โต๊ะเขียนอักษรภายในตำหนักอันเยือกเย็นของไป๋ลี่จิงถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ยังคงตกลงมาไม่ขาดสายนางกำลังนั่งเขียนจดหมายถึงท่านพี่ไป๋ลี่จ้ง (ท่านพี่ไป๋ลี่จ้ง
น้องต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนจดหมายมาส่งข่าวเื่ที่ท่านพ่อเสียชีวิตให้เร็วกว่านี้น้องมีหลายเื่ที่ต้องจัดการหวังว่าท่านพี่จะให้อภัย
ขอท่านพี่โปรดวางใจเพลานี้น้องได้แก้แค้นให้ท่านพ่อจัดการกับพวกฏแคว้นจ้าวเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงผู้สมรู้ร่วมคิดที่ยังสืบไม่แน่ชัดว่ามันผู้นั้นเป็ใคร
น้องรู้เพียงว่าพวกมันแฝงตัวอยู่ที่เมืองหลวงหากน้องรู้แน่ชัดว่าเป็ผู้ใดน้องจะส่งข่าวให้ท่านพี่ทราบเ้าค่ะ)ไป๋ลี่จิงนำจดหมายม้วนใส่กระบอกทรงกลมขนาดเล็กไปผูกไว้ที่ขาเหยี่ยวส่งข่าวให้มันนำพาจดหมายนี้ส่งให้ถึงมือท่านพี่ไป๋ลี่จ้ง
ทางด้านไป๋ลี่จ้งรู้ข่าวการเสียชีวิตของท่านพ่อในการสู้รบก็รู้สึกเจ็บแค้นตั้งใจจะเดินทางไปที่ด่านชายแดนเหนือพอดีได้พบกับเหยี่ยวส่งข่าว
เมื่อได้เปิดจดหมายถึงได้รับรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาเปลี่ยนเป้าหมายไปที่คนบงการที่อยู่ในเมืองหลวง
“วางแผนฆ่าท่านพ่อร่วมมือกับโจรฏแคว้นจ้าวต้องสืบให้ได้ว่าคนผู้นั้นเป็ใครเก็บเอาไว้ก็เป็เสี้ยนหนามแผ่นดิน”
ไป๋ลี่จ้งไม่อาจใจเย็นนั่งอยู่เฉยๆรอฟังข่าวอีกต่อไปไป๋ลี่จ้งมุ่งหน้าไปที่จวนหวังขอเข้าพบท่านรองแม่ทัพหวังฉีฮั่นผู้มีสายสัมพันธ์เป็ท่านอาเพื่อหารือ(น้องชายหวังจิงลั่วมารดาของเด็กแฝดทั้งสอง)
สาสน์รายงานชนะศึกาจากด่านชายแดนเหนือถูกส่งถึงพระหัตถ์ของฮ่องเต้หลี่หลงจี้นำมาซึ่งความยินดีปรีดาพระองค์มีรับสั่งมอบรางวัล
และมีพระราชโองการแต่งตั้งองค์ชายจื่อเหยาขึ้นเป็ท่านอ๋องปกครองด่านชายแดนเหนือพระราชทานรางวัลให้แม่ทัพใหญ่องค์หญิงซูหนี่
ยังทรงเมตตามอบเงินรางวัลให้กับทหารที่รบชนะและทหารที่ได้รับาเ็การส่งมอบรางวัลในครั้งนี้ทรงมอบหมายให้องค์รัชทายาทหลี่อี้เฟิงเดินทางไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง
หรืออีกนัยหนึ่งฮ่องเต้ทรงอยากให้องค์รัชทายาทไปผูกสัมพันธ์อันดีเอาไว้กับท่านอ๋องน้อยองค์ใหม่ข่าวชนะศึกแผ่กระจายไปทั่วเมืองหลวงประชาชนพากันออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะกันอย่างครื้นเครง
ผลของการชนะศึกครั้งนี้ทำให้ด่านชายแดนเหนือสงบร่มเย็นไม่มีศึกามากล้ำกรายองค์ชายจื่อเหยาได้รับขนานนามว่าเป็วีรบุรุษของแผ่นดิน
แต่องค์ชายก็ทรงไม่อาจหลีกเลี่ยงสมญานามท่านอ๋องผู้โเี้ไปได้เพราะพระองค์สั่งสังหารฆ่าตัดหัวศัตรูอย่างไม่ปรานี
หากแต่สมญานามนี้ก็ส่งผลดีทำให้แคว้นต่างๆ รอบๆด่านชายแดนเหนือรวมทั้งเหล่าขุนนางในเมืองหลวงพากันหวาดผวา
