“นี่มันเื่อันใดกันมีใครบอกเปิ่นหวางได้หรือไม่” เสียงที่เปล่งออกมาช่างเยียบเย็นหยางไป๋หลงเดินเอามือพาดหลังเดินเข้ามา เขาจะมาชมเื่สนุกหากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นซืออ้ายที่นอนพาดอยู่บนโต๊ะยาว ผมเผ้ายุ่งเหยิงอาภรณ์ที่สวมใส่หลุดลุ่ยฉีกขาด ใบหน้าบวมแดง ริมฝีปากปริแตกจนเืไหลกลบไม่น่าดูแผ่นหลังมีเืซึมผ่านอาภรณ์ออกมาให้เห็นจนชุมโชกหันมามองจิวหลิงที่เขาส่งมารับใช้ซืออ้าย ใบหน้าบวมแดงโดนกดไว้กับพื้นแววตาของจิวหลิงปรากฏไอสังหารเล็ดลอดออกมาขณะหนึ่งก่อนจะกลับกลายเป็แววตาของหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวอย่างสุดขีด
“ทะ...ท่านอ๋องเพคะคือหม่อมฉันเพียงแค่สั่งสอน บุรุษผู้นี้เล็กน้อยเท่านั้นเป็ถึงพระชายารองแต่ไม่รักษากฎระเบียบในวังอ๋อง ปล่อยไว้เกรงจะเสื่อมเสียมาถึงท่านอ๋องได้เพคะ”
สวี่ซูเม่ยใอยู่ไม่น้อยที่ท่านอ๋องเสด็จมาเวลานี้แต่ก็ปรับอารมณ์เป็ปกติอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกได้ว่าท่านอ๋องชิงชังบุรุษผู้นี้เช่นกันนี่เท่ากับนางทำความดีความชอบกับท่านอ๋องแล้ว
“เช่นนั้นหรือมิสู้อ้ายเฟยลองเล่ามาให้เปิ่นหวางตรองดูเถิดว่า ซือเอ๋อร์ทำผิดอันใดจึงทำให้อ้ายเฟยถึงกับต้องลงทัณฑ์หนักเช่นนี้” หยางไป๋หลงเอ่ยออกมาเสียงเย็น
“คือ...ชายารองผู้นี้มิไปยกน้ำชาคารวะหม่อมฉันตามกฎเพคะแถมหม่อมฉันมาเยี่ยมเยียนเพราะคิดว่าชายารองอาจจะป่วยไข้จึงไม่ไปคารวะหม่อมฉันหากแต่ถูกสาวใช้ข้างกายชายารองขัดขวางอย่างไร้มารยาทยิ่งหม่อมฉันเลยสั่งให้บ่าวรับใช้สั่งสอนไม่คิดว่าอยู่ดีๆชายารองไม่พอใจตรงเข้ามาอาละวาดทำร้ายคนของหม่อมฉัน ด่าทอว่าร้ายหม่อมฉันต่างๆนานา จนหม่อมฉันต้องสั่งลงโทษ เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็เยี่ยงอย่างได้เพคะท่านอ๋องโปรดพิจารณา” สวี่ซูเม่ยเอ่ยคำแก้ต่างให้ตนเองพร้อมร่ายความผิดของเฉินซืออ้าย
“เปิ่นหวางคงลืมบอกเ้าไปว่าเมื่อคืนเปิ่นหวางเคี่ยวกรำซือเอ๋อร์หนักไปจึงให้เว้นการคารวะเปิ่นหวางมีราชกิจต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ั้แ่ยามเหม่ากลับมาก็ลืมเลือนไปมิได้ส่งคนไปบอกอ้ายเฟย ทำให้อ้ายเฟยเข้าใจผิดแล้ว” หยางไป๋หลงเอ่ยออกมาเสียงเรียบปรายตามองซูเม่ยอย่างเ็า
สวี่ซูเม่ยได้ยินดังนั้นเหมือนโดนตบหน้าใบหน้างดงามซีดลงทันที ไหนท่านอ๋องบอกรังเกียจบุรุษแพศยาผู้นั้นนักหนาแล้วเหตุใดถึงมามีโทสะกับนางเพื่อบุรุษไร้ยางอายผู้นั้นได้นางกำลังจะเอ่ยประโยคแก้ต่างให้ตัวเองอีกคราหากแต่ว่ามีเสียงเยียบเย็นดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เป็เปิ่นหวางสะเพร่าเองเห็นว่าใกล้ยามซวีแล้วจึงคิดว่ามิเป็ไร ไม่คิดว่าอ้ายเฟยจะรีบร้อนถึงเพียงนี้ถึงกับมาเยี่ยมบุรุษยามวิกาล ถึงแม้ซือเอ๋อร์จะแต่งเข้ามาเป็ชายารองของเปิ่นหวางแต่ซือเอ๋อร์ยังคงเป็บุรุษเหตุใดเ้าเป็ถึงหวางเฟยของชินอ๋องถึงมิรู้ความเช่นนี้หรือตระกูลสวี่ไม่ได้สอนเ้าไว้เลยหรือ”สายตาดำมืดจ้องมองสตรีที่ใบหน้าซีดขาว ก่อนเอ่ยออกมาเสียงเย็นกดต่ำลงเรื่อยจนคนที่ได้ยินพากันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ขอประทานอภัยเพคะ เป็หม่อมฉันไม่รู้ความเป็ห่วงชายารองลืมนึกถึงข้อนี้ไป ขอท่านอ๋องโปรดอภัยให้แก่หม่อมฉันด้วย”หลังสวี่ซูเม่ยได้ยินสวามีเอ่ยจบร่างทั้งร่างพลันอ่อนแรง รีบคุกเข่าขอประทานอภัยบังคับร่างกายให้สั่นไหวเพียงเล็กน้อยแลดูน่าสงสาร
