บทที่ 6 เธอต้องอยู่ดูแลลูก
หลังจากที่ฉินต้าซานเดินเข้ามานั้น เขาเพียงพูดประโยคหนึ่ง “ลูกยังเด็กอยู่ ยังไงเธอก็ต้องอยู่ต่อ”
ป้าฮวาตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่ออย่างรวดเร็ว
“ก็จริงอย่างที่เธอพูด”
ไป๋อวี้ “...”
ป้าหลิวกระวนกระวาย “ถ้าเด็กยังเล็กอยู่ ก็แต่งงานอีกรอบให้ซะสิ้นเื่ เธอมีฐานะดีขนาดนี้ แต่งงานกับลูกสาวคนโตของหวงฮวา หล่อนจะได้ช่วยเธอดูแลลูกน้อย…”
ฉินต้าซานขัดเธอขึ้นมา “นี่เป็เื่ครอบครัวของผม ผมรู้ตัวดี”
ป้าหลิวพูดขึ้นอีกครั้ง “เฮ้ มาพูดถึงครอบครัวของเธอก่อนดีกว่า เมื่อคืนลูกของเธอตัวสกปรกมอมแมมเหมือนตุ๊กตาดินเหนียว ไม่ใช่ฉันเหรอที่อาบน้ำให้…”
ป้าฮวารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เอ่ยขึ้นตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม ว่า “โอ๊ย พอแล้ว! นี่แกจะหาเื่กันใช่ไหม ไม่มีใครขอให้แกทำซะหน่อย! นอกจากนี้ก็ไม่ใช่มือแกคนเดียวด้วย!”
ป้าหลิวเริ่มหวาดกลัวอีกฝ่าย และทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
“เฮ้ ยังไงก็ต้องผ่านทางแม่คุณถึงจะถูก”
เวลานี้หญิงสาวใบหน้าอวบอ้วนดูใจก็เดินออกมา
เ้าก้อนแป้งเอ่ยทั้งน้ำตา “สวัสดีค่ะย่าจ้าว ย่าพูดถูกที่สุด”
หัวใจของป้าจ้าวแทบละลาย ก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา “ช่างเป็เด็กที่ฉลาดจริง ๆ”
ในเวลานี้ป้าฮวากล่าวว่า “เดิมทีแล้วพวกเธอเป็คู่ที่น่าอิจฉา ตอนนั้นพวกเธอบอกจะหย่ากัน แต่เพราะเธอไม่ได้คืนค่าสินสอดมา แบบนี้ไม่นับว่าเป็การหย่าร้าง งั้นถือซะว่าแม่ของกั่วเอ๋อร์กลับไปบ้านแม่ก็แล้วกัน”
ไป๋อวี้ใมาก “ข้ออ้างแบบนี้ก็ใช้ได้ด้วยเหรอ?!”
ฉินต้าซานที่เงียบขรึมมาตลอดก็เยาะเย้ยเธอทันที “ไม่งั้นเธอจะทำยังไง?"
...แน่นอนว่า้าหย่า!
ไม่สิ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส พวกเขาแค่ดื่มเหล้ามงคลตามธรรมเนียมเท่านั้น
ตามธรรมเนียมพวกเราถือว่าเป็สามีภรรยากันแล้ว
การหย่าร้างล่ะ ไม่คืนสินสอดถือเป็เื่ร้ายแรง... จู่ ๆ ไป๋อวี้รู้สึกว่าตัวเธอกำลังตกลงไปในหลุมลึก
ป้าฮวาพูดว่า “เอาล่ะ พวกเธอลองกลับไปไตร่ตรองดูก่อนเถอะ”
เธอเองก็คิดหนักเหมือนกัน เื่ครอบครัวคนอื่นคงต้องให้พวกเขาจัดการเอาเอง ส่วนเธอจะกลับไปสืบเื่เว่ยชุ่ยสี่ถูกตบ...
ก่อนพวกเธอจะจากไป ก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวเ้าก้อนแป้งตัวน้อยเบา ๆ
ยกเว้นป้าหลิว
ฉินเสี่ยวกั่วกอดเธอทั้งน้ำตา “ยอดเยี่ยมที่สุดเลย แม่คะ เราอยู่ที่นี่ต่อกันเถอะ!”