องค์รัชทายาทหลี่อี้เฟิงออกเดินทางไปที่ด่านชายแดนเหนือเพื่อส่งมอบของรางวัลทรงเต็มใจรับหน้าที่นี้เป็อย่างมากด้วยในพระทัยก็อยากเห็นด้วยสายพระเนตรเองว่าอ๋องน้อยจื่อเหยาผู้นี้จะมีบุคลิกลักษณะโเี้สมดังคำเล่าลือหรือไม่
ด่านชายแดนเหนือเตรียมการจัดงานเลี้ยงรอรับเสด็จองค์รัชทายาทพระชายาทรงรับสั่งให้บ่าวไพร่จัดเตรียมพิธีการต้อนรับให้สมพระเกียรติไม่ให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเป็อันขาด
พระชายาทรงพอจะทราบถึงอุปนิสัยอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆขององค์รัชทายาทมาพอควรจึงไม่อยากให้เกิดเื่ผิดพลาดในระหว่างที่ทรงเสด็จมาเยี่ยมเยือน
ไป๋ลี่จิงนางเองก็ต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานรางวัลในครั้งนี้พระชายาทรงรับสั่งให้ช่างภูษาฝีมือดีตัดเย็บชุดใหม่ให้ไป๋ลี่จิงเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีนี้โดยเฉพาะ
แต่นางหาใส่ใจไม่ วันๆนางเอาแต่งกายเป็บุรุษออกจากวังไปดูแลงานเพาะปลูกเลี้ยงหมูให้กับชาวบ้านไม่สนใจงานพระราชพิธีต้อนรับองค์รัชทายาทแม้แต่น้อย
นับั้แ่วันปะาเชลยศึกที่หน้ากำแพงเมืองนางกับองค์ชายจื่อเหยาก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลยความขุ่นเคืองที่ฝั่งแน่นในพระทัยขององค์ชายไม่ได้ลดน้อยลงถึงพระองค์จะทรงรู้ดีว่าสิ่งที่ไป๋ลี่จิงทำไปนั้นเพราะหวังดีต่อบ้านเมือง
หากแต่องค์ชายนั้นทรงอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ที่นางรู้ทั้งรู้ว่าองค์ชายไม่พอพระทัยแต่นางกลับไม่สนใจทำตัวเฉยชาไม่มีท่าทีร้อนอกร้อนใจที่จะมาขอเข้าเฝ้าออดอ้อนดังเช่นที่นางเคยทำ
ขบวนเดินทางจากเมืองหลวงก็เดินทางมาถึงด่านชายแดนเหนือพระชายากับองค์ชายจื่อเหยาเสด็จออกไปต้อนรับองค์รัชทายาทแต่กลับไร้เงาของไป๋ลี่จิง
องครักษ์ฮั่วที่องค์ชายจื่อเหยาส่งไปตามหานางที่นอกวังั้แ่เมื่อวานกลับมารายงานว่านางจะมาเข้าร่วมงานราชพิธีในวันที่รับรางวัลเท่านั้น
องค์ชายเองก็ไม่อยากบังคับให้ต้องมีเื่ผิดใจกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วยรู้นิสัยนางดีว่านางชอบทำอะไรตามใจตนหาชอบทำตามใจผู้อื่นไม่องค์รัชทายาทถูกเชิญให้ไปพักที่ตำหนักรับรองพักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
งานเลี้ยงต้อนรับเสด็จองค์รัชทายาทจัดขึ้นที่ตำหนักเฟยเทียนพระชายาทรงลุกขึ้นถวายบังคมองค์รัชทายาทกล่าวเชื้อเชิญให้ทรงเสวยอาหาร
“อาหารที่นำขึ้นถวายนี้เป็ผลผลิตที่ได้จากแปลงผักและโรงเลี้ยงสัตว์ในค่ายทหารเพคะแม้วัตถุดิบหลักจะสู้อาหารในเมืองหลวงไม่ได้แต่หน้าตาและรสชาติหม่อมฉันรับรองว่าไม่แพ้อาหารในเมืองหลวงเพคะ”
