ห้องอาหาร คฤหาสน์อัครบดี
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลางวันดูภายนอกช่างชื่นมื่น ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่ฝืนทำและถ้อยคำทักทาย รสชาติของอาหารกลับขมปร่าจนแทบจะกลืนไม่ลงคอ ทุกคนในตระกูลอัครบดีต่างตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมปาก จะมีก็เพียง ‘ปู่ฟรอส’ เท่านั้นที่เบิกบานใจกว่าใครเพื่อน เพราะเขาสามารถสานฝันและทำตามความ้าของคนในครอบครัวได้สำเร็จในการดึงเมญ่ามาเป็หลานสะใภ้ และยิ่งกว่านั้นก็คือหลานชายที่โง่ในความรู้จนกู่ไม่กลับ
ในตอนแรกเขารู้ว่าอเล็กซ์จะปฏิเสธ เพราะรายนั้นรักสนุกปิดตายหัวใจที่แสนเปราะบางเอาใจ แต่เมื่อตรองดูอีกที บางทีหลานชายเขาอาจจะแค่เหงาและอ้างว้างเกินไป ทุกคนที่ดาหน้าเข้ามาหาอเล็กซ์ล้วนแต่หวังในเศษเงินและอำนาจ ในเมื่อเป็เช่นนั้น เขาก็จะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จนี่แหละ... จัดการหา ‘ของจริง’ มาวางไว้ข้างกายหลานชายเสียเลย
“หืม... นี่ตาแก่ปิน แกว่าหลานสาวแกเหมาะกับสีอะไรดีล่ะ” ปู่ฟรอสละสายตาจากเพื่อนรักหันมามองเมญ่า “เมญ่าจ๊ะ หลานอยากได้ธีมสีไหนในวันแต่งงานดี บอกปู่มาได้เลยนะ เดี๋ยวปู่ฟรอสคนนี้จะเนรมิตให้สุดฝีมือ”
เมญ่าวางช้อนลงช้า ๆ เม้มริมฝีปากแน่นสนิทจนเป็เส้นตรง “แล้วแต่คุณปู่จะเห็นว่าสวยเถอะค่ะ เมญ่ายังไงก็ได้”
“ไม่ได้สิหนูเมญ่า! แต่งงานทั้งทีมันต้องเลิศหรูสมฐานะสิ เอาแบบเ้าหญิงเลยดีไหม? หรือจะบินข้ามโลกไปแต่งในปราสาทโบราณดีล่ะ เหมือนที่หนูเคยฝันไว้ตอนเด็ก ๆ ไง ให้ปู่เนรมิตฝันนั้นให้เลยเอาไหม?”
‘ความฝันวัยเด็กงั้นเหรอ... ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากเจอเ้าชายขี่ม้าขาว’ เมญ่ารำพึงในใจพลางซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้โต๊ะ “คุณปู่ฟรอสคะ... เมญ่าโตแล้วค่ะ จัดที่บ้านคุณปู่หรือที่ไหนก็ได้ตามสะดวกเถอะค่ะ ไอ้เื่เ้าหญิงนั่นมัน...”
“เอ๊ย! ไม่ได้ ๆ หากว่าที่หลานสะใภ้ของปู่้า ต่อให้ต้องจรดปากกาเซ็นเช็คซื้อจรวดเพื่อไปแต่งบนดวงจันทร์ ปู่ก็ต้องพาหนูขึ้นไปให้ได้!” ปู่ฟรอสหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของคนรอบโต๊ะที่หม่นหมองลงถนัดตา
“เอาแบบที่ปู่เห็นสมควรเถอะค่ะ...” เมญ่าฝืนพูดย้ำอีกครั้ง “แต่ไม่ต้องถึงขั้นไปบนดวงจันทร์หรอกนะคะ”
“ฮ่า ๆ ๆ เอาเถอะ ๆ ปู่ไม่แกล้งแล้ว กินข้าวต่อเถอะลูก เดี๋ยวปู่จะส่งธีมงานมาให้เลือกในภายหลังก็แล้วกัน”
มื้ออาหารกลางวันดำเนินต่อไปท่ามกลางความกระอักกระอ่วนใจที่แทบจะะเิออกมา ปู่ฟรอสยังคงเป็คนเดียวที่รักษาบรรยากาศอันสดใสและชวนเพื่อนรักอย่างปู่ปินคุยเื่ราวหนหลังอย่างไม่รู้จบ ทิ้งให้เมญ่านั่งจมอยู่กับกองความทุกข์ที่มองไม่เห็นทางออก
ห้องนอนเมญ่าบ้านอัรบดี
เมญ่าก้าวกลับเข้ามาในห้องนอนที่แสนคุ้นเคยด้วยหัวใจที่เต้นรัวระเขม่น คำพูดทิ้งท้ายของอเล็กซ์ ซานเดียร์ ยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึก วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาราวกับฝันร้ายที่สลัดไม่พ้น
“เขาเข้าไปได้ยังไง...” เธอพึมพำกับความว่างเปล่าพลางทรุดกายลงนั่งบนโซฟาด้วยอาการหวาดผวา “ประตูก็เป็ระบบล็อกอัตโนมัติ ต้องสแกนทั้งลายนิ้วมือและกดรหัสผ่าน... แต่เขากลับเข้าออกได้เหมือนเป็เ้าของห้อง”
ความหนาวเยือกแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อเธอนึกถึงกลิ่นบุหรี่ที่อบอวลอยู่ในห้องพักชั้น 25 ของเธอ
“มิหน่ำซ้ำยังเข้าไปนั่งสูบบุหรี่รออย่างใจเย็น ในขณะที่ฉันออกไปทานมื้อบ่ายกับพี่ธีร์... เขารู้เห็นทุกอย่าง เห็นทุกความเคลื่อนไหวของฉัน!”
เธอยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกถึงการคุกคามที่เงียบเชียบทว่ารุนแรง อเล็กซ์ไม่ได้แค่แสดงตัวว่าเป็ว่าที่สามี แต่เขากำลังประกาศตนว่าเป็ ‘เ้าชีวิต’ ที่ควบคุมเธอไว้ในอุ้งมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมญ่าถอนหายใจออกมาอย่างแรงเพื่อขับไล่ความอึดอัดที่จุกอยู่ในอก แววตาที่เคยหวั่นไหวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นสุดท้าย “ในเมื่อหนีไม่ได้... ฉันก็ต้องหาโอกาสเจรจากับเขาตรง ๆ” เธอบอกตัวเองในใจด้วยความหวังอันริบหรี่ “ถ้าขอร้องเื่การต่างคนต่างอยู่หลังแต่งงาน... ให้เขามีอิสระเหมือนเดิมโดยที่มีฉันเป็เพียงแค่ฐานะทางกฎหมาย เขาอาจจะยอมตกลงก็ได้”
เพราะความหวังที่จะให้ตระกูลสิรภพยื่นมือมาฉุดกระชากเธอออกจากกองเพลิงในตอนนี้ มันช่างดูไกลเกินเอื้อม และคงไม่ทันกาลสำหรับ "วันจันทร์" ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว
บริษัท สิระกรุ๊ป ชั้น 15
ภายในห้องทำงานสุดหรูของท่านประธานใหญ่ บรรยากาศกลับหนาวเยือกจนน่าขนลุก 'พิทักษ์' เ้าของอาณาจักรสิระกรุ๊ปยืนตัวสั่นระริกอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่าคนที่กำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้ประธานอย่างถือวิสาสะหมุนควงปากกาเล่น กลับเป็ชายร่างสูงใหญ่เรือนผมสีดำขลับ ั์ตาสีเขียวน้ำทะเลคู่นั้นจ้องมองมาอย่างเฉยเมยทว่าทรงอำนาจ
“ว่าไงท่านประธาน... ดูเหมือนท่านกำลังเตรียมการใหญ่ไปเจรจากับบ้านอัครบดีอยู่สินะ” อเล็กซ์ ซานเดียร์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับชวนคุยเื่ดินฟ้าอากาศ “ไปตามลูกชายตัวดีของคุณมาสิ คุณพิทักษ์”
“คุณอเล็กซ์ครับ... พวกเราก็แค่้าช่วยให้บดีกรุ๊ปพ้นจากวิกฤตเท่านั้น ปัญหาของพวกเขาคือไม่มีทีมวิจัยเป็ของตัวเอง ทางเราเลยคิดว่า...”
“แต่นั่นมันบริษัทของ ‘ว่าที่พ่อตา’ ฉัน” อเล็กซ์เอ่ยขัดขึ้นสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นจนพิทักษ์ต้องหุบปากฉับ “และดูเหมือนลูกชายของคุณจะขยันไปวุ่นวายกับ ‘ว่าที่ภรรยา’ ของฉันเหลือเกินนะ... เห็นว่าเรียกกันว่า ‘ที่รักของพี่’ อย่างนั้นสินะ? ที่คุณอยากยื่นมือเข้าไปยุ่งกับบดีกรุ๊ป ก็เพราะลูกชายคุณสินะ”
พิทักษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในตอนแรกเขานึกว่าอเล็กซ์มาที่นี่เพื่อสกัดกั้นการลงทุนในเชิงธุรกิจ ทว่าความจริงกลับเลวร้ายกว่านั้น... พยัคฆ์ร้ายตัวนี้มาเพื่อเช็กบิลบัญชีแค้นที่ลูกชายของเขาบังอาจไปยุ่งกับผู้หญิงที่อเล็กซ์ตีตราจองเอาไว้
“แต่คุณอเล็กซ์ครับ...”
