“เตรียมการพรอมมั้ย?”
เสียงสตรีสาว ที่หวานจับใจคาดว่าต้องขับรองเพลงได้อย่างไพเราะเป็แน่แท้
บ่าวบุรุษสตรีรับคำกันเดินเตามนางรายงานกาจัดแจง

“ดีมากอย่าให้ขาดตก”
สตรีนางนี้แม้แต่ตัวไม่รำรวมเปลือยไหล่ปล่อยคอเสื้อ จนเห็นตู้โตวชั้นในสีชมพูของนางทรวงเต้าเต็มมือชาย ล้นออกด้านข้างตู้โตว กิริยานางกลับไม่คล้ายสตรีแพศยางดงามสง่าราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์
แม้ใครติดหยามหยันนางว่าเป็นางงามขึ้นชื่อเพียงหอคณิกาเมื่อพานพบนางกลับกล่าวคำติฉินหยามเหยียดไม่ออกไม่ว่าจะเป็บุรุษสตรี
บ่าวไพร่เรียกนางว่า พี่ใหญ่
องค์ชายห้าเดินเข้ามา
“ฟางเหนียงยังงามไม่เปลี่ยน”
พูดไม่พูดเปล่า มือกลับลูบลงไปที่เนินสงวนแม้จะนอกผ้า แต่ก็ทำต่อหน้าบ่าวไพร่ ซึ่งพวกเขาก็ทำงานกันต่อราวกับเป็เื่ปกติ
“องค์ชายห้า ท่านก็ทราบ มีบุรุษมากทรัพย์ ขุนนางใหญ่มากยศ อยากจับสิ่งนี้ยังไม่มีปัญญา แต่ท่านมากี่ทีก็ทั้งจับ ทั้งลูบ ไม่ทราบข้าควรคิดราคาค่าเสียหายนี้เท่าไหร่?”
“ระดับบุปผาซ่อนเข็มฟางเหนียง มีเท่าไหร่ข้าคงจ่ายด้วยเงินไม่พอ ให้ข้าจ่ายด้วยสิ่งอื่นเถอะ”
ทั้งคู่เดินทวงแขนเข้าไปในตัวหอ
ทีท่าขององค์ชายห้า ฮุ่ยซิ่วสำรวจขึ้นมา
และได้เล่าเื่ทางนครหลวงให้ฟางเหนียงฟัง
นางกล่าวขึ้น
“ลู่เอินเองก็คิดว่าต้องกำจัดเฉินเซียวก่อนฮุ่ยเจินสินะ แต่ข้าคิดว่ายังกำจัดทั้งคู่ไม่ได้”
“ท่านมองว่าพวกพี่น้องข้าที่เหลือจะกระหนาบรุมข้ารึไงอย่าลืมว่าในสายตาพวกเขา ข้าเป็แค่ไอ้เสพลไม่เป็โล้เป็พาย”
“ฮุ่ยซิ่ว ท่านประมาทไป เฉินเซียวอยู่รอดมาจนตอนนี้ได้เพราะอะไร ถ้าหากมันเป็คนประมาท ตราบที่ท่านมีฐานะองค์ชายแขวนคอ ไหนเลยมันจะมองข้าม”
“อืม...เรายังต้องวางแผนอีกไกล ว่าแต่ พรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่รุ่มร่ามมากนักนะ เดี๋ยวเซี่ยวเอ๋อจะเกลียดข้ามากไป ฮ่าๆ”
“เซี่ยวเอ๋อ? ...อืม....อ้อ ท่านหมายถึงหมอยาสตรีน้อยที่กลายเป้นสาวใช้ลู่เอินของพวกเรานั่นน่ะนะ”
“ข่าวใดในเมืองยากพ้นสายตาท่าน”
“อย่าลืมว่าพวกท่านอาศัยแหล่งข่าวจากข้า ไหนเลยเื่ที่ท่านพึ่งมาถึงแล้วทราบ ข้าจะไม่ทราบ”
“ข้าสู้ท่านไม่ได้จริงๆดีนะที่ท่านไม่ใช่ศัตรูข้า”
“ท่านชมชอบสตรีของสหาย?”
“นางเป็บ่าวรับใช้ เหตุใดไม่ได้”
“แต่นางมอบกายให้ลู่เอินรึท่านมิรังเกียจ?”
“ท่านดูข้าเป็คนรังเกียจสตรีเพียงเพราะนางผ่านผู้ชายมารึเปล่าล่ะ?”
“แต่เมื่อพลีกายรับใช่ลู่เอินจะอย่างไรก็เป็สตรีของลู่เอิน”
“นั่นนับว่าไม่แน่”
“เหตุใดไม่แน่?”
“ลู่เอินเป็บุรุษประเภทใด ไหนเลยแตะต้องสตรีที่ไม่ได้เข้าพิธีวิวาห์ นี่นับเป็ท่านและข้าควรคาดคิดออก”
“เป็ไปได้... แต่หากเป็สตรีที่มากรสยากตานทาน ท่านว่าบุรุษเตาหลอมผู้นี้จะสั่งนางเปลื้องผ้า?”
