บทที่ 44 ขาเกือบพิการ
เมื่อฟู่ซือเหยียนพาหลีเกอมาถึงโรงพยาบาล บริเวณที่โดนลูกกอล์ฟกระแทกมีรอยบวมปูดขึ้นมาเป็นลูกใหญ่ หมอที่เข้ามาตรวจอาการของหลีเกอถึงกับตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“โดนลูกกอล์ฟกระแทกมาครับ” ฟู่ซือเหยียนดึงเนกไทของตัวเอง เสื้อเชิ้ตของเขายับยู่ยี่จากการที่หลีเกอจิก แต่ก็ยังดูดีไม่เปลี่ยนแปลง เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “รบกวนคุณหมอดูอาการให้หน่อยครับ”
คุณหมอตรวจดูบาดแผลพร้อมกับถามอาการหลีเกอไปด้วย หลังจากทำความสะอาดเสร็จก็ฉีดสเปรย์ สเปรย์เย็น ๆ เมื่อสัมผัสกับแผล หลีเกอก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว
“โชคดีที่ไม่โดนกระแทกแรงมาก ไม่งั้นขาคงจะเดี้ยงไปแล้ว” คุณหมอพูดก่อนจะเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อจ่ายยา “สองวันนี้คุณนอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยไปเอกซเรย์ดูอีกทีนะครับ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของคุณหมอ ฟู่ซือเหยียนก็ขมวดคิ้ว “ครับ ขอบคุณครับ”
หลังจากจัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จ ฟู่ซือเหยียนตั้งใจจะอุ้มหลีเกอไปที่ห้องพักผู้ป่วย แต่หลีเกอผลักมือเขาออกสีหน้าดูอึดอัด “ไม่ต้องรบกวนประธานฟู่หรอกค่ะ ฉันเดินเองได้”
การที่ต้องถูกเขาอุ้มบ่อย ๆ ก็รู้สึกเขินเหมือนกัน
ฟู่ซือเหยียนมองไปที่ขาของเธอ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณแน่ใจนะ?”
“น่าจะได้อยู่ค่ะ” หลีเกองอขาที่บาดเจ็บแล้วลองกระโดดขาเดียวสองครั้ง ผลคือหญิงสาวเสียหลักล้มลง แต่โชคดีที่ฟู่ซือเหยียนรีบประคองเธอไว้ได้ทัน
ฟู่ซือเหยียนโน้มตัวลงไปอุ้มเธอขึ้นมา หลีเกอโอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรอยเปียกบนเสื้อเชิ้ตของเขา ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ
ที่จริงก่อนหน้านี้เธอไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่เพราะมันเจ็บจนทนไม่ไหวต่างหาก
ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก หลีเกอพยายามถอยห่างแต่ก็ยังได้ยินเสียงหัวใจที่มั่นคงของชายหนุ่ม เธอได้กลิ่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายจากตัวเขาลอยมาเตะจมูกจาง ๆ เป็นกลิ่นที่ดูเป็นผู้ใหญ่และยั่วยวน
ขณะที่หลีเกอกำลังคิดฟุ้งซ่าน เธอก็ถูกอุ้มไปที่ห้องพักผู้ป่วยและวางลงบนเตียง
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เมื่อเห็นแก้มของหญิงสาวแดงก่ำ ฟู่ซือเหยียนก็คิดว่าเธอรู้สึกไม่สบาย “ให้เรียกหมอไหม?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่รู้สึกคอแห้งนิดหน่อยค่ะ” ทันทีที่เขาพูด หลีเกอก็รู้สึกอายยิ่งกว่าเดิม แก้มของเธอก็ยิ่งแดงก่ำขึ้น ฟู่ซือเหยียนมองเธอสองสามครั้ง แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รินน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้เธอ
หลีเกอรับแก้วน้ำมาแล้วดื่ม พยายามทำเป็นไม่สนใจ
“คุณหลี ผมขอโทษจริง ๆ ครั้งนี้เป็นความผิดของผมที่ไม่ได้สั่งสอนเธอให้ดี ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บสาหัส” ฟู่ซือเหยียนขมวดคิ้วและกล่าวขอโทษ “เจียวเจียวเธอดื้อมาก”
“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องเธอ” ตอนแรกเธอตั้งใจจะเอาเรื่อง แต่เธอคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้ “ครั้งที่แล้วที่งานเลี้ยง ประธานฟู่ก็ได้รับบาดเจ็บเพราะฉัน งั้นก็ถือซะว่าเราหายกันนะคะ”
ฟู่ซือเหยียนพยักหน้า “ตกลง ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลให้ดี ผมจะไปบอกหัวหน้าแผนกหลิวเอง”
“ขอบคุณประธานฟู่มากค่ะ”
“ประธานฟู่ คุณหลี” มีคนเคาะประตูห้องพักผู้ป่วย ผู้ช่วยจางเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าผลไม้ที่จัดแต่งสวยงาม ตามมาด้วยผู้ช่วยพยาบาลที่อายุมากกว่าเล็กน้อย
“คุณหลี ผมจ้างพยาบาลมาดูแลคุณ เธออาศัยอยู่ใกล้โรงพยาบาล แล้วเธอก็ทำอาหารเป็นด้วย ถ้าคุณทานอาหารของโรงพยาบาลไม่ค่อยถูกปาก ก็ให้ป้าทำอาหารมาให้ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอเพิ่งมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำแผล ผู้ช่วยจางก็หาคนมาดูแลเธอแล้ว ไม่เสียทีที่ได้เป็นผู้ช่วยของฟู่ซือเหยียน ประสิทธิภาพในการทำงานรวดเร็วมาก
“คุณหลี ช่วงนี้ก็พักผ่อนให้เยอะ ๆ นะครับ” เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วฟู่ซือเหยียนก็พาผู้ช่วยจางออกไป
ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล สีหน้าของฟู่ซือเหยียนก็เคร่งขรึมลงทันที
“ใครเป็นคนส่งเธอกลับบ้าน?”
“ผมเป็นคนหานายคนนี้ให้คุณหนูเองครับ เขาเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ฉายาหมาป่าสีเทา” ผู้ช่วยจางรายงาน “เขาไปส่งคุณหนูที่คอนโดด้วยตัวเอง และคอยดูแลคุณหนูอยู่ครับ”
“ครั้งนี้เธอทำเกินไปจริง ๆ” ฟู่ซือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “โชคดีที่เธอไม่ได้ลงมือหนัก ขาของหลีเกอไม่เป็นอะไรมาก ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องส่งเธอไปขังเดี่ยวบนเกาะเล็ก ๆ สักสองเดือนแน่ ๆ”
เขาเตือนฉู่ซือเจียวหลายครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายหลีเกอ แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง ยังคงทำตามอำเภอใจ
ผู้ช่วยจางปรับแว่นตาแล้วให้ความเห็นว่า “ไม่ต้องพูดถึงคุณหลีหรอกครับ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงคนอื่นคุณเจียวเจียวก็จะลงมือเหมือนกัน เพราะเธอกลัวว่าผู้หญิงคนอื่นจะแย่งประธานฟู่ไปจากเธอ”
“หึงอะไรไม่เข้าเรื่อง!” ฟู่ซือเหยียนขมวดคิ้วอย่างรำคาญ เธอทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ทั้งที่เขาก็ให้สัญญากับเธอไว้ก่อนแล้วว่าจะไม่ตี “เธอคัดรายงานสำนึกผิดเรียบร้อยหรือยัง?”
“เขียนแล้วครับ หมาป่าสีเทาบอกว่าคุณหนูเจียวเจียวร้องไห้ไปด้วยเขียนไปด้วย” ผู้ช่วยจางนึกถึงแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “น้ำตาเปียกกระดาษจนตัวหนังสือเลอะ แล้วก็เปลี่ยนสมุดเขียนใหม่”
ฟู่ซือเหยียนพูดอย่างเย็นชา “ให้หมาป่าสีเทาดูแลเธออย่างใกล้ชิด ห้ามเธอออกจากคอนโดเป็นเวลาสามวัน ให้เธอสำนึกผิดอยู่แต่ในห้อง ถ้ากล้าออกไปแม้แต่ก้าวเดียว เวลาสำนึกผิดก็เพิ่มไปอีกหนึ่งวัน”
“ผมจะส่งข้อความไปหาเขาทันทีครับ” ผู้ช่วยจางตอบรับแล้วถามอีกว่า “ตอนไปต่างประเทศจะให้หมาป่าสีเทาไปด้วยไหมครับ? เขาจบมาจากโรงเรียนเดียวกับนายท่าน เมื่อก่อนเคยเข้าร่วมการแข่งขันนักแม่นปืนนานาชาติแล้วได้แชมป์ด้วย”
นักแม่นปืนเหรอ?
