บทที่9
ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็อะไรก็อย่าคิดว่าจะรอด
หนิงเพ่ยชิงด้วยความที่รับเอานิสัยแม่อย่างหวยซินมาเต็มๆเธอจึงอยู่นิ่งไม่ได้เมื่อโดนหนิงเหมยจูมองด้วยสายตาแบบนั้นจึงได้พูดออกไปอย่างไม่ค่อยได้คิดให้ถี่ถ้วน
"เหอะ ฉันเป็ลูกสาวที่พ่อรักมากไม่เหมือนแกและน้องแกหรอกที่..."
"แล้วยังไง ผู้ชายคนนั้นจะรักหรือไม่รักฉันฉันไม่จำเป็ต้องใส่ใจก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าเธอ้าที่จะจับพี่ซีเฉินไม่ใช่เหรอเพราะเขาหาเงินเก่งแต่น่าเสียดายนะผู้ชายคนนี้ฉันเป็คนได้ เขาทั้งเก่ง ทั้งหล่อและอร่อยเสียใจด้วยนะน้องสาวของพี่เธอพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว" เมื่อพูดคำว่าอร่อยหนิงเหมยจูเลือกที่จะเลียริมฝีปากเบาๆเพื่อให้หนิงเพ่ยชิงนั้นเข้าใจว่าเธอกินสามีไปแล้วจริงๆ
"นัง...นังหน้าด้าน หน้าไม่อายพูดเื่แบบนี้ได้ยังไง ลูกสาวฉันยังเด็ก ใครจะเหมือนแกล่ะ ที่กร้านเื่พวกนี้ใครอยากได้ไอ้ซีเฉินกัน แกเอาไปเถอะ คนพิการแบบนั้น" หวยซินชี้หน้าด่า
"หน้าด้านแล้วยังไง หน้าไม่อายแล้วยังไงแต่ก่อนที่คุณจะพูดหรือด่าว่าอะไรฉันช่วยเดินไปที่ลำธารแล้วชะโงกดูนะว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นใช่คนที่คุณมองเห็นในน้ำหรือเปล่าถึงฉันจะหน้าไม่อาย หน้าด้านหรือจะเก่งเื่พวกนี้แต่คงน้อยกว่าคุณนะคุณแม่เลี้ยง ฉันคงไม่ต้องพูดเพราะคุณคงเข้าใจความหมาย"
"แก นังเหมยจู เพราะแม่ของแกมาแย่งพี่ฮวนไปจากฉันฉันกับพี่ฮวนรักกันมาก่อน แม่ของแกนั่นแหละหน้าด้าน" หวยซินโกรธจนตัวสั่นชาวบ้านที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็ถอยออกมายืนห่างๆเพราะคิดว่าเดี๋ยวคงจะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น เพราะหลายคนได้ข่าวและเห็นในสิ่งหนิงเหมยจูนั้นทำอะไรกับบ้านตงบ้างเมื่อวาน
"รักกันแล้วยังไงถ้าผู้ชายคนนั้นรักเธอจริงทำไมเขายอมทิ้งเธอมาเอาและมาแต่งงานกับแม่ฉันล่ะ คิดดีๆผู้ชายที่มีแต่ตัวกับไอ้นั่นมีดีอะไรนักหนาที่ทำให้ผู้หญิงต้องมาแย่งกันแล้วถ้าหากว่าแม่ของฉันหน้าด้านตามที่เธอพูดสิ ฉันก็ว่าไม่ผิดเพราะผู้ชายเดินมาหาท่านเอง ท่านไม่ได้เชิญมา แต่ผู้ชายมาเองจริงไหม"
หนิงเหมยจูพูดตามที่ความทรงจำมีแม่ของเธอตอนแต่งงานนั้นทางบ้านเดิมให้สินเดิมมาไม่น้อยและรู้ว่าแม่ยังใช้ไม่หมดแต่แอบไว้ให้เธอกับน้องชาย แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือทำไมแม่ไม่หย่ากับผู้ชายคนนั้นที่เป็พ่อของร่างนี้และตอนที่เธอแต่งงานออกมาแม่ให้สินเดิมมาไม่น้อยเหมือนกันเธอจึงไม่ห่วงเื่เงินเท่าไหร่
