ตอนที่ 22
ซุน แม้จะมีแววตาที่เหม่อลอย หากแต่ก็ยังจดจ้องไหสุราดังที่เฒ่าชีเปลือย ชี้นำ... น่าประหลาดใจตรงที่จิตใจของ ซุน จู่ ๆ พลันสงบและมีสมาธิขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อกลิ่นสุราลอยกระทบจมูก ส่วนหนึ่งอาจเพราะไหสุราเหล่านี้ มันเชื่อมโยงไปถึงเหล่าซือ บุคคลสำคัญผู้เป็ทั้งเหตุผลและเป้าหมายให้ ซุน จำเป็จะต้องก้าวเดินต่อไปเพื่อหาหนทางช่วยเหลือ...
เฒ่าชีเปลือย เมื่อเห็นสีหน้าของ ซุน ดีขึ้น ก็ใจชื้นไม่น้อย ตัวเฒ่าชราก็หวั่นใจลึกๆ เช่นนั้น ว่าวิธีการโเี้ที่ตนยัดเยียดลงไปในคืนนั้นจะทำให้เด็กหนุ่มผู้อยู่ในศีลธรรม วิกลจริตไปกับภาพความโหดร้ายดังกล่าว...
“บอกตามตรงว่า สุรา ภายในห้องลับนี้ ล้วนแล้วแต่มิใช่สุราสามัญ... กว่า8 ใน 10 ส่วนของไหสุราที่เก็บซ่อนอยู่ภายในนี้ สมควรฆ่าเ้าได้ภายในอึกเดียวที่เ้ากลืนมันลงไปจากความรุนแรงของฤทธิ์สุรา... ไหสุราที่ข้าหยิบยกมาให้เ้านี้ จากััิญญาอันเฉียบคมของข้ามันน่าจะมีฤทธิ์อ่อนที่สุดแล้ว เหมาะสำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจมิต่างโอสถชูกำลัง
หากแต่อย่างไรเสีย สุราเหล่านี้ก็ล้วนหมักบ่ม โดยยอดฝีมือเพื่อยอดฝีมือ... ตัวเ้าร่างกายยังอ่อนแอนัก ห่างไกลจากคำว่ายอดฝีมือราวฟ้ากับเหวดังนั้นเ้าค่อย ๆ ลิ้มรสดื่มด่ำมันอย่างช้า ๆ อย่าได้หักโหม มิเช่นนั้นเ้าอาจสติขาดหายหรืออาจตกตายได้เช่นกัน...
ลิ้มลองแค่พอแก้กระษัย ก็นับว่าเกินพอ...”
มิทันได้ขาดซึ่งคำเตือน ซุน พลันยกไหสุรา กระดกซกประหนึ่งน้ำเปล่า...กว่าจะวางลง คาดว่าที่กลืนลงไป คงเป็ปริมาณที่ไม่ต่ำกว่าหลายสิบจอก!! ต่อให้มันเป็สุราที่อ่อนที่สุดในห้องนี้ แต่ไหนเลยจะเป็สุราสามัญ!!
เพราะการที่ เหมาิ จะนำสุราเหล่านี้มาเก็บซ่อนไว้หลายสิบปี เนื่องด้วยทุกๆ ไห ล้วนเป็ สุราระดับตำนาน ที่จำเป็ต้องบ่มหมักด้วยวิธีการพิเศษ หรือไม่ก็ใช้วัตถุดิบที่ไม่อาจเสาะหาได้อีกแล้วในปัจจุบัน...
สุราบางไหยังใช้เวลาหมักบ่มมานับร้อยนับพันปี!! สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นั้แ่อดีตกาลจนมาถึงมือของ เหยาิ ที่สืบทอด... นั่นจึงเป็เหตุผลที่เหยาิ แม้จะถอนตัวจากยุทธภพไปแล้ว ก็ยังต้องเก็บสุราเหล่านี้เอาไว้ ไม่อาจทิ้งขว้างมรดกของปรมาจารย์ในอดีต...
“เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย! ไม่หักโหมเกินไปหน่อยหรือ?! ระวังเ้าจะตายเสียก่อนจะเมา...”เฒ่าชีเปลือย เอ่ยทักขึ้น
ใบหน้ารวมถึงร่างกาย ซุน หลังดื่มสุราเพียงไม่กี่อึดใจ ล้วนเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำจนน่ากลัว!! ซุน รู้สึกราวกับอวัยวะภายในถูกแผดเผาจากฤทธิ์สุรา เส้นลมปราณและจุดชีพจนทั่วร่างสั่นกระเพื่อมไม่หยุดสภาพโดยรวมเรียกได้ว่าย่ำแย่ยิ่งไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ
หากแต่มีสิ่งหนึ่ง ที่มันกลับนิ่งสงบกว่าที่คิดไว้... นั่นคือสติสัมปชัญญะ!! มันน่าใที่ ซุน ไม่มีอาการเมามายเท่าใดนัก รู้สึกเหมือนความคิดในหัวโล่งโปล่งขาวโพลนไปหมดภาพจำในเหตุการณ์ร้ายเมื่อหลายวันก่อน สลายหายไปในชั่วพริบตา...
