“นี่เธอเป็นใคร ถึงได้ตอบแทนลี่มี่หลานฉัน” ฟางเซียงตะคอกใส่
“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าฉันไม่ได้อยากรู้จักป้าก็แล้วกัน” เย่วซินเธอลอยหน้าลอยตาตอบ
“ฉันก็ไม่ได้อยากรู้จักเธอหรอก ฉันแค่เห็นว่าพี่ซีห่าวกับลี่มี่ได้กินเนื้อแล้วทำไมไม่แบ่งให้พ่อกับแม่บ้างฉันเลยเดินมาดู”
“แล้วทำไมต้องแบ่งให้ด้วยละ ในเมื่ออาหารมื้อนี้พี่ซีห่าวไม่ได้เป็นคนทำขึ้นมา แต่ตัวฉันเป็นคนทำ และฉันก็มีสิทธิ์ที่จะให้ใครกินก็ได้ ฉันพูดถูกไหมป้า”
“อ๊ายย ยายบ้านี่ ฉันบอกว่าอย่ามาเรียกฉันป้า ฉันเป็นน้องสะใภ้พี่ใหญ่ซีห่าว และฉันก็แก่กว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้นแหละ”
“อ้าวเหรอ ฉันนึกว่าป้าแก่กว่าพี่ซีห่าวซะอีก”
“ยายบ้า แต่เดี๋ยวนะแล้วทำไมพี่ใหญ่ซีห่าวกับลี่มี่ถึงได้มากินอาหารกันตรงนี้ละ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเป็นแม่คนใหม่ของลี่มี่หรอกเหรอ” ฟางเซียงพูดขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าจางเย่วซินตาเขม็ง เย่วซินเธอก็ไม่น้อยหน้าจ้องตาพร้อมกับตอบไปว่า
“ใช่แล้วทำไม ไม่ใช่แล้วทำไม เกี่ยวไรกับป้าด้วย หรือว่าป้าอยากเลื่อนสถานะ ถึงได้มาวุ่นวายเนี่ย”
หยางซีห่าวมองทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา เขาไม่คิดที่จะไปห้ามปราม ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะห้าม ฟางเซียงน้องสะใภ้ของเขามาหาเรื่องก่อน ในเมื่อจางเย่วซินต้องการที่จะปกป้องลี่มี่ลูกสาวของเขา เขาจึงปล่อยผ่าน ความรู้สึกของเขาตอนนี้ที่มีต่อจางเย่วซินนั้น ตัวเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกยังไง เขาสามารถบอกได้เพียงว่าเขารู้สึกอบอุ่น อุ่นใจ แล้วก็คันยุบยิบที่หัวใจก็เท่านั้นเอง
ส่วนจางห่าวอู๋นั้นนั่งตกตะลึงไปแล้วกับน้องสาวที่เคยแสนจะเรียบร้อยของเขา แต่เขาก็ชอบนะที่ซินซินน้องสาวของเขาเป็นแบบนี้ส่วนจางห่าวหรวนนั้นไม่ต้องพูดถึงนั่งอมยิ้มพร้อมยกนิ้วให้เลย
ชาวบ้านที่ได้ยินทั้ง 2 คนโต้เถียงกัน มีหลายคนให้ความสนใจ แต่ว่าต่างจากคนบ้านหยาง ที่ตอนนี้แต่ละคนหน้าดำมืดด้วยความโมโหสะใภ้รอง ตัวแม่เฒ่าหยางนั้นยิ่งโมโหสะใภ้รองมาก อยู่ดีไม่ว่าดีดันไปหาเรื่องยายเด็กลี่มี่ จนต้องโดนเด็กสาวบ้านจางตอกกลับมาจนหน้าหงาย
“ขอโทษนะคะ คือขอครอบครัวฉันทานอาหารกันต่อก่อนนะ เพราะเดี๋ยวถ้าหากอาหารเย็นจะเสียรสชาติอาการที่ทำมา เดี๋ยวจะหมดความอร่อยค่ะ” จางเย่วซินเมื่อเห็นคนมาคอยดูหนาตาขึ้นเธอจึงเอ่ยบอกทุกคนไป โดยเธอใช้น้ำเสียงอย่างสุภาพ ซึ่งต่างจากที่เธอคุยกับฟางเหนียงอย่างฟ้ากับเหว
“พี่ใหญ่ พี่ซีห่าว ห่าวหรวน กินกันต่อค่ะ อย่ามาเสียเวลาในการกินด้วยเรื่องไปเป็นเรื่องเลย นี่ค่ะ น้ำหวานกินแล้วสดชื่นค่ะ ดูซิลี่มี่กินไม่สนใจใครเลย 555” เหอะให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร ถ้าไม่ติดว่าพึ่งจะเจอกันนะ แม่จะใส่ไม่ยั้งยิ่งกว่านี้อีก ประโยคนี้เธอไม่ได้พูดออกไป