“ฟางเหนียง ท่านยังไม่เห็นนาง?”
“ข้ายัง”
“ฮ่าๆ นับว่าครั้งนี้ข้าก้าวหน้ากว่าท่านหนึ่งข่าว”
“ท่านพบนางแล้ว ท่านประเมิณเช่นไร?”
“ถ้าลู่เอินไม่ใช่เพื่อนข้า ข้าแอบเข้าไปอุ้มนางมากกกอดที่ตำหนักข้าแล้ว”
“ตัวบัดซบนี่ ...นับวันจะยิ่งกลายเป้นปีศาจราคะเข้าจริงๆ อ้อ แล้วอีกอย่าง ที่ซิจิ๋วท่านไม่มีตำหนัก ท่านพำนักที่อารามหลวงของซีจิ๋ว..อารามที่เอาไว้ดัดนิสัยองค์ชายมิเอาไหน”
“งั้นเอานางมากกกอดที่หอเหมยกุยของท่านแทนรับรองถ้าได้นาง ข้าจะไม่กวนสตรีน้อยใหญ่ของท่านเลย”
“นางวิเศษขนาดนั้นเชียว”
“ฮ่าๆ ไม่ทราบหรอก แต่นางน่ารักดี นางเรียกข้าว่าองค์ชายลามก นางกล้า”
“หากภายนอกประพฤติเช่นท่าน ใครพบเห็นล้วนกล้าเรียกขานท่านแบบนั้น”
จ้าวฮุ่ยซิ่วยิ้มไปรินน้ำชาจากกาไปแล้วยกดื่ม
ฟางเหนียงกล่าว
“กระนั้นเถอะครั้งนี้ท่านออกจะลูบคลำหนักไปแล้ว”
“หากเบาไปอาจดูเป็การเสแสร้งแกล้งดัด”
“ปีศาจน้อย ระวังจะกลายเป็ปีศาจราคะเขาจริงๆสักวัน”
........
“โอ๊ย เบาๆ สิคะ คุณชาย”
“ใครใช้ให้เ้าซุกซนเจ็บจนบวมก็สมควร”
“โอย~ห์”
“นิดๆหน่อยทำร้อง”
“ก็ท่านแต่ส่วนที่นูน มันก็ไวต่อความรู้สึกสิคะ”
“งั้นข้าจะเบาๆ”
“อ่ะ...อะ...อา..คุณชาย ค่อยๆ นะคะ ไหน..ข้าดูเอง”
“ข้าดูเอง”
“ข้ารู้วิชาแพทย์นะ”
“บางอย่างผู้รู้วิชาแพทย์ก็ยากจะกระทำเอง อยู่นิ่งๆ ให้ข้าจับถนัด.....”
“มันเยิ้มหมดแล้ว ข้าจะเอาผ้าซับนะข้าจะใส่เข้าไปอีก”
“เดี๋ยวข้าทำเองค่ะ คุณชายแต่งตัวเถอะ”
สักครู่เงาลู่เอินลุกขึ้น
ลู่ฉีกับต้าเซิงเดินรอหน้าลานนอกห้อง ถึงกับยิ้มกริ่มมองหน้ากัน จึงกาพันไปรอหองโถง
ลู่เอินสวมชุดคลุมตัวนอก แล้วมองหนิงเอ๋อที่เอามือเกลี่ยลูบน้ำมันยาเพื่อทามือข้างที่บวมขึ้นจากนั้นเปิดประตูออกมา
“ใช้ไม่ได้ ข้าเรียกให้มารอข้าแท้ๆ”
พูดจบลู่เอินเดินไปหาที่โถงรับรอง
“พวกเ้าถึงกับให้ข้ามาหาเองถึงนี่ ข้าเรียกพวกเ้าให้รอข้าสักครู่ มันยากมากรึไง”
ลู่ฉีกับตาเซิงมองหน้ากัน กมหน้ายกมือประสานค่อยกล่าวด้วยลู่ฉีก่อน
“เรียนคุณชาย ข้าเห็นท่าน.... เห็นว่าท่านกำลังยุ่งอยู่ ต้องใช้สมาธิ เลยไม่อยากกวนครับ เราเลยออกมารอด้านนอกแทน”
ต้าเซิงรีบรับคำ
“ใช่ๆครับ ท่านแม่ทัพว่าแต่ท่านแม่ทัพมีอะไรรับสั่ง”
ต้าเซิงตัดบท
ลู่เอินขมวดคิ้วพลันคิดว่าตนใช้สมาธิทายาให้เซี่ยวเอ๋ออยู่จริงๆจึงเลิกถือสาหาความ
“ไม่มีอะไรมาก ข้าจะฝากงานกับรองแม่ทัพ ส่วนเ้า..ต้าเซิง ข้ารู้ว่าเ้าไม่ชอบเขาแต่ก็ทนๆทำงานกับเขาไปก่อน ถ้าไม่เข้าไปยุ่งเขาก็ไม่ค่อยยุ่งกับใครหรอก”
“ทราบ”
จากนั้นหันมาหาลู่ฉี
