ตอนที่ 57 ถูกรายงานจนได้
“เหรัญญิกหลี่ คุณมาทำอะไรที่นี่หรือคะ?”
หานชีเยวี่ยรู้สึกแปลกใจปกติเหรัญญิกหลี่ไม่ค่อยมาบ้านเธอ วันนี้ทำไมถึงมาได้ล่ะ?ทั้งยังมาแต่เช้าตรู่แบบนี้
ถึงอย่างนั้นหานชีเยวี่ยก็ยังทักทายอย่างสุภาพ
เมื่อเหรัญญิกหลี่เห็นหานชีเยวี่ยสีหน้าของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย ราวกับมีบางอย่างแวบเข้ามาในความคิดแต่หานชีเยวี่ยกลับพลาดไม่ทันได้สังเกตเห็น
“ชีเยวี่ย เธอกลายเป็นสาวเต็มตัวแล้วสินะ หน้าตาของเธอนี่นับได้ว่าเป็นที่หนึ่งในชุมชนถวนเจี๋ยของเราเลยผิวพรรณผุดผ่องสะอาดสะอ้านจริงๆ ”
หลังจากพูดจบเหรัญญิกหลี่ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ อีก ผลักประตูบ้านของตระกูลหานเข้าไปทันที
หานชีเยวี่ยเดินตามเข้าไปช้ากว่าก้าวหนึ่งหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ตัวเธอรู้สึกได้เลยว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเธอไม่คิดว่าเหรัญญิกหลี่จะพูดชมเธอ คำพูดนั้นราวกับมีนัยยะแอบแฝงบอกว่าเธอเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แล้วยังชมว่าผิวพรรณดีอีก?
หานชีเยวี่ยคิดอะไรบางอย่างได้แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก
ตอนที่เหรัญญิกหลี่เข้าไปในบ้านก็เห็นย่าเฒ่าหานกำลังยกอาหารเช้าออกมาจากครัว อาหารเช้าเป็นซุปแป้งธัญพืชถึงจะเป็นอาหารที่ทำจากธัญพืชหยาบ แต่ก็ทำออกมาได้อย่างประณีตน่าทาน
ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นหอมของซุปแป้งที่โชยเตะจมูกยิ่งทำให้ท้องของเขาที่กำลังหิวอยู่แล้วร้องโครกครากเหรัญญิกหลี่รีบเอามือกุมท้องตัวเองไว้
“เหรัญญิก คุณมาได้อย่างไรหรือ?”
เมื่อย่าเฒ่าหานเห็นเหรัญญิกหลี่ก็รีบถามด้วยรอยยิ้มชาวบ้านตาดำๆ อย่างพวกเธอไม่มีใครกล้าไปแตะต้องกับกรรมการชุมชนหรอก
เหรัญญิกหลี่มองไปรอบๆ เห็นแต่ย่าเฒ่าหานจึงถามว่า “คนอื่นๆ ในบ้านไม่อยู่หรือ?”
ย่าเฒ่าหานพูดขึ้นว่า“เหรัญญิกเชิญคุณนั่งก่อนค่ะ เดี๋ยวอีกครู่พวกเขาก็กลับมาแล้ว”
ทุกคนในครอบครัวหานเป็นคนขยันพอตื่นเช้าก็ออกไปทำงานที่แปลงผักส่วนตัวกันหมดแล้วจะกลับมาอีทีก็ตอนใกล้กินข้าวเท่านั้น
เหรัญญิกหลี่ยกเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งใต้ต้นสาลี่ใหญ่ตำแหน่งที่เขานั่งไม่ใช่ที่ไหนอื่น แต่เป็นข้างๆ โต๊ะอาหาร
หลังจากทักทายเหรัญญิกหลี่แล้วย่าเฒ่าหานก็เห็นชีเยวี่ยที่เดินตามเหรัญญิกหลี่เข้ามา
เมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของคุณยายย่าเฒ่าหานจึงเรียก “อาเยวี่ย ไปช่วยย่ายกถ้วยชามในครัวออกมาหน่อย”
หลังจากหานชีเยวี่ยตอบรับแล้วรีบวางกระบุงที่หลังเธอลงตรงมุมห้องก่อนจะไปล้างมือในครัว
ย่าเฒ่าหานถามด้วยสีหน้ากังวล“ทำไมหนูถึงกลับมากับเหรัญญิกหล่ะ?”