อีกทั้งตอนที่ตงซีเฉินทำงานได้เงินมา เขาก็ให้กับร่างนี้ไม่น้อยหนิงเหมยจูคิดว่าแม่และน้องคงไม่ลำบากมาก เพราะั้แ่แต่งงานมาเธอแทบไม่ไปเหยียบบ้านเดิมอีกเลยแต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือตอนนี้น้องชายต้องลาออกมาจากโรงเรียนแล้วทั้งๆที่ใกล้จะเรียนจบและทั้งสองคนต้องออกมาอยู่ที่ห้องเก็บฟืนเพราะน้องชายได้ทะเลาะกับพ่อเื่ที่พ่อทำร้ายแม่และเธอเองตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปหาแม่และน้องชายในเมื่อเธอมาอยู่ในร่างนี้แล้วทั้งสองคนก็คือครอบครัวของเธอและเธอก็ไม่คิดที่จะทิ้งใครเหมือนร่างเดิมทำ
"แก นังเหมยจู" หวยซินโกรธแล้วจริงๆจึงได้พุ่งตัวเข้าหาคิดว่าจะตบหน้าหนิงเหมยจูสักทีสองทีแต่กลายเป็ว่าหนิงเหมยจูนั้นระวังตัวอยู่แล้ว เธอจับข้อมือของหวยซินไว้ได้ก่อนจะเอาไหล่ของเธอเข้าที่กลางลำตัวของหวยซินและจับเธอทุ่มลงพื้นจนเกิดเสียงดังชาวบ้านที่ยืนมุงได้แต่เจ็บแทนแต่ไม่มีใครคิดที่จะช่วยเพราะต่างก็สมน้ำหน้าหวยซินที่อยู่ดีไม่ว่าดีมาหาเื่หนิงเหมยจู
"แก แกกล้าทำร้ายแม่ฉันเหรอ"หนิงเพ่ยชิงเองชี้หน้าด้วยความโกรธแต่ไม่รู้เพราะความโง่หรือว่าโมโหเธอจึงพุ่งเข้าใส่หนิงเหมยจูด้วยอีกคนทั้งๆที่เห็นแล้วว่าแม่ของตัวเองนั้นสภาพเป็ยังไงหนิงเหมยจูใช้เท้าถีบสุดแรงและครั้งนี้เธอไม่ถอดรองเท้าออกเหมือนที่ทำการบ้านตงก่อนจะเดินเข้าไปหาหนิงเพ่ยชิงช้าๆ ก่อนจะใช้เท้าเหยียบไปที่ข้อเท้าของน้องสาวต่างแม่แล้วใช้แรงกดบี้ไปเต็มแรงจนหนิงเพ่ยชิงร้องเสียงดังเพราะทนไม่ได้ เธอเ็ปจนกระดูกแทบแหลก
"จำไว้ทั้งสองคน อย่าคิดที่จะมาวุ่นวายกับฉันและอย่าให้รู้ว่าใครคิดที่จะทำร้ายหรือเล่นงานแม่กับฮุ่ยหมินหากฉันรู้รับรองว่าจะไม่มีขาให้ได้เดินเฉิดฉายในหมู่บ้านนี้อีกและถ้าคิดจะแจ้งความว่าฉันทำร้ายร่างกายก็เชิญ ฉันไม่ห้ามเพราะทุกคนก็เห็นั้แ่แรกว่าฉันป้องกันตัวเพราะพวกเธอสองแม่ลูกนั้นทำร้ายฉันก่อนและฉันเชื่อว่าคนที่นี่จะต้องเป็พยานให้ฉัน หรือว่าไม่จริง"
หนิงเหมยจูพูดกับสองแม่ลูกก่อนจะกวาดสายตากลับมามองชาวบ้านที่ดูเหตุการณ์อยู่ทุกคนจึงได้แต่พยักหน้าโดยอัตโนมัติหนิงเหมยจูอดขำในใจไม่ได้สงสัยคงจะกลัวเธอทำร้ายจนขึ้นสมองแน่ๆเมื่อเดินออกมาก่อนจะนึกอะไรได้จึงเดินกลับเข้าไปหาสองแม่ลูกนั้นอีกครั้ง
