งานบุญทอดผ้าป่าที่วัด ผ่านไปได้ 1 อาทิตย์แล้วตอนนี้ มาตาเริ่มปรับตัวกับชีวิตในชนบทได้บ้างแล้ว ในทุก ๆ เช้ามาตาจะออกไปสวนกับลุง เธอช่วยคนงานตัดผักสดและเก็บผลไม้เพื่อเตรียมส่งให้กับลูกค้าประจำรวมถึงรีสอร์ทเมืองมนต์ ที่เ้าของลงทุนมารับของเองถึงสวนทำให้เื่ที่มาตาขอสลับหน้าที่ส่งของกับลุงชิดเป็อันต้องพับแผนยกเลิกไปเพราะถึงอย่างไร บุรินทร์คงจะหาเื่มาหาเธออีกอยู่ดี
เช้านี้ถึงคิวตัดผักคะน้ากับผักบุ้งผักคะน้าจะต้องตัดกันั้แ่เช้าตรู่เพื่อให้ทันส่งของก่อนที่จะมีคนมารับพวกคนงานมาตัดกันั้แ่ตีหนึ่ง มาตา กับลุงชิดต้องออกมาช่วยห่อผักที่ตัดเสร็จแล้ว
มาตากับคนงานหญิงอีกคนมีหน้าที่แบ่งชั่งผักออกเป็กอง ๆ ละ 10 กิโลกรัมหลังจากนั้น ลุงชิดและคนงานชายอีก 2 คนจะช่วยกันเรียงผักที่ชั่งแล้วแล้วทำการตัดตรงก้านให้เสมอกัน แล้วม้วนห่อผักคะน้าต้นอวบเ่าั้ด้วยใบตองทั้งก้านเป็มัดใหญ่ๆ แค่นี้ก็พร้อมส่งแล้ว
ส่วนผักบุ้งนั้น ง่ายกว่าผักคะน้ามาก เพราะตัดง่ายกว่าจึงใช้เวลาไม่มากเท่าไหร่ก็สเร็จแล้ว
ด้วยวันนี้มีออเดอร์ผักคะน้าทั้งหมด 1,500 กิโลกรัมผักบุ้งอีก 300 กิโลกรัม ซึ่งทั้งหมด ต้องเสร็จก่อน ตีสี่ยกเว้นของรีสอร์ทเมืองมนต์ที่แจ้งมาว่าจะมีรถมารับตอนแปดโมงเช้า พร้อมกับผลไม้คือฝรั่งกับกล้วยน้ำหว้าและกล้วยหอมทอง อย่างละนิดหน่อย
เมื่อส่งของเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนและกินข้าวเช้ากัน มาตากับลุงชิด ก็เหมือนกันทั้งคู่พากันกลับบ้านเพื่อรอทานข้าวเช้าฝีมือยายมาลัย
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้ว มาตาก็เดินลงมาจากตัวบ้านมุ่งตรงไปทานข้าวที่ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่หน้าบ้านลุงชิดให้คนงานทำแคร่ไม้ไผ่ขนาดใหญ่พอประมาณ ไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจยายมาลัยและลุงชิด มักจะมากินข้าวเช้าและเย็นที่นี่เป็ประจำหลังจากมาตากลับมาอยู่บ้านที่นี่จึงเป็กลายห้องอาหารของบ้านสวนของทุกคนในครอบครัว
พอเดินมาถึงแล้ว มาตาก็ต้องแปลกใจเพราะวันนี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มอีก 1 รายเป็ชายหนุ่มร่างสูงที่มาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แสนคุ้นเคย กำลังส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้เธอ
“ไหนพี่เมืองว่าจะมารับผักกับผลไม้ตอนแปดโมงเช้าไงคะ ทำไมวันนี้มาเร็วจังหรือว่าที่รีสอร์ทรีบใช้ผักหรือคะ” มาตายกมือไหว้พร้อมกับถามถึงสาเหตุที่ทำให้บุรินทร์มาที่นี่เร็วกว่าที่เขาไลน์มาบอกเธอเมื่อคืน
