ข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ

    บทที่ 2 // ตอนที่ 4-1 ฉายาบุปผาซ่อนเข็ม ฟางเหนียง

            “เตรียมการพรอมมั้ย?”

            เสียงสตรีสาว  ที่หวานจับใจคาดว่าต้องขับรองเพลงได้อย่างไพเราะเป็๞แน่แท้

            บ่าวบุรุษสตรีรับคำกันเดินเตามนางรายงานกาจัดแจง




            “ดีมากอย่าให้ขาดตก”

            สตรีนางนี้แม้แต่ตัวไม่รำรวมเปลือยไหล่ปล่อยคอเสื้อ  จนเห็นตู้โตวชั้นในสีชมพูของนางทรวงเต้าเต็มมือชาย  ล้นออกด้านข้างตู้โตว  กิริยานางกลับไม่คล้ายสตรีแพศยางดงามสง่าราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์

            แม้ใครติดหยามหยันนางว่าเป็๞นางงามขึ้นชื่อเพียงหอคณิกาเมื่อพานพบนางกลับกล่าวคำติฉินหยามเหยียดไม่ออกไม่ว่าจะเป็๞บุรุษสตรี

            บ่าวไพร่เรียกนางว่า  พี่ใหญ่

            องค์ชายห้าเดินเข้ามา

            “ฟางเหนียงยังงามไม่เปลี่ยน”

            พูดไม่พูดเปล่า  มือกลับลูบลงไปที่เนินสงวนแม้จะนอกผ้า  แต่ก็ทำต่อหน้าบ่าวไพร่  ซึ่งพวกเขาก็ทำงานกันต่อราวกับเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติ

             

            “องค์ชายห้า  ท่านก็ทราบ มีบุรุษมากทรัพย์ ขุนนางใหญ่มากยศ อยากจับสิ่งนี้ยังไม่มีปัญญา แต่ท่านมากี่ทีก็ทั้งจับ ทั้งลูบ  ไม่ทราบข้าควรคิดราคาค่าเสียหายนี้เท่าไหร่?”

            “ระดับบุปผาซ่อนเข็มฟางเหนียง มีเท่าไหร่ข้าคงจ่ายด้วยเงินไม่พอ ให้ข้าจ่ายด้วยสิ่งอื่นเถอะ”

            ทั้งคู่เดินทวงแขนเข้าไปในตัวหอ

            ทีท่าขององค์ชายห้า ฮุ่ยซิ่วสำรวจขึ้นมา

            และได้เล่าเ๹ื่๪๫ทางนครหลวงให้ฟางเหนียงฟัง

            นางกล่าวขึ้น

            “ลู่เอินเองก็คิดว่าต้องกำจัดเฉินเซียวก่อนฮุ่ยเจินสินะ   แต่ข้าคิดว่ายังกำจัดทั้งคู่ไม่ได้”

            “ท่านมองว่าพวกพี่น้องข้าที่เหลือจะกระหนาบรุมข้ารึไงอย่าลืมว่าในสายตาพวกเขา ข้าเป็๲แค่ไอ้เสพลไม่เป็๲โล้เป็๲พาย”

            “ฮุ่ยซิ่ว  ท่านประมาทไป เฉินเซียวอยู่รอดมาจนตอนนี้ได้เพราะอะไร ถ้าหากมันเป็๞คนประมาท ตราบที่ท่านมีฐานะองค์ชายแขวนคอ ไหนเลยมันจะมองข้าม”

            “อืม...เรายังต้องวางแผนอีกไกล  ว่าแต่ พรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่รุ่มร่ามมากนักนะ  เดี๋ยวเซี่ยวเอ๋อจะเกลียดข้ามากไป ฮ่าๆ”

            “เซี่ยวเอ๋อ? ...อืม....อ้อ ท่านหมายถึงหมอยาสตรีน้อยที่กลายเป้นสาวใช้ลู่เอินของพวกเรานั่นน่ะนะ”

            “ข่าวใดในเมืองยากพ้นสายตาท่าน”

            “อย่าลืมว่าพวกท่านอาศัยแหล่งข่าวจากข้า  ไหนเลยเ๹ื่๪๫ที่ท่านพึ่งมาถึงแล้วทราบ  ข้าจะไม่ทราบ”

            “ข้าสู้ท่านไม่ได้จริงๆดีนะที่ท่านไม่ใช่ศัตรูข้า”

            “ท่านชมชอบสตรีของสหาย?”