ปกติองค์รัชทายาทก็ไม่ชอบเสวยเนื้อสัตว์อยู่แล้วทำให้ไม่ได้ใส่ใจกับอาหารตรงหน้าแต่กลับรอบสังเกตอากัปกิริยาองค์ชายจื่อเหยามากกว่า
“ขอบพระทัยเสด็จอาพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทผู้มีบุคลิกโดดเด่นแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งหากแต่ทรงรู้พระองค์ดีว่าอะไรควรทำไม่ควรที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พระองค์จะวางอำนาจบาตรใหญ่ได้จึงแสร้งทำท่าทีอ่อนน้อมกับพระชายาพลางยกจอกสุราขึ้น
“เราขอดื่มแสดงความยินดีให้กับท่านอ๋องน้องที่เอาชนะข้าศึกแคว้นจ้าวปกป้องแผ่นดินไว้ได้”
องค์ชายจื่อเหยารีบลุกขึ้นรับพระมหากรุณา“ขอบพระทัยองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
โชคดีที่องค์รัชทายาทไม่ได้สนใจถามถึงแม่ทัพหญิงทำให้องค์ชายรู้สึกสบายใจด้วยเกรงว่าจะทำให้ไม่ทรงพอพระทัยที่นางไม่มาเข้าเฝ้าในงานเลี้ยง
“ก่อนหน้าที่เราจะเดินทางมาที่นี่มักได้ยินว่าราษฎรขาดแคลนอาหารแต่เท่าที่เราสังเกตเห็นราษฎรดูมีความสุขไม่ได้อดอยากเหมือนที่เคยได้ยินมา”
องค์ชายจื่อเหยาอ้ำอึ้งไม่อยากตอบคำถามเท่าไรนักเพราะไม่อยากจะจะเอ่ยถึงไป๋ลี่จิงแต่ก็ไม่อาจปิดบังเอาไว้
“ข่าวที่ราษฎรขาดแคลนอาหารเป็เื่จริงพ่ะย่ะค่ะแต่่สองเดือนที่ผ่านองค์หญิงซูหนี่ได้สอนให้ราษฎรปลูกผักเลี้ยงสัตว์ทำให้สถานการณ์ในเมืองดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายตอบคำถามเท่าที่องค์รัชทายาทถามเท่านั้นองค์ชายพยายามเลี่ยงไม่พูดถึงเื่ที่ถูกยักยอกเสบียงที่ทางเมืองหลวงส่งมา
เพราะไม่อาจรู้เส้นสนกลในได้ว่าองค์รัชทายาททรงอยู่ข้างไหนกันแน่ระหว่างฮ่องเต้กับอัครเสนาบดีหลินยังต้องหยั่งเชิงดูท่าทีไปก่อน
องค์รัชทายาทถึงได้นึกขึ้นได้ว่ามีอีกหนึ่งคนสำคัญที่ยังไม่ได้พบหน้า“แล้วนี่...องค์หญิงซูหนี่นางไปไหนเหตุใดถึงไม่มางานเลี้ยงเราอยากถามไถ่กลศึกที่นางวางหมากเอาชนะข้าศึกนับแสนได้ภายในคืนเดียว”
องค์ชายจึงรีบหาข้อแก้ตัวให้ไป๋ลี่จิงทันที"ต้องขอพระราชทานอภัยองค์รัชทายาทที่น้องสาวของกระหม่อมเสียมารยาทไม่มาเข้าเฝ้า
เดิมทีนางตั้งใจจะกลับมารับเสด็จพระองค์ให้ทันเวลาหากแต่เมื่อวานน้องหญิงออกไปช่วยราษฎรขยายพื้นที่ทำการเกษตร
แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันหิมะถล่มลงมาปิดเส้นทางทำให้นางกลับมาไม่ทันนางส่งข่าวมาว่านางจะกลับมาให้ทันงานถวายรางวัลในวันพรุ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ"
องค์รัชทายาทแม้จะมีสีพระพักตร์ไม่พอพระทัยเท่าไหร่นักที่นางไม่รู้จักมารยาทแต่ก็จำต้องแสดงละครต่อไป“เป็เช่นนี้นี้เอง เราเข้าใจเื่นี้ไม่ถือเป็ความผิดนาง”
