“ท่านพ่อขอรับยกหวงเอ๋อร์ให้ข้านะขอรับ ไม่ต้องหาบุรุษอื่นให้นางแล้วข้าคือคนที่ดีที่สุดสำหรับนาง” หยางถิงเฟิงพูดพลางมองท่านพ่อคล้ายขอร้องอยู่ในทีหยางซีถิงกำลังจะเอ่ยปาก แต่หลิวฟางอิ่งกลับพูดก่อนว่า “เรื่องนี้ข้าจะถามนางก่อน”
“ถามนางไม่ต้องถามแล้ว หรือฮูหยินหลิวคิดว่าข้าไม่ดีพอ ไม่คู่ควรพอที่จะแต่งกับนางหรือ?”หยางถิงเฟิงถามน้ำเสียงเข้มขึ้นหลิวฟางอิ่งมองลูกเลี้ยงอย่างไม่ยอมให้เขาข่มนางได้ นางบอก “ตั้งแต่เล็กหวงเอ๋อร์อยากทำอะไรข้าล้วนตามใจนาง ตอนนี้นางก็โตแล้ว ข้ายิ่งไม่อาจบังคับนางได้จะอย่างไรก็ต้องถามนางก่อน หากนางยินดีแต่งกับท่าน ข้าย่อมไม่ขัดขวาง”
หยางถิงเฟิงฟังแล้วหน้าดำทมึนทันทีเพราะนางไม่ยินยอมอย่างไรล่ะ ข้าถึงได้คิดให้เจ้าไปพูด(บีบบังคับ) กับนางให้หน่อย
“เอ่อ...ฮูหยินผู้เฒ่าให้ซื่อจื่อไปหาเจ้าค่ะ”สาวใช้เข้าไปบอก
“เจ้าไปหาท่านย่าก่อนเถอะเรื่องนี้ค่อยคุยอีกทีเถอะ” หยางซีถิงบอกหยางถิงเฟิงจึงลุกขึ้นคารวะท่านพ่อแล้วเดินออกไปเขาเดาว่าแม่สื่อคนนั้นคงไปรายงานท่านย่าเรื่องที่เขานำของหมั้นไปมอบให้หวงเอ๋อร์โดยพลการแล้วแน่ๆ
เมื่อไปถึงเรือนของท่านย่า หยางถิงเฟิงกุมมือคารวะ “ท่านย่า”
“เจ้านี่นะเรื่องแต่งงานไยเจ้าจึงรีบร้อนถึงเพียงนี้เล่า?” จูลี่ถิงบ่นเสียงสูง“วันนี้ข้าเพิ่งให้คนไปทาบทาม เจ้ากลับทำข้ามขั้นมอบของหมั้นนางเป็นแค่คุณหนูจากตระกูลเล็กๆ เท่านั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนประหนึ่งนางเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ๆ เลยต่อให้เจ้าจะแต่งกับองค์หญิงหรือท่านหญิงสูงศักดิ์ที่ไหนเจ้าก็จะทำข้ามขั้นตอนไม่ได้”
“ข้าผิดไปแล้วขอรับ”หยางถิงเฟิงรีบยอมรับความผิด จูลี่ถิงจึงเสียงอ่อนลง “ช่างเถอะๆ”
นางยกน้ำชาขึ้นจิบแล้วพูดว่า“นางมาบอกข้าว่าเด็กนั่นหมั้นหมายแล้ว เจ้าก็ตัดใจเถอะ”
หยางถิงเฟิงเข้าใจดีว่า‘นาง’ที่ท่านย่าพูดถึงก็คือแม่สื่อนั่นเองเขาไม่รู้ว่าแม่สื่อเล่าตามความจริงหรือใส่สีตีไข่อะไรเพิ่มหรือไม่เขาไม่กล้าถามท่านย่า อีกทั้งไม่กล้าทำให้ท่านย่าโมโหไปมากกว่านี้แต่จะให้เขาตัดใจ เขาตัดใจไม่ได้ดังนั้นเขาต้องคิดหาทางแย่งนางมาจากไอ้เฒ่าหน้าอ่อนนั่นให้ได้!