เหรัญญิกหลี่คนนี้ ไม่ใช่คนดีอะไรเลย
หลายปีมานี้ สาวๆในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่ถูกเหรัญญิกหลี่ลวนลามเพียงแต่ทุกครั้งหลังจากที่ทำเรื่องเลวร้ายเสร็จเหรัญญิกหลี่ก็จะหาวิธีชดเชยให้กับครอบครัวของเหยื่อ เรื่องก็เลยเงียบหายไป
“ย่าคะ หนูเจอเขาที่หน้าบ้านค่ะ”
เมื่อย่าเฒ่าหานได้ยินหานชีเยวี่ยบอกว่าเจอกันที่หน้าบ้านก็เบาใจลงมาก หลานสาวของเธอถือเป็นดอกไม้ของชุมชนถวนเจี๋ยจะปล่อยให้ไอ้สารเลวอย่างเหรัญญิกหลี่นั่นมาจ้องมองไม่ได้
“ย่าคะเราจะชวนเหรัญญิกหลี่กินข้าวด้วยกันไหมคะ?”
เหรัญญิกหลี่คนนี้ช่างไร้มารยาทจริงๆเห็นพวกเธอกำลังจะกินข้าวก็ยังไม่ยอมไปไหน หากมีอะไรก็รอพูดตอนไปทำงานก็ได้ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ด้วย?
ย่าเฒ่าหานขมวดคิ้ว ในใจก็บ่นพึมพำเหรัญญิกหลี่อายุก็ปูนนี้แล้ว ทำไมไม่รู้จักกาลเทศะบ้างหรือ?
ช่วงนี้ผู้คนขาดแคลนอาหารนอกจากครอบครัวที่สนิทสนมกันจริงๆ แล้วจะไม่มีใครไปเยี่ยมบ้านคนอื่นในเวลามื้ออาหารเลย
เหรัญญิกหลี่ไม่เพียงแต่มาบ้านพวกเธอตอนใกล้เวลากินข้าวแถมยังทำหน้าเหมือนคนหิวโหยอีก ทำให้พวกเธอไม่สามารถไม่ชวนเขากินข้าวได้
“เอาถ้วยชามมาเพิ่มอีกคู่แล้วกัน!”
ย่าเฒ่าหานไม่อยากชวนเหรัญญิกหลี่กินข้าวหรอกแต่ใครจะไปกล้าขัดใจคนที่มีสิทธิ์ตัดสินคะแนนงานในมือเล่า?อย่างที่พูดไปครอบครัวหานที่โดดเดี่ยวและอ่อนแออย่างพวกเธอคงไม่กล้าไปทำให้กรรมการชุมชนถวนเจี๋ยขุ่นเคืองใจได้หรอก!
หานชีเยวี่ยยกถ้วยชามออกไปส่วนย่าเฒ่าหานก็ยกผักดองชามใหญ่ในมือเดินตามออกไปด้วย
ตอนนั้นเอง คนอื่นๆในครอบครัวหานก็ทยอยกันกลับมา ลุงหานเห็นเหรัญญิกหลี่ยืนอยู่ในลานบ้านเขาไม่แม้แต่จะล้างมือก่อน รีบเข้าไปทักทายทันที
“เหรัญญิกหลี่ มีอะไรหรือ? มีธุระอะไรกับบ้านเรารึเปล่า?”
เหรัญญิกหลี่มองอาหารบนโต๊ะพอเห็นผักดองก็รู้สึกเบื่ออาหารขึ้นมาทันที ยังไงเขาก็เป็นกรรมการในชุมชนถวนเจี๋ยฐานะทางบ้านก็ดีกว่าครอบครัวหานมาก ถึงแม้จะไม่ได้กินแป้งขาวทุกมื้อแต่อาหารการกินก็ดีกว่าครอบครัวหานมาก ในเมื่อไม่อยากกินข้าวบ้านหานเหรัญญิกหลี่จึงลุกออกจากโต๊ะอาหาร
“มีคนมารายงานว่าหานชีเยวี่ยไม่ยอมลงไปทำงานที่นาฉันเลยมาแจ้งให้พวกเธอทราบว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้หานชีเยวี่ยลงไปทำงานที่นาด้วย นอกจากนี้ ฉันจะปรึกษากับผู้นำคนอื่นๆในชุมชนถวนเจี๋ยด้วยว่า จำเป็นต้องเรียกประชุมที่ลานนวดข้าวหรือไม่เพื่อชี้แจงเรื่องนี้!”
ตอนที่เหรัญญิกหลี่พูดเขาเหลือบมองหานชีเยวี่ยด้วยแววตาที่อ่านได้ยากเขามองราวกับว่าหานชีเยวี่ยเป็นเนื้อบนเขียงหานชีเยวี่ยเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเหรัญญิกหลี่อย่างชัดเจนเสียงสัญญาณเตือนภัยในใจเธอดังขึ้น ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เหรัญญิกหลี่คงจะหมายตาเธอไว้แล้ว!