“หึช่างเถิด เ้ากลับเรือนไปเสีย อย่าให้มีครั้งหน้าอีกมิเช่นนั้นอย่าหาว่าเปิ่นหวางไม่ไว้หน้าตระกูลสวี่” หยางไป๋หลงแค่นหัวเราะก่อนสะบัดมือให้ ชายาของตนลุกขึ้น
“หม่อมฉันจะจดจำไว้เพคะ หม่อมฉันขอทูลลา” ซูเม่ยรีบเอ่ยทูลลาแล้วให้ข้ารับใช้ข้างกายประคองกลับเรือนเหมยฮวาไป
“ยังมิรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการพระชายารองอีกพวกเ้าช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี”
“ขอรับ”
หยางไป๋หลงหันไปมองใบหน้าของเฉินซืออ้ายอีกหนเห็นใบหน้าบวมช้ำ ริมฝีปากปริแตกอาการสาหัสก็ยิ่งขัดใจ
“จิวหลิงเดี๋ยวเ้าตามเปิ่นหวางไปห้องหนังสือพวกเ้าคอยดูแลพระชายารองให้ดี”
หยางไป๋หลงสะบัดแขนหันหลังเดินไป ทว่าก่อนจะก้าวพ้นประตูก็หันกลับมากวาดตาโดยรอบแล้วมาหยุดที่ร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเืกำลังหายใจรวยรินหยางไป๋หลงลมหายใจสะดุดแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาก่อนจะหายไปในชั่วพริบตา
“จิวฝูข้ารับใช้ที่ตบหน้าพระชายารองพวกนั้น เ้าจงลงโทษตบพวกมันคนละห้าสิบทีแล้วโบยมันต่อให้ตาย”ไป๋หลงเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่สนใจเสียงร้องไห้อ้อนวอนของพวกข้ารับใช้อีก
“อย่าได้ทำเช่นนี้อีกจิวหลิงแววตาเช่นนั้นบ่าวรับใช้อ่อนแอไม่ควรมี”
“ขอประทานอภัยเ้าค่ะข้าน้อยผิดไปแล้ว”
จิวหลิงคุกเข่าตนอย่างสำนึกผิดเพราะนาง เผลอคิดอยากสังหารพระชายากับข้ารับใช้พวกนั้นให้สิ้นหากท่านอ๋องมาช้าเพียงนิดนางอาจจะทำเื่ผิดพลาดลงไปจริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางคิดว่าพระชายารองผู้นั้นมิได้เป็ดังเช่นข่าวที่นางได้รับ
ตอนที่นางถูกตบปากนางแทบไม่รู้สึกอันใดเมื่อ หากแต่พระชายารองนั้นกับเป็เดือดเป็ร้อนตรงเข้ามาช่วยเหลือนางอย่างสุดความสามารถมิได้เสแสร้งแกล้งกระทำ เพียงชั่วขณะที่พระชายารองดึงนางไปหลบไว้ด้านหลังใจนางกระตุกไปวูบหนึ่งเพราะมิเคยมีใครปกป้องนางเช่นนี้แม้แต่พี่ชายของนาง
จนเมื่อเห็นพระชายาที่ร่างกายบอบบางนั้นโดนกระทำจนเหมือนิญญาจะหลุดรอยออกจากร่างหากนางยังชักช้าไม่ลงมือความอบอุ่นที่พึ่งได้รับนั้นอาจจะหายไปตลอดกาล นางจึงเผยแววตาสังหารเพียงชั่วครู่ก่อนเก็บซ่อนไว้เช่นเดิมไม่คิดว่าท่านอ๋องจะสังเกตเห็น
“อย่าให้มีคราหน้าอีก เปิ่นหวางมิใจดีขนาดนั้น คนที่ทำลายแผนของเปิ่นหวางจะได้รับโทษทัณฑ์ที่อยู่ไม่สู้ตายเ้าก็รู้มิใช่หรือ” หยางไป๋หลงเปล่งวาจาที่เต็มไปด้วยความกดดันจิตสังหารแผ่ออกมาจนจิวหลิงกระอักเื
“โปรดระงับโทสะด้วยขอรับ ท่านอ๋อง”
จิวหูออกมาคุกเข่าต่อหน้าหยางไป๋หลง เอาตัวบังจิตสังหารที่ปล่อยออกมาใส่น้องสาวตน
