“คุณจะให้ฉันยืมรถคันนี้จริงๆ เหรอคะ” ฉันถามไนล์ ไม่อยากเชื่อสายตอนก้มมองกุญแจรถในมือสลับกับมองหน้าของเขา “ถ้ามันพังขึ้นมาฉันไม่มีปัญญาชดใช้ให้คุณหรอกนะ” ฉันเตือน
เขาไม่ได้ให้ยืมรถคันที่เขาขับประจำก็จริง แต่สำหรับลักซูรี่คาร์คันนี้ราคาของมันก็แพงพอกัน
“เธอจะได้ไม่ต้องหิ้วของพวกนั้นขึ้นรถเมล์ไง” เขาไม่อยากให้ฉันหอบหิ้วข้าวของมากมายขึ้นรถสาธารณะด้วยห่วงจะเป็อันตรายกับลูก “อีกอย่างฉันทำประกันภัยไว้แล้วไม่ต้องห่วงหรอก แค่ระมัดระวังไม่ให้ตัวเองต้องาเ็ก็พอ”
แม้รู้สึกขอบคุณความใส่ใจของเขาก็จริง แต่มันไม่สามารถลบล้างความผิดบาปที่เขาทำให้ฉันต้องกลายเป็มือที่สามโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้อยู่วันยังค่ำ
ั้แ่ย้ายมาอยู่ด้วยกันฉันย้ำกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าห้ามหวั่นไหว ไม่ตกหลุมพรางใบหน้าอันหล่อเหลา ความมีน้ำจิตน้ำใจ หรือความอ่อนโยน เพื่อจะถูกทวงคืนจากเ้าของตัวจริงอีกแล้ว
แม้ไม่ได้เจอผู้หญิงของเขาอีกั้แ่มาอยู่ที่คอนโดฯ กับเขา แต่ยังพอรู้คร่าวๆ ว่าเธอเป็ว่าคู่หมั้นของเขาเท่านั้น และเป็ลูกสาวเ้าของบริษัทออกแบบและก่อสร้างคุ้นชื่อแห่งหนึ่งที่ฉัน อีกทั้งเพิ่งนึกออกว่าเคยบังเอิญเห็นภาพขนาดใหญ่ของเธอที่ถ่ายคู่กับบิดามารดาในห้องประชุมที่เข้าไปฟังบรีฟงานเมื่อราว 1 ปีก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุนี้เองกระมังฉันจึงรู้สึกคุ้นหน้าค่าตาเหลือเกินตอนเจอกันครั้งแรก
และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไนล์กับน้ำชา เหมาะสมกันเพียงไรในแง่ของทั้งฐานะ รูปร่างหน้าตา และการศึกษา ในตอนนั้นหากเขาไม่เห็นแก่ตัว พูดความจริงออกมาสักคำว่าเขาไม่ใช่หนุ่มโสดฉันคงไม่ยอมเกินเลยกับเขา และไม่ต้องแทรกแซงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จนสร้างตราบาปให้ตัวเอง
…
“เดี๋ยวนี้ขับรถหรูเลยนะ” พี่เค เ้าของบริษัทและเป็เ้านายคนเดียวเอ่ยหยอกเอินอย่างคนมีอารมณ์ขันขณะรอไฟล์งานอัปโหลดขึ้นระบบคลาวด์
หัวหน้าผู้ซึ่งเป็คนที่ฉันตกหลุมรักจนหมดหัวใจมาตลอด 2 ปีเต็ม ไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกของตัวเองจนกระทั่งเขาพาแฟนสาวมาแนะนำให้รู้จักเป็ครั้งแรกหลังจากฉันมอบจูบแรกให้อย่างเต็มใจ ความรู้สึกดีทั้งหมดจึงพังทลายลงในชั่วพริบตาและแทบมองหน้ากันไม่ติดไปพักใหญ่ แต่ด้วยเื่งานทำให้เราทั้งคู่ฝืนเก็บเื่ราวส่วนตัวเอาไว้ และทำราวกับไม่เคยมีเื่บาดหมางใจเกิดขึ้น
ฉันไม่ฟังไม่ขอรับคำโทษทั้งที่เขาพยายามเอ่ยอยู่หลายครั้งเพราะมันเป็เื่ของความรู้สึกที่ไม่อาจบังคับได้ ดังนั้นฉันจึงไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าเขาเป็ฝ่ายผิดเมื่อตัวเองไม่ใช่คนที่ถูกหัวใจของเขาเลือก
หัวใจบอบช้ำของฉันเกือบได้รับการเยียวยาจากผู้ชายอีกคนที่พบกันอย่างบังเอิญ ตกหลุมรักเขาอย่างรวดเร็ว แต่อกหักเร็วยิ่งกว่า ซ้ำยังสร้างปัญหาคาราคาซังให้ต้องช่วยกันแก้อีก …กับไนล์