จูลี่ถิงเห็นหลานชายเอาแต่เงียบจึงคิดว่าเขาคงกำลังเศร้าเสียใจกระมังที่สตรีที่หมายปองดันกลายเป็นของคนอื่นไปแล้วนางจึงโบกมือ “ไปๆ เจ้าไปเถอะ”
“ขอรับ”หยางถิงเฟิงกุมมือลาแล้วเดินออกไป เขาไม่ได้กลับเรือนของตัวเองแต่เขาออกไปข้างนอกมุ่งหน้าไปยังหอชุนหลิน
เมื่อถึงหอชุนหลิน หยางถิงเฟิงก็เข้าไปนั่งในห้องส่วนตัวบนชั้น 2เสี่ยวเอ้อร์ต้อนรับอย่างดียิ่งเพราะว่าซื่อจื่อหยางชอบมาสังสรรค์กับสหายที่นี่เป็นประจำ
“เจ้าให้คนไปเชิญคุณชายจางเฉียนมาหน่อย”หยางถิงเฟิงสั่ง เสี่ยวเอ้อร์รับคำสั่ง “ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์ออกไปสั่งคนให้ไปเชิญคุณชายจางแล้วก็เข้าห้องไปรอรับคำสั่ง หยางถิงเฟิงจึงสั่งอาหารและเหล้าเขาดื่มเหล้าและกินอาหารรอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจางเฉียนมาถึง จางเฉียนจึงทักทาย“ซื่อจื่อหยาง”
“นั่งซิ”หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนนั่งลงพลางถาม “ท่านให้คนไปตามข้ามีอะไรหรือ?หรืออยากจะหาเพื่อนร่ำสุราร่ายกวี?”
“กินซิ”หยางถิงเฟิงบอกพลางรินเหล้าให้ จางเฉียนจึงเอ่ย “ขอบคุณ”
เขายกจอกเหล้าขึ้นจิบพลางกินอาหารหยางถิงเฟิงบอกเสียงเบา “ข้ามีงานให้เจ้าทำ”
“โอ้ งานอะไรรึ?”จางเฉียนถาม
“ทำลายชื่อเสียงสตรีคนหนึ่ง”หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนเลิกคิ้วขึ้น “ใคร?”
“ลูกสาวแม่เลี้ยงข้า”หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนมองเขา “ฮูหยินหลิวน่ะหรือ?”
“ข้ายังมีแม่เลี้ยงคนอื่นรึ?”หยางถิงเฟิงย้อนถาม จางเฉียนรีบโบกๆ มือ “ไม่ใช่ๆ เพียงแต่ข้าสงสัยนางทำอะไรให้ท่านโมโหรึ ท่านถึงได้คิดจะทำลายชื่อเสียงลูกสาวของนางน่ะ?”
“ข้าคิดอะไรเจ้าไม่ต้องถามมากทำตามที่ข้าบอกก็พอ หากยังพูดมากอีกก็ไสหัวไปซะ” หยางถิงเฟิงบอกน้ำเสียงเข้มจางเฉียนเอามือปิดปากทำท่าว่า ‘ได้ๆ ข้าไม่ถามแล้ว’
“กินเสร็จแล้วเจ้าก็กลับไปได้”หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนพยักหน้าแล้วกินต่อ ขณะที่จางเฉียนกินหยางถิงเฟิงก็อธิบายแผนการคร่าวๆ ให้จางเฉียนฟัง หลังจากกินอาหารอิ่มแล้วทั้งสองก็ออกจากหอชุนหลิน
วันคืนผ่านไปจนกระทั่งถึงวันเกิดของจูลี่ถิง จวนแม่ทัพใหญ่ก็จัดงานเลี้ยงอย่างใหญ่โตมีแขกเหรื่อมาร่วมอวยพรฮูหยินผู้เฒ่ามากมายนักจูลี่ถิงนั่งต้อนรับแขกอย่างหน้าชื่นตาบาน นางได้รับของขวัญจากลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานๆ แล้ว ของขวัญทุกชิ้นสร้างความพอใจให้นางมากนัก โดยเฉพาะปิ่นปักผมที่หลานชาย2 คนรวมเงินซื้อให้นาง นี่ทำให้นางสามารถคุยอวดญาติมิตรได้อีกนานเลยทีเดียว
เฟิ่งหวงไปถึงจวนแม่ทัพใหญ่หมอกู่เชาไม่ได้ไปด้วยเพราะเขาไม่ชอบงานเลี้ยงเท่าไหร่นางจึงไปกับแม่นมซื่อและผู้คุ้มกัน 2 คน นางลงจากรถม้าศีรษะสวมหมวกมีผ้าคลุมทำให้คนอื่นมองไม่เห็นใบหน้าแต่เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงหลักนางก็ถอดหมวกออก ผู้คนตะลึงลาน “โอ้...ใครกัน?ช่างงามจริง”