“ถึงจะมืดแล้ว แต่ถ้าไปตอนนี้ยังทันนี่เทียบยาที่เซี่ยวเอ๋อ้า มือนางบอบช้ำพอสมควร เ้ารีบไปซื้อยาก่อนร้านยาจะปิด ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ลองเคาะเรียกดูแล้วเพิ่มเงินให้เขาไป”
“ครับ”
“อ้อ ยังมี”
“คุณชายเชิญกล่าว”
“ไปรับชุดให้เซี่ยวเอ๋อด้วย”
ลู่ฉีรับเทียบยาแล้วรีบออกมา ปลดสายคล้องม้าแล้วขี่ออกนอกป้อม พลางคิด
[เซี่ยวเอ๋อไม่ธรรมดา เห็นว่าชาวบ้านให้ยาบำรุงมาถึงกับรีบทำการ ใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุดถึงกับของสงวนบอบช้ำ คุณชายนี่ก็เข้าใจใช้คำเลี่ยง อ้างมือนางที่เจ็บให้ข้าไปซื้อยาหวังว่าคราวนี้นายหญิงจะเลิกบ่นคุณชายเื่ขาดไม่มีหลานให้อุ้มเสียที]
ลู่ฉีจากไปต้าเซิงน้อมกายขอตัว
จากนั้นรีบปรี่ไปหาพี่น้องทหารในป้อมบอกเล่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง ต่างชอบอกชอบใจจนลือทั่วค่ายป้อม
ลู่เอินกลับเข้ามา
พบว่าหนิงเอ๋อไม่อยู่แล้ว จึงเดินไปเคาะเรียกนางที่ห้อง
“คุณชายนั่นเอง ...ตกลงพวกเขาทำไมไม่มาคะ?”
“สองคนนั้นเห็นข้าทายาให้เ้า กลัวเสียสมาธิเลยไม่กวน คิดกันเองไม่เข้าเื่ แค่ทายาที่มือข้าต้องใช้สมาธิอะไรขนาดนั้น”
“ช่างเถอะค่ะ ถ้ายามา เดี๋ยวข้าจะบดผสมทาเอง ท่านพักผ่อนเถอะ”
“อืม”
.......................
วันรุ่ง ใกล้เที่ยง
ในงานเลี้ยงที่หอเหมยกุย
นายอำเภอเต็งกวนนำพาอนุภรรยาคนที่สามมาเพระนางหน้าตาจัดว่าดีที่สุดในบรรดาภรรยาของเขา
ขุนนางอื่นๆในเมืองก็พาภรรยากัน สวนมากจะภรรยาน้อยเพราะยังสาวยังสวยกว่า
แต่ทั้งหมดก็จับจ้องแต่ฟางเหนียงที่นั่งบรรเลงกู่เจิงขับกล่อม นางสวมเสื้อผ้าสง่างามชูปกคอ แต่ก็ดันร่องอกขึ้นมาชิดเบียดกันทั้งนวลทั้งขาว รอยยิ้มชวนหลงใหล
เ้าเมืองซีจิ๋วนาม จูเหอมาถึงพร้อมภรรยาหลวง เพราะนงเป็คนมีชาติตระกูลแม้จะโรยรายังไงก็ต้องให้เกียรตินางกว่าภรรยาคนอื่นๆ
ตามมาด้วยบุตรีที่เกิดจากภรรยาหลวง..จูฮวา
งานเลี้ยงจัดกลางแจ้ง มีแท่นขึ้นไปนั่งล้อมรอบ ตรงกลางลานมีนางงามฟ้อนระบำ ทุกคนรวมทั้งฟางเหนียงลุกขึ้นคารวะเ้าเมือง
ที่นั่งถัดเ้าเมืองออกไปอีกที่คือที่สำหรับองค์ชายห้า
และเขาก็มาด้วยเสื้อผ้าที่ตัดเย็บประณีต เข้ารูปพอดีทรง ไม่หลวมเผื่อใส่ยาวนานแบบของชาวบ้าน ทั้งหมดคารวะองค์ชาย และเขาก็ทักทายทุกคน
“ทุกท่านตามสบย ขอบคุณที่เลี้ยงต้อนรับข้า มา มา เรามาดื่มกินชมสตรีร่ายรำ ฟังบรรเลงขับร้องจากแม่นางฟางเหนียง”
ทุกคนในงานกล่าวคำ“เชิญ” พร้อมกันกับผายมือ
องค์ชายห้ามองรอบ
“ท่านแม่ทัพเซียวลู่เอินล่ะ?”
ทุกคนนิ่งไป
องค์ชายมา เ้าเมืองมา ทำไมแม่ทัพยังไม่มา....
ขุนนางบางคนกล่าว
“แม่ทัพหนุ่มนี่เสียมารยาทจริงๆ”