“หุบปากเ้าไปเสียเถอะ เ้าชีเปลือยอัปลักษณ์!! ข้าคือศิษย์สืบทอดของ เซียนเมรัย จะตายเพราะเมรัยได้เยี่ยงไร!! หากว่างปากมากนัก ใยไม่ยกเท้าเ้าขึ้นขบเคี้ยวดูพลาง ๆ เล่า?!” เด็กหนุ่ม เค้นเสียงขึ้นพลางมองตาขวาง
ทำเอา เฒ่าชีเปลือย ผงะเล็กน้อย ใบหน้าบิดเบี้ยว...
“เอาแล้วไง… พอเมาได้ที่ก็ปากสุนัขทันทีเสียด้วย...”
ก่อนหน้านี้ที่ ซุน เคยดื่มสุราถอนพิษ และ สุราฟื้นฟูที่ เหยาิจัดเตรียมไว้ให้ แต่ทว่าทั้งสองครั้งนั้น ล้วนแล้วแต่ถูกผสมให้เจือจาง โดยใช้วัตถุดิบอื่นเสริมเข้าไปทำให้เปลี่ยนเป็คุณสมบัติของโอสถทั้งสิ้น... ซึ่งในครั้งนี้เป็การดื่มด่ำร่ำสุราที่มิได้ปรุงแต่งให้เจือจางฤทธิ์ของมันยิ่งมิต้องกล่าวถึง...
ซุน ที่ร่างกายย่ำแย่เป็ต้นทุน ไม่กี่อึดใจก็เมามาย ผล็อยหลับไปในทันที...
3 วันต่อมาเด็กหนุ่มลืมตาตื่น พร้อมกับศีรษะที่หนักอึ้ง... ใช้เวลาอีกหลายร้อยอึดใจกว่าจะสามารถเรียบเรียงสติให้กลับคืนมาจดจำได้ว่าตนพยายามลบภาพจำที่เลวร้าย ด้วยการดื่มสุราของ เหล่าซือ จดเมามายสิ้นสติไป...
“ฟื้นแล้วงั้นหรือ?!นอกจากจะใจอ่อนแล้ว คอเ้ายังอ่อนเสียยิ่งกระไร...” เฒ่าชีเปลือย บ่นอิดออด นอนอยู่บนกองตำราที่กระจัดกระจายชัดเจนว่า่หลายวันที่ ซุน หมดสติไป เฒ่าชราได้รื้อตำราเหล่านี้ นำมาเปิดอ่านฆ่าเวลาใน่นั้น...
ซุน กุมขมับแแ่ ถึงจะยังรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม แต่น่าแปลกที่กำลังวังชาของซุน กลับเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมจนเ้าตัวยังใไม่น้อย... อีกทั้ง ซุนไม่ได้กินอะไรมาร่วมสัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่รู้สึกว่าร่างกายขาดซึ่งพลังงานแน่นอนว่ามันเป็ผลพวงจากพื้นฐานลมปราณในร่าง การดื่มกินจึงแตกต่างไปจากมนุษย์สามัญว่ากันว่าชนชั้นยอดฝีมือแม้ไม่กินไม่ดื่มร่วมปีก็ยังไม่สะทกสะท้าน...
“นี่มัน?!” เด็กหนุ่มสับสนกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง...
“รู้สึกตัวแล้วสินะ... เวลานี้เ้าทะลวงผ่านขึ้นมายังชนชั้นลมปราณสีม่วงขั้นที่2 แล้ว ข้าเองก็ยังใ ถึงแม้ว่าในชั้นลมปราณระดับต่ำ ๆ จะสามารถยกระดับได้รวดเร็วก็เถอะแต่การดื่มสุราเพียงไม่กี่คำ และนอนหลับไป 3 วัน กลับทำให้ลมปราณเพิ่มพูนเช่นนี้ได้ข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ
ดูท่าสมญานาม เซียนเมรัย เหยาิ ของอาจารย์เ้า จะมิใช่เพียงแค่นามประดับเสียแล้ว...สุราที่ เหล่าซือ เ้าเก็บรักษา ล้วนแล้วแต่เป็สิ่งล้ำค่าแห่งแผ่นดิน ที่ผ่านการกลั่นกรองและบ่มเพาะมาอย่างสมบูรณ์…
ข้าได้ลองศึกษาตำราเหล่านี้ พวกมันมีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและส่วนผสมของการหมักบ่มสุราหลายร้อยชนิด ซึ่งความละเอียดและความน่าทึ่งของตำราเหล่านี้ไม่มีทางที่จะถูกรวมร่วมทั้งหมดภายใน 1-2 ยุคสมัยได้ คาดว่ามัยคงผ่านการสืบทอดมาแล้วหลายสิบหลายร้อยรุ่นเลยทีเดียว...”เฒ่าชีเปลือย กล่าวขึ้นพลางเปิดตำราเหล่านี้ไปมา
“ลมปราณสีม่วงขั้นที่ 2 งั้นหรือ?!มิน่าเล่าข้าถึงััได้ในออร่าที่หนาแน่นขึ้น...” เมื่อเด็กหนุ่มตรวจสอบร่างกายก็เปี่ยมไปด้วยสีหน้าปราบปลื้มเพราะทุกความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูน มันคือโอกาสการรอดชีวิตที่สูงตามไปด้วยในดินแดนแห่งนี้...