“มาๆ หวงเอ๋อร์”หลิวฟางอิ่งรีบลุกไปต้อนรับ เฟิ่งหวงกุมมือคารวะ “ท่านแม่”
“ฮูหยิน” ซื่อเฟิงก้มตัวคารวะนางถือกล่องของขวัญจึงไม่อาจกุมมือคารวะได้
“ทุกท่านนี่คือลูกสาวคนโตของข้าเอง” หลิวฟางอิ่งแนะนำตัวกับทุกคนเฟิ่งหวงกุมมือคารวะไปรอบๆจากนั้นนางก็เดินไปยืนตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานนางกุมมือคารวะ “ฮูหยินผู้เฒ่า ขอให้ท่านอายุยืนไร้โรคภัยเป็นมิ่งขวัญแก่ตระกูลไปนานๆ นะเจ้าคะ”
“อืมๆ ขอบใจๆ”จูลี่ถิงยิ้มแย้ม ซื่อเฟิงมอบกล่องของขวัญให้สาวใช้สาวใช้รับไปแล้วเปิดกล่องให้ฮูหยินผู้เฒ่าดูของขวัญ เป็นกำไลหยกขาววงหนึ่งจูลี่ถิงหยิบขึ้นมาชื่นชม “ดีๆ”
นางมองเฟิ่งหวงแล้วบอกว่า“เจ้าไปดื่มกินเถอะ วันนี้มีคุณหนูมามากมายนัก ทำความรู้จักกันไว้นะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เฟิ่งหวงเอ่ยพลางกุมมืออีกครั้ง
“มาๆ หวงเอ๋อร์ข้าจะพาเจ้าไปคารวะฮูหยินกั๋วกง” หลิวฟางอิ่งจึงจูงมือลูกสาวเดินไปทางส่วนจัดงานเลี้ยงสำหรับสตรีซื่อเฟิงกุมมือคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเดินตามไป
ขณะนั้น สาวใช้คนหนึ่งก็รีบไปรายงานซื่อจื่อ นางกระซิบข้างๆ เขาว่า“คุณหนูเฟิ่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม”หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่ง สาวใช้ถอยออกไป
เฟิ่งหวงถูกท่านแม่พาไปทำความรู้จักกับฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายนางกุมมือคารวะผู้สูงวัยกว่านางครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะคารวะทุกคนหมดเล่นเอานางเหน็ดเหนื่อยยิ่งนักซื่อเฟิงยืนอยู่ด้านข้างคอยรับใช้คุณหนูไม่ห่าง
จนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้าไปบอกว่า “คุณหนูเจ้าคะฮูหยินให้ข้ามาเชิญท่านไปพบเจ้าค่ะ”
มาแล้ว! เฟิ่งหวงมองสาวใช้คนนั้นพลางเอ่ยกับคุณหนูทั้งหลายที่นั่งร่วมโต๊ะว่า“ข้าขอตัวก่อน”
“เชิญเถอะ”คุณหนูทั้งหลายเอ่ยแล้วหันไปคุยกันต่อ เฟิ่งหวงจึงลุกขึ้น ซื่อเฟิงจะเดินตามไปเฟิ่งหวงจึงบอก “เจ้าเอาหมวกไปเก็บไว้ในรถม้าให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ”ซื่อเฟิงรับคำแล้วถือหมวกใบนั้นเดินออกไป เฟิ่งหวงเดินตามสาวใช้ไป
เมื่อไปถึงห้องว่างห้องหนึ่ง สาวใช้ก็บอกว่า “เชิญคุณหนูนั่งรอก่อนนะเจ้าคะอีกเดี๋ยวฮูหยินก็มาแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม”เฟิ่งหวงพยักหน้าทีหนึ่ง นางก้าวไปนั่งที่เก้าอี้ สาวใช้ก็รินชาให้เฟิ่งหวงยกชาขึ้น แค่ได้กลิ่น นางก็แยกออกทันทีว่าในชามียานอนหลับผสมอยู่ชาติที่แล้วนางแยกไม่ออก แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันแล้วนางเชี่ยวชาญเรื่องยาและสมุนไพร ดังนั้นแค่ยานอนหลับระดับต่ำๆ พรรค์นี้คิดจะหลอกนางเกรงว่าคงต้องรอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ!