ส่วนคนอื่นๆในครอบครัวหานต่างก็ตกใจกับคำพูดของเหรัญญิกหลี่ ใบหน้าซีดเผือดแม้แต่จะพูดก็กลับพูดไม่ออกเลย
เรียกประชุมที่ลานนวดข้าว…
ทุกคนในครอบครัวหานเข้าใจความหมายของคำพูดนี้ดีย่าเฒ่าหานเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้
“เหรัญญิกหลี่ คุณอย่าทำแบบนี้เลยค่ะถ้าเรียกประชุมที่ลานนวดข้าวจริงๆ แล้วชีเยวี่ยจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร? ”
ตัวย่าเฒ่าหานสั่นเทาทั่วร่างเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
ถึงแม้ว่าชุมชนถวนเจี๋ยจะไม่ค่อยเรียกประชุมที่ลานนวดข้าวแต่ย่าเฒ่าหานก็เคยเห็นเหตุการณ์นี้ประชุมแบบนี้ที่อื่นนั่นปฏิบัติกับคนราวกับไม่ใช่คนแล้ว เป็นอะไรที่แย่มากยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือถ้าฝ่ายถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นผู้หญิง ก็จะมีผู้ชายบางคนฉวยโอกาสลวนลาม…
ชีเยวี่ยเป็นเด็กสาวอายุแค่สิบกว่าปีถ้าถูกลวนลามแล้วล่ะก็ ชื่อเสียงของเธอจะป่นปี้ไปตลอดชีวิตต่อไปคงจะใช้ชีวิตต่อไม่ได้
“เหรัญญิกหลี่มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ ชีเยวี่ยของพวกเราเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายมาชุมชนถวนเจี๋ยก็ไม่…”
ลุงหานไม่ได้พูดต่อ
เด็กที่เพิ่งเรียนจบในชุมชนถวนเจี๋ยแล้วไม่ได้ลงไปทำงานที่นาก็ไม่ได้มีแค่หานชีเยวี่ยคนเดียวถ้าจะจับผิด ก็ควรจะจับผิดทุกคน ไม่ใช่แค่ชีเยวี่ยคนเดียว
แต่เหรัญญิกหลี่เป็นคนหน้าหนาถึงลุงหานจะพูดอธิบายออกมาตรงๆ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี ยิ่งลุงหานพูดอ้อมๆ แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
“เหรัญญิกหลี่ถึงชีเยวี่ยจะไม่ได้ลงไปทำงานที่นาแต่ทุกวันก็ส่งหญ้าจูเฉ่าไปเลี้ยงหมูให้กับชุมชนนะครับ”
พ่อหานไม่สนใจว่ามือตัวเองจะสกปรกเลอะอยู่งเขารีบคว้ามือของเหรัญญิกหลี่เอาไว้เพื่ออธิบายเหรัญญิกหลี่สะบัดมือของเขาออกอย่างรวดเร็ว แล้วเช็ดมือตัวเองด้วยความรังเกียจมือสกปรกแบบนี้ ช่างไม่รู้จักกาลเทศะ ซ้ำยังกล้าดึงรั้งมือเขาไว้อก!
เวลาเลยเถิดไปนานพอควรตอนแรกที่หานชีเยวี่ยได้ยินเรื่องนี้เธอไม่ได้คิดถึงความหมายของคำที่เหรัญญิกหลี่พูดแต่มาตอนนี้พอเห็นคนในครอบครัวเป็นแบบนี้ถึงได้เข้าใจความหมายในคำพูดของเหรัญญิกหลี่!
สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
ตอนแรกเธอคิดว่าแค่โดนกลั่นแกล้งแต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายถึงขั้นจะคิดเอาชีวิตเธอเลย!
ฉับพลันทันทีหานชีเยวี่ยรู้สึกขนลุกขึ้นมา
คงเป็นหลี่เสี่ยวหรงแน่ๆหลี่เสี่ยวหรงจะชอบจวงเหวินหลินก็ชอบไป ทำไมต้องมาหาเรื่องเธอด้วย?
“เหรัญญิกหลี่คะ คุณช่วยอย่า…”ซย่าซิ่วเหอก็รีบพูดขึ้น แต่ไม่ได้เข้าใกล้เหรัญญิกหลี่
“ครอบครัวเธอยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกเด็กสาวที่โตขนาดนี้ กลับทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่สบาย ไม่ต่างอะไรกับเด็กเล็ก! บอกไว้เลยนะ ความคิดเสื่อมโทรมแบบนี้มันใช้ไม่ได้!”