ตอนที่ 2 โชคชะตาที่เปลี่ยนไป
ตูมมมมม!
แค่ก! แค่ก!
ร่างของเทียนเฟิงร่วงหล่นใส่บางสิ่ง ขณะที่เขาพยายามจะลุกขึ้นก็ได้กลิ่นบางอย่าง ทำให้เขาก้มหน้าลงไปมองสิ่งที่อยู่ใต้ตัวเขา เป็ซากสัตว์อสูรรูปลักษณ์สิงโตขนาดใหญ่อยู่
“ข้าไม่ตายแม้จะร่วงหล่นมาลึกขนาดนี้ สงสัย์ไม่อยากให้ข้าตายก่อนจะได้แก่แค้น”
“ได้ยินจากปรมาจารย์เฒ่ากล่าวที่นี่เป็หน้าผาซากอสูร แต่ข้าพึ่งจะมาก็ได้เจอกับซากอสูรเลยช่างบังเอิญยิ่งนัก”
กล่าวจบเทียนเฟิงก็กระอักเืออกมาอีกครั้งเนื่องจากเป็ผลตกค้างของ"เม็ดยาสลายชีพ"
ฮึม!
“ข้าต้องแก้แค้นเ้าเฒ่าสารเลวนั้นให้ได้ บังอาจมาเอาข้าไปทดลองยาซะได้ รวมถึงเ้านั้นด้วย หรวนตง ที่เอาข้าไปขายให้เ้าแก่นั้น”
โครกกกกกก! เสียงท้องของเทียนเฟิงดังขึ้นเนื่องจากวันนี้เขายังไม่ได้ทานอะไรเลยหลังจากถูกเถ้าแก่ร้านขนมปังทุบตีเขาจึงมองไปยั่งร่างของซากสัตว์อสูร แม้มันจะใกล้เน่าแต่เขาจำต้องกินมันแก้หิวเสียก่อน เขาจึงดึงขาหน้าของสัตว์อสูรทำให้มันหลุดออกมา ขณะที่เขากำลังจะกินขาหน้าของสัตว์อสูรเขาก็ได้เห็นบางสิ่งบางอย่างให้ซากอสูรเสียก่อน เป็เม็ดกลมๆก่อนที่จะมีแรงดึงดูดลึกลับออกมาจากร่างของเขา พยายามกระตุ้นให้เขากลืนกินสิ่งนี้ให้ได้ เทียนเฟิงจึงหยิบเม็ดกลมออกมาจากร่างสัตว์อสูร เขาหยิบมันขึ้นมามองก่อนแต่แรงดึงดูดกลับแรงขึ้นเลยๆ เขาจึงเลือกที่จะเชื่อร่างกายของเขาก่อนที่จะโยนเม็ดกลมเข้าไปในปาก ก่อนที่จะได้ทำอะไรความเ็ปได้ปะทุขึ้นมาในร่างกายของ
อ๊ากกกกกกกกกก!
เสียงร้องของความเ็ปดังขึ้นขณะที่ร่างกายของเทียนเฟิงนั้นเริ่มปริแตกออกจากกัน ทำให้มีรอยแตกทำร่างกายทั่วร่างของเขา เทียนเฟิงนั้นไม่รู้ว่าสิ่งที่เข้ากินเข้าไปนั้นเป็ แกนสัตว์อสูรของ สิงโตเพลิงเมฆา สัตว์อสูรขั้นฝึกปราณขั้นที่สอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาทั่วจะกลืนมันเข้าไปได้ หากไม่กลายเป็กองเืก็ต้องตัวแตกตายแน่นอน
“บัดซบ ข้ามิอาจตายเช่นนี้ตาย ข้ารอดข้าเฒ่าสารเลวมาได้ รอดจากตกหน้าผามาได้ แต่กลับมาตายเพราะเม็ดประหลาดนั้นไปได้”เนื่องจากความเ็ปที่มากนัก ทำให้สติของเขาเลื่อนลอยก่อนจะล้มลงแล้วหมดสติไป
ขณะที่เทียนเฟิงหมดสติอยู่นั้นแรงดึงดูดบนร่างกายของเขาก็เริ่มซึบซับแกนอสูร รักษาาแของเขาและฟื้นฟูพละกำลังทั้งหมด โดยที่เทียนเฟิงนั้นไม่รู้ตัวเขานั้นก้าวสู่การฝึกตนแล้ว ขณะซึบซับแกนอสูรพลังของเขาได้พัฒนามาเป็ ผู้ฝึกตนขั้นฝึกปราณขั้นที่หนึ่งแล้ว