“บังอาจ!! ข้าเรียกเ้าออกมาหรือเ้าคงลืมหน้าที่องครักษ์เงาของเ้าแล้วกระมัง”ไป๋หลงเอ่ยออกมาเสียงเย็นก่อนจะสะบัดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยกำลังภายในใส่องครักษ์เงาของตน
จิวหูหน้าหันไปตามแรงสะบัดนั้น” ขออภัยขอรับเพียงแต่ข้าน้อยจะมาทูลเื่พระชายารอง”จิวหูกล่าวทูลเสียงหนักแน่น
“ว่ามา”
“พระชายารองอาการสาหัสขอรับเนื่องจากาเ็ทั้งภายในเอ่อ...วันนี้พระชายารองยังโดนโบยอย่างหนัก อีกทั้งร่างกายของพระชายารองบอบบางอยู่แล้วจึงไม่อาจทานทนได้หมอหลวงจำเป็ต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าบางชนิด จึงให้บ่าวชายซึ่งเป็ข้ารับใช้เรือนของพระชายารองมาทูลขอกับท่านอ๋องหากแต่ดูเหมือนว่าข้ารับใช้คนนั้นจะเป็คนของพระชายาขอรับ”จิวหูเอ่ยทูลกับท่านอ๋อง
เมื่อเห็นว่าท่านอ๋องมีสีหน้ากริ้วโกรธปล่อยไอสังหารออกมาจึงหยุดกล่าววาจาเพื่อรอดูท่าทีก่อน
“ปัง!! บังอาจนักเ้าจงเล่ามาให้ละเอียดอย่าได้ตกหล่น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหยางไป๋หลงก็บันดาลโทสะ ตบโต๊ะจนแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะเอ่ยสั่งจิวหูกล่าวต่อ
“ขอรับ เมื่อบ่าวชายผู้นั้นออกจากเรือนของพระชายารองแทนที่จะมาเรือนหลักของท่านอ๋องเพื่อกราบทูล บ่าวชายผู้นั้นกลับตรงไปเรือนพระชายาเอกเข้าไปในเรือนราวสองเค่อ จากนั้นก็ตรงกลับเรือนเอ่ยท่านหมอว่าท่านอ๋องให้รักษาเท่าที่ทำได้สมุนไพรล้ำค่านั้นไม่อาจนำมาก่อนจะยื่นของบางอย่างให้หมอหลวงอย่างลับๆ ขอรับ”
เมื่อจิวหูเอ่ยจบร่างของจิวหลิงที่อยู่ด้านหลังกระตุกครั้งหนึ่งหากแต่แรงจนเขารู้สึกได้
“เปรี๊ยะ!! รนหาที่ตาย ดี!!ดียิ่ง จิวหูเ้าจงไปจัดการข้ารับใช้ผู้นั้นเสีย เ้าคงรู้ว่าต้องทำเช่นไรจึงจะคลายโทสะของเปิ่นหวางใช่หรือไม่ไปได้แล้ว”
ครานี้เขาบีบจนเก้าอี้แตกกระจายก็ไม่อาจทำให้โทสะลดลงได้ หยางไป๋หลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับปีศาจแผ่กลิ่นอ้ายสังหารออกมาไม่หยุด‘เป็เพียงบ่าวรับใช้แต่กล้าที่จะทรยศข้าเ้าก็สมควรตายอย่างทรมานเช่นกัน’
“ขอรับ”จิวหูลังเลเหมือนจะเอ่ยบางสิ่งหากแต่จำเป็ต้องตัดใจแล้วเร้นกายหายไปในเงามืด
“จิวหลิงเ้ากลับไปได้แล้ว จำไว้อย่าทำอะไรนอกเหนือจากที่เปิ่นหวางสั่งอีกมิเช่นนั้นอย่าหาว่าเปิ่นหวางอำมหิตต่อเ้า”
“เ้าค่ะ ข้าน้อยจะจดจำไว้”
จิวหลิงเอ่ยมาเสียงหนักแน่น แต่ในใจกำลังกระสับกระส่ายอยากจะถามถึงเื่สมุนไพร แต่กลัวท่านอ๋องจะมากโทสะจะส่งผลร้ายมากกว่าดีจึงค้อมกายทำความเคารพก่อนหมุนกายเดินจากไป
“จิวหลิงเ้ารีบกลับไปแล้วดูว่าหมอหลวง้าสิ่งใดก็จัดการหามาให้หมดในเมื่อนางอยากให้เฉินซืออ้ายตายเปิ่นหวางก็จะให้เฉินซืออ้ายอยู่ดูสินางจะเผยอะไรให้เปิ่นหวางได้ถอนรากถอนโคนตระกูลสวี่”เสียงที่เอ่ยออกมาช่างดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก
“เ้าค่ะ”จิวหลิงรับคำก่อนเร่งเดินจากไปใบหน้าปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปกับสายลมในฤดูเหมันต์อย่างรวดเร็วราวกับมันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน