“วิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์!”
หลงอวี่น้ำตาคลอเบ้าพลางจ้องไปที่ตัวอักษรตัวใหญ่เหล่านั้นที่อยู่บนกระดาษร่างกายของนางก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ และตัวอักษรไม่กี่ตัวบนนั้นได้สร้างความตกใจให้กับจิตใจที่แข็งกร้าวและดื้อรั้นของหลงอวี่ทันที
“ผู้ถูกเรียกว่าจิ่วอู่ก็คือจักรพรรดิกลยุทธ์ครองอำนาจใต้หล้า รวบรวมพลังของทั้งโลก เมื่อฝึกฝนพลังจักรพรรดิของจิ่วอู่ก็จะกลายเป็นความรุ่งโรจน์อันไพบูลย์!”
เพียงประโยคแรกที่เริ่มต้นก็ปลุกเร้าความปรารถนาอันแรงกล้าในอำนาจซึ่งอยู่ส่วนลึกในของจิตใจของหลงอวี่เกิดมาเป็นองค์หญิงในราชวงศ์ มองจากภายนอกหลงอวี่ดูมีความกระตือรือร้นที่จะฝึกฝนเป็นอย่างยิ่งแต่ภายในส่วนลึกนั้นนางปรารถนาในอำนาจเสียมากกว่า ต้องบอกเลยว่า แม้ตระกูลหลงจะเป็นเพียงหุ่นเชิดแต่หลงอวี่กลับมีความคิดอันปราดเปรื่องและกลอุบายอันลึกซึ้งตั้งแต่เด็ก!
แม้ว่านางเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่อาจทำลายความกระตือรือร้นในอำนาจของหลงอวี่ได้ แม้กระทั่งนางต้องการที่จะฝึกฝนเพื่อการยอมรับนับถือของฝูงชนให้คนยอมรับนับถือในพละกำลังของนางอย่างปฏิเสธไม่ได้ ในโลกของการฝึกตนแม้จะมาจากตระกูลของจักรพรรดิ ก็จะต้องได้รับการยอมรับจากระดับของการฝึกฝนเช่นกันนางในอดีต มีรากฐานที่ธรรมดาอย่างมาก แม้แต่ขั้นยุทธ์ก็ยังติดอยู่ตรงนั้นแล้วจะเอาอะไรไปไขว่คว้าหาอำนาจ?
อย่างไรก็ตาม วิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์นี้กลับให้ความหวังแก่นางอย่างยิ่งด้วยวิชาวิเศษนี้เป็นการรวบรวมโชคจากใต้หล้าและยังหมายความว่ารากฐานอันแสนธรรมดาของนาง จะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ต่อการฝึกฝนขอเพียงนางค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวสู่จุดสูงสุดของพลังอำนาจและด้วยการพลังอำนาจที่ครอบคลุมใต้หล้า จะยิ่งทำให้นางฝึกฝนพลังจักรพรรดิแห่งจิ่วอู่ได้สำเร็จ
แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์เป็นวิชาวิเศษประเภทใดแต่วิชาวิเศษนี้กลับสร้างความหวังให้กับหลงอวี่และกระตุ้นความปรารถนาในพลังอำนาจในใจของนาง
ทันใดนั้น หลงอวี่ก็คิดมากไปนางเห็นภาพมายาว่าได้อาศัยพลังของวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ไต่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของพลังอำนาจทีละก้าวๆ
แต่หลังจากนั้นไม่นานรูม่านตาของหลงอวี่ก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว และรู้สึกเย็นวาบขึ้นบนแผ่นหลัง
เป็นไปได้หรือไม่ว่า... เขาจะเห็นความปรารถนาในอำนาจของตนเอง? หรือว่า... เขาจะรู้ว่าตนเองกำลังต้องการอะไรอยู่?
ช่างเป็นคนที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!
หลงอวี่ยืนยันได้ว่าตนเองไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องอำนาจกับเขามาก่อนเลยแต่กลับนึกไม่ถึงว่าฉินอวี่มองเพียงพริบตาเดียว จะเห็นถึงส่วนลึกในจิตใจของนางพลังการมองเห็นเช่นนี้จะมีเพียงคนวิเศษเท่านั้นที่จะทำได้ หรืออาจจะกล่าวได้เลยว่านอกจากฉินอวี่แล้วไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถล่วงรู้ถึงความคิดส่วนลึกในจิตใจของนางได้เลย
แม้ว่าจะตกใจ แต่หลงอวี่ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวในเมื่อฉินอวี่มองเห็นมัน เขาจึงมอบวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ให้กับตนเอง นั่นหมายความว่าเขามีความสุขที่จะได้เห็นตนเองกลายเป็นจักรพรรดิ!