"ฝากบอกผู้ชายคนนั้นด้วยพรุ่งนี้ฉันจะกลับไปที่บ้านถ้าเกิดฉันเห็นว่าแม่และฮุ่ยหมินมีรอยแม้แต่แมวข่วนฉันพร้อมที่จะฟาดฟันให้พังกันไปข้างหนึ่งไม่เชื่อก็คอยดู"พูดจบเกวียนรับจ้างประจำหมู่บ้านก็มาถึงทำให้ทุกคนจึงทยอยกันขึ้นเกวียนจากนั้นเกวียนเล่มนี้จึงมุ่งหน้าสู่เข้าในตัวอำเภอ
เมื่อมาถึงหนิงเหมยจูจึงจ่ายค่าเกวียนก่อนจะเดินไปตามถนนเธอมองสองข้างทางด้วยความสนใจตอนนี้มีร้านค้าเริ่มที่จะเปิดขายทั้งสองข้างทางบ้างแล้วแต่ยังมีไม่มากอาจจะเพราะว่ารัฐเพิ่งจะเปิดให้ทำการค้าสิ่งที่เธอสนใจนั้นไม่ใช่ร้านค้าที่เปิดแถวนี้แต่เธอ้าที่จะเข้าตลาดมืดและจากความทรงจำที่ตั้งของตลาดมืดนั้นอยู่ไม่ไกลเลยพอมาถึงจุดหมาย หนิงเหมยจูจึงได้บอกรหัสผ่าน และเดินเข้าไปด้านในใจจริงวันนี้เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาปล่อยของในมิติออกขายเพียงแค่จะมามองดูลู่ทางเท่านั้น ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างในการหาเงินแต่ถ้ามีคนมาถามก็คงจะขายเหมือนกัน
หนิงเหมยจูดูคนทำการค้าจนหนำใจเธอจึงเดินออกมาจากตลาดมืดเธอรู้แล้วว่าส่วนใหญ่คนในที่นี้ถ้าไม่เช่าร้านก็จะแบกะดินขายครั้งหน้าเธอหมายมั่นว่าจะต้องเป็แม่ค้าให้ได้เพราะถึงแม้ว่าจะมีเงินเหลืออยู่แต่ถ้าไม่หาเพิ่มอีกไม่นานคงจะหมดไปไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนสามีของเธอจึงจะรักษาขาให้หายได้
เมื่อมาถึงมุมลับตาคนเธอจึงเอารถเข็นคนป่วยที่เธอเอามาจากร้านยาในห้างสรรพสินค้าตอนนั้นออกมาหนึ่งคันส่วนไม้เท้าค่อยรอให้ขาสามีของเธอดีขึ้นก่อนการใช้รถเข็นนั้นสำหรับเธอมองว่ามันสะดวกอีกทั้งสามีของเธอจะได้ออกกำลังแขนและสามารถออกมาหน้าบ้านได้หรือเดินทางไปไหนพร้อมกับเธอและลูกน้อยได้โดยไม่ต้องอุ้มหรือแบกเขาไว้ตลอดไม่อย่างนั้นคนที่จะตายคือเธอแน่นอนส่วนถ้าต้องเข้าตัวอำเภอเธอไม่ห่วงยังไงก็มีเกวียนรับจ้างอยู่แล้ว
หนิงเหมยจูหยิบชุดเด็กน้อยที่คิดว่าลูกสาวของเธอนั้นใส่ได้พอดีและเสื้อผ้าของสามีมาอีกสองสามชุด รวมไปถึงชุดชั้นในทั้งของเด็กและของผู้ชายส่วนรองเท่านั้นเธอก็เอาออกมาให้ทั้งสามีและลูกรวมไปถึงของน้องชายและแม่ด้วยเพราะพรุ่งนี้ความตั้งใจของเธอคือกลับบ้านเดิม จากนั้นจึงเอาเนื้อหมูและอาหารต่างๆออกมาใส่ในตะกร้ารวมทั้งของที่้าก่อนจะเดินกลับไปขึ้นเกวียนอีกครั้งเพื่อจะกลับบ้านที่สามีและลูกน้อยรออยู่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน
**********************