ฟู่ซือเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “จัดเครื่องบินส่วนตัวให้เขาอีกลำ ตามหลังพวกเรามา ถ้ามีเรื่องก็ให้เขาลงมือ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้อง”
เขาได้จัดคนไว้ที่นั่นแล้ว แต่การส่งคนไปเฝ้าดูสถานการณ์อย่างลับ ๆ ก็ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยอีกรูปแบบหนึ่ง
…
พยาบาลมาฉีดยาให้หลีเกอตามเวลาทุกวัน รวมถึงให้ยารับประทานด้วย หลีเกอเห็นว่าตุ่มบวมเริ่มยุบลง จึงลองลุกจากเตียงลงมาเดินดู
เท้าแตะพื้นได้ แต่เดินแล้วยังเจ็บอยู่บ้าง
หมอแนะนำให้หลีเกอพักรักษาตัวในโรงพยาบาลต่ออีกหน่อย หลีเกอก็ไม่ได้รีบร้อนจะกลับ เพราะถือว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน ฟู่ซือเหยียนต้องจ่ายค่าเสียหายให้เธออยู่แล้ว เธอจึงคิดว่าพักให้หายดีก่อนค่อยกลับก็ได้
จู่ ๆ ก็มีสายของกวนรั่วหลิงโทรมาหา “พี่ รอฉันว่างอีกสองวันเราไปกินข้าวด้วยกันนะ”
“แกยังกล้าโทรหาฉันอีกเหรอ? ฮะ?” หลีเกอด่ากวนรั่วหลิงไปชุดใหญ่เพราะเรื่องงานเลี้ยง “อย่าว่าแต่กินข้าวเลย ช่วงนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกด้วยซ้ำ!”
“โธ่พี่ ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา” กวนรั่วหลิงบ่นงึมงำแล้วก็หัวเราะคิกคัก “ฉันเพิ่งเซ็นสัญญาละครโทรทัศน์อีกเรื่องนะ ค่าตัวที่ทางกองถ่ายให้มา ฉันโอนให้พี่หมดแล้วนะ อย่าลืมเช็กด้วยล่ะ”
“ให้มาเท่าไหร่?”
“หกแสนหยวน รอถ่ายเสร็จแล้วกองจะให้ที่เหลืออีกสามแสน ฉันเก็บไว้แค่หนึ่งแสนเอง”
“ก็ดี!” หลีเกอค่อยหายโกรธลงหน่อยเพราะเห็นแก่เงิน “กวนรั่วหลิง ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะ ทำตัวให้ดี ๆ ถ้าฉันรู้ว่าเธอทำอะไรแผลง ๆ ขึ้นมาอีก ฉันจะถลกหนังเธอเลยคอยดู!”
“ฉันก็แค่ถ่ายละคร จะไปทำอะไรแผลง ๆ ได้ล่ะ? เอาละไม่คุยแล้ว ฉันมีธุระ” ตอนจะวางสาย กวนรั่วหลิงยังบ่นพึมพำ “อะไร ๆ ก็ว่าแต่ฉันไม่เห็นเคยว่ากวนชิงเฟิงเลย”
หลีเกอหัวเราะ “เขาน่ารักกว่าเธอตั้งเยอะ”
“เขาแค่แกล้งทำตัวน่ารักต่อหน้าพี่เท่านั้นแหละ ตอนที่เขาเล่นลูกไม้ พี่ไม่มีทางเห็นหรอก!”
“อยากโดนดีนักใช่ไหม?”
กวนรั่วหลิงรีบวางสายทันที
ไม่นาน หลีเกอก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารว่ามีเงินเข้าบัญชี เป็นเงินห้าแสนที่กวนรั่วหลิงโอนมาให้
กวนรั่วหลิงใช้เงินเก่งมาก มีเท่าไหร่ใช้หมด ไม่เคยคิดคำนวณ หลีเกอจึงต้องให้เธอเก็บไว้ใช้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็โอนเข้าบัญชีหลีเกอ
รอเก็บเงินได้อีกหน่อย เธอจะไปดูบ้าน ถ้าซื้อได้ก็จะซื้อ
เพราะตอนนี้ก็มีแค่บ้านนี่แหละที่ราคาขึ้น
พอนึกถึงใบหน้าด้านข้างที่เห็นผ่าน ๆ ในสนามกอล์ฟวันนั้น หลีเกอก็รู้สึกว่าเป็นกวนชิงเฟิง บางทีเขาอาจจะแอบปีนกำแพงออกมาเล่น แล้วบังเอิญโดนเธอเห็นพอดี
หลีเกอเลยโทรหากวนชิงเฟิง