เมื่อนางคิดถึงวันหนึ่งที่นางจะกลายเป็นจอมจักรพรรดิแก้มของหลงอวี่ก็แดงก่ำ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแสดงความกลัวเกรงและซาบซึ้งต่อฉินอวี่
“พี่ฉิน หลงอวี่จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”
...
ในความเป็นจริงขณะที่ฉินอวี่มอบวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ให้กับหลงอวี่ เขาก็ลังเลอยู่เช่นกันวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์เป็นสิ่งที่เขาค้นพบในหอตำราของสำนักเทียนฉีแม้ว่าวิชานี้จะไม่ได้กล่าวถึงบทสรุปสุดท้ายว่าเมื่อฝึกฝนจนสมบูรณ์แล้วจะเป็นเช่นไรแต่ฉินอวี่ก็สามารถจินตนาการได้ถึงความน่ากลัวเมื่อได้รับการฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุด
ในแดนซิงเฉินวิชาวิเศษถูกแบ่งออกเป็นสี่ระดับได้แก่ เทียน ตี้ เสวียน และหวงโดยมีระดับเทียนสูงที่สุด และมีระดับหวงอยู่ท้ายสุด
แม้ว่าวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์จะอยู่ในวิชาวิเศษระดับเทียนแม้ไม่ใช่ระดับเต๋าหรือระดับเซียนแต่ฉินอวี่ก็สามารถจินตนาการได้ถึงศักยภาพของวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ได้ อีกนัยหนึ่งวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์นั้นเป็นเพียงประตูหนึ่งเท่านั้นที่จะเบิกทางหลงอวี่สู่หนทางของจักรพรรดิ ในภายหน้าจะมีโชคชะตาสะสมไว้มากเพียงใดหรือจะฝึกฝนได้พลังของจิ่วอู่ไปเท่าไร ทุกอย่างก็คงขึ้นอยู่กับความโชคดีของหลงอวี่
เมื่อพูดถึงหลงอวี่ฉินอวี่เพียงแค่รู้สึกประทับใจเล็กน้อยที่นางยอมออกหน้าช่วยเขาถึงสองครั้งเขาไม่เพียงแต่มอบวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ให้นาง แต่เขายังคิดจะส่งมอบวิธีการหล่อหลอมรากฐานกระดูกให้กับนางอีกด้วยเช่นนี้จึงจะสามารถเปลี่ยนระดับขั้นของนางได้แต่ความร้อนแรงและความแน่วแน่ของนางก่อนหน้านี้ทำให้ฉินอวี่เปลี่ยนใจเขาเคยเห็นสายตาเช่นนี้มาก่อนที่สำนักเทียนฉีหนึ่งในเด็กชายที่เขาสนิทสนมเช่นเดียวกับชิงหวัง ซึ่งมีนามว่าชิงซวี!
เช่นเดียวกับที่ฉินอวี่ได้มอบวิชาวิเศษสุดท้ายที่เขาสร้างขึ้นให้กับชิงซวีซึ่งวิชานั้นมีชื่อว่า กลยุทธ์มรรคาสูญ!
แม้ว่าในตำราโบราณของหอตำราตระกูลฉินจะไม่เคยเห็นบันทึกที่เกี่ยวข้องกับชิงซวีแต่ฉินอวี่สามารถสรุปได้ว่า ถ้าชิงซวียังไม่ด่วนจากไปเสียก่อนเขาคงจะอยู่ในระดับสูงกว่าหวังชิงแน่นอน!
