เขาตื่นขึ้นก็เป็นเวลาช่วงสายแล้วในวันนี้เมื่อวานเขามาถึงบ้านก็คิดที่จะนอนเล่นอยู่บนเตียงดูแท็บเล็ตของสถาบันสักหน่อย แต่ว่าเขาก็หลับลงในเวลาไม่นาน
เขาได้ลองใส่ชุดแจ็คเก็ตของสถาบันในตอนแรกที่เขาใส่นั้นมีขนาดใหญ่กว่าตัวของเขาแต่หลังจากใส่มันเสร็จเรียบร้อยเสื้อแจ็คเก็ตก็ปรับขนาดของมันเองให้เข้ากับขนาดตัวของเขา เขารู้สึกได้ถึงร่างกายที่ดูเบาลงเล็กน้อยจากการใส่แจ็คเก็ต เพราะว่ามันเป็นไอเท็มระดับบลอน เขาไม่ได้ถอดมันออกแล้วออกไปหาอะไรกินช่วงเช้าภายในสถาบัน
ระหว่างทางที่เขาเดินไปในส่วนของศูนย์อาหารนั้นก็มีสายตาของคนมากมายบอกมาที่ตัวเขา เขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากบนตัวของเขาก็ไม่มีสิ่งใดที่โดดเด่น เช็คตัวเองดูแล้วก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติร่างกายหรือสิ่งที่เขาสวมใส่อยู่เลย ในขณะที่เขากำลังนั่งทานข้าวนั้นทุกคนที่เดินผ่านไปมาหรือนั่งใกล้ๆก็มองเขาอยู่ตลอดเวลาหรือจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
"โอลิเวีย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าทำไมวันนี้ทุกคนถึงได้เอาแต่มองมาที่หลินกัน ?" เขาพิมพ์ถามเธอในแอพสำหรับติดต่อของสถาบันพร้อมกับส่งอีโมรูปตกใจตามไป
"หลินใส่เสื้อแจ็คเก็ตของสถาบันไปใช้ไหมค่ะ" ไม่นานโอลิเวียก็ตอบกลับพร้อมส่งอีโมหัวเราะมาด้วย
"ใช่แล้ว เสื้อแจ็คเก็ตของสถาบันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ หลินก็เห็นคนส่วนใหญ่ก็ใส่กันทั้งนั้น" เขาพิมพ์ตอบกลับ
"เป็นเพราะว่าหลินยังไม่มีทักษะแห่งดวงตาทำให้ไม่เห็นถึงความแตกต่างของเสื้อทั่วไปกับเสื้อของระดับชั้นหัวกะทิ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญในตอนนี้คือหลินต้องไปเรียนทักษะแห่งดวงตาสถาบันมีให้นะคะเป็นทักษะระดับลอนแต่ก็มีทักษะแห่งดวงตาที่มีระดับสูงกว่านั้นแต่มีราคาที่แพงมากๆ และไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ คนส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องเลือกทักษะแห่งดวงตาในระดับบลอนเพื่อช่วยในการต่อสู้ไนดันเจี้ยนได้สะดวกขึ้นเป็นอย่างมาก วันนี้หลินควรไปรับทักษะกับไอเทมระดับบลอน 10 ชิ้นตามข้อตกลงที่สถาบันได้มอบให้เมื่อวานโอลิเวียบอกแล้วใช่มั้ยคะว่าต้องไปรับตรงไหน คือตอนนี้โอลิเวียไปด้วยไม่ได้ ถ้าหลินไปไม่ถูกคงต้องเป็นพรุ่งนี้โอลิเวียถึงจะพาไปได้ค่ะ" โอลิเวียตอบกลับมาตามด้วยอีโมรูปยิ้ม
"งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะที่รัก" เขาตอบกลับพร้อมส่งอีโมรูปหัวใจ โอลิเวียส่งอีโมรูปโกรธกับมาตามด้วยอีโมหัวเราะอีกครั้ง