            “นางเป็๲บ่าวรับใช้  เหตุใดไม่ได้”

            “แต่นางมอบกายให้ลู่เอินรึท่านมิรังเกียจ?”

            “ท่านดูข้าเป็๲คนรังเกียจสตรีเพียงเพราะนางผ่านผู้ชายมารึเปล่าล่ะ?”

            “แต่เมื่อพลีกายรับใช่ลู่เอินจะอย่างไรก็เป็๞สตรีของลู่เอิน”

            “นั่นนับว่าไม่แน่”

            “เหตุใดไม่แน่?”

            “ลู่เอินเป็๲บุรุษประเภทใด ไหนเลยแตะต้องสตรีที่ไม่ได้เข้าพิธีวิวาห์  นี่นับเป็๲ท่านและข้าควรคาดคิดออก”

            “เป็๞ไปได้...  แต่หากเป็๞สตรีที่มากรสยากตานทาน  ท่านว่าบุรุษเตาหลอมผู้นี้จะสั่งนางเปลื้องผ้า?”

            “ฟางเหนียง ท่านยังไม่เห็นนาง?”

            “ข้ายัง”

            “ฮ่าๆ นับว่าครั้งนี้ข้าก้าวหน้ากว่าท่านหนึ่งข่าว”

            “ท่านพบนางแล้ว  ท่านประเมิณเช่นไร?”

            “ถ้าลู่เอินไม่ใช่เพื่อนข้า  ข้าแอบเข้าไปอุ้มนางมากกกอดที่ตำหนักข้าแล้ว”

            “ตัวบัดซบนี่ ...นับวันจะยิ่งกลายเป้นปีศาจราคะเข้าจริงๆ อ้อ แล้วอีกอย่าง ที่ซิจิ๋วท่านไม่มีตำหนัก ท่านพำนักที่อารามหลวงของซีจิ๋ว..อารามที่เอาไว้ดัดนิสัยองค์ชายมิเอาไหน”

            “งั้นเอานางมากกกอดที่หอเหมยกุยของท่านแทนรับรองถ้าได้นาง ข้าจะไม่กวนสตรีน้อยใหญ่ของท่านเลย”

            “นางวิเศษขนาดนั้นเชียว”

            “ฮ่าๆ ไม่ทราบหรอก  แต่นางน่ารักดี  นางเรียกข้าว่าองค์ชายลามก นางกล้า”

            “หากภายนอกประพฤติเช่นท่าน   ใครพบเห็นล้วนกล้าเรียกขานท่านแบบนั้น”

            จ้าวฮุ่ยซิ่วยิ้มไปรินน้ำชาจากกาไปแล้วยกดื่ม

            ฟางเหนียงกล่าว

            “กระนั้นเถอะครั้งนี้ท่านออกจะลูบคลำหนักไปแล้ว”

            “หากเบาไปอาจดูเป็๞การเสแสร้งแกล้งดัด”

            “ปีศาจน้อย ระวังจะกลายเป็๲ปีศาจราคะเขาจริงๆสักวัน”

             

            ........

             

            “โอ๊ย  เบาๆ สิคะ คุณชาย”

            “ใครใช้ให้เ๯้าซุกซนเจ็บจนบวมก็สมควร”

            “โอย~ห์”

            “นิดๆหน่อยทำร้อง”

            “ก็ท่านแต่ส่วนที่นูน  มันก็ไวต่อความรู้สึกสิคะ”

            “งั้นข้าจะเบาๆ”

            “อ่ะ...อะ...อา..คุณชาย ค่อยๆ นะคะ  ไหน..ข้าดูเอง”

            “ข้าดูเอง”

            “ข้ารู้วิชาแพทย์นะ”

            “บางอย่างผู้รู้วิชาแพทย์ก็ยากจะกระทำเอง  อยู่นิ่งๆ ให้ข้าจับถนัด.....”

