Chapter 2
Gillamet
อาณาจักรกิลเลเม็ต นครหลวงกานอร์ เมืองสีทองอันรุ่งเรือง ปกครองโดยราชวงศ์กานอร์ เผ่ามนุษย์ าาเกเล็น กษัตริย์องค์ที่สิบสองของราชวงศ์กานอร์ และราชินีไอโอร่า ทั้งสองพระองค์เป็ที่รู้จักกันในนามของวีรบุรุษและวีรสตรีผู้พิชิตดินแดนไทโร มีชัยเหนือพวกออร์คที่ยึดพื้นที่ทางภาคกลางตอนเหนือของทวีปและสร้างความเสียหายให้กับหลายอาณาจักรมากว่าทศวรรษ ราชันย์แห่งออร์คป่า ถูกสังหารด้วยมือของาาเกเล็นและขับไล่พวกมันออกจากดินแดนไทโรจนหมดสิ้น โดยกองทัพหลวงแห่งกานอร์ถูกเรียกว่า โกลเด้นเบลด บุกโจมตีั้แ่ทิศใต้ของดินแดนป่าไทโร ซึ่ง ณ เวลานั้นกองทัพแบ่งออกเป็สองส่วนมีผู้นำกองทัพคือ าาเกเล็น ซึ่งยังถือยศเป็เพียงเ้าชายเกเล็น บุกเข้าโจมตีทางทิศใต้และ เลดี้ไอโอร่า หรือราชินีแห่งอาณาจักรกิลเลเม็ตในปัจจุบัน นำทัพอีกทัพโจมตีทางทิศตะวันออกของป่า ไล่กวาดล้างพวกออร์คจนถึงทุ่งโล่งคาเบียร์ สมรภูมิสุดท้ายของาในไทโร ผู้คนในอาณาจักรต่างเคารพรักและศรัทธาต่อผู้นำทั้งสองพระองค์ ชื่อเสียงของพวกเขาดังไปทั่วทั้งนาคารัสถึงความกล้าหาญและเสียสละ และกองทัพที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามรองจากพวกจักรวรรดิ เหตุผลที่นครหลวงกานอร์ถูกเรียกว่าเมืองสีทองเพราะตัวเมืองและพระราชวังหลวง แม้กระทั่งวิหารหลวงถูกตกแต่งด้วยสีทองอันเป็สีสัญลักษณ์ของราชวงศ์กานอร์ั้แ่โบราณกาล เป็เมืองที่เศรษฐกิจมั่งคั่งทำการค้าขายกับหลายอาณาจักรมากมาย
ท้องพระโรงทองคำราช สำนักการ์นอร์
าาเกเล็นที่สิบสอง กำลังประชุมหารือกับเหล่าขุนนางเกี่ยวกับการเมืองตามปกติ โดยมีราชินีไอโอร่านั่งอยู่บนบัลลังค์เคียงคู่กับพระองค์ พระนางมีผมบลอนด์หยิกยาวสีทองเหลืองเป็ประกาย ดวงตาสีน้ำเงินสว่าง ส่วนาาเกเล็นมีผมสีน้ำตาลเช่นเดียวกับหนวดของพระองค์ มงกุฎสีทองสว่างสลักด้วยรูปกางเขนสัญลักษณ์ของเทพีแห่งแสงฟอส ถูกประดับด้วยเพชรสีแดงสว่างสามเม็ด ถูกเรียกว่า เรดเอเทียร์ สืบทอดั้แ่กษัตริย์รุ่นที่หนึ่งของอาณาจักรกิลเลเม็ต สาวรับใช้คนสนิทของราชินีนามว่า เอเล็น ค่อยๆ เดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูของราชินีไอโอร่า ถึงข่าวเร่งด่วนจากฝ่ายใน สีหน้าของพระนางเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อได้ยินข่าวเร่งด่วนจาก สาวใช้ ไอโอร่าลุกขึ้นจากบัลลังก์สีทองคำที่อยู่ถัดจากบัลลังก์ของาาเกเล็น ก่อนพระนางจะขอตัวเดินออกมาจากที่ประชุม เข้าสู่โถงทางเดินด้านนอกท้องพระโรง ตามมาด้วย เอเล็น และสาวใช้ผู้ติดตามรวมหกคน นางเดินผ่านลานน้ำพุนกนางแอ่นทองคำ เป็ที่ตั้งของสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ กั้นระหว่างพระราชวังหลักและพระราชวังฝ่ายใน