“อ๋อ...คือพี่ออกมาส่งคนงานไปหาหมอที่โรงพยาบาลมาน่ะก็พนักงานหญิงแผนกต้อนรับของรีสอร์ท คนที่ท้องใหญ่ๆใกล้คลอดไงคนที่ไปช่วยแต่งตัวให้ลิตาวันนั้นน่ะ ลิตาจำได้ไหมคะ”
“อ้อ...คุณนกใช่ไหมคะ แล้วนี่เขาจะคลอดแล้วหรือคะ ไหนว่าหมอนัดเดือนหน้านี่”ตอนที่มาตาไปแต่งตัวที่รีสอร์ทนั้นทำให้เจอกับคุณนกและได้คุยกันบ้าง ตอนนั้นคุณนกบอกว่าคุณหมอนัดผ่าคลอดให้เธอเดือนหน้า เพราะลูกคนแรกเธอก็ผ่าคลอดเหมือนกัน
“เห็นหมอว่าน้ำเดินแล้วนะคงจะคลอดเร็ว ๆ นี้แล้ว”
“เมาก้าอู้กั๋นหั้น ยายจวนป้อเลี้ยงเปิ้นอยู่กิ๋นข้าวตวย(อย่ามัวแต่คุยกันอยู่ ยายชวนพ่อเลี้ยงอยู่ทานข้าวเช้าด้วย ) มาตาไปทอดไข่เพิ่มแหมสักจานเน้อลูกแล้วมากินข้าวกั๋นได้แล้ว”
“ขอบคุณครับคุณยาย ผมเกรงใจจังเลยว่าแต่หลานสาวคุณยายเขาทำอาหารเป็หรือครับ ผมไม่เคยเห็นลิตาทำให้กินสักที”
“อี่หล้าเปิ้นเยี๊ยะได้ก้าอาหารตระกูลไข่เน้อป้อเลี้ยงนี่ยายก่อกำลังกั๋วว่าจะขายบ่าออกกับเปิ้นสักเตื้อเป็สาวเป็นางบ่ามีฝีมือป๋ายจวักสักน้อย” ยายพูดไปหัวเราะไปอย่างเอ็นดูที่จริงแล้ว หลานสาวของยายก็ทำอาหารได้หลายอย่างอยู่นะแต่ติดที่ว่าเ้าตัวี้เีทำ เลยใช้ลูกอ้อนบวกกับการประจบประแจงกับยายเล็ก ๆน้อย ๆ จึงไม่ต้องทำอาหารเอง อยากกินอะไร ก็อ้อนยายทำให้ตลอดยายมาลัยเห็นหลานทานอย่างมีความสุข จึงหลงกลกับลูกอ้อนนั้นจนทำให้มาตาไม่ค่อยยอมทำอาหารเท่าไหร่นัก
“มาตาก็อยู่ให้ยายกับลุงเลี้ยงไปตลอดสิจ๊ะ ไม่เห็นจะยากเลย” พูดเสร็จก็รีบหันหลังเดินกลับไปเพื่อไปเจียวไข่เพิ่มให้แขกพิเศษของยายทันที
“สมัยนี้ผู้หญิงเขาไม่ค่อยชอบเข้าครัวทำกับข้าวเยอะแยะครับคุณยายบางคู่ผู้ชายก็เป็คนทำให้ทานก็มีนะครับ” บุรินทร์บอกพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆ ตามหลังมาตา คุณแม่ของเขาก็ไม่ค่อยมีเวลาเข้าครัวสักเท่าไหร่ด้วยหน้าที่การงานและการที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในบ้านมาดูแลเขาและพี่ชายหน้าที่ทำกับข้าวจึงตกเป็ของคุณพ่อของเขา ท่านชอบทำอาหารต่าง ๆให้คนในครอบครัวทาน
“แล้วป้อเลี้ยงเยี๊ยะกับข้าวจ้างก่อเ้า (ทำกับข้าวเป็ไหม)” ยายมาลัยเลียบ ๆ เคียง ๆถาม
“ผมทำกินเองมาั้แ่เด็ก ๆ แล้วครับ สมัยเรียนมหาลัยก็อยู่คอนโดคนเดียวทำกินเองตลอด ฝีมือก็พอกินได้ครับ ไม่ถึงกับอร่อยมาก แต่ก็พอไปวัดไปวาได้อยู่”
“แม่จะถามป้อเลี้ยงเปิ้นยะหยัง ผ่อลอ ป้อเลี้ยงเปิ้นอายไปหมดแล้วหูเหอปอแดงไปหมดละหั้น” ลุงชิดผู้นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น