หืม! อือ! เทียนเฟิงส่งเสียงร้องขณะที่เปลือกตาของเขาขยับ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าจึงยังไม่ตาย”เทียนเฟิงลืมตาขึ้นมาก็ต้องงุนงงว่าเหตุใดเขายังไม่ตายแต่ร่างกายกลับแข็งแกร่งขึ้นาแต่างๆก็หายเป็ปลิดทิ้งรวมทั้งผลของพิษเม็ดยาสลาพชีพด้วย เขากำหมัดแน่นก่อนจะหันไปเห็นก้อนหินข้างๆเขาจึงต่อยยั่งก้อนหินทำให้มันแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที ทำให้เขาตกตะลึงเขาไม่คิดว่าเขาจะมีพลังเช่นนี้ได้
“อย่างน้อยข้าก็รอดมาได้ แต่หนทางข้างจะเป็เช่นนั้นข้าเกรงว่าแม้แต่เทพเซียนก็มิอาจคาดเดาได้”
เขามองไปรอบๆตัวก็ต้องใอีกครั้งว่าเหตุใดเบื้องล่างของผาซากอสูรจึงมีป่าไปได้ ขนาดป่านั้นก็ดูสุดลูกหูลูกตาการที่จะเอาชีวิตรอดได้นั้นเขาก็ต้องเข้าใจหลายๆสิ่ง ซึ่งตอนนี้เขาไม่รู้ไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่าเทพเซียนเลย การที่เขาได้ยินจากหรวนตงนั้น ทำให้เขาเข้าใจว่าปรมาจารย์ตู๋นั้นเป็เทพเซียน การที่คนธรรมดาจะชนะเทพเซียนนั้นคงจะเป็ไปไม่ได้เลย เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นก่อนจะหยิบเนื้อขาของสิงโตเพลิงเมฆาที่หล่นข้างๆก่อนจะเดินเข้าไปในป่าเพื่อที่จะหาหนทางเอาชีวิตรอด
โฮกกกกกกกก!
หลังจากเดินเข้าป่าได้สักพักเขาก็ได้ยินเสียงคำรามร้องดังออกมาจากในป่า เสียงร้องของมันทำให้เทียนเฟิงต้องขนลุกด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่ได้เจอกับต้นตอของเสียงแต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าได้ตายไปแล้ว
ตุบๆ ตุบๆ!
ขณะที่เขากำลังกลัวอยู่นั้นได้มีเงาร่างเลือนลางวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้เทียนเฟิงเริ่มจะหายกลัวแม้ในมือของเขาจะชุ่มเหงื่ออยู่ก็ตาม เมื่อความกลัวหายไปทำให้เขาเห็นสิ่งที่วิ่งเข้ามาได้อย่างชัดเจน เป็แมวป่าตัวสีดำความเร็วของมันรวดเร็วยิ่ง ขณะที่เทียนเฟิงไม่ทันตั้งตัวมันก็ได้มาอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรมันก็ได้ะโกัดเข้าที่แขนซ้ายของเขาทันที
อ๊ากกกกกก! บัดซบ
“มันเจ็บนะโว้ย เ้าแมวสารเลว”เทียนเฟิงะโลั่นขณะที่ยกมือขวาที่ถือกระดูกขาสิงโตเพลิงเมฆาที่เขากินจนเหลือแต่กระดูกพาดไปยั่งแมวป่าที่มันกัดเขาอยู่ โดยที่เขาไม่ได้สังเกตว่าแมวป่าตัวดำนั้นไม่สนใจสิ่งใดเหมือนมันหวาดกลัวบางสิ่งทำให้มันกัดเขาไม่ยอมปล่อย เขาจึงพาดไปที่หัวของแมวป่าไม่หยุด จนปากของแมวป่าหลุดจากแขนของเขา เขาจึงหยุดพาดมันก่อนจะมองไปยั่งร่างที่แน่นิ่ง ก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นมาดูก่อนจะถอนหายใจ
เฮ้อ
“เกือบจะมาตายเพราะเ้าแมวซะได้”
แกร๊ก
“ใครกัน!”เทียนเฟิงที่ได้สิ่งด้านหลังก็รีบหันด้วยความไว ั้แ่เขาได้เจอกับแมวป่ามันทำให้เขาเริ่มระแวงทุกสิ่งที่ได้ยิน