ไป๋อวี้ลูบหลังเด็กน้อยเบา ๆ เด็กน้อยเอ้ย จริง ๆ แล้วแม่อยากหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดต่างหาก
หลังจากที่ทุกคนจากไปแล้ว ทั้งห้องก็เหลือแต่สองแม่ลูกและฉินต้าซาน
ร่างกายสูงใหญ่กำยำมองมาที่เธอ
ไป๋อวี้ “...”
ดวงตาของฉินต้าซานเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
มันเป็เื่ปกติ ยังไงแล้วเธอก็เป็ผู้หญิงที่หนีไปพร้อมกับเงินหลังการแต่งงานได้ไม่กี่วัน…
“เธออยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วกัน”
สุดท้ายเขาก็เอ่ยเพียงประโยคนั้นแล้วหมุนกายจากไป ดูเหมือนว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจัดการกับเธออย่างไร
ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าในเวลาเดียวกัน
ก่างจื่อหลิ่งไม่มีทางปล่อยเื่นี้ไปแบบนี้เด็ดขาด
แต่ว่าตอนนี้หนีไปไม่ได้แล้ว เธอสูญเสียโอกาสที่ดีที่จะหลบหนีไปแล้ว ต่อไปทำได้เพียงตั้งตารอจนกว่าฉินเจียถุนจะกำราบก่างจื่อหลิ่งจนอยู่หมัด เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง
เธอแตะประตูอย่างเบามือราวกับขโมย
ฉินต้าซานไปแปรงขนม้าแล้ว...
แม้ว่าลานจะมีขนาดกว้างขวาง แต่เธอก็ไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าจะหนีไปพร้อมกับเ้าก้อนแป้งได้
“แม่คะ ล่อตัวนั้นชื่อชิงฮวา หนูได้ยินมาว่าแม่มันคือแม่ม้าตัวใหญ่ พ่อของมันเป็ลาตัวผู้ตัวใหญ่”
ไป๋อวี้ใ “อ้าว? มันเป็ล่อไม่ใช่ม้าหรอกเหรอ”
ล่อตัวนี้ดูเหมือนว่าจะสูงประมาณ 1.4 เมตร ช่างเป็ล่อที่ตัวใหญ่มากจริง ๆ
“ใช่ค่ะ! มันคือล่อ!” ฉินเสี่ยวกั่วตอบเสียงดังฟังชัด
ไป๋อวี้ถามอย่างสงสัย “แล้วลูกรู้ได้ยังไง?”
“พี่ใหญ่บอกหนูค่ะ”
พี่ใหญ่...
จริงสิ ฉินต้าซานอายุ 28 ปี เขาแต่งงานมาสองครั้ง ครั้งแรกว่ากันว่าภรรยาของเขาก็หนีไปหลังจากคลอดบุตรชายออกมา
เมื่อหลายปีก่อนฉินเจียถุนยากจนข้นแค้น โอกาสที่สะใภ้จะดิ้นรนหาทางออกนั้นสูงมาก
ตอนนี้ลูกชายคนนั้นน่าจะอายุ 8 ขวบแล้ว... ทำไมฉันถึงไม่เห็นเขาล่ะ?
ไม่ถูกสิ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเื่นี้
“ลูกรัก บอกแม่มาสิว่าเมื่อวานทำไมพวกเขาถึงส่งหนูมาที่นี่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ฉินเสี่ยวกั่วเอียงหัว และมองเธอด้วยท่าทางน่ารัก
“อ๋าา! มีคนมากมายที่ได้กินเนื้อและดื่มเหล้าบ้านเรา หนึ่งในนั้นมีปู่จ้าว ย่าฮวา…”
เ้าก้อนแป้งตัวน้อยเอ่ยชื่อทุกคนออกมา
ไป๋อวี้ฟังอย่างอดทน แล้วถามว่า “แล้วยายพาหนูมาที่นี่เพื่อขอเงินงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ” ฉินเสี่ยวกั่วเอ่ยต่อ “บอกว่าหนูก็มีราคาเท่ากับหมูตัวใหญ่ ๆ นั้นแหละ”
ไป๋อวี้อดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง “ไร้สาระ กั่วเออร์ของแม่มีค่าเท่ากับหมูอ้วนร้อยตัวต่างหาก”
ฉินเสี่ยวกั่วหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
ไป๋อวี้คิดว่าเด็กน้อยคนนี้น่ารักจริง ๆ
“หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
“งื้มม หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามารุมอุ้มหนูไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเอาอาหารอร่อย ๆ ให้หนูกินค่ะ!” ฉินเสี่ยวกั่วพูดอย่างมีความสุข “แม่คะ พวกเขาเป็คนดีค่ะ”
เด็กคนนี้ที่เคยอยู่ก่างจื่อหลิ่ง ขณะที่แม้แต่หมาก็ยังเมิน เป็เด็กเสียข้าวสุก แต่ตอนนี้กลายเป็คนโปรดของที่นี่แล้วเหรอ?