ราชินีไอโอร่าเดินขึ้นบันไดสู่ห้องนอนขนาดใหญ่ตามด้วยเหล่าสาวรับใช้ ก่อนสาวรับใช้อีกสองคนหน้าห้องจะสะดุ้งใที่เห็นพระนางและแจ้งคนในห้อง
“ราชินีไอโอร่า เสด็จ” สาวใช้ผมสีน้ำตาลกล่าวเสียงดังผ่านเข้าไปยังห้องนอนห้องนั้นก่อนที่พระนางจะเดินเข้าไปผ่านม่านผ้าชีฟองสีเหลืองปักดิ้นทองคำรูปนกนางแอ่น อันเป็สัญลักษณ์ของราชวงศ์กานอร์
หญิงสาวผมสีน้ำตาลทองนอนอิดโรย ยิ้มอย่างอ่อนแรงให้กับการมาเยือนของราชินีไอโอร่า นางคือพระสนมนามว่า อิเรเน่ ด้านข้างมีทารกชายแรกเกิดนอนอยู่ข้างๆ บนเตียง หมอหลวงและหมอผู้ช่วยต่างก้มคำนับพระนาง
“ขออภัยเพคะ ท่านหญิงข้าไม่อาจลุกขึ้นต้อนรับท่านได้” พระสนมอิเรเน่ ค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง นางมีรูปลักษณ์สวยงามไม่แพ้ราชินีไอโอร่า อายุน้อยกว่าพระนางเพียงไม่กี่ปี เพียงแต่ดูอิดโรยและอ่อนเพลีย
“ไม่เป็ไรหรอก อิเรเน่ เพียงเ้าและลูกชายของเ้าปลอดภัยข้าก็โล่งใจ อิมโมเจนและโอฟีเลียจะต้องดีใจเป็แน่ที่ได้น้องชายน่ารักแบบนี้” ราชินีไอโอร่านั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างเตียง มองทารกเพศชายตัวน้อยที่นอนอยู่ด้านข้างแม่ของตน
“ว่าแต่ลูกสาวของเ้าทั้งสองหายไปไหนกัน? ” ไอโอร่าถามหาลูกสาวทั้งสองของพระสนมอิเรเน่ คนโตสุดนามว่า อิมโมเจน อายุแปดขวบ ผมสีน้ำตาลทองเหมือนแม่ของตน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน คนรองนามว่า โอฟีเลีย อายุเจ็ดขวบ ผมยักศกปลายเล็กน้อยสีน้ำตาลบรูเน็ต ดวงตาสีฟ้าคราม
“เกรงว่านักปราชญ์หลวงเอริค กำลังสอนหนังสือพวกนาง ในส่วนห้องสมุดของสวนริมน้ำเพคะ” อิเรเน่กล่าว ก่อนจะค่อยๆ อุ้มทารกชายตัวน้อยขึ้นมาอย่างอ่อนโยนเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“เ้าได้ตั้งชื่อให้เ้าตัวน้อยหรือยัง?” ไอโอร่าถามพระสนม สาวใช้ในชุดเดรสยาวสีเหลืองอ่อน ที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างหยิบถ้วยชาสีทองคำตกแต่งลายลูกไม้ให้กับนาง นางคนแก้วชาก่อนจะค่อยๆ จิบชาดอกไม้ป่าและจ้องมองอิเรเน่กับทารกน้อย
“โดเรี่ยน เพคะ” อิเรเน่ยิ้มอย่างอ่อนโยนและค่อยๆ เอาหลังมือลูบที่แก้มน้อยๆ ของทารกชาย
“โดเรี่ยน แห่ง การ์นอร์ องค์รัชทายาทแห่งบัลลังค์โกลเด้นสวอลโล่ว ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของโกลเด้นเบลด หรือ าาเกเล็นที่สิบสาม ของอาณาจักรกิลเลเม็ต” ไอโอร่ากล่าวถึงศักดินาที่โดเรี่ยนจะได้โตมาถือครองในภายภาคหน้า ต่อจากาาเกเล็นที่สิบสอง อิเรเน่เงยหน้าขึ้นมามองไอโอร่าและยิ้มให้อย่างเศร้าสร้อย