ฉันมองตอบพี่เค ยิ้มกลับจางๆ แต่ไม่ได้พูดหรือเล่าเื่ส่วนตัวให้ฟัง ที่บริษัทยังไม่มีใครรู้เื่การตั้งท้องซึ่งฉันตั้งใจจะเก็บเป็ความลับไว้สักพักเพราะเพิ่งได้รับงานโปรเจ็กต์ใหม่มีค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อ ต้องรีบคว้าไว้เผื่อสำรองเงินไว้เป็ค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกมากในอนาคต ไนล์เป็สายเปย์เป็พ่อบุญทุ่มก็จริงแต่การใช้ชีวิตกับเขามันคงไม่ยาวนานนัก อีกอย่างฉันไม่ได้หวังเงินทองค่าเลี้ยงดูจากไนล์ต่อให้สถานะเป็พ่อของลูก สถานะของเราทั้งคู่จึงิ่เหม่อาจต้องจบลงแยกจากต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองในสักวัน
“วันมะรืนที่หลินมีนัดคุยกับลูกค้า พี่จะไปด้วยนะ”
“โอเคค่ะ งั้นหลินจะมารอที่ออฟฟิศแล้วออกไปพร้อมกันนะคะ”
ฉันชอบรอยยิ้มของเขา พี่เคเป็เคยเป็วิศวกรให้กับบริษัทมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งแต่ด้วยความสามารถ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงาน มีคอนเนคชั่นมากในสายงานของตัวเอง ผนวกกับได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัว จึงออกมาเปิดบริษัทเป็ของตัวเอง เริ่มจากชวนเพื่อนอีกคนเป็หุ้นส่วนจนกระทั่งตอนนี้บริษัทกำลังเติบโตจากพยายามกับผลงานซึ่งเป็ที่ประจักษ์หลายชิ้นของเขา
อีกทั้งพร์ในด้านการออกแบบ รวมถึงความพยายามไม่ย่อท้อต่อความท้าทายที่ต้องเผชิญอย่างหลากหลายรูปแบบที่เขาสามารถฟันฝ่าได้สำเร็จอย่างน่านับถือ ฉันจึงชื่นชมเขาเสมอมา หัวใจพองโตเมื่อได้ใกล้ชิด หัวใจสั่นระรัวตอนที่เขายิ้มจนเผยให้เห็นลักยิ้มบนแก้มสากแบบผู้ชายแท้ๆ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นจึงทำให้ฉันตกหลุมรักเขาง่ายดาย
“หลิน... หลิน”
“คะ!?” ฉันหลุดจากภวังค์เพราะเสียงเรียกจากพี่เค
“เป็อะไรรึเปล่า เหม่อเชียวนะเรา”
“เอ่อ... หลินกำลังคิดว่าจะเสนอแบบยังไงให้ลูกค้าชอบน่ะค่ะ” ฉันโกหกคำโตแต่คนฟังไม่ได้ติดใจถือสาหาความ และไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าคนที่เป็ต้นเหตุทำให้ความคิดฉันหลุดลอยไปไกลคือตัวเขาเอง
“เราทำได้อยู่แล้ว พี่เชื่อมือนะไม่ต้องกดดันหรอก” เขายิ้มให้ความเชื่อมั่น แค่นั้นก็ทำหัวใจสั่นระรัวไม่เป็ส่ำ
“ขอบคุณค่ะ
...
ไนล์เลิกคิ้วสูง หันมองตามเมื่อเห็นฉันเดินออกมาจากห้องแต่งตัว
แววตาของเขาทำให้ฉันนึกฉงน ก้มมองตัวเอง และเริ่มประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยจึงเอ่ยปากถาม
“มีอะไรเหรอคะ ฉันดูตลกเหรอ”
“เปล่า ดูน่ารักดี” เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจ
ฉันยิ้มขอบคุณแล้วก้มมองชายกระโปรง เดรสตัวนี้ที่เลือกแล้วเลือกอีกแถมยอมควักเงินซื้อเสื้อผ้าราคาแพงเพราะโอกาสพิเศษนี้เป็ครั้งแรก เมื่อได้รับคำชมซึ่งหน้าจึงยิ่งเพิ่มความมั่นใจขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
วันนี้ฉันต้องไปพบลูกค้าคนสำคัญกับพี่เคอีกทั้งได้รับบรีฟมาด้วยว่าขอให้แต่งตัวดูน่ารักอ่อนหวานเพราะผู้ว่าจ้างงานเป็ผู้หญิงที่มีความประณีตสูง จึงต้องสร้างความประทับใจั้แ่แรกเห็น
“จะออกไปเจอใครเหรอ” ไนล์กอดอก หรี่ตาตอนถามเหมือนรู้ทัน
“ฉันจะไปทำงานค่ะ”
“ขับรถระมัดระวังล่ะ”
“ค่า” ฉันลากเสียงยาวแล้วก้าวเร็วๆ ด้วยความเคยชินออกไปยังโถงทางเดินเพื่อจะกดลิฟต์
“เดินช้าๆ” เสียงทุ้มดังมาจากกรอบประตู พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นออกมา
“รับทราบค่า”
...
