“ ทำไมพวกมันถึงได้รอถึง 4 ปี และต้องเป็วันที่ 29 กุมภาพันธ์” อาซันสงสัย
“ เพราะว่าวันนั้นเป็วันเดือนดับ พลังิญญาของจอมภูติโหงพราย กับลูกน้องจะกล้าแข็งที่สุด สามารถออกมาจาก ทางน้ำสามแพร่งได้ พอพวกมันได้กลืนกินิญญามนุษย์จนมันพอใจ พวกมันก็กลับไปที่ทางน้ำสามแพร่งดั่งเดิม” ิญญาเ้าที่เอ่ยอย่างเศร้าใจ
“ แล้วไม่มียมทูตคนไหนมาจัดการเื่นี้เลยหรือ” อาซันสงสัย
“ ท่านยมทูตเขตนี้เคยมาดูแล้ว แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไร “ ิญญาเ้าที่เอ่ยตามตรง
“ ทำอย่างนี้ได้อย่างไร “ อาซันใช้จิตเรียกยมทูต เขตนี้ให้มาหาโดยทันที ไม่นานก็มีชายผู้หนึ่ง แต่งตัวมีผ้ากันเปื้อน ผูกไว้ที่หน้าอก
“ ยมทูตน้อย เรียกข้ามาทำไม” ยมทูตเขตนี้เอ่ยกับอาซันเหมือนไม่ค่อยพอใจแต่ขัดคำสั่งไม่ได้ เพราะอาซันเป็ถึงหลานของท่านเ้าแห่งยมโลก
“ ท่านยมทูตเขต ท่านทราบข่าวเื่ วันที่ 29 นี้จะมีชุมนุมปีศาจเพื่อฆ่าคนมาสังเวยจอมภูติโหงพราย “ อาซันถามเข้าประเด็น ยมทูตเขตพยักหน้าว่ารู้
“ แล้วท่านไม่คิดจะช่วยพวกมนุษย์เลยหรือ” อาซันเริ่มเสียงแข็งขึ้น
“ ท่านยมทูตน้อย เื่นี้มันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรานะ เรามีหน้าที่พาิญญาคนตายไปยมโลกเท่านั้น ไม่ได้เป็พระเอกคอยช่วยชีวิตมนุษย์ทุกๆ คน หากท่านทำเช่นนั้น ความสมดุลการการเกิดและการตาย มันจะยิ่งต่างกันเยอะขึ้นเมื่อวันหนึ่งคนตายน้อยกว่าคนเกิด โลกก็จะเกิดภัยพิบัติ มันจะโหดร้ายกว่านี้ เื่นี้ท่านน่าจะรู้นะ” ยมทูตเขตอธิบายถึงเหตุที่ไม่ยอมช่วยเหลือ คนเหล่านี้
“ ถ้าหากเขาตายโดยอุบัติเหตุ ก็เป็อย่างที่ท่านว่า แต่ว่านี่พวกเขาต้องตายเพราะปีศาจที่มันหลุดออกมาจากแดนอื่นๆ ท่านกลับทำเฉไฉอ้างนู่น อ้างนี่ ข้าควรจะส่งท่านไปเฝ้าประตูยมโลก อยู่เป็เพื่อนเ้าเซอร์เบอรัส คอยหาอาหารให้มัน ดีไหม” อาซันจ้องหน้ายมทูตเขต ที่เริ่มสะดุ้งที่อาซันบอกจะไปอยู่กับเ้าหมาปีศาจสามหัวในแดนยมโลก
“ โอ้ ท่านยมทูตน้อย อย่าทำถึงกระนั้นเลย ท่าน้าให้ข้าทำอะไรก็บอกมาได้เลย ข้าพร้อมทำตามคำสั่ง” คราวนี้ท่านยมทูตเขน เริ่มกลัวอาซันขึ้นมาจริงๆ
“ ท่านคอยมาจับตาดูพวกมัน หากพวกมันขึ้นมาเมื่อไร ให้รีบบอกข้าทันที “อาซันสั่งเพียงเท่านี้ ยมทูตรีบรับคำอย่างแข็งขัน อาซันเลยเบาใจทางนี้ลงไปบ้างเขาจะได้ไม่ต้องมาคอยเฝ้าตลอดเวลา จากนั้นก็เดินเข้าโรงแรมไปพักผ่อน
“ แป๊ะซัง ไปบอกแป๊งซวง ที่เฝ้าสุสานคนจีน ให้หาพรรคพวกมาเฝ้าทางแยกน้ำสามแพร่ง ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หากมีอะไรผิดปกติ ก็แจ้งไปที่ข้าทันที”
ยมทูตเขตอยุธยา ออกคำสั่งทันที ที่อาซันกลับไป แป๊ะซังรับคำ และร่างก็หายไปทันที
เช้าอาซันออกมารอด้านล่าง เพื่อเตรียมตัวแข่งขันชกมวยวันสุดท้าย