“บาร์โชว์... สั่งระงับการลงทุนทุกอย่างในเครือสิระกรุ๊ป และยึดคืนโปรเจกต์ทั้งหมดที่ร่วมมือกันอยู่เดี๋ยวนี้” อเล็กซ์หันไปสั่งลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ดะ...ได้ครับ! ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้! ผมจะสั่งให้ลูกชายไปบอกเลิกผู้หญิงคนนั้นทันทีครับคุณอเล็กซ์!” พิทักษ์แทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นอาณาจักรของตนกำลังจะพังทลายเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงของคนตรงหน้า
“ดี!” อเล็กซ์หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับพิทักษ์จนมิด "และจำใส่หัวเอาไว้... อย่าให้มีครั้งที่สอง เพราะคำเตือนครั้งหน้าจะไม่มีที่ว่างให้คำขอขมา" อเล็กซ์โน้มตัวลงไปจนใบหน้าอยู่ห่างจากพิทักษ์เพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมและรังสีคุกคามทำให้คนตรงหน้าแทบหยุดหายใจ "ของของฉัน... คนที่มองของของฉัน... มักจะมองไม่เห็นอะไรอีกเลยหลังจากนั้น!" เขาปรายตามองพิทักษ์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความดูแคลนแบบผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
“กลับ!” อเล็กซ์สะบัดตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งไว้เพียงความพินาศที่พิทักษ์ต้องเร่งแก้ไขก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าสำนักงานเขต เขตทะเบียนราษฎร
เช้าวันจันทร์ที่สดใสผิดกับหัวใจที่หมองหม่น เมญ่านั่งนิ่งอยู่เบาะหลังรถยนต์ส่วนตัวที่บิดาเป็คนขับมาส่งด้วยตัวเอง ร่างกายยังคงปวดร้าวจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอตัดสินใจเสี่ยงตายปีนรั้วหนีออกไป ทว่าโชคไม่เข้าข้าง... เธอร่วงหล่นลงมาอย่างหมดท่า ทิ้งไว้เพียงรอยช้ำและรอยด่างพร้อยแห่งความล้มเหลว
“คุณพ่อคะ... มันต้องเป็แบบนี้จริง ๆ เหรอคะ” เมญ่าเอ่ยถามเสียงแ่ พยายามสบตาบรรหารผ่านกระจกมองหลัง
“เมญ่า... พ่อ...” บรรหารอึกอัก ความรู้สึกผิดเกาะกินใจ เพราะเมื่อคืนเขาเป็คนเห็นลูกสาวพยายามปีนหนีออกไปจากรั้วบ้าน แต่เขากลับทำเพียงยืนดูอยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งเธอตกลงมาอย่างน่าสมเพชในสายตาปู่ปินที่ยืนมองจากระเบียงห้อง
เหตุการณ์นั้นทำให้ทุกคนในบ้านลงความเห็นตรงกันว่า... เมญ่าอ่อนแอเกินไป เธอไม่มีทักษะการเอาตัวรอด และการส่งเธอไปอยู่ในความดูแลของตระกูลซานเดียร์อาจเป็ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ "ตุ๊กตา" ที่ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างเธอ
“คุณพ่อก็เห็นเขาแล้วนี่คะ... อีกอย่างเื่ที่คอนโด...”
