“แล้วนี่...” แม่หันมองรอบห้อง “หมอบอกหรือยังว่าต้องนอนโรงพยาบาลกี่คืน”
ผมรู้ทันทีว่าแม่กำลังคิดเื่อะไร
ผมส่ายหัว “อังอั๊บ แอ่ อมออโอด อมไอ่อู้อ่า...”
“ไม่เป็ไรหรอกน้ำ ไม่ต้องพูดแล้ว” พ่อตบไหล่ผมเบา ๆ “เดี๋ยวแม่กับพ่อจะออกไปคุยกับหมอดูว่าจะย้ายโรงพยาบาลได้ไหม ไม่ต้องคิดมากเื่ค่ารักษาหรอก แค่ลูกปลอดภัยก็ดีแล้ว”
ผมพยักหน้า รู้สึกผิดจนไม่กล้ามองตาพ่อ แม่ลูบหัวผมเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง หลังจากประตูปิด สมองผมก็ทำงานทันที
‘ฝีมือนายใช่ไหม’ ผมถามเสียงในหัว ‘อาลาเมียง ดามัง’
[ชื่อผมเบลลามี ดาเมียงครับ]
‘นายจงใจส่งฉันมาที่นี่ คิดจะใช้เื่เงินค่ารักษาพยาบาลบีบบังคับให้ฉันทำภารกิจระบบมาเฟียใช่ไหม’
[ฟังดูสมเหตุสมผลนะครับ แต่นี่ไม่ใช่แผนการของผม]
‘ไม่ใช่แผนของนายแล้วจะแผนของใคร บอสคนเก่าเหรอ’
[ยศกร วิวัฒการุญครับ] เสียงในหัวบอก [คนที่ส่งบอสมารักษาที่นี่คือยศกร วิวัฒการุญ]
‘วิ... วิวัฒการุญ?’
[แฟนใหม่ของแฟนเก่าบอส]
‘ว่าไงนะ?!’
[ระหว่างที่บอสโดนกระทืบ เขาโทรเรียกรถพยาบาลไว้ก่อนแล้วคงวางแผนให้บอสเข้ารักษากับโรงพยาบาลที่แพงที่สุด บังเอิญดีนะครับที่โรงพยาบาลนั้นคือลอส ชิทแอตเทิลของเรา]
‘บังเอิญกับผีน่ะสิ’ ผมกลอกตาคุยกับเสียงในหัว ‘ฉันไม่เชื่อหรอกว่าระบบมาเฟียอย่างนายจะไม่เกี่ยวข้อง อาลาเมียง ดามัง’
[เบลลามี ดาเมียงครับ]
‘ไอ้อาม ไอ้ชั่ว แม่ง! ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ’
[เป็วิธีที่พวกมาเฟียกำลังนิยม ใช้สำหรับกำจัดศัตรูตัวเล็ก ๆ ที่คอยขัดแข้งขัดขา]
‘ศัตรูตัวเล็ก ๆ เหรอ’ ผมกัดฟันกรอด มือกำหมัดแน่น
[คนที่ไม่อำนาจและเงินทองมากพอที่จ่ายค่ารักษาในโรงพยาบาลแพง ๆ คิดว่าลอส ซิสแอตเทิลเป็สถานที่ที่ใครอยากเข้าก็เข้ามาได้เหรอครับ คนที่เข้ามาที่นี่มีแค่สองประเภทเท่านั้น คือหนึ่งเข้ามารักษาจริง ๆ กับสองถูกส่งเข้ามากำจัด แน่นอนว่าการกำจัด คริสลอฟก็คิดค่าใช้จ่ายด้วย]
‘แล้วค่าใช้จ่ายในการกำจัดฉันเป็เท่าไหร่’ ผมถาม แม้จะรู้สึกเจ็บซี่โครง แต่มือก็ยังกำหมัดแน่น
[ประเมินไม่ได้ครับ] เอไอตอบ
‘ประเมินไม่ได้เหรอ?’
