เดินเข้ามาในห้องๆหนึ่งๆ ยูดาสในตอนนี้เริ่มสงบลงแล้ว เขาในตอนนี้ได้สังเกตเห็นถึงนวัตกรรมต่างๆที่แปลกใหม่บนโลกนี้ ที่นี่นั้นมีบางอย่างที่โลกของเขาไม่มี ที่นี่มีสิ่งที่สามัญชนทั่วไปสามารถใช้ได้ทั่วกัน นั่นก็คือวิทยศาสตร์
วิทยาศาตร์เป็สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับยูดาส แสงสว่างเกิดจากพลังงานบางอย่างที่ไม่ใช่มานา พวกเขาบอกกับยูดาสว่าสิ่งที่พวกเขาใช้เป็พลังงานคือไฟฟ้า ยูดาสไม่เคยคิดมาก่อนว่าสายฟ้าจะสามารถนำมาใช้ทำสิ่งต่างๆได้นอกจากการทำลายล้าง
ยูดาส เห็นว่ายังเป็เด็กวัยรุ่น แต่เขาเป็ถึงจอมเวทย์แห่งอนาจักรเอสเพอเรีย เขานั้นสามารถใช้เวทย์มนได้ทั้งหมดทุกธาตุ เขานั้นเชี่ยวชาญในเวทย์สายฟ้าเป็พิเศษ เขาไม่คิดว่าเวทย์สายฟ้าจะสามารถนำมาเป็แหล่งพลังงานให้กับสิ่งต่างๆได้แบบนี้
ที่นี่มีทุกอย่างที่อำนวยความสะดวกและทำให้ชีวิตของผู้คนนั้นอยู่กันอย่างสบาย ผ่านการใช้พลังงานจากสายฟ้า
ยูดาสในขณะนี้ยืนอยู่ต่อหน้าอุปกรณ์บางอย่างที่ทำการฉายแสงออกมา มันแสดงถึงรายละเอียดต่างๆ ตัวอักษรที่เขาไม่เข้าใจ ไดอันน่าหญิงสาวผู้งดงามและเซ็กซี่ บอกกับเขาว่าหากมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจสามารถถามเธอได้
เขานั้นบอกกับเธอว่าเขาไม่เข้าใจทั้งหมด อ่านไม่ออกซึ่งเขาไม่สามารถใช้เวทย์สื่อสารผ่านทางจอมอนิเตอร์ได้ ไดอันน่าได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะบอกกับเขา
“โทษทีนะหนุ่มน้อย แต่ฉันไม่มีเวลาทั้งวันมาเสียกับเธอ ทุกวินาทีชีวิตของลูกน้องของฉันมีค่า ถ้าอยากอยู่ที่นี่โดยไม่มีปัญหาละก็ เรียนรู้ภาษาซะ”
ยูดาสทำได้แค่บ่น เขานั้นไม่ชอบท่าทีของเธอเลย แต่เขาก็ได้แต่ทำตาม เขารู้ว่าหากเขานั้น้าจะกลับไปยังโลกของเขา เขาจำเป็ต้องให้คนพวกนี้ช่วยเหลือ
อัญมณีแห่งมิติ เป็อาติแฟคที่ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และตอนนี้เขาไม่มีหนทางที่จะกลับไปยังโลกเก่าของเขาได้ เขาในตอนนี้มืดแปดด้านแต่ทว่าเขาจำได้ว่าเขาได้พบเจอข้อมูลอะไรบางอย่างผ่านจากการอ่านตำราในหอคอยเวทย์มน เขาจำได้ว่าอัญมณีแห่งมิตินั้นสามารถพาคนๆหนึ่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งได้ หรือแม้กระทั่งส่งไปยังต่างมิติที่เวลานั้นเคลื่อนที่ช้ากว่าโลกเดิมที่ผู้ใช้ๆมัน และ มันเป็จริงเสมอ แต่ความแตกต่างของเวลานั้นไม่อาจคาดคะเนได้
เขาหวังว่าเวลาของโลกของเขาจะเดินช้ากว่าโลกนี้ หวังว่าเขาจะยังมีเวลากลับไปช่วยเหลือครอบครัวของเขา
“ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องกลับไปให้ได้ แต่อย่างแรกที่เราต้องทำในตอนนี้คือ เรียนรู้ภาษา”
ยูดาสถอนหายใจออกมา ภาษาที่นี่ใช้กันเรียกว่าภาษาอังกฤษ นอกจากนี้แล้วเขายังต้องเรียนรู้ภาษาอื่นด้วย เช่นภาษาจีน สองภาษานี้ถือเป็ภาษาหลักที่ผู้คนใช้กัน ฐานที่มั่นสุดท้ายของมนุษย์แบ่งออกเป็สองเขต ซึ่งสองเขตนี้จะแบ่งกันโดยสัญชาติและภาษา ทั้งหมดถึงจะดูเหมือนว่าแบ่งแยกกัน แต่ทั้งสองก็ยังคงอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ที่แยกกันก็เพราะเพื่อลักษณะเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ เพื่อไม่ให้ลืมว่าพวกเขาเป็ใคร มาจากไหน
