ยามเฉิน (7.00-9.00) ก๊อกๆๆ
“คุณหนู ตื่นรึยังเ้าคะ”
“อืม..เข้ามาเถอะ”
เสี่ยวถงยกอ่างน้ำเข้ามาวางไว้ด้านหลังที่มีไว้สำหรับชำระร่างกายและทำกิจธุระส่วนตัวโดยมีฉากกั้นไว้เป็สัดส่วนอย่างดีเมื่อเห็นคุณหนูเดินตามเข้ามาก็ทำการถอดชุดนอนตัวสีขาวบางเบาออกไปสังเกตเห็นคุณหนูของนางสะดุ้งเล็กน้อยและยกมือปกปิดของสงวนใบหูขึ้นสีแดงจางๆ ‘ทำไมคุณหนูถึงทำท่าทางเหมือนเอียงอายนะ’ เห็นเช่นนั้นเสี่ยวถงจึงจัดการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดร่างกายให้อย่างรวดเร็วและนำผ้าผืนใหญ่มาคลุมร่างบางไว้ หลังจากบ้วนปากเช็ดฟันเรียบร้อยแล้วน้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนก็กล่าวว่า
“เสี่ยวถงหลังจากวันนี้ไป ต้นยามเฉินให้นำน้ำอุ่นเข้ามาให้ข้า ข้าจะชำระล้างร่างกายทุกวันเพราะคิดว่าเช็ดตัวเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สะอาด"
"ทุกต้นยามเฉินหรือเ้าคะ” ทำหน้างงสงสัยเพราะมิมีใครในจวนลุกขึ้นมาชำระร่างกายในยามเช้าสักคน
“ใช่. ..ได้รึไม่?”
“ได้เ้าค่ะ” 'แปลกไปจริงๆ ด้วยคุณหนูของบ่าว' รับคำเสร็จก็เดินไปยังตู้เก็บชุดเสื้อผ้า
“เอาชุดสีฟ้านะข้าชอบ”
“เ้าค่ะ” ‘ปกติคุณหนูจะชอบสีชมพูนะ’ เสี่ยวถงเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดอะไร
อาภรณ์สีฟ้าน้ำทะเลสวยหรูเนื้อผ้าเบาใส่สบายถูกวางลงบนเตียง เสี่ยวถงเดินไปดึงผ้าคลุมผืนใหญ่ออกจากร่างบาง น้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนยื้อยุดผ้าคลุมไว้พักหนึ่งแต่ก็ยอมปล่อยไปเพราะคิดว่าเสี่ยวถงคงเห็นรูปร่างนี้จนชิน จากนั้นจึงก้มหน้าลงมองรูปร่างตนเองที่เพิ่งได้สำรวจอย่างพอใจ ‘อายุแค่สิบสี่ อกน่าจะ..สามสิบหกแล้วเรอะ แถมเอวยังเล็กนิดเดียว' รอยยิ้มเกิดขึ้นเต็มพวงแก้ม ความอายก่อนหน้านี้หายวับไปหมด
“อกเป็อก เอวเป็เอว มิเสียชาติเกิดจริงๆ จูเหม่ยเซียน หึหึ” เสี่ยวถงหันมองคุณหนูตาโต
“คุณหนูเป็สาวเป็นางทำไมกล่าวเช่นนี้ มันไม่งามนะเ้าคะ"
“ช่างข้าเถอะหน่าา” แล้วก็หันไปสนใจชุดเอี๊ยมบังทรงอย่างสงสัย ‘มันจะปิดอะไรได้ล่ะเนี่ย สงสัยต้องทำชุดชั้นในใส่เองแล้วล่ะนะเดี๋ยวค่อยว่ากัน'
“นายท่านให้บ่าวมาเรียนคุณหนูว่าให้ไปรับสำรับที่เรือนใหญ่พร้อมกับฮูหยินเ้าค่ะ นายท่านอยากสอบถามอาการของคุณหนูว่าเป็อย่างไรบ้างเผื่อมีส่วนใดยังเ็ปอยู่จะได้ให้บ่าวไปเชิญท่านหมอมาตรวจดูเ้าค่ะ” ว่าจบก็พาคุณหนูมานั่งที่โต๊ะกระจกมีเครื่องแต่งหน้าสีสันงดงามวางให้เลือกใช้สอยมากมาย คนที่นั่งหน้ากระจกมองอย่างสนใจ