นางถือถ้วยชายกขึ้นดื่มสาวใช้เห็นคุณหนูดื่มชาลงไปแล้วจึงเลื่อนจานขนมให้ เฟิ่งหวงหยิบขนมขึ้นมานางไม่ได้กลิ่นแปลกปลอมใดๆ จึงเดาว่าขนมไม่ได้ใส่ยา นางกัดคำหนึ่ง ‘อืม ไม่ได้ใส่ยาจริงๆ ด้วย’
นางจึงกินลงไปจนหมดชิ้นแล้วดื่มน้ำชาต่อ สาวใช้ก็รีบรินชาเติมให้ เฟิ่งหวงดื่มชาใส่ยานอนหลับลงไป 2ถ้วยแล้วก็แกล้งทำเป็นง่วงนอน นางอ้าปากหาวพลางยกมือปิดปาก วางถ้วยชาลงแล้วถามว่า“ไยท่านแม่ไม่มาเสียที?”
“อีกเดี๋ยวก็คงจะมาเจ้าค่ะ”สาวใช้บอกพลางมองท่าทางง่วงนอนของคุณหนูเฟิ่งอย่างดีใจอยู่ในใจ ‘ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว’
เฟิ่งหวงอ้าปากหาวอีกทีแล้วฟุบตัวลงแกล้งนอนหลับสาวใช้มองดูอยู่ครู่ใหญ่ จนนางแน่ใจว่าคุณหนูเฟิ่งนอนหลับแล้วนางจึงลองเขย่าปลุก “คุณหนูเจ้าคะคุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”
นางเห็นคุณหนูเฟิ่งไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมาเลยนางจึงประคองคุณหนูขึ้นมาแล้วพาไปนอนที่เตียง จากนั้นนางก็รีบไปรายงานซื่อจื่อ
เมื่อสาวใช้ออกไปแล้วเฟิ่งหวงก็ลืมตาขึ้น นางไม่มีความทรงจำของช่วงเวลานี้นางจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางจึงได้แต่รอดูสถานการณ์ไปก่อนอีกทั้งยังบอกให้แม่นมซื่อช่วยจับตามองเหตุการณ์ในช่วงนี้ให้ดีๆ ดังนั้นซื่อเฟิงที่ถูกใช้ให้เอาหมวกไปเก็บจึงไม่ได้เอาหมวกไปเก็บจริงๆนางแยกตัวไปแล้วคอยจับตาดูคุณหนูอยู่ห่างๆ เมื่อนางเห็นสาวใช้รีบร้อนออกจากห้องนางจึงแอบตามสาวใช้ไป
สาวใช้เข้าไปหาซื่อจื่อพลางกระซิบว่า “บ่าวจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี” หยางถิงเฟิงตอบเสียงเบาจากนั้นสาวใช้ก็รีบกลับไปที่ห้องๆ นั้น ซื่อเฟิงรีบตามสาวใช้ไป
หยางถิงเฟิงสบตากับจางเฉียนจากนั้นหยางถิงเฟิงก็เดินออกไปก่อน ต่อมาจางเฉียนก็ค่อยตามไป
หยางถิงเฟิงไปถึงห้องที่เฟิ่งหวงอยู่ เขาเข้าไปในห้องเห็นเฟิ่งหวงหลับอยู่ เขาเดินไปถึงข้างเตียงสาวใช้รายงานว่า “ยังหลับอยู่เจ้าค่ะ นางดื่มชาไป 2 ถ้วยเจ้าค่ะ”
“ดี” หยางถิงเฟิงบอกชาที่ใส่ยานอนหลับน่าจะทำให้นางหลับไปอีกนานทีเดียว เฟิ่งหวงได้ยินเสียงบุรุษนางจำเสียงเขาได้ เป็นเขา!