“บุตรของข้าก็เหมือนบุตรของพระนางเพคะ ราชินีไอโอร่า ข้ามาจากสามัญชน เมื่อเวลานั้นมาถึงข้ามิอาจขึ้นครองศักดิ์เป็พระมารดาของพระาา ได้เพียงอยู่แต่ฝ่ายใน มีเพียงพระองค์ที่สืบเชื้อสายบริสุทธิ์ของราชวงศ์การ์นอร์สามารถถือครองตำแหน่งพระมารดาแห่งกิลเลเม็ต ชี้นำโดเรี่ยนในการปกครองและเติบใหญ่เป็ราชันย์ที่กล้าหาญ สง่างามปกครองผู้คนและนำพากิลเลเม็ตสู่อนาคตที่เจิดจรัส” อิเรเน่กล่าวอย่างเศร้าสร้อย
ไอโอร่าวางแก้วชาก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ในห้อง มองผ่านสวนริมน้ำขนาดใหญ่ไปยังกำแพงปราสาท พ้นกำแพงปราสาทคือนครหลวงการ์นอร์ขนาดใหญ่สีทองตัดกับสีน้ำตาลยามต้องแสงแดด ดวงตาสีน้ำเงินของพระนางจ้องมองออกไปอย่างเหม่อลอย
“ข้ามิอาจเป็แม่คน อิเรเน่ เ้าก็รู้แค่ตั้งครรภ์ข้ายังไม่สามารถทำให้องค์าา าที่ไทโรสร้างาแให้กับร่างกายของข้าโดยไม่มีวันหวนคืน ชีวิตของข้าตอนนี้มีเพียงหน้าที่คอยเคียงข้างพระองค์ แต่อนาคตของกิลเลเม็ตคือเ้าและบุตรของเ้า อิเรเน่” ไอโอร่ากล่าวก่อนจะยิ้มให้กับอิเรเน่ พระนางขอตัวออกจากห้องไป เพื่อให้พระสนมที่อ่อนแอจากการคลอดบุตรได้พักผ่อน
ห้องสมุดหลวงในสวนริมน้ำ ราชวังการ์นอร์
“ท่านหญิงอิมโมเจน ท่านลองอธิบายสินค้าสำคัญของอาณาจักรกิลเลเม็ตของพวกเราให้ข้าฟังที” นักปราชญ์หลวงเอริค ในชุดคลุมยาวสีดำตัดกับสีทอง สวมแว่นตาสีทองผมสีเงิน เดินอยู่หน้ากระดานขนาดใหญ่ในห้องสมุดหลวง ด้านหน้าของเขาคือเด็กหญิงทั้งสองนั่งอยู่ตรงโต๊ะยาวขนาดใหญ่ที่นั่งได้มากกว่าสิบคน แต่มีเพียง อิมโมเจน กับ โอฟีเลียที่กำลังนั่งจดข้อมูลต่างๆ ที่เรียนในวันนี้กับเอริค สมุดหลายเล่มวางสะเปะสะปะอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็หนังสือเผ่าพันธุ์ต่างๆ บนนาคารัส หนังสือการปกครองของกิลเลเม็ตและบรรพกษัตริย์แห่งการ์นอร์ หนังสือตำนานและประวัติศาสตร์ต่างๆ ของนาคารัส บันทึกการมีอยู่ของเวทมนตร์ในนาคารัส หนังสือการค้าระหว่างอาณาจักรต่างๆ อิมโมเจนเงยหน้าขึ้นมามองเอริคก่อนจะลุกขึ้นยืน
“อาณาจักรกิลเลม็ตมีสินค้าขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่นเนื้อสัตว์ที่หายากในอาณาจักรอื่นๆ คือ เนื้อหมูพันธุ์เรดวู้ดกับไก่ลองแฮร์ที่ชาวสวนของอาณาจักรเราทำปศุสัตว์ขึ้นมาสำเร็จ นอกจากเนื้อสัตว์คือขนแกะชาโดว์ฮอร์นที่นำมาตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มใส่ในฤดูหนาวเพิ่มความอบอุ่นได้ดีกว่าขนหมี แล้วก็ผ้าไหมดิ้นทองคำโกลเด้นสวอลโล่วคือผ้าทอมือชั้นสูงที่ทอผสมกับดิ้นทอง ราคาสูงสุดในตลาดผ้า ณ เวลานี้ค่ะ” อิมโมเจนค่อยๆ อธิบายตามที่เธอได้เรียนมา เอริคพยักหน้าอย่างพึงพอใจให้กับเด็กสาวตัวน้อย อิมโมเจนยิ้มและนั่งลง
