คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 26 ผู้ที่เคยสยบใต้หล้า

            ช่วงบ่ายของวันต่อมาซูฉางอันเก็บกระบี่ในมือลงด้วยลมหายใจหอบ ขณะที่เซี่ยโหวฟ่งอวี้ที่อยู่ข้างกันก็กำลังเพ่งสายตามาที่เขาอย่างโกรธเคือง

            เซี่ยโหวฟ่งอวี้ไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตนแพ้ในการประลองกระบี่ให้กับซูฉางอันเมื่อวานนี้ อย่างไรเสียนางก็ถือเป็นหนึ่งในอัจฉริยะแห่งวิชากระบี่ของเมืองฉางอันมีพลังอยู่ในระดับเก้าดารา แถมยังเกือบจะไต่ไปถึงระดับอรุณรุ่งได้สำเร็จแล้วทว่ากลับมาแพ้ให้กับซูฉางอัน เด็กหนุ่มที่มีพลังอยู่เพียงระดับหลอมจิตผู้ซึ่งเพิ่งฝึกกระบี่มาได้เพียงไม่ถึงสองเดือนเท่านั้นนางต้องการจะกู้หน้าตัวเองกลับคืนมาจึงประลองกับซูฉางอันอีกครั้งเมื่อบ่ายที่ผ่านมา แต่สุดท้าย การประลองก็สิ้นสุดลงที่นางเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกครั้ง

            “ศิษย์พี่ ได้เวลาไปที่งานหลอมดาวแล้ว” ซูฉางอันลองคำนวณเวลาดูจึงพบว่าใกล้ถึงเวลาที่อวี้เหิงระบุเอาไว้ระหว่างมื้อค่ำของเมื่อวานแล้วเขารู้สึกคาดหวังกับงานนี้อยู่ไม่น้อย ไม่ใช่เพราะต้องการจะประลองกับใครหรอกนะเขาเพียงรู้สึกสนใจ อยากไปเปิดหูเปิดตาในงานเท่านั้น

            “รู้แล้ว!” เซี่ยโหวฟ่งอวี้มองบนใส่เขาอย่างขุ่นเคือง “ข้าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อยเจ้าเองก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ! ฝึกกระบี่มาทั้งบ่ายแล้วมอมแมมอย่างกับอะไรดี หากไปทั้งอย่างนี้จะถูกหัวเราะเยาะเอาได้”

            “อืม” ซูฉางอันเห็นว่าเซี่ยโหวฟ่งอวี้พูดมีเหตุผล จึงขานรับนาง

            เมื่อทั้งสองเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยจึงพากันมุ่งหน้าไปที่สำนักปาฮวง

            ซูฉางอันไม่คุ้นกับเมืองฉางอันสักเท่าไหร่หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เขาอยู่แต่ในสำนักเทียนหลานเท่านั้นไม่ได้ออกไปที่ไหนเลย ทางด้านเซี่ยโหวฟ่งอวี้เอง เพราะเป็นองค์หญิงจึงมักจะมีคนคอยนำทางให้ หรือเดินทางด้วยรถและเกี้ยวมาโดยตลอด ดังนั้นนางเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินกับเมืองฉางอันที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

            ทั้งสองเดินอ้อมไปอ้อมมา เสียเวลาและแรงกายไปมากกว่าจะมาถึงที่สำนักปาฮวงในที่สุด

            “นี่น่ะหรือ สำนักปาฮวง?” ซูฉางอันยืนอยู่หน้าประตูสำนักเมื่อมองไปที่ประตูสำนักซึ่งมีความสูงเทียบเท่ากับคนสี่ห้าคนเบื้องหน้าก็นึกชื่นชมขึ้นอย่างอดไม่ได้

            เซี่ยโหวฟ่งอวี้นึกขันขึ้นแม้ซูฉางอันจะมีพรสวรรค์เรื่องการฝึกกระบี่ที่ล้ำเลิศ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นเพียงเด็กบ้านนอกที่ไม่เคยเผชิญโลกคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้จู่ๆ ความขุ่นเคืองที่พ่ายแพ้ให้กับซูฉางอันก็ลดลงไปมาก