หลังจากที่เขานั่งสังเกตพ่อเลี้ยงเมืองมาได้สักครู่ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกับหลานสาวของเขาต้องไม่ใช่แค่พี่น้องที่เคยรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ พ่อเลี้ยงดูมีท่าทีที่พิเศษต่อมาตาแต่หลานสาวของเขากลับไม่ค่อยแสดงออกเท่าไหร่นักคงต้องคอยสังเกตทั้งคู่ต่อไปอย่างห่าง ๆ ก็แล้วกัน หรือเขาควรจะให้เ้าตรีภพคอยจับตาดูอีกคนดีนะทั้งสองคนสนิทกันมาก เ้าตรีอาจจะเป็ที่ปรึกษาได้ดีกว่าลุงกับยายเอาไว้เดี๋ยวค่อยโทรสั่งเ้าตรีก็แล้วกัน
เนื่องจากเื่ในงานเลี้ยงคณะผ้าป่าเมื่อครั้งก่อนก็เป็ที่กล่าวถึงอย่างมากของชาวบ้านเพราะว่าพ่อเลี้ยงเมืองกับคณะเ้าภาพที่ให้ความสนิทสนมเอ็นดูและเป็กันเองกับหลานสาวของเขา ทำให้ใคร ๆ ก็ต่างพูดว่ามาตาอาจจะกลายเป็ว่าที่คุณผู้หญิงของเมืองมนต์รีสอร์ทก็เป็ได้
“เอ่อคือ ที่ผมรีบมาในวันนี้ ผมมีเื่จะปรึกษาคุณยายกับคุณลุงหน่อยนะครับ คือเื่มันมีอยู่ว่า ......”
หลังจากทั้งหมดกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้วมาตาก็พาบุรินทร์ไปที่สวนผลไม้ เพื่อดูคนงานเก็บฝรั่งกิมจูกล้วยน้ำหว้าและกล้วยหอมทองให้กับบุรินทร์
“ลิตาคะคือพี่มีเื่จะคุยกับลิตาสักหน่อย ก็เื่คุณนกที่เป็พนักงานต้อนรับของรีสอร์ทน่ะคือว่า พี่หาคนมาทำแทนคุณนกไม่ทัน ฝ่ายบุคคลกำลังจะเปิดรับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์คุณนกก็มาคลอดก่อนกำหนดไปซะได้ วันพรุ่งนี้พี่ต้องรับคณะทัวร์กรุ๊ปใหญ่ ที่จองห้องไว้สิบห้องซะด้วยคุณทิพย์ผู้จัดการรีสอร์ทก็ไม่อยู่ ไปติดต่อธุระให้พี่ที่ชลบุรีจะกลับมาก็อาทิตย์หน้านู้น” บุรินทร์พูดพร้อมกับทำท่าทางน่าสงสารที่สุดให้มาตาเห็น
“แล้ว...เกี่ยวอะไรกับมาตาหรือคะพี่เมือง” มาตามองหน้าบุรินทร์อย่างสงสัย
“พี่เลยมาขอให้ลิตาไปช่วยทำงานนี้แทนคุณนกให้พี่หน่อยนะคุณนกแกลาคลอดแค่ 45 วันเอง นี่พี่หาคนมาทำไม่ทันเลยจริง ๆนะลิตา ถือว่าช่วยพี่สักครั้งนะครับ”
“มาตาคงให้คำตอบพี่เมืองตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะมาตาต้องปรึกษายายกับลุงชิดก่อน” มาตาตอบโดยเอายายกับลุงมาอ้างเธอไม่อยากไปเจอพี่เมืองทุกวันหรอก ลำบากใจตัวเองเปล่า ๆอีกอย่างเธอไม่ได้เป็คนเข้มแข็งขนาดที่เจอหน้ากันทุกวันแล้วจะทำเฉยไปได้ตลอดลอดฝั่งหรอกนะ
“เื่นั้นไม่ใช่ปัญหา เมื่อกี้ พี่ได้ขออนุญาตคุณยายกับลุงชิดเรียบร้อยแล้วและทั้งคู่ก็อนุญาตให้มาตาไปช่วยพี่อีกด้วย”
“จริงหรือคะพี่เมือง”มาตาหรี่ตามองบุรินทร์อย่างไม่ไว้ใจ
“จริงสิจ๊ะพี่จะโกหกลิตาไปทำไม” จริงอยู่ที่บุรินทร์ได้พูดขออนุญาตยายกับลุงแล้ว แต่ทั้งคู่บอกว่าแล้วแต่มาตาจะตัดสินใจถ้ามาตาตกลงยายกับลุงก็ไม่มีปัญหาที่บอกมาลิตาไปแบบนั้นเขาก็พูดความจริงแต่แค่พูดไม่หมดเท่านั้นเอง
