร่างกายของเด็กหญิงสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ดูเหมือนจะพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ มือน้อย ๆ ตีตัวเองไปมาจนเนื้อและเืปนเปกัน
หลัวเซิงทนมองต่อไปไม่ไหว เขายกเท้าขึ้นเหยียบ แล้วร่างก็ลอยผ่านรั้วเหล็กสูงของลานบ้านเข้าไป ผู้หญิงที่มีใจเหมือนงูพิษแมงป่องแบบนี้ มีชีวิตอยู่ก็เปลืองอากาศ ตายไปก็เป็มลพิษต่อแผ่นดิน
เขาวิ่งตรงเข้าหาผู้หญิงคนนั้น ด้วยความรู้สึกว่าจำเป็ต้องลงโทษอย่างหนัก
“แค่ตบแกฉันยังรู้สึกสกปรกเลย!”
หญิงอ้วนยกเท้าขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ ยื่นมือออกไปอยากจะปัดฝุ่นบนรองเท้าแตะ
แต่มือของเธอกลับถูกชายร่างสูงคนหนึ่งจับไว้แน่น
“แก…”
หญิงอ้วนยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม เสียงของเธอกลับกลายเป็เสียงร้องโหยหวน “อ๊า…”
กร๊อบ!
ได้ยินเสียงดังเพียงครั้งเดียว แขนทั้งสองข้างของหญิงอ้วนก็อ่อนแรงลงในทันที ห้อยลงมาที่ด้านข้างของร่างกาย
[1] หัวเซี่ย (华夏) หมายถึง คำเรียกประเทศจีนในสมัยโบราณ คนจีนแถบลุ่มแม่น้ำฮวงโหมักเรียกถิ่นฐานของตัวเองว่าหัวเซี่ย