“ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับบ้านเอาทะเบียนสมรสนี้ไปป่าวประกาศ แล้วอีกสองวันข้าจะมาเจอท่านที่บ้านของพี่สาวมู่” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ช้าก่อน หากบ้านเ้ารู้ว่าเ้าแต่งงานแล้ว บางทีพวกเขาอาจทำการเลวร้ายยิ่งกว่าแผลที่หน้าผากเ้าก็ได้”
“ข้าจะไม่ยอมให้เขาทำอันใดข้าได้อีก” หญิงสาวเอ่ยด้วยความมั่นใจ แม้ในหัวใจจะหวาดหวั่นอยู่บ้าง อันที่จริงหากร่างกายนี้แข็งแรงกว่านี้อีกสักนิดคงไม่มีอะไรต้องกังวล
“แม้ที่นี่ข้าจะไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนเลย แต่ก็ยังพอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เขาเป็คนช่างไม้นามว่าท่านลุงเสี่ยวอี้ ข้าจะเชิญเขาไปด้วยกัน พวกเราจะไปพร้อมเ้า”
ซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย การพาญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายไปหาฝ่ายหญิง นั่นมันก็คล้ายกับการแต่งงานเลยไม่ใช่หรือ นางไม่้าให้เป็เช่นนั้น
“ให้ท่านลุงเสี่ยวอี้มากับข้าก็พอ ส่วนท่านยังไม่ต้องไป ข้าเกรงว่าท่านย่าจะใเกินไป เอาไว้ข้าพูดคุยกับทางบ้านก่อนแล้วค่อยให้พวกเขาพบเ้า”
“อืม” กู้เซียงจะพูดอะไรได้อีก สตรีตรงหน้าช่างแปลกยิ่งนัก มีอย่างที่ไหนแต่งงานแล้วไม่อยากให้เขาไปบ้านเดิมนาง แต่ก็ช่างเถิด การแต่งงานของเขาและนางเป็เพียงสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ อย่างไรเสียท่านลุงเสี่ยวอี้ก็แข็งแรงสามารถปกป้องสตรีผู้นี้ได้
“เช่นนั้น พวกเราไปที่โรงไม้กันก่อน ข้าจะได้แนะนำให้เ้ารู้จักกับท่านลุงเสี่ยวอี้”
ซูเหยาพยักหน้ารับรู้
ในระหว่างที่ทั้งสองเดินไปยังโรงไม้นั้น ซูเหยาก็หาเื่ชวนคุยเพราะคิดว่าบรรยากาศมันเงียบสงบเกินไป“ จริงสิ เมืองที่เราจะไปคือเมืองตงซานสภาพแวดล้อมเป็อย่างไร”
“แม้จะเป็เมืองชายแดนก็จริง แต่เป็เมืองใหญ่ ทิศใต้ติดกับทะเล ทิศเหนือติดกับเมืองชี่กง ทิศตะวันออกติดกับเมืองจ้าวไห่ และทิศตะวันตกนั้นเป็ชายแดนระหว่างแคว้นฟู่ฟลิงและต้าโจว”
“ที่ๆ เ้าจะอาศัยอยู่นั้นคือหมู่บ้านตงไห่อยู่ห่างจากชายแดนไม่มีอันตราย ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล”
“ข้าไม่ต้องไปชายแดนกับท่านหรือ?” ซูเหยาถามด้วยความสงสัย
อันที่จริงตัวกู้เซียงเองก็อยากให้บุตรชายทั้งสองอยู่ในที่ๆ เขาสามารถมองเห็นได้ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม
เื่ภรรยาคนเก่าที่สวมหมวกเขียวให้เขานั้นเขารับไม่ได้ แต่เื่ที่แย่ยิ่งกว่าก็คืออดีตภรรยาไม่ดูแลบุตรเลย ภาพสภาพลูกชายทั้งสองเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาได้เจอยังคงติดตราตรึง เด็กน้อยตัวดำและเหลือง ผอมจนเห็นแต่กระดูก เสื้อผ้าที่สวมใส่เต็มไปด้วยรอยขาดและเก่าเก็บอีกทั้งยังสกปรกมาก จะบอกว่ายากจนก็คงไม่ใช่ ทุกๆ เดือนเขาส่งเงินให้อดีตภรรยาครบทุกตำลึงเพื่อให้อีกฝ่ายไว้ใช้เลี้ยงดูต้าเปาและเอ้อเปา แต่ไหนเลยจะรู้ว่านางเอาไปใช้ปรนเปรอผู้ชายและครอบครัวเดิม ซ้ำยังทิ้งขว้างลูกอย่างไม่ไยดี
“ที่ชายแดนอันตรายเกินไป แม้จะยังไม่มีศึกในตอนนี้ แต่ก็ไม่อาจวางใจได้เพราะยังมีพวกนอกด่านเหล่าคนเถื่อน อย่างน้อยๆ อยู่ห่างไว้หน่อยจะดีกว่า เมื่อมีข่าวให้อพยพเ้าจะได้พาลูกข้าหนีไปเมืองอื่น และบางทีตัวข้าเองถ้าได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ข้าจะมาหาลูกชายโดยสะดวกเพราะไม่ใกล้ไม่ไกลมากนัก เมืองซุ่ยหนิงนี้ไกลเกินไป”
และยังมีเื่ที่เขาไม่ได้บอกนางอีกว่าหมู่บ้านตงไห่นั้นล้วนเต็มไปด้วยภรรยาทหาร เรียกได้ว่าเป็ค่ายทหารย่อมๆ เลยก็ว่าได้ หากนางทำอะไรไม่ดีต่อลูกชายเขาจะได้รับข่าวอย่างแน่นอน ซึ่งเื่นี้รอให้ไปถึงที่นั่นก่อนนางก็จะทราบเอง
ซูเหยานิ่งเงียบ นางรู้สึกว่าเมืองตงซานนั้นก็น่าอยู่มิใช่น้อย ดีกว่าอากาศเหน็บหนาวเกือบทั้งปีอย่างทางตอนเหนือ
“เช่นนั้นข้าพาครอบครัวข้าบางคนไปอยู่ด้วยได้หรือไม่?”
กู้เซียงตีหน้าขรึม คิ้วของเขาขมวดเป็ปม นี่มันต่างอันใดกับอดีตภรรยาของเขากันล่ะ รายนั้นก็พามารดามาอยู่ด้วย และเงินเดือนของเขาเองก็ถูกแบ่งปันไปให้ฝั่งนั้นเกือบจะทั้งหมด ไม่ได้เหลือถึงเด็กทั้งสองเลย
อดีตภรรยาสบาย ชู้สบาย บ้านเดิมของภรรยาเก่าสบาย...แต่ลูกของเขาย่ำแย่ยิ่งกว่าขอทาน
เมื่อเห็นใบหน้าของเขา ซูเหยาก็รู้ว่าเขาไม่พอใจ นางตระหนักถึงเื่นี้ดีว่าไม่สมควร แต่เพราะ้าให้ปู่ย่าและครอบครัวสามไปด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่โหดร้าย
“ท่านอย่าได้เข้าใจผิดไปเชียว แน่นอนว่าเมื่อข้าแต่งงานกับท่านก็ย่อมเป็คนของท่าน ไม่ได้คิดจะเอาเงินของท่านไปจุนเจือครอบครัวเดิมแต่อย่างใด จะให้พวกเขาอยู่หมู่บ้านอื่นก็ได้แค่ขอให้ข้าสามารถไปหาได้ในบางครั้ง ข้ากลัวว่าถ้าข้าอยู่ห่างไกลเช่นนี้ ถ้าท่านปู่กับท่านย่าเป็อะไรขึ้นมาข้าคงเดินทางมาดูใจไม่ทัน” ซูเหยารีบอธิบาย
“ไม่ต้อง เช่นนั้นก็ให้พวกเขาอยู่ในหมู่บ้านตงไห่ด้วยกัน แต่ต้องคนละบ้านกับเ้า ส่วนเื่บ้านก็ดูแลกันเอง ห้ามเ้าเอาเงินของข้าไปจุนเจือครอบครัวเดิมเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรเงินจำนวนนี้มีไว้สำหรับลูกชายข้าเท่านั้น”
“แน่นอน ข้าจะไม่รบกวนเงินท่าน” แม้จะรับปากไปอย่างนั้นแต่ซูเหยาก็ยังคิดไม่ออกว่าค่าเดินทางจากเมืองซุ่ยหนิงไปยังเมืองตงซาน และค่าใช้จ่ายเื่การตั้งถิ่นฐานและสร้างบ้านให้ครอบครัวเดิมนั้น นางจะเอาเงินมาจากไหน?
หญิงสาวคิดด้วยความกังวลใจ จนไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดก็ถึงโรงไม้อันเป็ปลายทางที่กู้เซียง้าพานางมาพบกับคนผู้หนึ่ง
กู้เซียงเข้าไปสนทนากับเสี่ยวอี้อยู่ราวหนึ่งเค่อก่อนจะพานางเข้าไปรู้จักกับอีกฝ่าย จากนั้นก็ปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งเทียมเกวียนไปยังบ้านตระกูลซู ส่วนตนเองนั้นก็กลับไปหาเด็กชายทั้งสองคนที่บ้าน เขาไม่อยากปล่อยให้ลูกสองคนอยู่ที่นั่นต่อแม้แต่ชั่วลมหายใจเดียว
ตระกูลซู
“ท่านย่าข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” ซูเหยาเอ่ย
แต่แล้วทันใดนั้นเสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังออกมาจากในบ้าน
“กลับมาแล้วหรือนังตัวดี! รู้หรือไม่ว่าคนอื่นเขาวุ่นวายเพราะเ้ามากเพียงใด” เสียงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นางเฉินซื่อผู้เป็มารดาของเ้าของร่างเดินออกมาด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยว
ซูเหยาทำท่าใรีบแสดงอาการตัวสั่นแล้วเดินไปหลบหลังของเสี่ยวอี้ จนเรียวคิ้วของชายวัยกลางคนขมวดมุ่นก่อนจะหันไปสบตากับนางเฉินซื่อ
“แล้วนี่ใคร?” นางเฉินซื่อละสายตาจากซูเหยา ก่อนจะสังเกตผู้ที่มากับนางด้วยความสงสัย ใบหน้านี้ไม่คุ้นเลย
ซูเหยาดึงแขนไม่ให้เขาตอบ ก่อนจะเปลี่ยนเื่ถามถึงพ่อเฒ่าและแม่เฒ่าซู
“ท่านปู่กับท่านย่าล่ะ?”
ยังไม่ทันที่นางเฉินซื่อจะได้ตอบจู่ๆ เสียงชราก็ดังขึ้น
“เหยาเหยา”
“ท่านย่า” ไม่รู้ว่าเป็เพราะนางเคยเห็นชะตาของคนตรงหน้าหรือเพราะความรู้สึกจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ซูเหยารู้สึกคิดถึงคนตรงหน้าเหลือเกิน
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”
“ดีๆๆ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว”
“ท่านย่า ข้าผิดไปแล้วที่ทำให้ท่านเป็กังวล” เมื่อสวมกอดหญิงชราและให้อีกฝ่ายสำรวจตัวเองจนพอใจ นางเลือกจะเพิกเฉยต่อการมีอยู่ของนางเฉินซื่อโดยสิ้นเชิง
แม่เฒ่าซูเลิกคิ้วสูง เมื่อสังเกตเห็นผู้มาพร้อมกับหลานสาว นางพินิจดูอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย จากความทรงจำของหญิงชรา นางไม่คุ้นกับใบหน้านี้เลยสักนิด
ชายผู้นี้คือใครกันหนอ?
“ท่านย่าเ้าคะ ที่ข้ากลับมาช้าก็เพราะเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน ข้าเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอมาเ้าค่ะ” ไม่พูดเปล่าซูเหยาหยิบยื่นกระดาษทะเบียนสมรสให้หญิงชราดู พลางมองไปที่นางเฉินซื่อที่กำลังจะแย่งทะเบียนสมรสของนางไป
“แค่กๆ” แม่เฒ่าซูผงะ
“คนชั่ว เ้าบังคับขืนใจหลานสาวข้าใช่หรือไม่!?”
หญิงชรามองหาไม้แถวหน้าเพื่อป้องกันซูเหยาอย่างเต็มที่ เขาจ้องเขม็งไปยังเสี่ยวอี้ แต่ก็ไม่วายเอ่ยปลอบใจหลานรัก
“ไม่ต้องกลัวๆ แม้ว่าคนชั่วผู้นี้จะประกาศออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ ย่าจะปกป้องเ้าเอง เงินในมือข้าจะใช้มันเพื่อจดทะเบียนหย่าร้างให้เ้าเอง!”
ซูเหยาปวดหัวตุบๆ ตอนนี้นางเริ่มเสียใจที่เห็นดีเห็นงามกับความคิดของกู้เซียงที่ให้พาท่านลุงเสี่ยวอี้มาด้วยเสียแล้วสิ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ การแต่งงานของข้าล้วนเป็ความเต็มใจของข้าเอง ไม่มีใครบังคับทั้งนั้น”