“แล้วอย่างนี้หมายความว่ามาตาปฏิเสธพี่เมืองไม่ได้ใช่ไหมคะเนี่ย”มาตาทำหน้ามุ่ยใส่บุรินทร์ที่ยิ้มหน้าระรื่นส่งกลับมา
“งั้นวันนี้ตอนเช้าลิตาติดรถพี่เข้าไปรีสอร์ทพร้อมกันเลยนะคะพี่จะได้สอนงานลิตาได้เลย พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำงานจริง ส่วนเื่เงินเดือนพี่จะให้เงินเดือนเท่ากับคุณนกเลย สวัสดิการต่าง ๆเดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะเป็คนแจ้งลิตาอีกทีนะคะ”
มาตาหันขวบมองพี่เมืองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองนี่พี่เมืองตัวจริงใช่ไหม พี่เมืองพี่รหัสจอมเก๊กของจีจี้ผู้ชายที่ไม่ค่อยชอบพูดชอบจากับคนอื่น โดยเฉาะกับเธอ ไม่เจอกันสี่ห้าปีพี่เมืองมีทักษะการพูดที่ดีขึ้น แถมพ่วงมาด้วยคำว่า นะคะที่ฟังทีไรมันจั๊กจี้หัวใจทุกที นี่พี่แกกล้าถึงขั้นจะมาสอนงานให้เธอเองเลยหรือหรือเธอฟังผิดไปนะ
“พี่เมืองมั่นใจเหรอคะว่ามาตาจะไม่ทำงานพี่เมืองเสียหาย งานต้อนรับนี่เป็อะไรที่มาตายังไม่เคยทำเลยนะคะแล้วอีกอย่าง มาตาแค่ไปช่วยงานแทนคุณนกนะคะ ไม่ได้จะไปแทนที่เธอเสียหน่อยจะมาให้สวัสดิกงสวัสดิการอะไรกัน แล้วก็เื่เงินเดือนอีกค่ะมาตาตกลงจะไปช่วยพี่เมืองถ้าพี่เมืองจะให้ค่าจ้างมาตาเท่ากับที่จะให้พนักงานพาร์ทไทม์เท่านั้น มาตาไม่อยากมีอภิสิทธิ์อะไรนะคะี้เีถูกใครมองไม่ดี ั้แ่ยังไม่เริ่มทำงาน” มาตาร่ายยาว จนบุรินทร์อดหัวเราะไม่ได้
“ได้ตามที่ลิตา้ายกเว้นเื่สวัสดิการพนักงาน เพราะมันเป็กฎที่ต้องทำอย่างเสมอภาคพนักงานทุกคนในรีสอร์ทพึงมีสิทธิ์ในสวัสดิการที่ทางรีสอร์ทจัดให้ ส่วนเื่งานพี่ว่าลิตาเป็คนเก่ง เื่แค่นี้จัดการได้สบายมาก พี่เชื่อใจลิตาจ๊ะ”
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งคู่จึงเตรียมตัวกลับรีสอร์ท ก่อนไป มาตาขอตัวไปบอกยายและกับไปเปลี่ยนชุดอีกรอบเพราะชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้เป็ชุดใส่อยู่บ้านธรรมดา ๆคือเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เพราะว่าวันนี้ เธอไม่มีคิวต้องไปส่งของที่ไหนอีกแล้วจึงกะว่าจะนอนพักผ่อนอยู่บ้าน และช่วยยายดูแลข้าวปลาอาหารให้ลุงชิดเท่านั้น
เมืองมนต์รีสอร์ท
บุรินทร์ พามาตาไปหาฝ่ายบุคคล เพื่อพูดคุยข้อตกลงกับมาตาก่อน เมื่อเรียบร้อยจึงพาไปแนะนำกับพนักงานหน้าฟร้อนท์และอย่างที่เขาเคยบอกไว้ว่าจะเป็คนสอนงานให้กับมาตาเองบุรินทร์เป็คนเก่งเขาสามารถสอนงานให้มาตาได้เข้าใจเป็อย่างดี หน้าที่หลักของมาตาคือต้อนรับแขกทุกคนที่เข้ามาติดต่อไม่ว่าจะแบบวอร์คอิน หรือแบบโทรมาจองเธอจะต้องมีความเข้าใจในการให้บริการของรีสอร์ทให้มากที่สุดเผื่อแขกสอบถามเธอจะได้ให้รายละเอียดกับแขกอย่างถูกต้องที่สุด
ต่อมาบุรินทร์พามาตา ไปดูห้องพักที่ว่างของรีสอร์ท เพื่อให้มาตาได้เข้าชมและสอนวิธีการแนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่มีภายในห้อง เขาบอกกับเธอว่า บางทีแขกก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน ใช้งานอย่างไรการที่พนักงานต้อนรับ ดูแลเอาใจใส่แก่แขกผู้มาพักย่อมสร้างความประทับใจในบริการของเรา
เวลาผ่านมาจนเที่ยงกว่าๆ บุรินทร์นึกได้ว่า มาตายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย เพราะเขามัวแต่รีบสอนงานมาตาจนลืมเวลาไป
เขารีบขอโทษที่ทำให้เธอกินผิดเวลาั้แ่ยังไม่เริ่มงาน มาตาไม่ถือสา เพราะเธอพึ่งรับกาแฟมาเมื่อกี้ปกติตอนเที่ยงเธอมักจะกินข้าวได้เล็กน้อย เพราะมื้อเช้ายายจะบังคับให้กินให้อิ่มจนมื้อเที่ยง มาตากินแทบไม่ได้ ยายบอกว่ากระเพราะอาหารของมาตามีนิดเดียว กินเข้าไปได้เล็กน้อยก็อิ่มเสียแล้วเมื่อก่อนตอนทำงานอยู่กรุงเทพฯ เธอไม่ค่อยได้กินอาหารเช้าสักเท่าไหร่เพราะกลัวไปทำงานสายมาอยู่บ้านไม่ถึงเดือน เธอกินข้าวมากกว่าตอนอยู่กรุงเทพ เสียอีก
บุรินทร์พามาตามากินข้าวที่แคนทีนในส่วนของพนักงาน ที่นี่จะมีการเลี้ยงข้าวพนักงานทั้งหมด 4มื้อ คือมื้อเช้า ั้แ่ หกโมงเช้า ถึง แปดโมง มื้อเที่ยง ั้แ่ สิบเอ็ดโมง ถึงบ่ายโมง มื้อเย็น ั้แ่ สี่โมงเย็นถึง หกโมงเย็นมื้อดึก ั้แ่ สี่ทุ่ม ถึง ห้าทุ่ม
ดีที่ในเวลานี้แทบไม่มีพนักงานมากินข้าว มาตาเลยกินด้วยความอร่อยและไม่ต้องระวังว่าจะมีใครมาเห็นเธอกับเ้าของรีสอร์ทนั่งทานข้าวด้วยกัน
ก่อนที่บุรินทร์จะพามาตาไปส่งที่บ้านสวนเขาให้เธอไปลองชุดที่ต้องใส่ทำงานในวันพรุ่งนี้ ที่นี่มียูนิฟอร์มที่ใส่เหมือน ๆกัน ต่างกันที่ พนักงานหญิงฝ่ายต้อนรับจะใส่ผ้าถุงและมีผ้าคาดเอว แต่แผนกอื่นๆจะได้ใส่เป็แบบเสื้อกับกางเกงพื้นเมืองแทน
มาตาได้ตกลงกับบุรินทร์ก่อนกลับว่าให้เรียกเธอว่ามาตา หรือ มาลิตา เท่านั้น ห้ามเรียกแบบอื่น ส่วนเธอจะเรียกเขาว่าพ่อเลี้ยงเหมือนกัน บุรินทร์อิดออดจะไม่ยอม มาตาจึงขู่ว่าถ้าไม่ยอมเธอจะไม่มาทำงานที่นี่ บุรินทร์จึงต้องยอมเธอไปก่อน
ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยเขาค่อยเรียกเธอเหมือนเดิมก็ได้ ก็ชื่อนี้มีเขาเรียกอยู่คนเดียว ดูพิเศษจะตายไป
*****
คุยกันท้ายตอน
ยาย: “ไปเยี๊ยะการจ้วยเปิ้นจะอี้(ไปทำงานช่วยเขาแบบนี้) มาตามีใจฮื้อเขาละก้า”
มาตา: “ยั้งก่อนยาย ใจเย็นก่อนเ้า ก็ยายเป็คนบอกให้มาตาไปช่วยเขาเองนิ”
ยาย: “ยายบ่าได้บอก”
ลุงชิด: ส่ายหน้า
มาตา: “ไอ้พี่เมือง.....”พร้อมกับทำสายตาเคียดแค้น