“ท่านหญิงโอฟีเลีย อาณาจักรที่ทำการค้ากับเรามากที่สุดคืออาณาจักรใด?” เอริคถามเด็กสาวตัวน้อยผมสีน้ำตาลบรูเน็ต ซึ่งกำลังนั่งจดข้อมูลบนกระดานดำของเขา โอฟีเลียจัดชุดกระโปรงยาวก่อนจะลุกขึ้นยืน
“อาณาจักรอัมบราเดียของเผ่าคนแคระ มีการสั่งเนื้อสัตว์ ขนสัตว์ ข้าวสาลีกับผ้าไหมดิ้นทองคำจากเรามากที่สุด ส่วนอาณาจักรกิลเลเม็ตของเรามีการสั่งทำอาวุธและเกราะ แล้วก็เครื่องใช้ในครัวเรือนจากโลหะพิเศษของอัมบราเดียกับทองคำเป็แร่หลักที่ผลิตสินค้าให้กับอาณาจักร นอกจากนั้นภาษีสินค้าจากทางอัมบราเดียเราจะเก็บน้อยกว่าอาณาจักรอื่นๆ แผงร้านค้าของชาวคนแคระแห่งอัมบราเดียในตลาดนกนางแอ่นจะมีพื้นที่เฉพาะและเก็บค่าเช่าแผงถูกกว่าพ่อค้าจากอาณาจักรอื่นๆ เนื่องจากเป็อาณาจักรพันธมิตรคู่ค้าหลักของกิลเลเม็ตค่ะ ท่านเอริค” โอฟีเลียตอบนักปราชญ์หลวงเอริคอย่างละเอียด ทำให้เขาพึงพอใจเป็อย่างมากกับเด็กสาวตัวน้อยในวัยเพียงเท่านี้ ซึ่งภายภาคหน้าพวกเธอจะมีส่วนร่วมในการปกครองอาณาจักรกิลเลเม็ต สตรีชนชั้นสูงของราชวงศ์การ์นอร์สามารถเข้าร่วมกับสภาการปกครองของราชวัง กับขุนนางคนอื่นๆ เมื่ออายุถึงยี่สิบปีและต้องผ่านการทดสอบจากสภาการปกครองแห่งกิลเลเม็ต ซึ่งพระสนมอิเรเน่เล็งเห็นอนาคตลูกสาวของนางทั้งสองมีความสามารถมากกว่าที่จะอยู่แต่เพียงฝ่ายในของราชวัง าาเกเล็นและราชินีไอโอร่าเห็นด้วยกับพระสนมอิเรเน่จึงมีการจัดให้เด็กหญิงทั้งสองร่ำเรียนวิชาเกี่ยวกับการปกครองและความรู้ที่จำเป็ต่างๆ ต่อสภาการปกครองแห่งกิลเลเม็ต
“วันนี้พอแค่นี้สำหรับท่านหญิงทั้งสอง ท่านแม่ของพวกท่านคงอยากให้พวกท่านไปพบแล้วล่ะ” เอริค ปิดหนังสือก่อนจะมองออกไปทางประตูสวนริมน้ำที่มีนางกำนัลจากปราสาทฝ่ายในยืนรอ อิมโมเจนและโอฟีเลียอยู่ เอริคยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กหญิงทั้งสอง อิมโมเจนและโอฟีเลียต่างตื่นเต้นและยินดี พวกนางทราบถึงกำหนดคลอดของพระสนม ได้แต่เก็บอาการตื่นเต้นไว้ั้แ่เช้าก่อนจะมาเรียนกับเอริค เด็กหญิงทั้งสองรีบเก็บหนังสือเรียนต่างๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและกล่าวลา นักปราชญ์หลวง เดินตามนางกำนัลไปตามทางเดินของสวนริมน้ำ ดอกไม้หลากชนิดบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งกุหลาบสีเหลืองทอดยาวตามทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาทฝ่ายในและห้องสมุดริมน้ำ พระอาทิตย์ยานเย็นสะท้อนเงาในน้ำดุจภาพวาดสีน้ำที่พระสนมอิเรเน่เคยวาดให้เด็กหญิงทั้งสองดู พระนางชอบฮัมเพลงไปด้วยขณะที่ระบายสี