นางเกลียดเขานักชาตินี้เขาก็ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของนางเหมือนเดิม ทั้งๆที่นางมีคู่หมั้น(ปลอมๆ) อยู่แล้ว เขาก็ยังไม่ปล่อยนางไปอีก ดีนัก! เจ้าวางแผนข้า เช่นนั้นข้าก็จะวางแผนใส่เจ้ากลับคืนไปเช่นกัน!
หยางถิงเฟิงก้มลงจูบริมฝีปากสีแดงระเรื่อเฟิ่งหวงรู้สึกถึงสัมผัสที่แตะที่ริมฝีปาก นางเกือบจะลืมตาขึ้นมาแล้วใต้เปลือกตาสั่นไหวแวบหนึ่งแล้วก็นิ่งสงบเหมือนนางยังหลับอยู่ สัมผัสที่ริมฝีปากกดแรงลงมาปลายลิ้นอุ่นเลียที่กลีบปากอ่อนนุ่ม
“อ่ะ!” สาวใช้ตกใจที่จู่ๆ ก็เห็นซื่อจื่อจูบคุณหนูเฟิ่งต่อหน้าต่อตานางเช่นนั้นนางรีบยกมือปิดปากตัวเองแล้วหันหน้าไปทางอื่น หากซื่อจื่อเห็นว่านางกล้าดูเขาเกรงว่าคงถูกเขาโบยแน่
หยางถิงเฟิงอยากจะจูบให้นานกว่านี้แต่ว่าประตูห้องเปิดออก เขาจึงรีบยืดตัวขึ้น
จางเฉียนเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูห้องเขาเดินอ้อมฉากบังลมไปที่เตียง สายตามองดูคนที่นอนอยู่บนเตียง เพียงแรกพบหน้าเขาก็ตกตะลึงไป นี่คือคนที่เขาต้องทำลายชื่อเสียงของนางหรือ? ช่างงามนัก!
แม่เจ้าโว้ย! นางช่างมีรูปร่างที่ยั่วยวนอะไรเช่นนี้! แค่ก้อนเนื้อบนหน้าอกนางก็ทำข้าอยากเอาหน้าซุกลงไปสัมผัสยิ่ง!
