ก็อกๆ
“ขออนุญาตค่ะ….”
“เชิญครับ”
สิ้นเสียงอนุญาติ ฉันเปิดประตูห้องตรวจเข้าไป หมอผู้ชายตัวสูงในคราบชุดกาวสีขาวสะอาดตา ยืนดื่มกาแฟหันหลังให้อยู่ เพียงแค่มองแผ่นหลังกว้างนั้น ใจก็เต้นแรง ตึกตักจั๊กจี้อย่างบอกไม่ถูก (ตามประสาสาวโสด) หุ่นของเขาน่านอนกอด เส้นผมสีดำสลวยเงางาม ผิวขาวฉบับลูกผู้ดีมีเงิน เส้นเื เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ โผล่ที่หลังมือ มันกร้าวใจฉันสุดๆ
ฉันนั่งรอที่โต๊ะซักประวัติ แอบเหล่ตาสำรวจ จาก่เอวที่ไร้พุง เลื่อนขึ้นไปที่อกกล้ามโต คอเรียวใหญ่ ที่มีลูกกระเดือกบอกความเป็ชาย และใบหน้าตี๋คม ภายใต้แว่นของเขา ฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน ตาเบิกโพลง เสียงอุทานเอ่ยผ่านโคนลิ้นอย่างห้ามไม่ทัน
“พะ พี่ติณณ์…”
‘กรี้ดดดด คนตรวจภายในคือพี่ติณณ์ แฟนเก่าสมัยมหา’ลัยของฉันงั้นหรอ !!’
ฉันอ้าปากพะงาบๆ ขยี้ตาแรงๆ ไปสองสามครั้ง พยายามดึงสติตัวเองว่านี่ไม่ได้ฝันอยู่ ทำไมฉันไม่ถามพยาบาลก่อนนะว่าหมอเป็ใคร ถ้ารู้ว่าเป็เขาคนนี้ฉันคงยกเลิกนัดตรวจแล้ว
“...คุณเขมมิกา นัดตรวจภายในประจำปีนะครับ”
“....”
ไร้เสียงตอบรับ เพราะฉันกำลังมือสั่น ใจเต้นแรงจนแทบจะเป็ลมอยู่ เขามองฉันด้วยหางตา ใบหน้าหล่อของเขาเฉยชาเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อน เขาดูไม่ตื่นเต้น โตกตากหรือประหม่าอย่างฉัน อาจจะเพราะรู้อยู่แล้วว่าฉันคือหนึ่งในคนไข้ของวันนี้
เขาหยิบเอกสารมากรอกข้อมูล แล้วเอ่ยถามโดยไม่หันมามองกับคู่สนทนา
“คนไข้เคยมีเพศสัมพันธุ์หรือยังครับ”
“คะ เคยแล้วค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“กับแฟนใช่ไหมครับ”
‘เดี๋ยวนะ ถามแบบนี้ไม่ได้ด่าว่าฉันสำส่อนใช่ไหม’
“กับแฟน….ค่ะ” ฉันตอบ
“ล่าสุดเมื่อไรครับ” เขายังยิงคำถามด้วยอาการเฉยชาเช่นเดิม
“......”
ฉันเม้มปากนิ่งใส่เป็คำตอบ เพราะกำลังประหม่าเขา และรู้สึกแปลกๆ กับคำถามที่ตรงเผงกว่าหมอคนก่อนที่ฉันเคยตรวจ
“ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ ก็กลับได้เลยนะครับ หมอไม่มีเวลามานั่งรอคำตอบคนไข้ทั้งวัน”
เขาพูดติด้วยเสียงหงุดหงิด แล้วเงยหน้าขึ้นมองฉัน ทันทีสายตาผสานกัน ดวงตาของเขามันดูว่างเปล่า และน่ากลัวกว่าที่ฉันเคยเห็น
‘..เขายัง เกลียดฉันอยู่สินะ…’
“เมื่อ 6 ปีที่แล้ว”
เสียงตอบเบาๆ เปล่งออกเหมือนลมติดในคอ เขาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ฉันเงยหน้ามองเขาอีกรอบด้วยความสงสัย
“กับใคร…”
“ปกติการตรวจนี่ถามด้วยหรอคะว่า คนไข้ไปเอากับใครมา”
ฉันถามกลับเสียงแข็ง เพราะเริ่มหงุดหงิดกับคำถามที่ลึกเกินเหตุนั้นเขาเบือนใบหน้าหนี แล้วกดปุ่มโฟนบนโต๊ะเรียกพี่พยาบาล
“ค่ะ คุณหมอ”
“พาคนไข้ไปเตรียมตัวรอได้เลยครับ”
“ค่ะ.. เชิญคนไข้ตามพยาบาลมานะคะ จะพาไปเปลี่ยนผ้าถุงและขึ้นเตียงตรวจค่ะ”
ฉันยิ้มเล็กๆ ให้พยาบาล ก่อนจะลุกออกไปโดยไม่ล่ำลาหรือขอบคุณเขา
ห้องตรวจแอร์ฉ่ำจนขนลุก เตียงขาหยั่ง และฉันที่นอนถ่างขารอหมอ ถึงจะประหม่าอยู่บ้าง แต่เขาก็เคยทำเื่อย่างว่ากับฉันแล้วนิ คงไม่ต้ององต้องอายอะไรกันแล้วมั้ง!
ครืดดดด
ไม่ถึงห้านาทีเขาก็เดินเข้ามา จากนั้นหยิบถุงมือทางการแพทย์สวมใส่แล้วเปิดผ้าถุงที่คลุมปิดส่วนลับออก
ลมเย็นๆ ปะทะกลีบดอกไม้ที่เบ่งบานอ้าซ่าบนขาหยั่งเตียง ฉันขนลุกซู่ เหงื่อออกตามไรผม นอนหลับตาหลบความอายที่เกาะกุมจิตใจ ทั้งๆ ที่ก็เคยตรวจอยู่ทุกปี ทำไมฉันต้องมาประหม่าตอนนี้ด้วยนะ
“จะรู้สึกปวดหน่วงนิดนึงนะครับ”
เขาเตือน ก่อนที่เหล็กคีมเย็นๆ จะถูกสอดเข้าในช่องแคบ
“โดยรวมปกติครับ ไม่มีตกขาว ก้อนเนื้อ หรือส่วนที่ดูอักเสบ..”
“....” ฉันพยักหน้าตอบรัวๆ ทั้งที่ยังหลับตาปี๋ใส่เขาอยู่
“อ่อ คุณพยาบาลครับ หมอรบกวนไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะให้หน่อย พอดีหมอมีนัดคุยกับญาติคนไข้ประจำ กลัวเขาจะโทรมา”
“คะ?? … เอ่อ ค่ะ”
พยาบาลออกไปเอาโทรศัพท์ที่ห้องตรวจแรกให้ตามสั่ง ฉันหลี่ตาขึ้นแอบมอง เห็นเขาแสดงสีหน้าเรียบเฉย เสียงกุกๆ กักๆ ของเครื่องมือดังเป็ระยะ เพียงอึดใจ เขาก็ดึงอุปกรณ์ออกจากส่วนนั้น
แกร้ก