ภาพจำที่เคยกัดกินหัวใจเด็กหนุ่ม แม้จะยังไม่อาจลบเลือนไปได้สมบูรณ์นักแต่ก็นับว่าดีขึ้นกว่าเดิมอยู่มากโขสามารถกล่าวได้เต็มปากว่าการร่ำสุราในครั้งนั้น ได้ผลที่ดีขึ้นจริง ๆ และยังทำให้ซุน ค้นพบวิธีบ่มเพาะลมปราณที่วิเศษอีกด้วย...
ซุน หันมองไปรอบ ๆ เริ่มมีจิตพิจารณาได้ว่า สุราเหล่านี้เป็สิ่งของที่ล้ำค่าเพียงใด...หลังจากที่เด็กหนุ่ม เริ่มต้นร่ำสุราอีกครั้ง ด้วยการจิบสุราทีละน้อยอย่างไม่เร่งร้อนประหนึ่งจิบชาพลางอ่านตำราที่อยู่ภายในห้องลับแห่งนี้
มันยิ่งทำให้ ซุน ได้เข้าใจถึงวิถีแห่ง เซียนเมรัย มากขึ้น!!
“แบบนี้นี่เอง... สุราสำหรับคนทั่วไป อาจหมายถึงน้ำมึนเมา ใช้ในงานเลี้ยงสังสรรค์โดยมากจะถูกกล่าวโทษเป็น้ำเปลี่ยนนิสัย เป็สาเหตุให้เกิดเื่เลวร้ายมากมายจนหลายคนรู้สึกรังเกียจผู้ที่ติดสุรา... แต่ในทางกลับกัน เหล่าซือ ได้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัยเพื่อดึงเอาความพิเศษของสุราออกมาจนถึงขีดสุด แบ่งออกเป็ สุราแห่งหยิน และ สุราแห่งหยาง
สุราแห่งหยิน คือการดึงเอาฤทธิ์สุรา ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งฤทธิ์มอมเมาฤทธิ์ลุ่มหลง ฤทธิ์ปลุกกำหนัด ฤทธิ์ทำลาย ที่สามารถกัดกินร่างกาย ทำลายอวัยวะ หรือแม้แต่สลายลมปราณของผู้ที่ดื่มสุราแห่งหยินเข้าไป เปรียบเสมือนพิษร้ายแห่งเซียนดำ ที่ผู้ถูกพิษไม่มีทางรับรู้ว่าเกิดขึ้นจากฤทธิ์สุรา!!
สุราแห่งหยาง สามารถใช้สุราทดแทนโอสถ พื้นฟูร่างกาย สลายพิษได้แทบทุกชนิดใช้เพิ่มพูนลมปราณ หรือแม้แต่ปรับสมดุลธาตุในร่าง เกื้อหนุนเคล็ดวิชาเฉพาะ เปรียบดังน้ำอมฤตแห่งเซียนขาวคุณสมบัติสารพัดประโยชน์... ”
ยิ่ง ซุน ศึกษาค้นคว้าในตำราเ่าั้ ก็ยิ่งเข้าในถึงคุณประโยชน์ของสุราที่ครอบคลุมทั้งดีร้ายตามแต่จะปรุงแต่งขึ้น... ทำเอาเด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเนื่องด้วยมันเป็ศาสตร์แปลกแยกที่ไม่มีการแพร่พราย แต่รับรู้เฉพาะเหล่าผู้สืบทอดเท่านั้น...
“เจอของดีเข้าจริง ๆ ด้วยงั้นนะ...” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น
ซุน แทบไม่ได้สนใจเสียงของ เฒ่าชีเปลือย จมปลักอยู่กับการศึกษาตำราเหล่านี้ซึ่งภายในกองตำราเหล่านับร้อยเล่ม มีอยู่สองเล่มที่แตกต่างไปจากตำราอื่น ๆเพราะมันมิใช่วิธีการหมักบ่มสุรา เฉกเช่นทุก ๆ เล่ม...