[มีกฎข้อหนึ่งในโลกของมาเฟียที่ทุกคนต้องระวังไว้ ห้ามโยนคนของคริสลอฟเข้ามาในลอส ซิสแอตเทิลเด็ดขาด การสั่งให้คริสลอฟกำจัดคนของตัวเองเป็การเหยียดหยามกันอย่างร้ายแรงที่สุด และนี่เป็ครั้งแรกที่คนของคริสลอฟถูกโยนเข้ามา แถมคนคนนั้นยังเป็ทายาทที่ถูกเลือกอีก มูลค่าที่ต้องคิดบัญชีคืนจึงประเมินค่าไม่ได้]
แม้น้ำเสียงของเอไอในหัวจะราบเรียบเป็โมโนโทนปกติ แต่ผมกับรู้สึกถึงความโกรธแค้นอยู่ในนั้น
[ภารกิจแรกกำลังจะพร้อมแล้วครับ]
‘ห๊ะ’ ผมเลิกคิ้วขึ้น หันมองนาฬิกาหรูบนผนัง ‘ยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย’
[ตัวละครมาถึงแล้ว ผมขออนุญาตแจ้งภารกิจแรกเลยนะครับ]
[ภารกิจแรก: หยิบเอกสารที่อยู่บนโต๊ะหัวเตียงของบอสให้ผู้ชายที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในห้อง]
ผมขมวดคิ้ว หันมองโต๊ะหัวเตียง มีแฟ้มเอกสารสีขาววางอยู่ จากนั้นไม่ถึงสองวินาที ประตูห้องก็เปิดออก ผู้ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามา เขาใส่ชุดสูทสีดำ เนกไทสีน้ำเงิน สูงหนึ่งเมตรแปดสิบเซ็น ก้มโค้งผมให้ทีหนึ่งแล้วเดินเข้ามาในห้อง ไม่ว่าจะมองยังไง ผู้ชายคนนี้ก็เป็คนไทยแน่ ๆ
[รางวัลสำหรับภารกิจคือค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของลอส ซิสแอตเทิลครับ] เอไอพูด
‘ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเหรอ’ ผมถาม ‘แค่หยิบของให้เนี่ยนะ’
[ครับ แค่หยิบเอกสารส่งให้]
‘นี่อาลาเมียง ดามัง’ ผมเรียก
[เบลลามี ดาเมียงครับ] เอไอถามตอบ
‘นายไม่ได้คิดทำอะไรแผง ๆ ใช่ไหม’
[อะไรแผง ๆ คืออะไรเหรอครับ]
‘ก็อย่างเช่น...’ ผมกลอกตามองบนโต๊ะหัวเตียง ‘แฟ้มเอกสาระเิตอนที่ฉันเอื้อมมือไปหยิบพอดี’
[…] เสียงในหัวเงียบ
‘ทำไม ฉันเดาถูกเหรอ’
[ผมเพิ่งเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเตือนว่าผมจะเหนื่อย]
‘เขา?’ ผมขมวดคิ้ว
[บอสคริสลอฟครับ] เอไอพูด [บอสคริสลอฟเตือนว่าผมจะเหนื่อยเพราะบอสคนใหม่]
‘เป็เอไอเหนื่อยได้ด้วยเหรอ’
[ครับ]
‘อย่างอแงน่า อาลาเมียง ดามัง’
[ได้โปรดเรียกผมว่ามัวร์เถอะครับ]
‘ไม่สนิทกันจะให้เรียกชื่อเล่นได้ไง’
[งั้นก็หยิบเอกสารส่งให้เขาสักที ภารกิจจะได้เสร็จ ๆ]
‘ภารกิจไม่ได้จำกัดเวลานี่’
[ให้ตายเถอะ]
‘พูดแบบนั้นกับบอสได้เหรอเมียง’