ความจริงเขาจำได้ว่าต้องไปรับตรงไหนแต่การมีคนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับทักษะมากกว่าเขามาแนะนำก็ควรจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าการที่เขาไปเลือกด้วยตัวเอง อีกอย่างคือวันนี้เขาตั้งใจจะไม่สนใจเรื่องอื่นๆและลุยไปกับดันเจี้ยนทั้งวัน การที่เราทำอะไรอยู่แทบทุกวันและอยู่ดีๆก็ไม่สามารถทำมันได้ทำให้เขารู้สึกคิดถึงอยู่ไม่น้อย
!! สู่ดันเจี้ยนชั้นที่ 11
ในทันทีที่เขาเข้ามาสู่ดันเจี้ยนเขาก็ไม่ลืมที่จะเรียนทักษะที่ได้มาจากอาจารย์ของเขา ทักษะระดับซิลเวอร์ การสนทนาของภูติพราย[1/1] เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในดวงตาของเขา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทักษะเกี่ยวกับดวงตาอย่างที่โอลิเวียเพิ่งบอกเขามา แต่ว่าทำไมชื่อของมันถึงเป็นทักษะการสนทนาของภูติพรายกันนะ ในครั้งแรกที่เขาเห็นทักษะนี้เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นทักษะเกี่ยวกับการพูดคุยเหมือนที่อาจารย์ของสถาบันใช้ตอนที่เขาสู้กับรุ่นพี่ที่มาจีบโอลิเวีย ไม่ก็เป็นทักษะเกี่ยวกับการฟังการได้ยินอะไรแบบนั้น เขาลองใช้ทักษะหมัดทรงพลัง[3/5] ที่มือข้างขวาของเขาและยกมันขึ้นมาดู เขามองเห็นได้ถึงออร่าสีขาวเบาบางจากมือของเขา เขาลองยกเลิกทักษะการสนทนาของภูติ และมองดูอีกครั้งออร่านั้นหายไป เขายังไม่ค่อยเข้าใจนักดูเหมือนว่าจำเป็นต้องลองใช้มันตอนต่อสู้กับบอสดูก่อน
มันเป็นบอสเต่าน้ำแข็งบอสของดันเจี้ยนชั้นที่ 11 ในครั้งแรกที่เขาเห็นมันเป็นแค่เพียงเต่าขนาดใหญ่มากตัวนึงเท่านั้น แต่พอเขาใช้ทักษะการสนทนาของภูติพราย เขาก็เห็นหลังของบอสเต่านั้นเป็นกระดองน้ำแข็ง และเห็นออร่าสีฟ้าหนาแน่นที่บริเวณหัวของมัน จุดอ่อนของมันน่าจะอยู่ในส่วนที่ยื่นออกมาของมันแต่ทันทีที่เขาวิ่งเข้าไปมันก็หดทุกส่วนเข้าไปในกระดอง เขาพยามที่จะไม่ใช้ทักษะความเร็วของอัจฉริยะ[1/1] ใช้มันเฉพาะช่วงเวลาฉุกเฉินหรือเวลาที่เขาต้องการหาตำแหน่งของบอสดันเจี้ยนเท่านั้น เขาได้ลองใช้ทักษะหมัดทรงพลัง[3/5] ใส่กระดองน้ำแข็งของมันเป็นอย่างแรกแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ทำความเสียหายแม้แต่นิดเดียวเลย เขานำหางของหมาป่าออกมาและฟาดไปที่กระดองน้ำแข็งของมัน ดูเหมือนว่าจะได้ผลเขาฟาดออกไปเป็น 10 ครั้งจนมันสลายไป เขาคิดว่าทักษะของบอสเต่าน้ำแข็งน่าจะต้องใช้ออกมาทางปากของมันแต่ทุกครั้งที่มันพยายามโผล่หัวออกมาเขาก็จะตีไปที่หัวของมันแต่มันก็หลบได้ในทุกครั้ง
! สมุดทักษะเวทมนต์ ระดับบลอนแช่แข็ง
เยี่ยมไปเลยดูเหมือนว่าการสู้กับกับบอสดันเจี้ยนในครั้งแรกจะมีรางวัลตอบแทนที่ดีไม่น้อย เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากทีเดียว