ไล่เจี่ยนถึงกับอึ้งในความหน้าหนาของเด็กปั้นตัวเอง
"...เสี่ยวลู่เอ๊ย มีความมั่นใจน่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่หัดถ่อมตัวบ้างเถอะนะ ยังไงนี่ก็เพิ่งจะเป็นการรับบทนางเอกครั้งแรกของเธอ แค่มีชื่อเข้าชิงรางวัลราชินีจอเงินจากเวทีไป๋อวี้หลานได้ เธอก็เก่งมากแล้วนะ"
ไป๋ลู่เอียงคอถามตาใส "พี่เจี่ยนไม่เชื่อน้ำยาฉันหรือว่าไม่เชื่อสายตาการประเมินของราชาจอเงินลู่กันแน่คะ?"
ไล่เจี่ยนสะดุ้งโหยง
"...พี่ไม่ได้... พี่เปล่านะ! เธออย่ามาพูดจาซี้ซั้วเชียว ขืนกลุ่มแฟนคลับถิงเซียงเสวี่ยรู้เข้า พี่จะเอาชีวิตรอดไปได้ยังไง? แค่เรื่องของเฉียวเฉียว พี่ก็แทบจะโดนชาวเน็ตด่ากราดจนทัวร์ลงอยู่แล้วเนี่ย!"
"...หนูล้อเล่นหรอกน่า" ไป๋ลู่ยิ้มหวาน
"สำหรับรายการวาไรตี้ มีอยู่สองสามรายการที่หนูสนใจค่ะ"
ไล่เจี่ยนหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันจดโน้ตเตรียมพร้อม "ว่ามาสิ"
"รายการวาไรตี้แบบไลฟ์สดที่ให้ไปเปิดโฮมสเตย์นั่นน่ะค่ะ..."
ไล่เจี่ยนติ๊กเครื่องหมายถูกหน้ารายการ ‘สวัสดี โฮมสเตย์’
"แล้วก็รายการไลฟ์สดใช้ชีวิตในชนบท ที่ให้ไปช่วยคุณปู่คุณย่าทำไร่ไถนา แลกกับการให้พวกท่านได้ไปเที่ยวพักผ่อนน่ะค่ะ..."
ไล่เจี่ยนติ๊กเครื่องหมายถูกหน้ารายการ ‘ครอบครัวแฟมิลี่ถือกำเนิดแล้ว’
"อ้อ แล้วก็รายการไลฟ์สดเปิดร้านอาหารด้วยค่ะ..."
ไล่เจี่ยนติ๊กเครื่องหมายถูกหน้ารายการ ‘มากินข้าวกันเถอะ’
"อืม ก็ประมาณนี้แหละค่ะ รายการพวกนี้เขามีทีมพิธีกรหลักยืนพื้นอยู่แล้ว แต่ละอีพีก็จะสลับสับเปลี่ยนแขกรับเชิญไปช่วยงาน พอโรงเรียนหยุด หนูแวะไปถ่ายทำแค่วันเดียวก็จบ เรื่องเวลา จัดสรรได้สบายมากเลยค่ะ"
ไล่เจี่ยนกวาดตามองรายชื่อรายการวาไรตี้ที่ติ๊กเลือกไว้ แล้วก็อดขมวดคิ้วงงไม่ได้
"ทำไมถึงจิ้มแต่รายการประเภทไลฟ์สดทั้งนั้นเลยล่ะ?"
ไป๋ลู่กะพริบตาปริบๆ ท่าทางใสซื่อ
"ไม่ได้เหรอคะ?"
ไล่เจี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย
"ก็ดีเหมือนกันนะ การไลฟ์สดมันตรงไปตรงมา บอกว่าถ่ายวันเดียวก็คือวันเดียวจบ ไม่เหมือนพวกรายการที่ต้องเอาไปตัดต่อทีหลัง
พวกนั้นเผลอๆ ลากยาวลากเลื้อยไปตั้งสองสามวัน แบบนี้จัดสรรเวลาได้ง่ายกว่าจริงๆ จะได้ไม่กระทบกับการกลับไปเรียนของเธอด้วย
แถมการไปออกรายการวาไรตี้ยังช่วยเพิ่มกระแสหน้าสื่อได้เยอะ ไลฟ์สดปุ๊บก็มีกระแสปั๊บ
ไม่เหมือนงานละครที่ถ่ายเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องดองรอคิวออนแอร์อีกนานแค่ไหน
บางเรื่องถ่ายเสร็จแล้วโดนดองเค็มไม่ได้ออนแอร์เลยก็มีถมไป ช่วงที่เธอกลับไปเรียน เป้าหมายหลักคือการเลี้ยงกระแสหน้าสื่อเอาไว้ ไม่ใช่การโหมรับงานหรอก"
ไล่เจี่ยนเคาะนิ้วชี้ตัดสินใจ ต๊อกๆ
"งั้นตกลงตามนี้ก็แล้วกัน งานแสดงพวกซีรีส์หรือหนังก็พับเก็บไปก่อน ช่วงครึ่งปีนี้ เธออาศัยคิววันหยุดไปวิ่งรอกออกรายการวาไรตี้พวกนี้เอาแล้วกัน"
เสิ่นซินลั่วที่นั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่เบาะหลังเริ่มนั่งไม่ติด หล่อนรีบร้องท้วงขึ้นมาทันที
"พี่เจี่ยนคะ แล้วฉันล่ะ..."
"อ้อ เธอน่ะเหรอ" ไล่เจี่ยนทำท่าเหมือนเพิ่งจะมองเห็นว่ามีวิญญาณสัมภเวสีนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เขาพยักหน้าส่งๆ
"รายการไลฟ์สดพวกนี้กำลังขาดแคลนพวกคนงานใช้แรงอยู่พอดี มีเธอห้อยท้ายเพิ่มไปอีกคนก็ไม่เสียหายอะไรหรอก"
เสิ่นซินลั่วถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก "ขอบคุณค่ะพี่เจี่ยน ขอบใจนะเสี่ยวลู่"
ไล่เจี่ยนดักคอเสียงแข็ง
"เธอไม่ใช่ศิลปินในความดูแลของฉัน เรื่องค่าตัวฉันไม่รับผิดชอบนะ ฉันแค่รับหน้าที่ดีลงาน การันตีว่าเธอจะได้ไปโผล่หน้าในรายการวาไรตี้พวกนี้แน่นอน ส่วนจะได้เงินกี่บาท เธอต้องไปตกลงกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอาเอง ตรงนี้ไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
เสิ่นซินลั่วพยักหน้ารัวเป็นไก่จิกข้าวสาร "ไม่มีปัญหาค่ะ"
ในใจของเสิ่นซินลั่วนั้นรู้สันดานตัวเองดีอยู่แล้วว่า ต่อให้ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของหล่อนจะขาวสะอาดปราศจากมลทินขนาดไหน หล่อนก็เป็นแค่นักแสดงปลายแถวระดับสามที่ต้องคอยสูบเลือดสูบเนื้อ เกาะกระแสของไป๋ลู่กินเท่านั้น ถึงจะมีงานแสดงหรือมีรายการวาไรตี้เจียดมาให้ไปโผล่หน้า
หากไม่มีไป๋ลู่คอยแบกไว้ หล่อนคงไม่มีปัญญาหารับตารางงานดีๆ อะไรได้เลย ทำได้แค่วิ่งรอกรับงานโชว์ตัวตามอีเวนต์ห้างสรรพสินค้าภูธร แถมยังโดนกดค่าตัวซะต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกต่างหาก
งานพรีเซนเตอร์ที่หล่อนมีติดมืออยู่แค่สองตัว ล้วนแต่เป็นงานที่ได้มาจากการยัดเยียดขายพ่วงไปกับไป๋ลู่ทั้งสิ้น ใครอยากจะจ้างไป๋ลู่ ก็ต้องจำใจยอมรับยัยภาระเสิ่นซินลั่วพ่วงแถมไปด้วยหนึ่งอัตรา
ไม่ตกลงงั้นเหรอ? ไม่อยากได้ยัยตัวถ่วงเสิ่นซินลั่วงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็เสียใจด้วย ต่อให้คุณจะทุ่มเงินหนาแค่ไหนก็จ้างไป๋ลู่ไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าคุณยอมกัดฟันรับเงื่อนไขพ่วงเสิ่นซินลั่วเข้าไปด้วย ฉันก็อาจจะพิจารณาลดราคาพิเศษให้
และนี่แหละ คือวิธีการหน้าไม่อายของอู๋ลี่ผิง ที่ดันทุรังปั้นลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตา
แต่ถึงอย่างนั้น ดันทุรังปั้นให้ตาย เสิ่นซินลั่วก็ยังต้องยอมรับสภาพเป็นแค่ตัวประกอบ ไม้ประดับของไป๋ลู่อยู่ดี คนบางคนเกิดมาเพื่อเจิดจรัสเป็นดาวค้างฟ้าในวงการนี้
ในขณะที่บางคน... ต่อให้พยายามตะเกียกตะกายแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะรักษาชามข้าวของตัวเองเอาไว้ได้ด้วยซ้ำ
……
เมื่อรถตู้แล่นมาจอดหน้าคอนโดอีผิ่นหลาน เสิ่นซินลั่วทำท่าจะก้าวลงจากรถ แต่ไป๋ลู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาขวางเอาไว้ เธอเอื้อมมือไปดึงประตูรถกั้นทางแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"เดี๋ยวเสี่ยวต้านจะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ค่ารถฉันจะใจดีไม่เก็บก็แล้วกัน แต่ตอนลงจากรถก็อย่าลืมจ่ายค่าน้ำมันให้เสี่ยวต้านด้วยล่ะ"
เสิ่นซินลั่วที่กำลังค้อมตัวเตรียมจะมุดลงรถถึงกับชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นลูกหมาโดนทิ้ง
"เสี่ยวลู่ ไม่ใช่ว่าจะให้พี่สาวอยู่ดูแลเธอหรอกเหรอ?"
"เธออยากจะดูแลฉันจากใจจริงงั้นเหรอ?" ไป๋ลู่ยิ้มแย้มถามกลับ ทว่านัยน์ตาที่โค้งเป็นรูปสระอิกลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนน่าขนลุก
สีหน้าจอมปลอมของเสิ่นซินลั่วแข็งค้างไปเล็กน้อย หล่อนรีบบีบน้ำตาแก้ตัว
"ไม่ใช่ ไม่ใช่นะ เสี่ยวลู่ คือพี่สาวแค่อยาก..."
ไป๋ลู่ขยับเข้าไปประชิดตัว แล้วกระซิบข้างหูหล่อนด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"สิ่งที่เธอต้องการ ฉันก็ประเคนให้หมดแล้วไง ทุกรายการที่ฉันไปออก ฉันก็จะกระเตงห้อยคอเธอไปด้วย เสิ่นซินลั่ว เธอควรจะเจียมกะลาหัวไว้บ้างนะ ว่าตอนนี้... เธอไม่มีสิทธิ์ทำให้ฉันรู้สึกขัดหูขัดตาแม้แต่นิดเดียว จริงไหม?"
เสิ่นซินลั่วริมฝีปากสั่นระริก หล่อนพยักหน้ารับหงึกๆ ด้วยความรู้สึกทั้งหวาดกลัวและเจ็บใจ
ไป๋ลู่หัวเราะเย้ย จงใจจี้ใจดำพูดขึ้นมาอีกประโยค
"อ้อ แล้วก็อวี่ฟู่ชิงน่ะ เขาเป็นแค่ 'ของเล่น' ของฉัน เข้าใจหรือเปล่า? เลิกสะเออะคิดที่จะไปหาเขาได้แล้ว เพราะเขาเชื่องและฟังแค่คำสั่งฉันคนเดียวเท่านั้น"
พอพูดขู่จบ บนใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอก็สับสวิตช์กลับมาประดับด้วยรอยยิ้มหวานประหนึ่งนางฟ้าผู้แสนดี
เธอหมุนตัวเดินไปหาไล่เจี่ยนที่ยืนรออยู่บนขั้นบันไดหน้าคอนโด แล้วเข้าไปควงแขนเขาอย่างสนิทสนม
"พี่เจี่ยนคะ ฉันยังมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่อีกนิดหน่อย แวะไปดื่มกาแฟที่ห้องฉันก่อนสิคะ?"
ไล่เจี่ยนปรายตามองเสิ่นซินลั่วจากที่ไกลๆ แวบหนึ่ง พอหันขวับกลับมา ก็กระซิบกระซาบกับเธอเสียงเบา
"สีหน้าของเสิ่นซินลั่วดูน่าสงสารบีบน้ำตาสุดๆ เลยนะ แต่สายตาที่หล่อนมองเธอน่ะ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอาฆาตมาดร้ายเลยล่ะ"
ไป๋ลู่กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ หลุดขำพรืดออกมา
"ดูท่าทางหล่อนจะทักษะการแสดงห่วยแตกสอบตกจริงๆ นั่นแหละค่ะ เก็บสีหน้าไม่เนียนเอาซะเลย"
ไล่เจี่ยนถอนหายใจ
"เสี่ยวลู่เอ๊ย เธอไม่น่าใจอ่อน ยอมลากยัยภาระเสิ่นซินลั่วไปเข้ากองถ่ายหรือกระเตงไปออกรายการด้วยเลยนะ"
เสี่ยวต้านที่กำลังเข็นกระเป๋าเดินทางตามมาติดๆ รีบสมทบ "นั่นสิครับ เสี่ยวลู่มักจะเป็นคนใจอ่อน ยอมคนง่ายแบบนี้แหละครับ"
ทั้งสองต่างก็ลอบคิดในใจเหมือนกันเป๊ะ... ทั้งๆ ที่เด็กคนนี้มองทะลุปรุโปร่งเห็นไส้เห็นพุงธาตุแท้เน่าเฟะของคนตระกูลเสิ่นทั้งสามคนนี้แล้วแท้ๆ
แต่ก็ยังทำใจแข็งตัดหางปล่อยวัดไม่ลง ยังคงยอมให้พวกเขาเกาะดูดเลือด คอยดึงคอยช่วยครอบครัวจอมปลอมนี้อยู่เสมอ ช่างน่าสงสารจริงๆ!
จู่ๆ ไป๋ลู่ก็ทำตาโตเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
"จริงสิ! ฉันไม่ได้เห็นหน้าเสิ่นหยางหงมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าช่วงนี้เขาเป็นยังไงบ้าง" เธอคลายวงแขนที่ควงไล่เจี่ยนออก แล้วหันหลังวิ่งตึกๆ กลับไปที่รถตู้ทันที
ไล่เจี่ยนร้องเรียกหน้าตื่น "อ้าวๆๆ ยัยเด็กนี่!" แต่ก็คว้าตัวไว้ไม่ทัน ทำได้แค่ถอนใจแล้วเดินตามหลังเธอกลับไป
เสิ่นซินลั่วที่ยืนเกาะประตูรถตู้ดารา หนาวสั่นจนต้องย่ำเท้าอยู่กับที่ จู่ๆ ก็ได้ยินไป๋ลู่ตะโกนเรียกชื่อตัวเอง พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นไป๋ลู่วิ่งหน้าตั้งกลับมา
"เสี่ยวลู่ ลืมของไว้ในรถเหรอ? ทำไมถึงเดินกลับมาล่ะ?"
"เปล่าหรอก" ไป๋ลู่หอบแฮก แสร้งทำสีหน้าห่วงใย
"แค่คิดได้ว่าไม่ได้เจอเสิ่นหยางหงมาตั้งนานแล้วน่ะ ช่วงนี้เขาเป็นไงบ้าง? หลังจากขายบ้านทิ้งไปแล้ว เขาไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหนล่ะ? ยังพักอยู่ที่โรงแรมหรือเปล่า?"