ไป๋อวี้ “...ตรงกลางมีอะไรหายไปหรือเปล่า?”
ฉินเสี่ยวกั่วเอียงหัวอย่างน่ารักน่าชัง “อะไรหายเหรอคะ”
“ก่อนที่จะอาบน้ำกินข้าวเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เด็กน้อยตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน
ไป๋อวี้ “...ช่างเถอะ แล้วหนูบอกกับพ่อว่ายังไง?”
“หนูแค่ขอร้องพ่อ” กั่วเอ๋อร์ตอบรวดเร็วและพูดต่อ “หนูบอกว่าแม่จะโดนขายอีกแล้ว รอบนี้ต้องโดนขายอีกแน่ ๆ แล้วก็ขอร้องให้พ่อไปช่วยแม่”
คราวนี้โดนขายอีกแน่ ๆ…
ไป๋อวี้ยิ้มมุมปากและไม่พูดอะไร
ดูเหมือนว่าจะถามเื่แบบนี้จากเด็กน้อยไม่ได้
เธอเดินไปที่ประตูอย่างไม่ยอมแพ้และกวาดสายตามองไปรอบ ๆ หลังจากนั้นก็เห็นฉินต้าซานที่ดูเหมือนว่าถูกอากาศที่ร้อนอบอ้าวเล่นงาน จึงถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นอกเปลือยเปล่า และแปรงขนตัวล่อต่อ...
กล้ามเนื้อเอย เอวเอย...
เธอใสะดุ้งเฮือกและรีบดึงสติกลับมา
“แม่คะ หนูหิว” ฉินเสี่ยวกั่วเม้มปากเอ่ยเสียงแ่
ไป๋อวี้อยากจะพูดว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไปเอาของในมิติลับของหนูมากินสิ
แต่แล้วลองคิดดูดี ๆ มันก็ไม่ได้
ถ้าคิดจะหนีก็ต้องใช้อาหารที่เ้าก้อนแป้งตุนไว้เป็ดีที่สุด เอาเข้าไปได้ แต่อย่าเอาออกมาจะดีที่สุด
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดออกไปว่า “...ขอแม่คิดก่อนนะ”
ดังนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปในลาน
ฉินต้าซานเหลือบมองเธออย่างไม่แยแส แต่สายตาของเขากลับจ้องไปที่เด็กน้อยที่อยู่ข้างขาของเธอ สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนลงมาก
“กั่วเอ๋อร์บอกว่าเธอหิว…” ไป๋อวี้กำลังเปิดปากพูด และทันใดนั้นท้องของเธอก็ส่งเสียงร้องโครกคราก
ไป๋อวี้ “!!!”
นี่คืออะไร เ้าเด็กน้อยเป็คนพูดจริง ๆ นะ!
ฉินเสี่ยวกั่วกระตุกยิ้มพร้อมหัวเราะคล้ายเสียงนกพิราบตัวน้อย
“แม่ของหนูก็หิวเหมือนกัน! พ่อมีอะไรให้กินไหมคะ”
ฉินต้าซานพูด “ให้แม่พาหนูไปที่ห้องครัวหาอะไรกินสิ”
“ได้เลยค่ะ!” ฉินเสี่ยวกั่วจับมือไป๋อวี้อย่างมีความสุขแล้วลากไปในครัว เธอะโโลดเต้นอย่างมีความสุขไปตลอดทาง
“แม่คะ หนูจะบอกอะไรให้นะว่าในครัวของคุณพ่อมีอาหารอร่อย ๆ เยอะแยะเลย แล้วพ่อก็ให้หนูกินได้ทุกอย่าง!” ใบหน้าเ้าเนื้อเปล่งประกายอย่างมีความสุข
ไม่คาดคิดว่าฉินต้าซานคนที่หวงคำพูดดั่งทองคำจะะโขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“นี่คือห้องครัวของครอบครัวลูก!”
ไป๋อวี้เซเกือบจะสะดุดล้มลง
ฉินเสี่ยวกั่วได้ยินแบบนั้นก็ะโขึ้นลงอย่างตื่นเต้น “ครอบครัวของหนู! ครอบครัวของหนู!”