            “ยิ่งใหญ่ใช่ไหมล่ะ?” เซี่ยโหวฟ่งอวี้ถามด้วยรอยยิ้มพลางคิดขึ้นในใจว่าขนาดแค่นี้ยังตกตะลึง หากได้เข้าไปในพระราชวังมีหวังได้มองกันจนตาลายแน่... แค่จินตนาการถึงภาพของซูฉางอันในใจเซี่ยโหวฟ่งอวี้ก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

            “อืม” ซูฉางอันตอบกลับไป เขาทอดมองเข้าไปในสำนัก อาจเป็นเพราะมีการจัดงานหลอมดาวขึ้นสำนักเบื้องหน้าจึงมีทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ เดินขวักไขว่อยู่เต็มไปหมด

            “ครึกครื้นกันจริงๆ” ซูฉางอันกล่าวขึ้น

            เซี่ยโหวฟ่งอวี้เตรียมจะพูดแซวซูฉางอันทว่าชายวัยกลางที่แต่งกายด้วยชุดองครักษ์ก็เดินเข้ามาหาเสียก่อน

            เขาถามด้วยท่าทางเคารพ “ทั้งสองท่าน เป็นศิษย์ที่มาร่วมงานหลอมดาวใช่หรือไม่?”

            “ใช่” เซี่ยโหวฟ่งอวี้พยักหน้าตอบ

            “มีบัตรเชิญหรือไม่?” ชายวัยกลางถามขึ้นอีกครั้ง

            “มี” เซี่ยโหวฟ่งอวี้หยิบบัตรเชิญออกมาจากเสื้อบริเวณหน้าอกแล้วยื่นไปให้ชายตรงหน้า

            เมื่อเห็นชื่อของสำนักเทียนหลานภายในบัตรเชิญชายวัยกลางก็ปรายตามองทั้งสองด้วยสายตาประหลาดแวบหนึ่งจากนั้นจึงกล่าวขึ้นในที่สุด “งานหลอมดาวเริ่มขึ้นแล้วทั้งสองท่าน ตามข้าเข้าไปด้านในเถอะ” พูดจบเขาก็ยื่นบัตรเชิญกลับไปให้เซี่ยโหวฟ่งอวี้ แล้วหมุนตัว พาทั้งสองเข้าไปในสำนัก

            ทั้งสองเดินทะลุเฉลียงยาวหน้าสำนักและเดินผ่านภูเขารวมไปถึงลำธารจำลองด้วยการนำทางของชายวัยกลางคนจนมาถึงหน้าโถงตำหนักขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ทว่าซูฉางอันกลับพบว่ากลุ่มชายวัยรุ่นที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนกำลังยืนล้อมห้องโถงตรงหน้าอย่างมิดชิดต่างก็เขย่งเท้าเพื่อชะเง้อมองเข้าไปด้านในอย่างต่อเนื่อง

            “คนพวกนี้... ?” ซูฉางอันถามชายวัยกลาง

            “อ้อ คนเหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์ที่เป็นตัวแทนจากสำนักต่างๆ” ชายวัยกลางหันกลับมาตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม

            “แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าไปล่ะ?” ซูฉางอันประหลาดใจ

            “หึๆ ผู้ที่จะเข้าไปนั่งด้านในได้หากไม่ใช่ศิษย์จากสำนักระดับแนวหน้า ก็ต้องเป็นศิษย์ที่มีชื่อเสียงซึ่งอยู่ในอันดับเท่านั้น คนธรรมดาทั่วไปจะเข้าไปได้เยี่ยงไร?” ชายวัยกลางตอบ