มีเงาร่างสองร่างเดินเข้ามาหาเขานำหน้าโดยหญิงสาววัยเยาว์อายุราวสิบสามปี ด้านหลังของนางเป็ชายชราที่ดูไม่มีพิษ มีภัย นางมองไปยังเทียนเฟิงก่อนมองไปที่ร่างของแมวป่า และมองกลับมาที่เทียนเฟิงอีกครั้งก็ต้องตกตะลึงว่าเหตุใดเด็กหนุ่มคนนี้ถึงสามารถจัดการแมวป่าขนดำ สัตว์อสูรฝึกปราณขั้นหนึ่งได้ เมื่อพิจารณาเทียนเฟิงอีกครั้งก็ค้นพบเหตุผลน่าใ เหตุใดเด็กหนุ่มนี้ถึงเป็ผู้ฝึกตนไปได้
“แมวป่าขนดำตัวนี้เ้าเป็คนจัดการมันรึ”นางเอ่ยถามเทียนเฟิงด้วยเสียงเย็น
“บังเอิญเท่านั้นที่ข้าสังหารมันได้ ข้าเกือบจะได้ตายเพราะมันแล้ว”เทียนเฟิงมุ้ยปากบ่นออกมา
“ตัวเ้าอายุเท่านี้ แต่กลับเริ่มต้นเป็ผู้ฝึกตนได้แล้ว”หญิงสาววัยเยาว์กล่าวออกมา
“แม่นางเ้ากล่าวว่าอะไรน่ะ”เทียนเฟิงค่อนข้างสับสบว่าสิ่งใดที่เรียกว่าผู้ฝึกตน ขณะที่เขาเอ่ยถามออกมาเขาสังเกตว่ามีบรรยากาศเบาบางรอบตัวหญิงสาวที่ทำให้รู้สึกว่านางนั้นแข็งแกร่ง ทำให้เขานึกถึงปรมาจารย์ตู๋ เพราะตาแก่นั้นก็มีบรรยากาศแบบนี้ ด้วยความไม่แน่ใจเขาจึงได้เอ่ยออกมา
“แม่นางเ้าเทพเซียนรึ”
เหอะ! หญิงสาวส่งเสียงออกมา แต่เมื่อมองเข้าไปในตาของเทียนเฟิงก็ทำให้นางเข้าใจได้ทันที ว่าเทียนเฟิงนั้นคงจะเป็ผู้ฝึกตนด้วยวิธีพิเศษ การที่เด็กหนุ่มอายุสิบปีจะเป็ผู้ฝึกตนนั้นไปเป็ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะเริ่มฝึกตนนั้นต้องจะเริ่มที่อายุสิบสองปี ขณะที่รอตันเถียน(จุดกักเก็บลมปราณ)รวบรวมปราณแล้วเปิดออกเท่านั้น
“เ้าคงจะเป็เด็กบ้านนอกสินะ ที่ไม่รู้กระทั้งสิ่งที่เรียกว่าผู้ฝึกตน ไม่งั้นเ้าคงไม่เรียกข้าว่าเป็เทพเซียน”
หญิงสาวกล่าวออกมา ขณะที่มีความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัวของนาง การที่เด็กอายุสิบปีจะเป็ผู้ฝึกตนแสดงว่าต้องมีพร์มาก เหมาะกับการเอามาเป็คนรับใช้ของนางอย่างยิ่ง ความคิดนี้ทำให้ดวงตาของนางลุกวาวขึ้น ชายชราด้านหลังเหมือนจะรับรู้ความคิดของนางแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
“เอาเถอะ งั้นข้าจะบอกเ้าก็ได้”หญิงสาววัยเยาว์กล่าวออกมา นางหวังจะสร้างความสัมพันธ์กับเทียนเฟิง
“สิ่งที่เ้าเรียกว่าเทพเซียนนั้นคือผู้ฝึกตน เช่น ข้าเป็ต้นรวมทั้งตัวเ้าด้วย”
“ห้ะ ข้านี่หรือเทพเซียนเช่นกัน”เทียนเฟิงงุนงงเล็กน้อยว่าเหตุใดเขาถึงกลายเป็เทพเซียนไปได้
“หืม! ดูท่าเ้าจะก้าวเข้าสู่เส้นทางฝึกตนด้วยวิธีพิเศษจริงๆสินะ”หญิงสาวมองไปยั่งเทียนเฟิงแม้จะคิดไว้แล้ว ว่าเป็ไปไม่ได้ที่เด็กอายุสิบปีจะเป็ผู้ฝึกตนได้ แต่กระนั้นนางก็ยังใอยู่ดี
“แม่นาง เ้าช่วยกล่าวให้ข้าเ้าใจหน่อย”เทียนเฟิงกระตืนรือร้นอย่างยิ่งที่จะฟัง