“เรน่า ข้าได้น้องชายหรือน้องสาว” อิมโมเจนวิ่งมาขนาบข้างนางกำนัลที่กำลังเดิน
“ท่านได้น้องชาย เพคะท่านหญิงอิมโมเจน พระองค์ช่างน่ารักมาก แก้มสีแดงระเรื่อเหมือนลูกพีช” เรน่ายิ้มให้กับอิมโมเจนอย่างเอ็นดู นางอายุราวๆ สามสิบกว่า มีหน้าที่ดูแลเด็กหญิงทั้งสองั้แ่เกิดและรับใช้พระสนมอิเรเน่ั้แ่พระนางเข้ามาเป็พระสนมในราชวังแห่งนี้
โอฟีเลียวิ่งเล่นสลับกับะโเขย่งๆ ผ่านทหารยามในชุดเกราะสีทองมีผ้าคลุมสีดำสัญลักษณ์รูปนกนางแอ่นที่มีการจัดกำลังพลยืนเฝ้าประปรายตามทางเดินของสวนริมน้ำ นางวิ่งตามมาสมทบกับอิมโมเจนและเรน่า
“ท่านแม่ได้ตั้งชื่อให้น้องรึยัง เรน่า?” โอฟีเลียวิ่งมาด้านข้างอิมโมเจนก่อนที่เด็กหญิงทั้งสองจะจับมือกันแกว่งไปมาด้านหน้าที หลังที
“โดเรี่ยน เพคะ” นางกำนัลยิ้มให้กับท่าทีที่น่ารักของเด็กทั้งสอง ได้ยินชื่อของน้องชายยิ่งทำให้พวกนางยิ่งตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ทั้งสามเดินมาถึงส่วนสุดท้ายของสวนริมน้ำซึ่งเป็ทางแยกไประหว่างปราสาทฝ่ายในกับพระราชวังอีกส่วนถูกเรียกว่าวิหารทองคำ วิหารสีทองขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยรูปปั้นเทพ เทพีและเหล่าเทวดาอันศักดิ์สิทธิ์ของนาคารัสมากมายตามกำแพงไปจนถึงหลังคาของวิหารรวมถึงหอคอยทั้งสี่มุมของวิหารแห่งนี้ ถูกก่อสร้างั้แ่รัชสมัยของาาเกเล็นที่สาม เป็สถานที่สำหรับบูชาและสวดภาวนาต่อเหล่าทวยเทพ ยังเป็ที่พำนักของสตรีชนชั้นสูงที่ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งมารดาแห่งกิลเลเม็ต และเหล่านักบวชหญิง ใจกลางวิหารคือรูปปั้นมือสองข้างโอบอุ้มคริสทัลขนาดใหญ่สีเหลืองอ่อน และบัลลังค์ทองคำของมารดาแห่งกิลเลเม็ต ผู้ได้รับพรจากคริสทัลในวิหารแห่งนี้ ชาวเมืองร่ำลือกันว่าการสวดภาวนาต่อคริสทัลลึกลับของผู้ดำรงตำแหน่งในเวลานี้คือ พระนางไอริส ผู้เป็มารดาแท้ๆ ของราชินีไอโอร่า สามารถเพิ่มพละกำลังและความแข็งแกร่งให้กับกองทัพโกลเด้นเบลด เก้าปีก่อนยามที่ทำากับเหล่าออร์คในอาณาจักรไทโรจนได้รับชัยชนะในศึกครั้งนั้น ชาวเมืองกล่าวถึงแสงสีทองที่พุ่งออกจากตัววิหารในเวลานั้น และกระจายออกไปทั่วท้องฟ้า เสียงนกมากมายร้องตามสายลมไปจนถึงดินแดนไทโร ทหารหลายคนมีการพูดถึงเสียงนกเหล่านี้ยามที่พวกเขาอยู่ในสนามรบเช่นกัน ท้องฟ้าที่อึมครึม ณ เวลานั้นกลับมีแสงออร่าสีทองกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า