แต่ตอนนี้ฉินอวี่เห็นสายตาของชิงซวีบนร่างของหลงอวี่ซึ่งเป็นการกระตุ้นความรู้สึกของฉินอวี่และฉินอวี่ก็ต้องการให้โอกาสในการตัดสินใจให้กับหลงอวี่ไม่ว่าหลงอวี่จะตัดสินใจลุกขึ้นมาหรือไม่ เขาก็ไม่มีอะไรเสียหายถ้าหลงอวี่ลุกขึ้นฝึกฝน เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เขาจะได้กลับมาในระยะยาวจะมีมากกว่าวิชาวิเศษวิชาเดียวเสียอีกในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมเขาจะไม่ทำล่ะ?และฉินอวี่ก็คิดเช่นนี้กับเสี่ยวฮวาและเสี่ยวเถาเช่นกัน
กล่าวได้ว่า ฉินอวี่กำลังลงทุนทางอ้อมแม้ว่ารากฐานของหลงอวี่จะอยู่ระดับธรรมดา แต่นางก็มีหัวใจที่หลายคนไม่เคยมีนอกจากนี้ หากฉินอวี่ต้องการสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนเองการพัฒนาเพียงตนเองคงจะยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขยายเครือข่ายของตนเองออกไปด้วยดังนั้นเขาจึงสนใจที่จะมอบวิชาจิ่วอู่รุ่งโรจน์ให้กับหลงอวี่
บางทีตอนนี้ฉินอวี่อาจจะนึกไม่ถึงว่าจักรพรรดินีที่น่าสะพรึงกลัวได้ถูกสร้างขึ้นในความคิดของเขาแล้ว!
เมื่อฉินอวี่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเองและซื้อของใช้จำเป็นบางอย่างเพื่อเดินทางออกจากเมืองหลักเทียนอู่ ฉินเสวี่ยถือจดหมายมาถึงร้านขายยาหมื่นสรรพสิ่งในใจของนางมีความประหม่าเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นนางก็นึกถึงชายหนุ่มแซ่เฉินที่ตัดแขนของฉินหย่งในใจของนางก็รู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาทันที จนทำให้ฉินเสวี่ยรู้สึกสงสัย
นอกจากนี้ถึงแม้ว่านางจะยังเป็นเด็กสาวที่ไม่ประสีประสากับโลก แต่นางก็เป็นคนฉลาดนางได้ยินมาเช่นกันว่าชุยซั่วได้พาคนมายังร้านขายยาหมื่นสรรพสิ่งและสุดท้ายก็พบความล้มเหลวจึงสามารถรู้ได้ทันทีว่าร้านขายยาหมื่นสรรพสิ่งไม่ธรรมดาแน่นอน
เพียงแต่เหตุใดพี่ชายจะต้องให้ตนเองมาที่นี่ด้วย? ฉินเสวี่ยนึกถึงชายหนุ่มแซ่เฉินคนนั้นอีกครั้งพร้อมการคาดเดาที่คลุมเครือในใจของนาง
“เอ่อ... สวัสดี ข้ามาขอพบนักปรุงยาจื่อจื่อซวินเอ๋อ” ฉินเสวี่ยถือซองจดหมายไว้แน่นและพบกับคนงานหญิงคนหนึ่งภายในร้านขายยาหมื่นสรรพสิ่ง
คนงานหญิงมองมายังฉินเสวี่ยด้วยความสงสัย และเมื่อนางเห็นรูปลักษณ์ที่ขลาดกลัวของฉินเสวี่ยคนงานหญิงคนนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย และดูคล้ายจะหมดความอดทนเล็กน้อยเป็นเพราะเมื่องานชุมนุมใกล้เข้ามา เมืองหลักเทียนอู่ก็เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายในหนึ่งวันนางต้องต้อนรับคนสองสามคนต่อวัน เมื่อเห็นว่าการแต่งกายของฉินเสวี่ยไม่ได้แต่งตัวเหมือนศิษย์ที่ส่งมาจากสำนักใหญ่ต่างๆดังนั้นจึงพูดอย่างหมดความอดทน “มาพบนักปรุงยาจื่อด้วยเรื่องอะไร?”
ฉินเสวี่ยตกตะลึง ฉินอวี่เพียงขอให้นางส่งจดหมายฉบับนี้ให้จื่อซวินเอ๋อและฝากคำมาบอกหนึ่งประโยค หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ฉินเสวี่ยก็พูดขึ้นเบาๆ“ข้า... มามอบของบางอย่างกับคำพูดหนึ่งของพี่ชายข้าให้นาง”
เนื่องจากเสียงที่ดังในร้านขายยาผู้หญิงคนนี้จึงได้ยินนางไม่ชัดเจน และผนวกกับความใจร้อนของนางนางจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เจ้าต้องการมาทำอะไร?” เป็นเพราะการออกเสียงคำว่า“ต้องการ” ของนางนั้นเบาเกินไป จนผู้คนต่างได้ยินเป็นว่า “เจ้ามาทำไม?”
ด้วยเสียงที่คมชัดจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมากที่อยู่โดยรอบและยังดึงดูดความสนใจของคนหนุ่มสาวที่กำลังเดินเข้ามาในร้านขายยาคนหนุ่มสาวเหล่านั้นคือชุยซั่ว ฉินหย่ง และฉินเฟิง!
ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เขาเกือบทำให้จื่อซวินเอ๋อต้องขุ่นเคืองชุยซั่วก็กระสับกระส่ายมาโดยตลอด หลังจากนั้นยังถูกฉินอวี่ทำร้ายจนบาดเจ็บถูกฉินจ้านหักแขน หลายวันมานี้ชุยซั่วได้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บมาโดยตลอดเมื่อวานนี้เพิ่งหายดีเป็นปกติ วันนี้จึงเตรียมของขวัญมาขออภัยนาง
เพราะเรื่องนี้เกิดจากฉินหย่งและฉินเฟิงเขาจึงพาทั้งคู่มาโดยหวังว่าจื่อซวินเอ๋อจะรับรู้ถึงความไม่รู้ของเขาขจัดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตนเอง และแน่นอนว่าหากสามารถได้โอสถที่ช่วยยกระดับพลังในระยะเวลาอันสั้นได้ คิดว่าคงจะดีไม่น้อย
สำหรับใบหน้าของฉินหย่งและฉินเฟิงต่างแสดงความตื่นเต้นและความตึงเครียดเช่นกันตั้งแต่ฉินอวี่หักมือและเท้าของทั้งสองข้างในครั้งล่าสุดเขาได้แต่พักฟื้นอาการบาดเจ็บอยู่ในตระกูลชุยมาโดยตลอด หลายวันมานี้ทำให้พวกเขาทั้งสองคนเกลียดชังฉินอวี่อย่างมากและยิ่งเกลียดฉินจ้านตามไปด้วย แต่ความดุร้ายของฉินอวี่ทำให้ทั้งสองคงหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เมื่อได้ยินว่าจะมาขอขมาต่อนักปรุงยาจื่อผู้ลึกลับ ทั้งสองคนต่างตื่นเต้นอย่างมากโดยเฉพาะฉินเฟิง ซึ่งเขาหวังว่าจะสามารถใช้ชุ่ยซั่วแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นได้ทางที่ดีที่สุดคือได้อยู่ใกล้ชิดจื่อซวินเอ๋อ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แล้วตัวเขาฉินเฟิงยินดียิ่งที่จะเป็นคนคอยรับใช้ติดตามจื่อซวินเอ๋อหรือแม้จะเป็นเหมือนสุนัขตัวหนึ่งก็ยินดี
ในขณะนี้ ทั้งสามคนถูกดึงดูดด้วยเสียงที่แหลมคมและทยอยเงยหน้าขึ้นมองทีละคน เมื่อพวกเขาเห็นฉินเสวี่ยซึ่งถือซองจดหมายไว้ในมือมีใบหน้าที่ขลาดกลัว สีหน้าพวกเขาทั้งสามต่างดูไม่ได้โดยเฉพาะชุยซั่วที่ดูมีความโหดเหี้ยมในดวงตา
เพราะหลังจากการต่อสู้ในอีกห้าเดือนครึ่งข้างหน้าชุยซั่วจึงไม่สามารถทำอะไรกับฉินอวี่ได้ตลอดช่วงห้าเดือนครึ่งนี้และเขาไม่สามารถแม้แต่จะแตะต้องตระกูลฉินได้เพียงแค่เกิดเรื่องอะไรก็ตามขึ้นกับฉินอวี่หรือตระกูลฉินสาเหตุทั้งหมดก็จะอยู่กับตระกูลชุยของเขาทันที ยิ่งไปกว่านั้นชุยหงผู้เป็นปู่ได้กำชับสั่งห้ามเขาเป็นพิเศษว่าห้ามทำเช่นนี้แม้ว่าจะไม่สามารถแตะต้องฉินอวี่ และตระกูลฉินได้ แต่ฉินเสวี่ย... ทันใดนั้นชุยซั่วก็หันไปขยิบตาให้ฉินหย่ง
ฉินหย่งนำความคับแค้นใจทั้งหมดไปลงที่ฉินเสวี่ยเช่นเดียวกันหลังจากแจ้งเจตนาแก่กันแล้ว ก็เดินตรงไปทางฉินเสวี่ยด้วยสีหน้าเยาะเย้ยและตบออกไปทันที พร้อมเสียงที่เคร่งขรึม “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นตัวอะไรที่นี่คือที่ไหนรู้หรือไม่? เจ้าคิดว่าจะมาก่อกวนที่นี่ได้หรือ?”