หนึ่งคือตำราบันทึกรายชื่อผู้สืบทอดภายในนั้นเต็มไปด้วยรายชื่อของเหล่าผู้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัย ตลอดหลายสหัสวรรษที่ผ่านมา...ผู้ก่อตั้งวิถีแห่งเซียนเมรัยนี้ เป็ปรมาจารย์สุราเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน นามว่า จี้เยี่ยซาแห่งพรรคเซียนประทาน ทวีปเต่าทมิฬ
และได้มีการสืบทอด วิถีแห่งเซียนเมรัย อย่างลับ ๆภายในพรรคเซียนประทาน ซึ่งเป็พรรคที่รวบรวมขอทานจากทั่วทั้งทวีปเต่าทมิฬ และต่อมาในภายหลังยังมีสังกัดพรรคจากทวีปอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งทวีปัฟ้า ทวีปพยัคฆ์ขาว ทวีปหงสาเพลิง จนกลายเป็พรรคที่มีสมาชิกเป็เหล่าขอทานเกือบทั่วยุทธภพครบทั้ง 4 ทวีป จัดเป็พรรคที่ทรงอิทธิพลพรรคหนึ่งเลยก็ว่าได้...
และในตำราบันทึกผู้สืบทอดดังกล่าว มีนามของ เหยาิ ถูกบันทึกไว้เป็นามสุดท้ายทุกนามในตำราล้วนถูกสลักไว้ด้วยอักษร ที่ขีดเขียนขึ้นจากโลหิต...
“ตัวข้าได้กราบ เหล่าซือ เป็อาจารย์แล้ว... ดังนั้นข้าขอถือวิสาสะเป็ผู้สืบทอดในยุคนี้เลยก็แล้วกันเพื่อข้าจะได้สามารถศึกษาตำราหมักบ่มสุราทั้งหมดได้โดยไม่ผิดต่อเหล่าปรมาจารย์รุ่นก่อน ๆ” ซุน กล่าวพึมพำกับตนเอง ก่อนจะกรีดปลายนิ้วจนโลหิตไหลรินและสลักนามของตนต่อท้ายนามของ เหยาิ ในฐานะผู้สืบทอด...
จากนั้น ซุน ก็ได้โขกศีรษะคำนับตำราเล่มนี้... ประหนึ่งทำความเคารพเหล่าปรมาจารย์รุ่นก่อนๆ จากนี้ไป ซุน ตั้งใจจะเก็บรักษาตำราผู้สืบทอดเล่มนี้ เสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของตนหรือจนกว่าจะพบผู้สืบทอดที่เหมาะสม...
จากนั้น ซุน ก็เปิดตำราอีกหนึ่งเล่ม ที่แตกต่างไปจากตำราเล่มอื่น ๆก่อนจะพบว่า มันคือตำราที่สอนรูปแบบการฝึกลมปราณ วีถีเซียนเมรัย!! ภายในตำราแม้จะไม่ได้มีกระบวนท่า หรือเคล็ดวิชาใดสอนสั่งเป็กิจจะแต่เป็รูปแบบการฝึกเฉพาะที่สามารถเพิ่มพูนลมปราณ ไปพร้อม ๆ กับร่ำสุราควบคู่ ภายในนั้นยังระบุไว้ชัดเจนว่านี่ถือเป็หนึ่งในรูปแบบการบ่มเพาะที่รวดเร็วที่สุดในยุทธภพนี้อีกด้วย!!
“มิน่าล่ะ... รายชื่อผู้สืบทอด วิถีแห่งเซียนเมรัย ที่ข้าเห็นในตำราบันทึกแต่ละนามจึงดูคุ้นตานัก... ที่แท้รายชื่อของปรมาจารย์ในอดีตเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นทำเทียบยอดฝีมือแห่งยุคสมัยในอดีตทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็เพราะวิถีแห่งเซียนเมรัย คือรูปแบบการบ่มเพาะลมปราณที่ทรงพลังมากนี่เอง...”
ยิ่ง ซุน ได้ศึกษาตำราลึกล้ำลงไป ก็ยิ่งใจเต้นระส่ำไม่หยุด...เส้นทางแห่งการฝึกตนของ ซุน เริ่มถูกเปิดขึ้นแม้จะไม่มีอาจารย์ชี้นำทุกสิ่งสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ได้จากตำราเหล่านี้ รวมไปถึง ไหสุรา นับร้อยที่เรียงรายอยู่ภายในห้องลับก็ล้วนแล้วแต่เป็วัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกจัดแจง สำหรับปลุกปั้นผู้สืบทอดเป็การส่งต่อความแข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง...
อาจกล่าวในเต็มปากว่า...
ทั้งหมดล้วนเป็โชควาสนาของ ซุน ในเวลานี้...
.............................................