ก่อนจะเคลื่อนที่เข้าสู่ร่างกายของทหารในกองทัพพวกเขารู้สึกถึงพละกำลังและความแข็งแกร่งที่ถูกเพิ่มขึ้นผ่านแสงออร่าสีทองเ่าั้ เสียงนกเ่าั้เหมือนบทเพลงที่ขับขานเพิ่มกำลังใจให้กองทัพโกลเด้นเบลดของาาเกเล็นและราชินีไอโอร่า พวกเขาทั้งสองก็รู้สึกถึงพลังนั้นเหมือนกับทหารทุกคน ในประวัติศาสตร์ของกิลเลเม็ตไม่เคยมีการบันทึกถึงเวทมนตร์ของคริสทัลสีเหลืองของวิหารทองคำ เพราะพงศาวดารที่มีอยู่ถูกบันทึกในรัชสมัยของาาเกเล็นที่ 6 พงศาวดารก่อนหน้านั้นหายไปอย่างลึกลับแม้แต่นักปราชญ์หลวงในยุคก่อนๆ ก็ไม่ทราบถึงพงศาวดารของกิลเลเม็ตก่อนาาเกเล็นที่ 6 รู้แค่บางเื่ที่ปรากฏในจารึกของกำแพงวิหารเพียงคร่าวๆ แต่ที่มาของคริสทัลสีเหลืองนั้นยังคงเป็ปริศนา มีเพียงบันทึกเล่มหนา ถูกบันทึกด้วยภาษาเทพโบราณที่ไม่มีใครสามารถแปลออกถูกล็อกเก็บไว้ในห้องสวดภาวนา ซึ่งไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงที่มาของบันทึกเล่มนี้ั้แ่ยุคก่อนๆ นางกำนัลพาเด็กทั้งสองเดินเลี้ยวซ้ายมาทางโถงปราสาทฝ่ายใน สวนกับขบวนของราชินีไอโอร่า พร้อมกับนางกำนัลสี่คนและทหารอารักขาอีกสามคน เรน่า อิมโมเจนและโอฟีเลีย ถอนสายบัวแสดงความเคารพให้กับราชินีไอโอร่า
“เรียนกันเสร็จแล้วสินะ แม่ของพวกเ้าให้กำเนิดน้องชายที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนพวกเ้าไม่มีผิด” ราชินีไอโอร่ากล่าวกับเด็กหญิงทั้งสอง นางยิ้มอย่างพึงพอใจ ให้กับเด็กๆ
“ขอบพระทัยเพคะ องค์ราชินี” เด็กหญิงทั้งสองกล่าว
“พวกเ้ารีบไปหาพระสนมอิเรเน่เถอะ ข้าจะไปหาพระมารดาที่วิหารทองคำสักหน่อย เพื่อสวดภาวนายามเย็นให้กับเมืองของเราและขอพรให้กับน้องชายที่พึ่งเกิดของพวกเ้า” ไอโอร่ากล่าวก่อนจะเดินไปทางสวนริมน้ำทางเชื่อมต่อกับวิหารทองคำตามด้วยผู้ติดตามของพระนาง ส่วนทั้งสามเดินมุ่งหน้าไปยังห้องของพระสนมอิเรเน่
าาเกเล็นที่สิบสอง หรือที่ราชินีไอโอร่ากับพระสนมเรียกชื่อจริงของพระองค์กันว่า เอ็ดมันด์ มาถึงห้องของพระสนมอิเรเน่ ก่อนที่เด็กหญิงกับนางกำนัลจะมาถึงได้ไม่นาน พระองค์ดูมีรูปร่างที่สูงใหญ่ในชุดคลุมยาวสีดำปักสีทอง สวมมงกุฎเรดเอเทียร์ ร่างกายสูงใหญ่กำยำไว้หนวดเคราแต่ได้รับการเล็มอย่างสวยงาม ในวัยสี่สิบสามของพระองค์มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทุกแว่นแคว้นของโลกนาคารัส วีรกรรมอันหาญกล้าในา ความปรีชาของพระองค์ในการปกครองอาณาจักรกิลลาเม็ตให้สงบและรุ่งเรือง ความสามารถทางการทูตในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรพันธมิตรต่างๆ ั้แ่อดีตให้คงอยู่จนปัจจุบัน