พอชาวบ้านทยอยกันจากไป เย่วซินและทุกคนจึงกินอาหารกันต่ออย่ามีความสุข โดยเฉพาะหยางซีห่าวมีรอยยิ้มที่มุมปากตลอด
หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว จางเย่วซินเก็บข้าวของลงตะกร้าจะได้นำกลับไปบ้าน ส่วนกระติกน้ำหวานเธอได้แบ่งใส่กระบอกไว้ให้ทั้งสองคนจะได้คอยจิบตอนที่หิวน้ำ
“พี่ใหญ่ค่ะ พี่ซีห่าวค่ะ ฉันกับเด็กๆ กลับบ้านก่อนนะ ตอนเย็นเจอกันฉันมีเรื่องจะบอกทุกคน และมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือด้วย แล้วเจอกันที่บ้านนะคะ” เธอบอกห่าวอู๋ และซีห่าว
“ครับ” หยางซีห่าวยิ้มตอบ
“ซินซิน ปั่นจักรยานดีๆ นะ แล้วตอนเย็นพี่จะไปเอาคำตอบว่าจักรยานมาจากไหน”
“ได้ค่ะพี่ใหญ่ ฉันจะบอกทุกอย่างที่พี่อยากจะรู้”
“ไปจ๊ะเด็กๆ กลับบ้านไปกินนมนอนกลางวันดีกว่าค่ะ” เย่วซินเธอบอกห่าวหรวนและอุ้มลี่มี่เดินไปที่จักรยานเพื่อปั่นกลับบ้าน
ขากลับบ้าน ตอนที่ปั่นจักรยานก็เจอชาวบ้านหลายคนมองมาที่เธอแล้วซุบซิบกัน สงสัยจะนินทาเธออีกแน่นอน คงจะเป็นเรื่องที่เธอโต้เถียงกับฟางเซียงแน่เลย แต่เย่วซินเธอก็ไม่คิดจะสนใจ เธอเคยอยู่ในยุค 2022 ถ้ามัวแต่จะมาสนใจก็คงไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เย่วซินได้อุ้มลี่มี่เข้าบ้าน ส่วนห่าวหรวนนั้น ช่วยพี่ซินซินของเขาเอาของเข้าไปเก็บไว้ในห้องครัว พอเย่วซินพาลี่มี่เข้าในห้องโถง เธอเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบตุ๊กหมีขนนุ่มและลูกฟุตบอลออกมาจากมิติ จากนั้นเดินออกมาหาเด็กทั้งสองคน
“ห่าวหรวนจ๊ะ นี่ของน้องเอาไว้เล่นกับเพื่อนๆ นะพี่ให้น้องจ๊ะ”
“ส่วนตัวนี้ของลี่มี่นะจ๊ะ น้าซินซินเอามาให้ลี่มี่ไว้กอดเล่นหรือไม่ลี่มี่เอาไว้กอดตอนนอนนะจ๊ะ”
เด็กน้อยทั้งสองคนเมื่อเห็นของที่เย่วซินให้นั้น ดวงตาเป็นประกายทันที หยางลี่มี่นั้นเธอไม่เคยมีของเล่น ยิ่งน้าซินซินให้ตุ๊กตาหมีตัวนี้กับเธอ เด็กน้อยเธอดีใจมาก เธอรับตุ๊กตามาจากเย่าซินกอดแล้วไม่ยอมปล่อยเลย
ส่วนห่าวหรวนนั้นถึงแม้ว่าบ้านจางของเขาไม่ได้ลำบากเท่าไหร่ ตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่นั้นเขายังไม่กล้าที่จะขอของเล่นฟุ่มเฟือยพวกนี้ แต่พี่สาวซินซินกลับให้เขาโดยที่เขาไม่ต้องขอ เขาชอบมันมากอยากได้มาตั้งนานแล้ว เขารู้ว่าลูกฟุตบอลนั้นราคาไม่เบาเลย
“เอาละเด็กๆ ตอนนี้ต้องกินนมก่อนนะ ร่างกายจะได้แข็งแรง รู้ไหมจ๊ะทั้งสองคน”
“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนตอบพร้อมกันทันที
“ห่าวหรวนน้องจะออกไปเล่นข้างนอกไหม”
“ไม่ดีกว่าครับพี่ซินซิน ผมอ่านหนังสือในห้องดีกว่าครับ ใกล้จะสอบเลื่อนชั้นแล้วด้วยครับพี่” ห่าวหรวนส่ายหัวตอบทันที เขาต้องการอ่านหนังสือมากกว่า
“ได้จ๊ะ งั้นพี่พาลี่มี่ไปนอนก่อนนะ ห่าวหรวนน้องก็อย่าหักโหมมากละ”
“ครับพี่ ถ้าผมเมื่อยสายตาผมก็จะหยุดอ่านครับ พี่ซินซินไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เขายิ้มตอบจางเย่วซิน
เมื่อคุยกันเสร็จแล้วจางเย่วซินได้พาลี่มี่ที่ตอนนี้ตาปรือคล้ายจะง่วงนอนเต็มทนแล้ว เข้าไปนอนในห้องของเธอ เธอกล่อมเด็กน้อยได้แป๊บเดียว ลี่มี่ตัวน้อยก็หลับไปพร้อมกับตุ๊กตาตัวใหม่ เย่วซินพอเห็นว่าลี่มี่หลับแล้วเธอจึงเข้าไปในมิติแล้วตรงดิ่งไปห้องทำงานของเธอทันที เย่วซินเธอได้เปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อที่จะปริ้นโบว์ชัวร์รายการสินค้าที่เธอเข้ามาทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งนี้เธอทำออกมาอีก 5 ชุด เพราะโบว์ชัวร์สินค้าชุดก่อนเธอได้ให้กับน้าเฉินหรวนที่ตลาดมืดไปแล้ว
ดังนั้นเธอต้องทำเพิ่มขึ้นมาเพื่อเตรียมหาลูกค้ารายใหม่ ในความคิดของเย่วซิน เธอต้องการทำการค้าแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถซื้อร้านค้าได้ เธออยากจะเปิดร้านค้าหลายๆ ร้านเพราะว่าในมิติของเธอมีสินค้าแทบจะทุกอย่าง ใจจริงเธออยากจะทำธุรกิจร้านอาหารเพราะวัตถุดิบเธอมีทุกอย่างรวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่จะสามารถเปิดร้านได้เลย และเธอก็ยังอยากจะทำโรงงานสบู่โรงงานเครื่องสำอางอีกด้วย แต่กว่าที่เธอจะสามารทำตามความต้องการได้ก็ต้องรอให้เธอเก็บเงินให้ได้มากๆ ก่อนอีกทั้งตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดร้านค้าเสรีได้ ต้องรออีกหลายปี ตอนนี้เธอเลยคิดว่าต้องหาเงินเก็บเงินก่อน
แต่ว่าปัญหาของเธอตอนนี้คือเธอจะบอกกับทุกคนยังไง ถ้าจะให้เธอเอาของไปส่งให้น้าเฉินหรวนเองจริงๆ มันก็ไม่มีปัญหาแค่เธอนำของออกมาจากมิติก็จบแล้ว แต่หลักความเป็นจริงมันไม่ใช่จะให้เธอเดินไปแล้วเอาของออกมาโต้งๆ เลยเหรอ
“โอ้ย! กลุ้ม เอาไงละซินซินเอ๋ย งานงอกแล้วไหมละ เห้อ” เย่วซินเธอคิดไม่ตกว่าเธอจะเริ่มต้นบอกทุกคนว่ายังไงดี
“แล้วฉันจะบอกพี่ใหญ่แบบไหน จะบอกว่าฉันมาที่นี่ได้ยังไง ที่สำคัญที่สุดฉันจะบอกพี่ซีห่าวยังไง จะไม่ตกใจจนหัวใจวายเลยเหรอ รายนั้นยิ่งอายุเยอะอยู่ด้วย เห้อ! กลุ้ม”
เย่วซินเธออาจจะลืมไปว่าตัวเองนั้น ภพก่อนเธอก็อายุไม่ห่างจากซีห่าวสักเท่าไหร่ เย่วซินคิดไปคิดมาหลายตลบ จนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ทั้งสองคนจะกลับมาแล้ว
“ถ้าฉันบอกไปแล้วทุกคนจะรับได้ไหม ครอบครัวที่ฉันพึ่งจะมี ฉันจะยังมีอยู่อีกไหม เอาวะเป็นไงเป็นกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ดีกว่าทุกคนจะมารู้ทีหลัง จงเชื่อตามสัญชาตญาณของตัวเองดีที่สุด อย่างมากถ้ารู้แล้วตกใจก็แค่ไล่ฉันออกจากบ้าน กับถ้ารู้แล้วรับได้ไม่ตกใจกลัว แสดงว่าความหวังที่จะได้กินพี่ซีห่าวไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วซิ หนุ่มยุค70 หรือจะสู้สาวยุค 2022” เธอพูดจบก็หัวเราะอยู่คนเดียว
เมื่อเย่วซินเธอพูดคุยและทะเลาะกับตัวเองเสร็จแล้ว เธอก็ออกจากมิติทันที เธอยังเห็นลี่มี่นอนอยู่เธอจึงเดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปทำอาหารเย็นรอทุกคน
***************************
ไรท์ : ใจเย็นๆ นะเย่วซิน ใจร่มๆ