            “มันเยิ้มหมดแล้ว ข้าจะเอาผ้าซับนะข้าจะใส่เข้าไปอีก”

            “เดี๋ยวข้าทำเองค่ะ  คุณชายแต่งตัวเถอะ”

            สักครู่เงาลู่เอินลุกขึ้น

            ลู่ฉีกับต้าเซิงเดินรอหน้าลานนอกห้อง  ถึงกับยิ้มกริ่มมองหน้ากัน จึงกาพันไปรอหองโถง

             

            ลู่เอินสวมชุดคลุมตัวนอก แล้วมองหนิงเอ๋อที่เอามือเกลี่ยลูบน้ำมันยาเพื่อทามือข้างที่บวมขึ้นจากนั้นเปิดประตูออกมา

            “ใช้ไม่ได้ ข้าเรียกให้มารอข้าแท้ๆ”

            พูดจบลู่เอินเดินไปหาที่โถงรับรอง

            “พวกเ๽้าถึงกับให้ข้ามาหาเองถึงนี่  ข้าเรียกพวกเ๽้าให้รอข้าสักครู่  มันยากมากรึไง”

            ลู่ฉีกับตาเซิงมองหน้ากัน  กมหน้ายกมือประสานค่อยกล่าวด้วยลู่ฉีก่อน

            “เรียนคุณชาย ข้าเห็นท่าน....  เห็นว่าท่านกำลังยุ่งอยู่ ต้องใช้สมาธิ  เลยไม่อยากกวนครับ  เราเลยออกมารอด้านนอกแทน”

            ต้าเซิงรีบรับคำ

            “ใช่ๆครับ ท่านแม่ทัพว่าแต่ท่านแม่ทัพมีอะไรรับสั่ง”

            ต้าเซิงตัดบท

            ลู่เอินขมวดคิ้วพลันคิดว่าตนใช้สมาธิทายาให้เซี่ยวเอ๋ออยู่จริงๆจึงเลิกถือสาหาความ

            “ไม่มีอะไรมาก  ข้าจะฝากงานกับรองแม่ทัพ  ส่วนเ๯้า..ต้าเซิง ข้ารู้ว่าเ๯้าไม่ชอบเขาแต่ก็ทนๆทำงานกับเขาไปก่อน  ถ้าไม่เข้าไปยุ่งเขาก็ไม่ค่อยยุ่งกับใครหรอก”

            “ทราบ”

            จากนั้นหันมาหาลู่ฉี

            “ถึงจะมืดแล้ว แต่ถ้าไปตอนนี้ยังทันนี่เทียบยาที่เซี่ยวเอ๋อ๻้๵๹๠า๱  มือนางบอบช้ำพอสมควร  เ๽้ารีบไปซื้อยาก่อนร้านยาจะปิด  ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ลองเคาะเรียกดูแล้วเพิ่มเงินให้เขาไป”

            “ครับ”

            “อ้อ ยังมี”

            “คุณชายเชิญกล่าว”

            “ไปรับชุดให้เซี่ยวเอ๋อด้วย”

            ลู่ฉีรับเทียบยาแล้วรีบออกมา  ปลดสายคล้องม้าแล้วขี่ออกนอกป้อม พลางคิด

            [เซี่ยวเอ๋อไม่ธรรมดา  เห็นว่าชาวบ้านให้ยาบำรุงมาถึงกับรีบทำการ ใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุดถึงกับของสงวนบอบช้ำ คุณชายนี่ก็เข้าใจใช้คำเลี่ยง  อ้างมือนางที่เจ็บให้ข้าไปซื้อยาหวังว่าคราวนี้นายหญิงจะเลิกบ่นคุณชายเ๱ื่๵๹ขาดไม่มีหลานให้อุ้มเสียที]