            “เช่นนั้นรึ?” ซูฉางอันขมวดคิ้วมุ่น แต่โบราณว่ากันว่า ‘ผู้มาเยือน ล้วนถือเป็นแขก’ ในเมื่อเชิญให้ทุกคนมาร่วมงานเหตุใดถึงไม่ยอมให้เข้าไปนั่งด้านใน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่างานหลอมดาวในครั้งนี้ไม่ได้น่าสนุกอย่างที่ตนคิดเอาไว้เสียเลย

            “การจัดอันดับต้องเกิดขึ้นหลังการประลองไม่ใช่รึ? ทำไมตอนนี้ถึงมีอันดับได้?” ซูฉางอันถามขึ้นอีกครั้ง

            “ศิษย์ที่จะอยู่ในอันดับได้ต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ก่อนเข้าศึกษาในสำนักปัจจุบันสำนักปาฮวงจะจัดอันดับขั้นแรกตามเรื่องราวที่ศิษย์ทั้งหลายเคยทำมาก่อนหน้านี้และในงานหลอมดาว หากใครไม่พอใจในอันดับของตน ก็สามารถท้าประลองในงานเพื่อแก้ไขอันดับของตนเองได้ และนี่ก็เป็นความน่าสนใจอีกอย่างของงานหลอมดาว” ชายวัยกลางอธิบายอย่างใจเย็นไม่มีท่าทางรำคาญ หรือไม่พอใจเลยสักนิด

            ระหว่างบทสนทนา ทั้งสามเดินเข้าไปในโถงท่ามกลางสายตาแห่งความอิจฉาของศิษย์ที่ยืนล้อมอยู่ด้านนอก

            ในที่สุดซูฉางอันก็เห็นสภาพภายในห้องโถงชัดๆเสียที คนนับร้อยนั่งขัดสมาธิอยู่รอบโถงที่มีพื้นที่กว้างมากกว่าสิบเมตรโดยที่เบื้องหน้าของแต่ละคนมีโต๊ะยาว ซึ่งมีอาหารและสุราชั้นเลิศตั้งอยู่ด้วยที่จุดกึ่งกลางของโถงมีหนุ่มวัยรุ่นสองคนกำลังประลองกันอยู่คนหนึ่งถือกระบี่เอาไว้ด้วยมือข้างเดียวส่วนอีกคนถือหอกยาวเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้างพวกเขาสลับกันรุกบ้างรับบ้างอย่างไม่มีใครยอมใคร หนุ่มสาว รอบๆต่างส่งเสียงร้องชมว่า ‘ดี’ ขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงร้อนระอุและครึกครื้นเสียยิ่งกว่าอะไรดี

            ที่จุดกึ่งกลางด้านในสุดของโถงมีแท่นสูงตั้งอยู่ และบนแท่นก็มีโต๊ะตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน ทว่าบนนั้นกลับว่างเปล่าไม่มีใครนั่งอยู่เลยสักคน ที่หลังโต๊ะ มีธงขนาดใหญ่วางอยู่ บนธงนั้นมีชื่อของคนนับร้อยเขียนอยู่เต็มไปหมด

            “บนธงนั่นเป็นอันดับมนุษย์” เซี่ยโหวฟ่งอวี้กระซิบข้างหูซูฉางอัน

            ไอร้อนที่พ่นออกมาจากปากของนางกระทบลงบนใบหูของซูฉางอันอย่างจัง ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ข้างในหัวใจซูฉางอันปรายตามองไปที่เซี่ยโหวฟ่งอวี้อย่างลืมตัว บัดนี้เซี่ยโหวฟ่งอวี้หน้าแดงไปหมดอาจเป็นเพราะอากาศภายในโถงร้อนอบอ้าวกว่าด้านนอกก็เป็นได้มันทำให้นางดูสวยเหลือเกิน ซูฉางอันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามเขาขยับออกไปข้างๆ เว้นระยะห่างออกจากเซี่ยโหวฟ่งอวี้โดยสัญชาตญาณจากนั้นก็แสร้งทำเป็นใจเย็น แล้วถามขึ้น “อันดับมนุษย์? การจัดอันดับในงานหลอมดาวมีหลายประเภทรึ?”