“เจ้าไปได้แล้ว”หยางถิงเฟิงไล่สาวใช้ออกไป
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำแล้วรีบจากไปทันทีซื่อจื่อให้นางวางยาคุณหนูเฟิ่งหวง นางก็ยอมทำตาม แลกกับสัญญาขายตัวและเงินอีก1,000 ตำลึง ซึ่งเงิน 1,000ตำลึงนี้เพียงพอที่จะให้นางตั้งตัวอยู่บ้านนอกได้อย่างสุขสบายเลยทีเดียวตัวนางถูกพ่อแม่ขายเพราะว่ายากจน ไม่อาจเลี้ยงดูนางได้ พวกเขาจึงขายนางแล้วนางก็ถูกพ่อบ้านอู๋ของจวนแม่ทัพใหญ่ซื้อตัวมา นางรับใช้อยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่มาหลายปีรู้เรื่องราวในจวนเป็นอย่างดี เมื่อซื่อจื่อหยิบยื่นข้อเสนอนี้ให้นางนางก็รีบตะครุบไว้ทันทีนางไม่รู้หรอกว่าซื่อจื่อมีเรื่องราวผิดใจอะไรกับคุณหนูเฟิ่งหวง หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะซื่อจื่อไม่ชอบฮูหยินหลิวกระมังจึงได้วางแผนทำลายชื่อเสียงคุณหนูเฟิ่งหวงเช่นนี้จัดการคนลูกก่อนแล้วค่อยจัดการคนแม่ในภายหลัง นางคิดไปสารพัดสารพันแล้ว
เมื่อสาวใช้ออกไปแล้วจางเฉียนก็เอ่ยกับสหายว่า“ซื่อจื่อหยาง ท่านก็ควรออกไปได้แล้วกระมัง”
“อืม”หยางถิงเฟิงพยักหน้าแล้วหันไปเอ่ยย้ำว่า “เจ้าห้ามแตะต้องนางเด็ดขาดข้าแค่ต้องการให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่ไม่ได้ต้องการให้นางสูญเสียพรหมจรรย์หรือถูกล่วงเกิน หากว่าเจ้ากล้าแตะต้องนางข้าจะสับมือเจ้าทิ้งซะ เจ้าใช้ส่วนไหนแตะต้องนางข้าก็จะสับตรงนั้นของเจ้าทิ้ง!”
“อื้มๆ รู้แล้วๆข้ารู้หรอกน่า ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ท่านรีบไปเถอะ หากยังไม่ไปอีกถึงเวลานั้นคนแห่กันมา แผนการนี้ของท่านก็เสียเปล่าแล้วนะ” จางเฉียนบอก
หยางถิงเฟิงจึงยอมออกไปซึ่งเขาได้สั่งสาวใช้แล้วว่าเมื่อนางออกไปแล้วก็ให้รีบไปตามคนมาที่นี่ทันทีเขาไม่วางใจที่จะปล่อยให้เฟิ่งหวงอยู่กับจางเฉียนตามลำพังนานๆ เลยสักนิดแม้ว่าเขาจะไม่ไว้ใจจางเฉียน แต่ว่าเขาก็ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วจะให้เลือกบ่าวไพร่ในจวนมาเป็น ‘หมาก’ ทำลายชื่อเสียงก็ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่เฟิ่งหวงมีฐานะเป็นคุณหนู นางจะลดตัวลงไปคบหากับบ่าวไพร่ที่ต่ำศักดิ์ด้อยฐานะกว่านางได้อย่างไร มีแต่ต้องใช้คุณชายที่มีฐานะสูงสักคนเท่านั้นจึงจะทำให้ผู้คนเชื่อว่านางไม่รักนวลสงวนตัว แอบลอบคบหากับบุรุษ
ทันทีที่หยางถิงเฟิงออกไปแล้ว จางเฉียนก็รีบใส่กลอนประตู แล้วก้าวอาดๆไปที่เตียง มองดู ‘ปลาบนเขียง’ที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ รอให้เขาจัดการตามใจชอบถึงเขาจะรับปากหยางถิงเฟิงว่าจะไม่ทำอะไรนาง แต่ว่าเมื่อมองดูนางใกล้ๆแบบนี้เขาจะอดใจไหวได้อย่างไร?
นางงดงามจนเหมือนนางปีศาจจิ้งจอกจำแลงแปลงกายมาล่อล่วงบุรุษถึงเพียงนี้บุรุษใดไม่หวั่นไหวก็จงไสหัวไปออกบวชเสียเถอะ!
ต่อให้เขาล่วงเกินนางแล้วอย่างไรเมื่อมีคนมาเห็นเข้า ชื่อเสียงสตรีนางนี้ก็ย่อยยับป่นปี้ไปเพราะเขาเขาเองก็ต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายไปพร้อมกับนางเหมือนกันนะในเมื่อต่างต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งคู่ แล้วไยเขาไม่ฉวยโอกาสนี้เชยชมนางล่ะต่อให้หยางถิงเฟิงจะขู่แบบนั้น แต่เขาจะกล้าลงมือจริงๆ หรือเขาไม่กลัวว่าจะถูกเปิดโปงว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังรึไงแน่นอนว่าเขาคงไม่กล้าหรอก ในเมื่อข้ากุมความลับเขาเอาไว้ในกำมือ หึๆๆๆ...
