นางร้ายสื่อรัก 3P

    ปรับตัวตามสถานการณ์

    ยามเฉิน (7.00-9.00) ก๊อกๆๆ

            “คุณหนู ตื่นรึยังเ๯้าคะ”

            “อืม..เข้ามาเถอะ”

            เสี่ยวถงยกอ่างน้ำเข้ามาวางไว้ด้านหลังที่มีไว้สำหรับชำระร่างกายและทำกิจธุระส่วนตัวโดยมีฉากกั้นไว้เป็๞สัดส่วนอย่างดีเมื่อเห็นคุณหนูเดินตามเข้ามาก็ทำการถอดชุดนอนตัวสีขาวบางเบาออกไปสังเกตเห็นคุณหนูของนางสะดุ้งเล็กน้อยและยกมือปกปิดของสงวนใบหูขึ้นสีแดงจางๆ ‘ทำไมคุณหนูถึงทำท่าทางเหมือนเอียงอายนะ’ เห็นเช่นนั้นเสี่ยวถงจึงจัดการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดร่างกายให้อย่างรวดเร็วและนำผ้าผืนใหญ่มาคลุมร่างบางไว้ หลังจากบ้วนปากเช็ดฟันเรียบร้อยแล้วน้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนก็กล่าวว่า

            “เสี่ยวถงหลังจากวันนี้ไป ต้นยามเฉินให้นำน้ำอุ่นเข้ามาให้ข้า ข้าจะชำระล้างร่างกายทุกวันเพราะคิดว่าเช็ดตัวเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สะอาด"

            "ทุกต้นยามเฉินหรือเ๯้าคะ” ทำหน้างงสงสัยเพราะมิมีใครในจวนลุกขึ้นมาชำระร่างกายในยามเช้าสักคน

            “ใช่. ..ได้รึไม่?”

            “ได้เ๯้าค่ะ” 'แปลกไปจริงๆ ด้วยคุณหนูของบ่าว' รับคำเสร็จก็เดินไปยังตู้เก็บชุดเสื้อผ้า

            “เอาชุดสีฟ้านะข้าชอบ”

            “เ๯้าค่ะ” ‘ปกติคุณหนูจะชอบสีชมพูนะ’ เสี่ยวถงเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดอะไร

            อาภรณ์สีฟ้าน้ำทะเลสวยหรูเนื้อผ้าเบาใส่สบายถูกวางลงบนเตียง เสี่ยวถงเดินไปดึงผ้าคลุมผืนใหญ่ออกจากร่างบาง น้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนยื้อยุดผ้าคลุมไว้พักหนึ่งแต่ก็ยอมปล่อยไปเพราะคิดว่าเสี่ยวถงคงเห็นรูปร่างนี้จนชิน จากนั้นจึงก้มหน้าลงมองรูปร่างตนเองที่เพิ่งได้สำรวจอย่างพอใจ ‘อายุแค่สิบสี่ อกน่าจะ..สามสิบหกแล้วเรอะ แถมเอวยังเล็กนิดเดียว' รอยยิ้มเกิดขึ้นเต็มพวงแก้ม ความอายก่อนหน้านี้หายวับไปหมด

            “อกเป็๞อก เอวเป็๞เอว มิเสียชาติเกิดจริงๆ จูเหม่ยเซียน หึหึ” เสี่ยวถงหันมองคุณหนูตาโต

            “คุณหนูเป็๲สาวเป็๲นางทำไมกล่าวเช่นนี้ มันไม่งามนะเ๽้าคะ"

            “ช่างข้าเถอะหน่าา” แล้วก็หันไปสนใจชุดเอี๊ยมบังทรงอย่างสงสัย ‘มันจะปิดอะไรได้ล่ะเนี่ย สงสัยต้องทำชุดชั้นในใส่เองแล้วล่ะนะเดี๋ยวค่อยว่ากัน'

            “นายท่านให้บ่าวมาเรียนคุณหนูว่าให้ไปรับสำรับที่เรือนใหญ่พร้อมกับฮูหยินเ๽้าค่ะ นายท่านอยากสอบถามอาการของคุณหนูว่าเป็๲อย่างไรบ้างเผื่อมีส่วนใดยังเ๽็๤ป๥๪อยู่จะได้ให้บ่าวไปเชิญท่านหมอมาตรวจดูเ๽้าค่ะ” ว่าจบก็พาคุณหนูมานั่งที่โต๊ะกระจกมีเครื่องแต่งหน้าสีสันงดงามวางให้เลือกใช้สอยมากมาย คนที่นั่งหน้ากระจกมองอย่างสนใจ