“โดเรี่ยน ช่างเป็ชื่อที่เหมาะสมกับเ้าจริงๆ โตขึ้นเ้าจะต้องเป็ผู้สืบทอดบัลลังค์ของข้า ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ” าาเกเล็นอุ้มทารกชายตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด
“ท่านพ่อ!” อิมโมเจนและโอฟีเลีย วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นน้องชายของพวกนางในห้องตามด้วยเรเน่
าาเกเล็นโน้มตัวเล็กน้อยบนเก้าอี้ที่พระองค์นั่งอยู่ให้เด็กหญิงทั้งสองเห็นหน้าของน้องชายตนเอง พระสนมอิเรเน่เห็นภาพพ่อลูกอยู่ด้วยกันทำให้นางเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ยามเย็นใกล้โพล้เพล้ของเมืองหลวงกานอร์ ทั่วทั้งเมืองจะมีการสั่นระฆังบอกเวลา รวมถึงตัววิหารทองคำในส่วนของพระราชวัง เป็การบ่งบอกว่าถึงเวลาของการสวดมนต์เย็นของเหล่านักบวช เหล่านักบวชจะจุดกำยานที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ ก่อนจะคุกเข่าล้อมคริสทัลสีอำพัน และเริ่มสวดมนต์ต่อเหล่าทวยเทพ
พระราชวังฝ่ายในทางเชื่อมอีกด้านหนึ่งในทุ่งกุลาบสีเหลือง จะมีตัวอาคารไม่ใหญ่มากเรียกว่าพระราชวังส่วนรับรองซึ่งปัจจุบันเป็ที่พำนักของพระสนมอีกพระองค์นามว่า กาลาเทีย บุตรีคนที่สามของาาเบรดิช แห่งอาณาจักรลินเด็น นางมีผมสีบลอนด์ทองยาว ดวงตาสีฟ้าคราม แก้มแดงระเรื่อ พระนางมีอายุเพียงยี่สิบสามปีแต่ถูกให้แต่งงานด้วยเื่การเมือง นางมาจากอาณาจักรลินเด็น หนึ่งในสามอาณาจักรของมหาจักรวรรดิ เพื่อป้องกันการรุกรานจากจักรวรรดิ าาเกเล็นที่สิบสองยินยอมที่จะส่งน้องสาวของตนเองนามว่า ลอร่า ไปเป็พระสนมให้กับาาเบรดิช ในเมืองเทรซ อาณาจักรลินเด็นและรับ กาลาเทีย มาเป็พระสนมรองจากพระสนมอิเรเน่ มีการทำสนธิสัญญาสงบศึก เนื่องจากเป็อาณาจักรใกล้เคียง าาเกเล็นเล็งเห็นการสร้างสันติสุขแก่ประชาชนและหลีกเลี่ยงาที่มีแต่จะสูญเสียและพ่ายแพ้ต่อจักรวรรดิที่เดินหน้าขยายอำนาจอยู่ ณ เวลานี้
กาลาเทียยืนอยู่ริมหน้าต่างของห้องมองออกไปในความมืดซึ่งเป็เวลาหัวค่ำ สวนกุหลาบสีเหลืองต้องแสงจากตะเกียงตามทางเดินของสวนริมน้ำถูกจุดขึ้นโดยทหารยาม สีหน้าของนางไร้ซึ่งความสุขและหงุดหงิดใจตลอดั้แ่มายังอาณาจักรกิลเลเม็ต นางโกรธพ่อของตนเองที่ส่งนางมาเหมือนเป็เชลยหรือสิ่งของที่ใช้ค้ำประกันของอาณาจักรลินเด็น แต่ยังมีอีกจุดประสงค์ในการที่นางถูกส่งเข้ามายังราชสำนักกานอร์ นางยกแก้วชาขึ้นมาจิบก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่จัดอยู่ตรงระเบียงมองเห็นวิวของสวนริมน้ำได้อย่างชัดเจน เสียงประตูปิดดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่นางกำนัลในชุดเดรสสีเหลืองนามว่า อลิซ เดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษพับสี่เหลี่ยมในมือซึ่งถูกหยิบออกมาจากด้านหลัง นางเป็นางกำนัลคนสนิทของพระสนมกาลาเทียั้แ่ตอนที่นางอาศัยอยู่ในพระราชวังหลวงของอาณาจักรลินเด็น