            ลู่ฉีจากไปต้าเซิงน้อมกายขอตัว

            จากนั้นรีบปรี่ไปหาพี่น้องทหารในป้อมบอกเล่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง  ต่างชอบอกชอบใจจนลือทั่วค่ายป้อม

             

            ลู่เอินกลับเข้ามา

            พบว่าหนิงเอ๋อไม่อยู่แล้ว  จึงเดินไปเคาะเรียกนางที่ห้อง

            “คุณชายนั่นเอง ...ตกลงพวกเขาทำไมไม่มาคะ?”

            “สองคนนั้นเห็นข้าทายาให้เ๯้า  กลัวเสียสมาธิเลยไม่กวน  คิดกันเองไม่เข้าเ๹ื่๪๫ แค่ทายาที่มือข้าต้องใช้สมาธิอะไรขนาดนั้น”

            “ช่างเถอะค่ะ ถ้ายามา เดี๋ยวข้าจะบดผสมทาเอง  ท่านพักผ่อนเถอะ”

            “อืม”

             

            .......................

             

            วันรุ่ง  ใกล้เที่ยง

            ในงานเลี้ยงที่หอเหมยกุย

            นายอำเภอเต็งกวนนำพาอนุภรรยาคนที่สามมาเพระนางหน้าตาจัดว่าดีที่สุดในบรรดาภรรยาของเขา

            ขุนนางอื่นๆในเมืองก็พาภรรยากัน สวนมากจะภรรยาน้อยเพราะยังสาวยังสวยกว่า

            แต่ทั้งหมดก็จับจ้องแต่ฟางเหนียงที่นั่งบรรเลงกู่เจิงขับกล่อม  นางสวมเสื้อผ้าสง่างามชูปกคอ  แต่ก็ดันร่องอกขึ้นมาชิดเบียดกันทั้งนวลทั้งขาว  รอยยิ้มชวนหลงใหล

            เ๽้าเมืองซีจิ๋วนาม จูเหอมาถึงพร้อมภรรยาหลวง เพราะนงเป็๲คนมีชาติตระกูลแม้จะโรยรายังไงก็ต้องให้เกียรตินางกว่าภรรยาคนอื่นๆ

            ตามมาด้วยบุตรีที่เกิดจากภรรยาหลวง..จูฮวา

            งานเลี้ยงจัดกลางแจ้ง  มีแท่นขึ้นไปนั่งล้อมรอบ  ตรงกลางลานมีนางงามฟ้อนระบำ  ทุกคนรวมทั้งฟางเหนียงลุกขึ้นคารวะเ๽้าเมือง

            ที่นั่งถัดเ๯้าเมืองออกไปอีกที่คือที่สำหรับองค์ชายห้า

            และเขาก็มาด้วยเสื้อผ้าที่ตัดเย็บประณีต เข้ารูปพอดีทรง  ไม่หลวมเผื่อใส่ยาวนานแบบของชาวบ้าน  ทั้งหมดคารวะองค์ชาย และเขาก็ทักทายทุกคน

            “ทุกท่านตามสบย  ขอบคุณที่เลี้ยงต้อนรับข้า  มา มา เรามาดื่มกินชมสตรีร่ายรำ ฟังบรรเลงขับร้องจากแม่นางฟางเหนียง”

            ทุกคนในงานกล่าวคำ“เชิญ” พร้อมกันกับผายมือ

            องค์ชายห้ามองรอบ

            “ท่านแม่ทัพเซียวลู่เอินล่ะ?”

            ทุกคนนิ่งไป

            องค์ชายมา  เ๽้าเมืองมา ทำไมแม่ทัพยังไม่มา....

            ขุนนางบางคนกล่าว

            “แม่ทัพหนุ่มนี่เสียมารยาทจริงๆ”