            “ข้าจะทำเอง” ‘หน้าสวยอยู่แล้วจะใส่อะไรเยอะแยะ’ เสี่ยวถงยืนมองคุณหนูอย่างสงสัย สองมือของคุณหนูหยิบจับอะไรดูคล่องแคล่วไปหมดเพียงหนึ่งเค่อ ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วก็ถูกแต่งเติมให้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปอีก ผมถูกม้วนขึ้นไปครึ่งศีรษะและปักไว้ด้วยปิ่นสีขาวธรรมดาแม้บนหน้าผากด้านขวาจะมีรอยแผลสีแดงอมม่วงอยู่นิดหน่อยก็ไม่ได้ทำให้ความน่ามองลดลงแม้สักนิดจนเสี่ยวถงอดชื่นชมไม่ได้

            “คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดเลยเ๽้าค่ะ ดูสดใสมากกว่ายามที่บ่าวแต่งเติมใบหน้าให้เสียอีก”

            “งั้นรึ เช่นนั้นต่อไปข้าจะทำเอง” พูดจบก็หันไปยิ้มหวาน เสี่ยวถงยิ้มตอบอย่างดีใจเพราะเมื่อก่อนยามที่นางแต่งเติมสีสันบนใบหน้าให้คุณหนูจะต้องถูกด่าว่าไม่เกินสามหนทุกครั้ง

            “ป่ะ..เราไปกันเถอะ” สองนายบ่าวพากันเดินออกจากเรือนตรงไปยังเรือนใหญ่ กิริยาท่าทางของคุณหนูที่เสี่ยวถงสังเกตเห็นนั้นช่างแตกต่างจากเมื่อวันวาน การย่างก้าวแม้ยังสง่างามคงเดิมแต่กลับเพิ่มความรวดเร็วว่องไวขึ้น คำพูดคำจาแม้จะแปลกๆ ไปไม่เหมือนเดิมแต่ก็ลดความถือเนื้อถือตัวลงไปมาก

            ‘คุณหนูเป็๞เช่นนี้เสี่ยวถงว่าดีแล้วจริงๆ’

            ------------๑-----------

            ออกมาจากเรือนหลานฮวาสองขาก้าวเดินไปเองอย่างชำนาญจนอดคิดในใจไม่ได้ ‘อย่างน้อยสัญชาตญาณกับการตอบสนองของร่างกายก็ยังทำงานสอดคล้องกันได้ดีไม่ทำให้นางหลงทางจนขายหน้าล่ะนะ’ บรรยากาศภายในจวนช่างร่มรื่นยิ่งนัก ต้นไม้น้อยใหญ่มากมายด้านข้างที่เดินผ่านมีเรือนขนาดกลางอีกสองเรือนไว้รับรองแขก มีซุ้มศาลาริมน้ำเอาไว้พักผ่อน ไกลออกไปด้านหลังเป็๞โรงครัวและเรือนพักของบ่าวรับใช้ ดียิ่งที่บิดาของร่างนี้ไม่มีอนุชายามากมายเหมือนจวนอื่น ไม่งั้นคงปวดหัวแย่ ‘ขนาดพื้นที่ของจวนกะได้ประมาณสองไร่ละมั้ง ก็ไม่เล็กไม่ใหญ่' ผ่านไปเกือบครึ่งเค่อจึงเดินไปถึงเรือนใหญ่ เห็นชายหญิงวัยไม่ถึงสี่สิปี นั่งจิบน้ำชา และมองดูอยู่ ตามสมองน้อยๆ สั่งการ นางย่อกายลงตามที่เคยดูในหนังจีน "คาราวะท่านพ่อท่านแม่เ๯้าค่ะ" พูดพร้อมรอยยิ้มหวานเต็มใบหน้า

            “เหม่ยเอ๋อร์ มาหาแม่นี่มา ไหนดูซิแผลเป็๲อย่างไรบ้าง” ท่านแม่เรียกบุตรสาวน้ำเสียงอ่อนโยน

            “ท่านแม่” ร่างบางรีบเดินเข้าไปแล้วนั่งลงกอดเอวซบหน้าลงกับอกอุ่นอย่างออดอ้อน

            สร้างความแปลกใจให้กับสองบุพการีที่หันมาสบตากันอย่างพร้อมเพรียง เพราะแต่เดิมบุตรสาวมิเคยทำท่าทางเช่นนี้เลยสักครั้ง ที่เห็นจนชินตาคงทำเพียงแค่บอกว่าไม่เป็๲ไรและนั่งหลังเหยียดตรงงามสง่าอยู่บนเก้าอี้มิเคยทำท่าทีราวกับเด็กน้อยเฉกเช่นวันนี้ คนเป็๲แม่ยิ้มออกมาบางๆ โอบกอดบุตรสาวลูบหลังเบาๆ “เหตุใดวันนี้บุตรสาวของแม่ถึงทำตัวราวกับเด็กน้อยเช่นนี้ฮึ!! ยังเจ็บแผลใช่หรือไม่??” สองมือกุมแก้มนุ่มของบุตรสาวให้เงยหน้าขึ้นมา พิศมองไปทั่วดวงหน้าเนียนใส ‘งดงามล่มแคว้น คำนี้คงไม่เกินไปจริงๆ’