“สิ่งที่เ้าเรียกว่าเทพเซียนนั้นคือผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนแบ่งออกเป็เจ็ดขั้นใหญ่สิบขั้นย่อย”
“โดยมี ขั้นฝึกปราณ เป็จุดเริ่มต้น เ้าและข้าอยู่ขั้นที่ว่านี้”
เทียนเฟิงฟังเช่นนั้นก็ตาลุกวาวก่อนจะกล่าว
“แล้วไงต่อ”
“อย่าพึ่งขัด ข้าก็กำลังจะอธิบายให้เ้าพังอยู่”หญิงสาวจ้องเขม็งไปยังเทียนเฟิงทำให้เขาขนลุก
“เจ็ดขั้นใหญ่แบ่งออกเป็ ฝึกปราณ กำเนิดปราณ รวบรวมิญญา กำเนิดิญญา รวบรวมจิต กำเนิดจิต และชำระกายา”
“โดยแต่ละขั้นนั้นจะมีระดับย่อยอีกสิบระดับ โดยชำระกายาจะมีเพียงเก้าขั้นเท่านั้น”
หญิงสาวเห็นเทียนเฟิงที่ตาลุกวาวก็ไม่ได้สนใจและบอกเล่าพื้นของการฝึกตนให้เขาฟัง
“ผู้ฝึกตนนั้นจะแบ่งแยกแท้และเทียมด้วย ผู้ฝึกตนเทียมนั้นจะไร้พลังสรรพธาตุ แต่ผู้ฝึกตนแท้นั้นจะมีพลังสรรพธาตุตามร่างกาย ตามพร์ที่ได้รับตอนกำเนิด”
“การจะฝึกตนหรือการเพิ่มระดับได้นั้นจะต้องซึบซับพลังปราณจาก์และปฐี เม็ดยา แกนสัตว์อสูร และผลึกพลังปราณเท่านั้น”
“ข้ากล่าวออกมามากมายขนาดนี้ นั้นเป็เพราะข้ารู้สึกสนใจในตัวเ้าเท่านั้น เอาอย่างนี้เป็อย่างไรเ้ามากับข้าไปเป็คนรับใช้ของข้าซะ ข้ารับรองว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน”
เทียนเฟิงที่กำลังซึบซับข้อมูลต่างๆที่ได้รับมานั้นก็ฟื้นคืนสติกลับมา เขาครุ่นคิดสิ่งที่นางกล่าวการเป็คนรับใช้นั้นเขาก็ไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องอีกแต่เขานั้นไม่ชอบเป็คนของใครและยังมีเื่ที่ต้องจัดการอีก เขาจึงตอบนางกลับไป
“ขออภัยด้วยแม่นาง ที่มิอาจตอบรับความหวังดีของท่านไว้ได้ ข้านั้นมีธุระต้องจัดการอยู่”
“ถ้าเ้ามีชีวิตจากป่าแห่งนี้ไปได้ให้จงหาโอกาสไปยัง เมืองจันทราม่วงซะ”
“แต่ถ้าเ้าอยากมีหวังจะมีชีวิตก็อย่าได้เข้าไปในป่าลึกนัก ป่าแห่งนี้มีนามว่า ป่าเมฆาทมิฬ”หญิงสาวกล่าวจบนางก็หันก่อนจะเดินจากไป โดยมีชายชราเดินตามไป
เอ่อ!
“ขอบคุณเ้ามากแม่นาง”เทียนเฟิงคำนับไปทางที่นางเดินจากไป ก่อนจะทบทวนสิ่งได้รับฟังมา
“นายหญิงน้อย ท่านสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนั้นรึ”หลังจากเดินห่างออกมาชายชราเอ่ยถามหญิงสาว
“เด็กหนุ่มคนนั้นแปลกอย่างยิ่ง ทั้งๆที่อายุสิบปีเท่านั้นแต่กลับเป็ผู้ฝึกตนฝึกปราณขั้นที่หนึ่งได้”
“หากได้เขามาค่อยรับใช้ข้า อำนาจในตระกูลของข้าก็จะมากขึ้น”หญิงสาวยิ้มมุมปากออกมา
กลับมาที่เทียนเฟิงที่กำลังตาลุกวาว
ฮ่ะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ
“ตาแก่สารเลว ตอนนี้ข้าก็เป็ผู้ฝึกตนแล้ว”หนทางแก้แค้นนั้นไม่ไกลอีกแล้วคิดเช่นนั้นเทียนเฟิงก็กำหมัดแน่น
“รอก่อนเถอะเ้าแก่ ข้าเทียนเฟิงจะกลับไป”