“พระสนมเพคะ จดหมายลับจากอุปราชเดซมอนด์เื่ที่พระนางให้ท่านอุปราชไปสืบ” อลิซถอนสายบัวให้พระสนมกาลาเทียก่อนจะยื่นกระดาษที่พับสี่เหลี่ยมใบนั้น กาลาเทียรีบดึงมาก่อนที่จะคลื่กระดาษนั้นออกมาอ่านอย่างร้อนใจ
“เจ็บใจนัก....บันทึกโบราณที่ข้าลักลอบให้คนของข้านำออกมาจากวิหารทองคำเล่มนั้น ในหอคอยนักปราชญ์ของลินเด็นไร้ซึ่งผู้ที่จะสามารถแปลอักขระโบราณเหล่านี้ ใช้นักปราชญ์ถึงเจ็ดคนในการทำลายผนึกของหนังสือถึงสามวันสามคืน” กาลาเทียขว้างกระดาษทิ้งที่พื้นก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้
“ใจเย็นๆ ก่อนเพคะ ท่านหญิง ให้นักฆ่าของเรา ลอบเข้าไปจับนักบวชหญิงมาสักคน ทรมานมันจนกว่าจะบอกความลับของคริสทัลสีอำพันนั้นดีไหมเพคะ” อลิซ ออกความคิดเห็นกลับทำให้พระสนมกาลาเทียหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมและตวาดใส่นาง
“นังหน้าโง่ แกคิดว่าจะไม่มีคนรู้หรือ นักบวชของพวกมันไม่เคยจะออกมาจากวิหารสักก้าวนอกจากจะมีพิธีใหญ่ แม้แต่นังเฒ่าไอริสนั่น ข้านับครั้งได้เลยที่เจอมันนอกวิหารั้แ่มาอยู่ที่นี่”
อลิซก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว รู้สึกโกรธตัวเองที่เสนอความคิดเห็นออกไป กาลาเทียลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง แววตามุ่งร้ายของนางมองไปยังวิหารทองคำ
“ส่งข่าวไปหาท่านเดซมอนด์ ให้เสด็จพ่อสั่งเหล่านักปราชญ์นำบันทึกเล่มนั้นไปยังป่าโบราณในชาโดว์แลนด์ ล่าพวกผู้าุโของเหล่าผู้บูชาเืออกมาให้หมด” กาลาเทียสั่งอลิซให้แจ้งข่าวไปถึงอุปราชของเมืองเทรซ
“ท่านหญิง ดินแดนนั้นต้องคำสาปด้วยศาสตร์มืดและคำสาปของพวกผู้บูชาเื ทั้งยังมีสัตว์ประหลาดโบราณมากมายในนั้นอีก”
“หึ นักรบของลินเด็นมากมายที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของท่านพ่อ พร้อมกับอาวุธใหม่ที่เหล่านักปราชญ์ช่วยกันคิดค้นขึ้น ถือโอกาสนี้กวาดล้างพวกนอกรีตนั่นให้หมด ยังไงซะพวกมันก็เป็ภัยกับทุกเผ่าพันธุ์ในนาคารัส และพวกผู้าุโของมันจะต้องมีผู้ที่อ่านภาษาโบราณของเทพได้มั่งสิ”
“ถ้าหากพวกมันอ่านไม่ได้ละเพคะ” อลิซถามอย่างหวาดกลัว
“แค่ฆ่าทิ้งให้หมด” กาลาเทียยิ้มอย่างชั่วร้ายให้กับอลิซ นางกำนัลก้มหน้าลงก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อส่งข่าวนี้ให้กับอุปราชเดซมอนด์ แห่งเมืองเทรซ