“พอเสียทีเมญ่า!” บรรหารตัดบทอย่างเหลืออด เขาไม่เชื่อเื่เพ้อเจ้อที่เธอกพยายามเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เื่ที่อเล็กซ์บุกรุกเข้าห้องพักที่มีระบบความปลอดภัยสูงสุดยอดเพื่อไปนั่งสูบบุหรี่รอเธอ สำหรับบรรหารมันคือเื่ตลกที่ลูกสาวกุขึ้นเพื่อหาข้ออ้างหนีงานแต่ง “ลงไปเถอะ... คุณอเล็กซ์เขามารออยู่ข้างในนานแล้ว”
เมญ่าทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตกรรมที่ถูกหยิบยื่นให้ ความเ็ปที่ไม่มีใครเชื่อความจริงจากปากเธอเลยแม้แต่คนเดียวมันช่างร้าวรานยิ่งกว่าแผลที่ตกลงมาจากรั้ว
ในตอนแรกที่เธอเล่าเื่นี้ให้ยาญ่าฟัง ผู้เป็แม่ดูเหมือนจะหวาดหวั่นและเชื่อใจเธอ แต่พอเื่ส่งไปถึงหูพ่อและคุณปู่ปิน ทุกอย่างกลับกลายเป็เื่ขบขันและมองว่าเธอแค่ "หลอน" ไปเองเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
เธอก้าวลงจากรถด้วยขาที่สั่นเทา มุ่งหน้าสู่ประตูสำนักงานเขต... สถานที่ที่กำลังจะพรากอิสรภาพของเธอไปตลอดกาล โดยที่พยัคฆ์ร้ายอย่างอเล็กซ์ซานเดียร์ คงกำลังนั่งรอเซ็นชื่อในฐานะ "เ้าชีวิต" ของเธออยู่ข้างในนั้นอย่างผู้ชนะ
หน้าสำนักงานเขต
เมญ่าก้าวลงจากรถและตรงรี่ไปยังร่างสูงตระหง่านที่ยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า เธอต้องแหงนคอจนสุดเพื่อจะสบตากับเขา เพราะหากวางสายตาในระดับปกติ สิ่งเดียวที่เธอมองเห็นก็คือแผงอกกว้างอันน่าอึดอัดของอเล็กซ์เท่านั้น
“ขอโทษทีที่มาช้า พอดีรถติดนิดหน่อย” บรรหารรีบเอ่ยทักทายลูกเขยผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังยืนพ่นควันบุหรี่อย่างไม่ยี่หระต่อป้ายเตือน "ห้ามสูบ" ที่ติดอยู่ด้านหลัง
“ไปเถอะ ผมมีธุระต้องทำอีกเยอะ อย่าลืมว่าผมถือสองสัญชาติ เอกสารมันวุ่นวาย” อเล็กซ์เอ่ยเสียงเรียบพลางโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายรองเท้าหนังขยี้จนจมดิน ก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างในโดยไม่แม้แต่จะชายตามองว่าที่ภรรยา
ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่โถงอาคาร เมญ่ากลับต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ปกติสถานที่ราชการในวันจันทร์ควรจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่วันนี้กลับเงียบเชียบราวกับป่าช้า มีเพียงเ้าหน้าที่ไม่กี่คนที่นั่งรอรับใช้อยู่ราวกับถูก "สั่ง" เอาไว้ เธอหยุดชะงักหันไปมองบิดาด้วยความไม่เข้าใจ แต่บรรหารกลับทำเพียงผลักแผ่นหลังให้เธอก้าวเดินต่อไปตามเกมของซานเดียร์
กระบวนการทางเอกสารกินเวลากว่าสามชั่วโมงเต็มสำหรับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของอเล็กซ์ และวินาทีที่หัวใจของเมญ่าหล่นวูบที่สุด คือตอนที่ต้องระบุคำนำหน้าและนามสกุล เธอพยายามจะเอ่ยปากขอคงสถานะเดิมไว้บ้าง ทว่าอเล็กซ์กลับชิงสั่งพนักงานด้วยน้ำเสียงเผด็จการให้จัดการเปลี่ยนทุกอย่างเป็ ‘นาง’ และใช้นามสกุล ‘ซานเดียร์’ ทั้งหมด
เธอไม่มีสิทธิ์เลือก... ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะคัดค้าน
เมื่อตราประทับสีแดงสดกดลงบนกระดาษสองแผ่นเสร็จสิ้น อเล็กซ์ก็รวบเอกสารสำคัญทั้งหมดไปเก็บไว้กับตัวเพียงผู้เดียว
"เตรียมตัวให้พร้อม... ฉันไม่ชอบรอนาน" อเล็กซ์โน้มกายลงมาจนเงาของเขาคลุมร่างเธอไว้มิด ั์ตาสีเขียวน้ำทะเลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริก ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี "นามสกุลของฉัน... อย่าทำให้มันต้องมัวหมอง เพราะถ้าเธอคิดจะหนีอีกครั้ง รอยช้ำคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ที่ขา แต่มันจะเป็ที่หัวใจของทุกคนในอัครบดี" ก่อนจะหมุนตัวก้าวขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่หน้าประตู
เมญ่ายืนนิ่งมองตามรถคันนั้นที่ทะยานออกไป ราวกับิญญาของเธอถูกกระชากออกไปพร้อมกับนามสกุลอัครบดี เธอทำได้เพียงยืนรออย่างผู้แพ้ เพื่อให้บิดาวนรถกลับมารับตุ๊กตาที่เพิ่งถูกขายทอดตลาดอย่างเธอให้กลับไปรอวันย้ายเข้าสู่ "กรงทอง" แห่งใหม่