[มัวร์ครับ มัวร์ ผมชื่อมัวร์]
ผมยิ้ม มีเอไอในหัวก็สนุกดีเหมือนกันนะ ‘เรียกชื่อเล่นให้แล้วก็ยังโมโหอีก’
[บอสโกรธอะไรผมเหรอครับ] มัวร์ถาม [ทำไมต้องก่อกวนผมไม่หยุด]
‘ฉันโมโหน่ะ’ ผมตอบ
[โมโหเหรอครับ]
‘นายปล่อยให้ฉันโดนกระทืบใช่ไหมเมียง’
[…]
คราวนี้เสียงในหัวเงียบ
‘นายบอกว่ามูลค่าของฉันประเมินค่าไม่ได้ ถ้าฉันสำคัญขนาดนั้นแล้วทำไมถึงโดนกระทืบล่ะ มันจะง่ายขึ้นเยอะใช่ไหมถ้าปล่อยให้ฉันโดนกระทืบแล้วเข้ามาที่นี่’
ระหว่างที่ผมกำลังคาดเดาแผนการของเอไออยู่นั้น ผมไม่ได้รู้เลยว่าคำพูดของตัวเองกำลังถูกส่งเข้าไปในหูของใครบางคนที่นั่งจิบไวน์บนคฤหาสน์หรูที่ไหนสักแห่ง
กาโลเวย์ คริสลอฟกำลังกระตุกยิ้ม เขารู้สึกถูกอกถูกใจอย่างมากกับประโยคล่าสุดที่หูฟังอัจฉริยะทำหน้าที่แปลภาษาให้ ไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้น แต่สมาชิกอาวุธโสคนอื่นก็กำลังฟันั่งอยู่ด้วย ทุกคนถูกบังคับให้ฟังเพราะไม่อยากจะยอมรับว่าเด็กวัยรุ่นอายุยี่สิบเอ็ดที่โดนผู้หญิงหลอกมาห้าปีจะขึ้นมาเป็บอสมาเฟีย
‘ค่ารักษาพยาบาล นายต้องจ่ายให้ฉันฟรี เมียง’ ทันทีที่ได้ยินข้อเสนอของน้ำ กาโลเวย์ คริสลอฟก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น [เื่การทำร้ายร่างกายบอส ผมไม่มีส่วนรู้เห็นครับ]
‘เหรอ ถ้าอย่างนั้นคริสลอฟก็ไม่ใช่มาเฟียอันดับหนึ่งแล้วล่ะ’ เสียงน้ำพูด กาโลเวย์ คริสลอฟยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอีก ตรงกันข้ามกับสมาชิกคนอื่นที่หันมองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก
‘ขนาดทายาทคนเดียวยังปล่อยให้โดนกระทืบ จะเรียกมาเฟียอันดับหนึ่งได้ไง’
กาโลเวย์ คริสลอฟถอดหูฟังจากนั้นก็ดื่มไวน์จนหมดแก้ว สมาชิกคนอื่น ๆ ถอดหูฟังเช่นกัน
“ไหนใครบอกว่ามันเป็พวกว่านอนสอนง่าย”
ทุกคนที่พูดประโยคนั้น ต่างทำเหมือนไม่ได้ยิน
“ไอ้เด็กนี่มันเป็คนที่เท่าไหร่นะ”
“ห้าพันสามร้อยเจ็ดสิบสองค่ะ” ผู้หญิงอายุห้าสิบหกที่นั่งใกล้สุดตอบ
“แต่เป็คนแรกที่ต่อรองกับระบบ” คริสลอฟพูด “ทุกคนที่ผ่านมาใช้ให้ทำอะไรก็ทำหมด แต่ไอ้เด็กนี่... ไอ้เด็กนี่ดูเหมือนจะโง่แต่ก็ไม่โง่ ทำให้มัวร์ปวดหัวได้ ฉันว่างานนี้เราเจอบอสคนใหม่ตัวจริงเข้าแล้วล่ะ”
ไรท์: นี่เขาคัดเลือกทายาทจากอะไรกันคะเนี่ยยยยย