ความตั้งใจของสัมฤทธิผลพี่เคเอ่ยชมลุคการแต่งตัวของฉันเช่นเดียวกับไนล์ แต่ต่างกันตรงคำชมของพี่เคทำฉันแก้มแดงปลั่งเกือบเสียอาการ
“เมื่อเช้าตอนเจอกันพี่ยังไม่ได้ชมเลย วันนี้แต่งตัวน่ารักมาก”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันซ่อนรอยยิ้มแทบไม่มิด แล้วพยายามทำตัวให้เป็ปกติอย่างสุดความสามารถ พยายามกลบเกลื่อนไม่ให้สังเกตเห็นว่าเสียอาการเพียงใดเพียงเพราะคำชมสั้นๆ เท่านั้น
“หิวหรือเปล่า”
“ค่ะ” ฉันตอบเร็วจนมานึกอยากตีปากตัวเอง เพราะสมองคิดมาตลอดทั้งวันว่าเขาคงชวนไปที่ไหนต่อสักแห่ง เมื่อได้ยินคำถามก็รีบตอบจนไม่ทันหยุดคิด
“หิวสิท่า ตอบเร็วเชียวนะ”
ฉันหัวเราะตอบแห้งๆ แก้เขิน
เขาให้ฉันเป็คนเลือกร้านจึงเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นแทนที่จะเป็ร้านขนมหวานแบบทานเร็วๆ เช่นทุกครั้ง เพราะรู้สึกอยากทานอะไรหนักๆ ่นี้หิวบ่อยเหลือเกิน เที่ยงคืนยังต้องลุกจากเตียงมาหาของว่างทานด้วยซ้ำ ไนล์จึงกว้านซื้อของที่ดีมีประโยชน์แต่รสชาติดีมาสำรองเอาไว้เต็มตู้เย็น
“อ่ะกินเยอะๆ ผอมไปนะเราน่ะ” พี่เคแบ่งไส้กรอกจากจานตัวเองมาใส่จานให้
“ขอบคุณค่ะ” ฉันแอบดีใจ เขายังจำได้ว่าฉันชอบกินไส้กรอกขนาดไหน ในงานเลี้ยงปีใหม่ยังใจจัดกระเช้าขอบคุณพนักงานแบบพิเศษเป็ไส้กรอกสารพัดชนิดให้สำหรับฉันคนเดียวอีกต่างหาก
แม้เคยตั้งใจจะสารภาพความรู้สึกกับเขาแต่แล้วก็ลังเลล้มเลิกไปนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเมื่อรวบรวมความกล้าสำเร็จหัวใจก็ถูกทำลายอย่างย่อยยับแทบไม่เป็ท่าเมื่อเขาพาแฟนมาเปิดตัวในเช้าวันถัดมาหลังเราเพิ่งจูบกันอย่างดูดดื่ม
ฉันเกือบออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ก้าวข้ามกฎของป๊า บอกความรู้สึกกับผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่รู้สึกดีด้วยแต่มันกลับผิดที่ผิดเวลา เพื่อรักษาแผลใจฉันจึงก้าวถอยออกมา เดินทางท่องเที่ยวเพื่อใช้เวลากับตัวเองมันจึงเป็จุดเริ่มต้นทำให้ได้พบกับไนล์ ได้ใช้เวลาเพียงไม่นานกับเขา แล้วเผลอไผลไปกับอารมณ์ความรู้สึก้าตามธรรมชาติไร้ซึ่งการปฏิเสธ หรือการควบคุมโดยสิ้นเชิง และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ฉันคงไม่มีโอกาสเปิดเผยความรู้สึกกับพี่เคได้อีกต่อไปแล้ว
“พี่เคเป็ยังไงบ้างคะ” ฉันเริ่มเกริ่นหลังทานมื้อกลางวันพร่องไปเกือบครึ่งจาน
“หมายถึงเื่อะไรเหรอ” เขาถามพลางพันเส้นสปาเกตตีบนช้อนด้วยปลายซ้อม
“กับพี่ดาน่ะค่ะ” ฉันลองหยั่งเชิงถามถึงคนรักของเขา แต่ไม่เห็นปฏิกิริยาผิดสังเกตใดๆ “่หลังหลินไม่เจอพี่ดาเลย”
“เราไม่ได้ติดต่อกันสักพักแล้วล่ะ” เขาตอบตามความเป็จริงไม่มัวคิดโลเลแม้มันเป็เื่ส่วนตัวและไม่เกี่ยวอะไรกับฉันสักนิด
หัวใจฉันแอบพองโตในอก แต่ลึกๆ กลับรู้สึกละอายต่อความรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าเขาเลิกรากับอดีตคนรักแล้ว
...
.
เพราะหลินกับไนล์รู้จักกันใน่ระยะเวลาสั้นๆ และก้าวข้ามการเรียนรู้หลายอย่างเร็วเกินไปจึงมีอีกหลายอย่างเลยนะคะ ที่ 2 คน ยังไม่รู้เกี่ยวกับกันและกัน มันจะนำมาซึ่งปมอีกหลายอย่างที่ต้องฟันฝ่า และพิสูจน์หัวใจกัน ลำพังแค่เื่น้ำชาก็ยังอีนุงตุงนังจะแย่ ไนล์ยังไม่เจอฤทธิ์เดชของป๊าหลินเลยนะคะ ต้องส่งกำลังใจกันรัวๆ แล้วค่า >