ถึงเวลานั้นเขาทำให้ ‘ไม้กลายเป็นเรือ’ แล้วต่อให้ถูกผู้คนประณามเขาก็ยังได้กำไรอยู่ดี ถึงนางจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงของแม่ทัพใหญ่แต่ว่านางงดงามถึงเพียงนี้ หากเขาปล่อยให้นางหลุดมือไปเขาคงเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่นอนหลังจากถูกจับได้แล้วเขาก็จะให้ท่านพ่อมาสู่ขอนาง รับนางเป็นอนุของเขาเสียเลย ฮ่าๆๆๆ...
เขาก้มตัวลงไปคิดจะจูบนางเฟิ่งหวงพลันลืมตาขึ้นแล้วสับสันมือใส่ต้นคอของบุรุษคนนั้น ผั๊วะ!
“อ่ะ....” จางเฉียนร้องได้คำเดียวเขาก็สลบไป เฟิ่งหวงรีบกลิ้งหลบไปด้านข้าง ทำให้จางเฉียนฟุบลงบนเตียงลำตัวท่อนล่างยังยืนอยู่บนพื้น ตัวเขาจึงพาดตัวครึ่งๆ กลางๆระหว่างเตียงกับพื้นห้อง เฟิ่งหวงพลิกตัวลุกขึ้นอย่างว่องไว นางลุกขึ้นเป่าปากเป็นสัญญาณคล้ายนกร้อง“จิ๊บๆ จิ๊บๆ”
ซื่อเฟิงที่ได้ยินเสียง‘นก’ ร้อง นางจึงรีบเข้าไปในห้องทันทีนางเห็นบุรุษคนนั้นฟุบอยู่บนเตียงก็เดาได้ว่าคงถูกคุณหนูจัดการไปแล้วนางกำลังจะอ้าปากถามว่า ‘จะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ?’ แต่นางยังไม่ทันถาม เฟิ่งหวงก็สั่งว่า “ช่วยยกตัวเขาขึ้นมา”
“เจ้าค่ะ”ซื่อเฟิงรับคำสั่งแล้วหามปลายเท้าบุรุษคนนั้นขึ้นเตียงจังหวะนั้นผู้คุ้มกันก็เปิดหน้าต่างชะโงกมองเข้าไปซื่อเฟิงตกใจจนเกือบจะร้องออกมาแล้ว นางชะงักนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง
“เจ้าไปจับตัวสาวใช้คนนั้นมาข้าจะโยนนางขึ้นเตียงกับเจ้าคนเลวนี่” เฟิ่งหวงสั่ง ผู้คุ้มกันรับคำ “ขอรับ”
เขารับคำสั่งแล้วปิดหน้าต่างจากนั้นก็รีบไปจับตัวสาวใช้คนนั้น แต่ว่าสาวใช้คนนั้นเข้าไปที่ห้องโถงหลักเสียแล้วเขาจึงได้แต่รอให้นางออกมา เขายืนหลบมุมอยู่ในมุมๆ หนึ่งที่ไม่สะดุดตาผู้คนเขาได้ยินเสียงจากในห้องโถงแว่วๆ ว่านางรายงานว่าเห็นคุณชายจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าห้องไป นางเห็นท่าทางไม่ดีจึงได้รีบมารายงานฮูหยินผู้เฒ่า
“ฮ้า!” เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ จูลี่ถิงรีบพูดกับแขกเหรื่อว่า “ทุกคนรอก่อนนะข้าขอตัวสักประเดี๋ยว”
นางพูดแล้วถลึงตาดุสาวใช้คนนั้นจากนั้นก็รีบเดินออกไป จะให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาไม่ได้! ถึงเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ ของนางแต่ก็มีศักดิ์เป็นหลานเลี้ยงหากเกิดเรื่องกับนางขึ้นมาจริงๆ จวนแม่ทัพย่อมขายหน้าแน่นอน!
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