เสิ่นซินลั่วลอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
สิ่งที่คุณแม่พูดไว้ไม่มีผิด ยัยไป๋ลู่ก็ยังคงเป็นแค่นังเด็กกำพร้าขี้เรื้อนที่โหยหาความรักความผูกพันจอมปลอมในครอบครัวอยู่วันยันค่ำนั่นแหละ!
ถึงปากจะแข็ง ทำอวดดีไม่ยอมเรียกเสิ่นหยางหงว่าพ่ออีกแล้ว แต่ในใจลึกๆ ก็ยังคงตัดไม่ขาด เป็นห่วงเป็นใยพ่อของฉันอยู่ดีสินะ ยัยโง่เอ๊ย!
เสิ่นซินลั่วรีบปั้นหน้าซาบซึ้งตอบกลับทันควัน
"ฉันกับคุณพ่อไม่ได้อยู่โรงแรมมาตั้งนานแล้วล่ะ เราไปเช่าอพาร์ตเมนต์ใหม่ด้วยกันแล้ว เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ให้เธอเอาไหม? เสี่ยวลู่... บ้านหลังนี้ยังคงเปิดประตูต้อนรับเธอเสมอนะ ถ้าเธออยากจะกลับมาเมื่อไหร่ก็..."
"ส่งที่อยู่มาในวีแชตก็แล้วกัน" ไป๋ลู่พูดตัดบทเสียงฉับ แววตาห่วงใยเมื่อครู่มลายหายวับไปทันที
เธอดันไหล่ไล่เจี่ยนแล้วหมุนตัวเดินสะบัดบ๊อบจากไปแบบไม่ไยดี
เสี่ยวต้านมองตามหลังไป๋ลู่ด้วยความร้อนใจสุดๆ เขาไม่อยากให้เด็กผู้หญิงแสนดีคนนี้ต้องไปข้องแวะให้พวกเหลือบไรตระกูลเสิ่นสูบเลือดสูบเนื้ออีกเลย แต่ก็อึกอักไม่รู้จะเอ่ยปากเตือนออกไปอย่างไรดี ตัวเองเป็นแค่คนนอกที่เป็นคนขับรถ ถ้าสะเออะก้าวก่ายเรื่องครอบครัวเขา จะทำให้เสี่ยวลู่รังเกียจเอาไหมนะ?
ไล่เจี่ยนส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ในใจนึกปลงตกว่าไป๋เสี่ยวลู่คงจะอาการหนักหมดทางเยียวยาแล้ว
ชาตินี้ทั้งชาติคงหนีไม่พ้นต้องทนเป็นโฮสต์ให้ปลิงตระกูลเสิ่นเกาะดูดเลือดต่อไปจนตายแน่ๆ
หลังจากยกกระเป๋าเดินทางไปส่งให้ถึงหน้าห้อง 444 เสี่ยวต้านก็เตรียมตัวจะหมุนตัวกลับลงไปขับรถ เพื่อทำหน้าที่สารถีจำเป็นไปส่งเสิ่นซินลั่วที่บ้าน
ทว่าไป๋ลู่กลับยิ้มตาหยีรั้งเขาไว้ พลางกระซิบกำชับเสียงเหี้ยมผิดกับหน้าตา
"เสี่ยวต้าน พอไปส่งเสิ่นซินลั่วเสร็จแล้ว นายอย่าเพิ่งรีบเหยียบคันเร่งกลับล่ะ ขับรถไปจอดแอบซุ่มไว้ไกลๆ หน่อยแล้วรอซักพักนะ ฉันพนันได้เลยว่าเสิ่นซินลั่วไม่ได้อยู่กับเสิ่นหยางหงหรอก หล่อนน่าจะระริกระรี้ไปซุกหัวนอนอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เป็นชื่อของอวี่ฟู่ชิงมากกว่า ท่านประธานอวี่สุดหล่อของเราน่ะนะ... กำลังแอบซุกซ่อนอีหนูไว้อยู่ไงล่ะ!"