“ข้าจะทำเอง” ‘หน้าสวยอยู่แล้วจะใส่อะไรเยอะแยะ’ เสี่ยวถงยืนมองคุณหนูอย่างสงสัย สองมือของคุณหนูหยิบจับอะไรดูคล่องแคล่วไปหมดเพียงหนึ่งเค่อ ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วก็ถูกแต่งเติมให้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปอีก ผมถูกม้วนขึ้นไปครึ่งศีรษะและปักไว้ด้วยปิ่นสีขาวธรรมดาแม้บนหน้าผากด้านขวาจะมีรอยแผลสีแดงอมม่วงอยู่นิดหน่อยก็ไม่ได้ทำให้ความน่ามองลดลงแม้สักนิดจนเสี่ยวถงอดชื่นชมไม่ได้
“คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดเลยเ้าค่ะ ดูสดใสมากกว่ายามที่บ่าวแต่งเติมใบหน้าให้เสียอีก”
“งั้นรึ เช่นนั้นต่อไปข้าจะทำเอง” พูดจบก็หันไปยิ้มหวาน เสี่ยวถงยิ้มตอบอย่างดีใจเพราะเมื่อก่อนยามที่นางแต่งเติมสีสันบนใบหน้าให้คุณหนูจะต้องถูกด่าว่าไม่เกินสามหนทุกครั้ง
“ป่ะ..เราไปกันเถอะ” สองนายบ่าวพากันเดินออกจากเรือนตรงไปยังเรือนใหญ่ กิริยาท่าทางของคุณหนูที่เสี่ยวถงสังเกตเห็นนั้นช่างแตกต่างจากเมื่อวันวาน การย่างก้าวแม้ยังสง่างามคงเดิมแต่กลับเพิ่มความรวดเร็วว่องไวขึ้น คำพูดคำจาแม้จะแปลกๆ ไปไม่เหมือนเดิมแต่ก็ลดความถือเนื้อถือตัวลงไปมาก
‘คุณหนูเป็เช่นนี้เสี่ยวถงว่าดีแล้วจริงๆ’
------------๑-----------
ออกมาจากเรือนหลานฮวาสองขาก้าวเดินไปเองอย่างชำนาญจนอดคิดในใจไม่ได้ ‘อย่างน้อยสัญชาตญาณกับการตอบสนองของร่างกายก็ยังทำงานสอดคล้องกันได้ดีไม่ทำให้นางหลงทางจนขายหน้าล่ะนะ’ บรรยากาศภายในจวนช่างร่มรื่นยิ่งนัก ต้นไม้น้อยใหญ่มากมายด้านข้างที่เดินผ่านมีเรือนขนาดกลางอีกสองเรือนไว้รับรองแขก มีซุ้มศาลาริมน้ำเอาไว้พักผ่อน ไกลออกไปด้านหลังเป็โรงครัวและเรือนพักของบ่าวรับใช้ ดียิ่งที่บิดาของร่างนี้ไม่มีอนุชายามากมายเหมือนจวนอื่น ไม่งั้นคงปวดหัวแย่ ‘ขนาดพื้นที่ของจวนกะได้ประมาณสองไร่ละมั้ง ก็ไม่เล็กไม่ใหญ่' ผ่านไปเกือบครึ่งเค่อจึงเดินไปถึงเรือนใหญ่ เห็นชายหญิงวัยไม่ถึงสี่สิปี นั่งจิบน้ำชา และมองดูอยู่ ตามสมองน้อยๆ สั่งการ นางย่อกายลงตามที่เคยดูในหนังจีน "คาราวะท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ" พูดพร้อมรอยยิ้มหวานเต็มใบหน้า
“เหม่ยเอ๋อร์ มาหาแม่นี่มา ไหนดูซิแผลเป็อย่างไรบ้าง” ท่านแม่เรียกบุตรสาวน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านแม่” ร่างบางรีบเดินเข้าไปแล้วนั่งลงกอดเอวซบหน้าลงกับอกอุ่นอย่างออดอ้อน
สร้างความแปลกใจให้กับสองบุพการีที่หันมาสบตากันอย่างพร้อมเพรียง เพราะแต่เดิมบุตรสาวมิเคยทำท่าทางเช่นนี้เลยสักครั้ง ที่เห็นจนชินตาคงทำเพียงแค่บอกว่าไม่เป็ไรและนั่งหลังเหยียดตรงงามสง่าอยู่บนเก้าอี้มิเคยทำท่าทีราวกับเด็กน้อยเฉกเช่นวันนี้ คนเป็แม่ยิ้มออกมาบางๆ โอบกอดบุตรสาวลูบหลังเบาๆ “เหตุใดวันนี้บุตรสาวของแม่ถึงทำตัวราวกับเด็กน้อยเช่นนี้ฮึ!! ยังเจ็บแผลใช่หรือไม่??” สองมือกุมแก้มนุ่มของบุตรสาวให้เงยหน้าขึ้นมา พิศมองไปทั่วดวงหน้าเนียนใส ‘งดงามล่มแคว้น คำนี้คงไม่เกินไปจริงๆ’