            “อืม” ดูเหมือนเซี่ยโหวฟ่งอวี้ยังไม่สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของซูฉางอันนางขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง “การจัดอันดับถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทได้แก่ระดับผืนฟ้า ปฐพี และมนุษย์ การจัดอันดับมนุษย์จะถูกจัดโดยสำนักเทียนหลานแน่นอนว่าตอนนี้มันตกเป็นหน้าที่ของสำนักปาฮวงไปแล้ว คนในอันดับล้วนเป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้าศึกษาในสำนักต่างๆไม่เกินหนึ่งปี การจัดอันดับปฐพี จะถูกจัดโดยราชสำนัก คนในอันดับเป็นศิษย์ที่เข้าเรียนครบหนึ่งปีแล้วแต่ยังไม่จบการศึกษา ส่วนประเภทสุดท้าย การจัดอันดับระดับผืนฟ้า จะถูกจัดโดยหอดาราซึ่งคนที่อยู่ในอันดับเป็นศิษย์ที่จบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

            เมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้เซี่ยโหวฟ่งอวี้ก็หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ก็เหมือนกับผู้อาวุโสฉู่ซีฟงไงล่ะเขาเป็นยอดอัจฉริยะที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับระดับผืนฟ้าเชียวนะ”

            “อย่างนี้นี่เอง” ซูฉางอันพยักหน้า “แล้วคนที่ได้อันดับหนึ่งในอันดับผืนฟ้าเป็นใครกัน?”

            “ก่อนหน้านี้เป็นอาจารย์ของเจ้ามั่วทิงอวี่” เซี่ยโหวฟ่งอวี้กล่าวขึ้น

            “แล้วตอนนี้ล่ะ?” ซูฉางอันถามด้วยความสงสัย

            “ตอนนี้ อันดับหนึ่งถูกปล่อยว่างอยู่”

            “ปล่อยว่าง? ทำไมล่ะ?”

            “สิบอันดับของอันดับผืนฟ้าในตอนนั้นล้วนออกไปจากเมืองฉางอันนานเป็นสิบปีแล้ว กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลยเมื่อพวกเขาไม่กลับมา ย่อมหาผู้แทนอับดับหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว”

            “จากเมืองฉางอันไปกันหมดเลยรึ? พวกเขาเป็นใครกัน?”

            “เซี่ยโหวฟ่งอวี้กรอกตามองบนแล้วร่ายรายชื่อของบุคคลที่เคยทำให้คนทั้งแผ่นดินต้าเว่ยยกย่องนับถือออกมา “มารพิฆาต-สวีรั่งกระบี่พิรุณ-หลัวอวี้เอ๋อ คุณชายเกศเงิน-โฮ่วหรูอี้ นักรบชุดเพลิง-ฮวาเฟยจั๋วแล้วก็จอมดาบ-ฉู่ซีฟง อาจารย์วิชาดาบของเจ้าที่เพิ่งกลับเมืองฉางอัน”

            ซูฉางอันกำลังจะถามบางอย่างแต่ก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้นภายในห้องโถงเสียก่อน

            “อ้าวนั่นมันคุณชายซูที่ถูกจัดให้อยู่อันดับหนึ่งของอันดับมนุษย์ไม่ใช่รึ? ทำไมเพิ่งมาถึงเอาป่านนี้ล่ะพวกเรายังคิดว่าคุณชายซูทะนงตัวจนไม่อยากจะมาร่วมวงกับคนต้อยต่ำอย่างพวกเราเสียแล้ว”

            โถงขนาดใหญ่เงียบสงัดลงในพริบตาแม้แต่สองหนุ่มที่กำลังประลองกันอยู่ที่กลางโถงก็ยังต้องหยุดการต่อสู้ลงแล้วหันมามองซูฉางอันกับเซี่ยโหวฟ่งอวี้เป็นตาเดียว

     

    นิยายแนะนำ

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869