เป็การจัดสรรระบบเมืองที่คำนึงถึงอนาคตโดยยึดหลักตามวิถีของในอดีต มนุษย์นั้น้าสิ่งยึดเหนี่ยว แล้วอะไรละจะยึดเหนี่ยวพวกเขาได้ดีกว่า วันวานที่โลกยังสงบสุข ถึงฐานที่มั่นสุดท้ายนี้ จะไม่เหมือนกับในอดีต แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าแย่ซะทีเดียว เพียงแค่ประสบเจอกับปัญหาทั่วไปที่โลกเวลาถึงจุดจบพบเจอ นั่นก็คือขาดทรัพยกรณ์
ยูดาสในตอนนี้ตั้งใจเรียนภาษาอย่างจริงจัง ภาษาของที่โลกนี้นั้นไม่ได้ซับซ้อนเท่ากับภาษาที่โลกของเขา การออกเสียงก็ง่ายกว่าและสามารถเข้าใจได้มากกว่า เวลาผ่านไปเพียงสองชั่วโมง ยูดาสนั้นสามารถพูดทั้งสองภาษาได้คล่อง เหมือนกับว่าเขานั้นเกิดมาโดยพูดภาษาเ่าั้ นี่คือจุดเด่นของการเป็จอมเวทย์ขั้นสูง คือการเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วราวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
ยูดาสหลังจากที่เรียนภาษาทั้งสองเสร็จแล้วก็ตรงไปหาไดอันน่าทันที
“โอ้ย ฉันเรียนรู้ภาษาของเธอแล้ว ทีนี้จะอธิบายได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของพวกเธอ”
เขานั้นพูดโดยที่ไม่ใช้วิธีพูดแบบเก่าของเขา ที่โลกนี้ไม่มีระบบปกครองแบบกษัตริย์มานานมากแล้ว นานก่อนที่โลกจะล่มสลายเสียอีก
“สองชั่วโมง นี่จะบอกว่าเธอเรียนภาษาของพวกเราในสองชั่วโมง เป็ไปได้ยังไง”
ไดอันน่ารู้สึกประทับใจและไม่อยากเชื่อในเวลาเดียวกัน เด็กหนุ่มต่อหน้าเธอบอกว่าเรียนรู้ภาษาใช้เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่คนอื่นๆใช้เวลาเป็ปีๆ
ยูดาสพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น
“ขอทีเถอะ ฉันคือจอมเวทย์ขั้นสูงแห่งอนาจักรเอสเพอเรีย แค่การเรียนรู้ง่ายๆแบบนี้ทำไม่ได้ภายในสองชั่วโมง ขายหน้าเขาแย่ ภาษาพวกนี้ง่ายกว่าการเรียนรู้เวทย์พื้นฐานเสียอีก”
ยูดาสกอดอก เขานั้นพูดความจริง
ไดอันน่าได้แต่หึมออกมา ก่อนที่จะเริ่มอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับโลก เธอหยิบแท็บเลตขึ้นมาและเอาให้ยูดาสดู เขาในตอนแรกใช้ไม่เป็แต่เมื่อััมันไปมาเขานั้นดวงตาเปร่งประกาย
“เ้านี่มัน หากฉันสามารถสร้างมันที่อีกโลกหนึ่งได้ ฉันก็ไม่จำเป็ต้องแบกหนังสือสูงเท่าูเาแล้ว!”
ยูดาสในตอนนี้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับการใช้แท็บเลต ไดอันน่าได้แต่ถอนหายใจ
“เด็กยังไงก็ยังเป็เด็กอยู่อย่างนั้น”
ยูดาสได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงขึ้นก่อนที่จะรีบพูด
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ฉันอายุสิบห้าแล้ว และผ่านทำเนียมสู่การเป็ผู้ใหญ่แล้วด้วย”
ไดอันน่าที่เห็นยูดาสหน้าแดงนั้น ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาน่ารักและอยากที่จะแหย่งเขาขึ้นมา เธอยิ้มหวานให้กับยูดาสก่อนที่จะพูดขึ้น
“โอ้~ จะบอกว่าตัวเองเป็ผู้ใหญ่แล้วซินะ ยังไงละใครเป็คนแรกของเธอ”
“คนแรก?”
ยูดาสทำหน้าไม่เข้าใจ
“คนแรกที่เธอบรรลุด้วยยังไงละ”
ไดอันน่าใช้มือข้างหนึ่งของเธอทำเป็วงกลมก่อนที่จะใช้นิ้วกลางสอดเข้าไป ไม่รู้ทำไมแต่ยูดาสเข้าใจความหมายของมัน
“อะ อะ มะ ไม่ๆ นี่เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย!”
ไดอันน่าเห็นท่าทางของเขานั้นได้แต่หัวเราะออกมา ดูเหมือนว่าเธอจะได้ของเล่นชิ้นใหม่แล้ว