เช้าวันพระราชพิธีเสียงแตรดังกึกก้องไปทั่วพระราชวังอันหนาวเหน็บองค์ชายจื่อเหยาทรงแต่งฉลองพระองค์ด้วยชุดพระราชทานสีขาวลายปักรูปสิงโตสีทองส่องประกายวาววับขับให้ผู้สวมใส่ดูเป็บุรุษผู้สง่างาม
ภายในท้องพระโรงมีเหล่าขุนนางยืนรอเข้าเฝ้าด้วยความอยากชื่นชมพระบารมีองค์รัชทายาทกันทั่วหน้า
องค์รัชทายาทเสด็จมาด้วยชุดผ้าแพรสีแดงลายัเสริมให้เห็นบุคลิกที่ดูสูงส่งอยู่แล้วสูงส่งมากยิ่งขึ้นสีแดงขับให้ผิวพระวรกายขาวผุดผ่องโดดเด่นสะดุดตา
พระพักตร์นั้นแม้นจะดูเคร่งขรึมดวงเนตรสีดำสนิทดุดันถึงกระนั้นก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาของพระพักตร์ดุจหยกงดงามล้ำค่านั้นลงได้
ราศีผู้ที่จะได้ขึ้นครองราชย์เป็โอรส์องค์ต่อไปเป็เช่นนี่นี้เองไม่ทันที่ทุกคนจะชื่นชมความสง่างามของทั้งสองบุรุษได้เต็มที่เสียงทหารก็เอ่ยพระนาม
“องค์หญิงซูหนี่เสด็จ”ทุกคนในท้องพระโรงพากันหันมาจับจ้องไปที่สตรีที่ก้าวเท้าเดินเข้าใหม่
ไป๋ลี่จิงสวมใส่ชุดที่พระชายาทรงเตรียมไว้ให้นางมัดผมทำหมวยยกสูงสวมมงกุฎพระราชทานประจำตำแหน่งท่านหญิง
อาภรณ์ด้านในสีแดงลายดอกไม้คลุมด้วยผ้าคลุมสีขาวขนหมาป่าใช้ผ้าคลุมหน้าสีขาวเนื้อบางปิดบังใบหน้าเอาไว้นางค่อยๆเดินมาหยุดตรงหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาท
“ถวายบังคมเพคะขอพระราชทานอภัยที่หม่อมฉันมาช้าไม่ทันรับเสด็จในวันที่พระองค์เสด็จมาถึง”
ยามปกติองค์รัชทายาทเองก็ไม่ทรงโปรดปรานสาวงามจึงไม่ได้ใส่ใจว่าสตรีที่ยืนตรงหน้าจะงดงามซักเพียงใด
แต่ที่พระองค์อยากเห็นใบหน้าก็เพราะสตรีผู้นี้มีความสามารถจนน่าสนใจในภายหน้าไม่รู้แน่ชัดว่านางจะเป็มิตรหรือศัตรู“เ้าไปทำงานเพื่อบ้านเมืองเราจะถือสาได้เช่นไร ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะพระองค์ทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวางไม่ถือสาที่หม่อมฉันทำตัวเสียมารยาท”ไป๋ลี่จิงยกตัวขึ้นเดินถอยหลังไปยืนด้านข้างพระชายา
*องค์ชายจื่อเหยารับราชโองการ
“องค์ชายจื่อเหยากล้าหาญ ชำนาญศึกสติปัญญาเฉียบแหลม ซื่อสัตย์องอาจแต่งตั้งให้เป็ท่านอ๋องโจวจื่อเหยาปกป้องพื้นที่ศักดินาด่านชายแดนเหนือสืบไป”
“ขอบพระทัยฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”
*องค์หญิงซูหนี่รับราชโองการ
“องค์หญิงซูหนี่สิริโฉมงดงามจิตใจหาญกล้าออกรบเยี่ยงชายชาตรีสมเป็ยอดวีรสตรีแห่งแคว้นคุณงามความดีเป็ที่ประจักษ์มอบรางวัลผ้าต่วนแพรเนื้อมันลื่นผิวหนึ่งร้อยผืนแจกันกระเบื้องลายหงส์สิบคู่ เงินเหรียญทองแดงหนึ่งพันก้วน”
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ”
เปิดตัวขันทีหม่าลี่จ้งที่องค์รัชทายาททรงโปรดปราน
นามปากกา K.P.STOMebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-239246-