ทุกคนมาสนามแข่งขันชกมวยรุ่นฟรีสไตล์กันแน่นขนัดไปหมด เพราะทุกคนต่างสนใจว่าใครจะเป็ตัวแทนของภาคกลาง ไปแข่งขันระดับประเทศ ผู้ชมที่มาชม
มีคนในวงการมวยมากันคับคั่ง สำนักมวยต่างๆ โปรโมเตอร์มวย ทำให้สนามวันนี้คึกคักเป็พิเศษ อาซันได้ขึ้นชกเป็คู่แรก ใครชนะไปรอชิงชนะเลิศทันที
บนเวที อาซันยืนรอคู่ต่อสู้ อย่างนิ่งสงบ ไม่ช้าก็มีชายหนุ่มวัยเดียวกันก็พุ่งร่างมาบนเวที กรรมการแนะนำตัว คู่ต่อสู้ ชื่อว่า ซาิ ทั้งสองเริ่มทำพิธีไหว้ครู อาซันก็ไหว้ปกติ แล้วพี่แม็คก็ถอดมงคลที่หัวให้พอหันมาคู่ต่อสู้กลับไปนั่งคุกเข่ากลางเวที เหมือนสวดขอพรอะไรสักอย่าง ดูไม่เหมือการไหว้ครู
สักพักตัวของมันเริ่มสั่นเบาๆ จนแรงขึ้น เฮ้ย นี่มันทรงเ้าหรือเปล่านี่ มันลืมตามองอาซัน ทำตาขวาง ดูแปลกๆ กรรมการคงเห็นท่านไม่ค่อยดี เลยรีบประกาศ
เริ่มได้ ซาิ ะโเข้ากอดอาซันทันที อาซันใช้เท้าถีบเข้ายอดอกมันกระเด็นไปติดมุมของมัน อาซันไม่อยากให้มันมากอดรู้สึกแปลกเริ่มมีกลิ่นคล้ายสัตว์บางอย่างในตัวคู่ต่อสู้ ซาิพุ่งร่างเข้าหาอาซันพร้อมเงื้อหมัดมาแต่ไกล
กะว่าหมัดเดียวเข้าขมับของอาซัน แล้วหลับอย่างแน่นอน อาซันไม่ได้หลบแต่เตะสวนเข้าไปที่ลำตัวก่อนที่หมัดของซาิจะมาถึง พลั่ก ! หมัดกับเท้า น่าจะรู้ว่าใครยาวกว่ากัน ร่างของซาิกระเด็นไม่ติดมุมของตัวเองอีกครั้ง คราวนี้อาซันคาดว่าซี่โครงซาิคงหักแน่ เพราะมันเข้ามาจังหวะปะทะ เข้ากับแรงบวก แต่มันไม่เป็เช่นดังอาซันคาดไว้ เพราะมันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย มันยังเดินหน้าเข้าหาอาซันต่อไปอีก ใบหน้าของซาิเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่ว่าอาซันเห็นได้อย่างชัดเจน นี่มันเป็ลายของเสือนี่ หรือว่ากลิ่นที่ออกมาจากตัวมันนั้นเป็กลิ่นเสือ ที่แท้ ซาิ ก็คือเสือสมิง นี่เอง มากไปแล้วเอาิญญาสัตว์ร้ายมาใช้กับ นักศึกษาในมหาลัยแบบนี้ อาซันไม่อ่อนข้อให้อีก เดินหน้าเข้าปะทะกับซาิทันที อาซันใช้ท่าบาทาเทพฤทธิ์ เข้าใส่ไม่ยั้งโดยเตะไป 2ชุด
ร่างของมันโอนเอนไปโอนเอนมา สุดท้ายอาซันพุ่งเข้าไปแล้วอัดด้วยหมัดโพธิธรรมเข้าที่ท้องน้อย เกิดภาพของเครื่องหมายสวัสดิกะพุ่งเข้าปะทะเงาร่างปีศาจเสือในร่างของซาิ จนสูญสลายหายไป แล้วร่างของซาิก็ค่อยๆ ร่วงไปนอนกับพื้นหลับคาหมัดของอาซัน มีกระตุกเป็ระยะ กรรมการต้องให้เปลมาหามลงจากเวทีไป อาซันชนะ ไปรอชิงชนะเลิศ
อาซันลงเวทีไปด้านล่าง โดยยืนมองคู่ต่อสู้คนต่อไป ไม่ทันไร ก็มีผลแพ้ชนะขึ้นทันที ทุกคนในสนามใยิ่งนัก ไม่รู้ว่าคนที่ล้มลงไปนั้นโดนอะไร
“ มีพลังเทพ ระดับ 3 เหมือนกันกับเราด้วย เร็วดีนี่ แต่ก็ไม่พ้นสายตาข้าหรอก” อาซันนึกในใจแล้วเดินกลับห้องพักไป
“ มันชื่อ เกเรียน มันชกมายี่สิบกว่าครั้งไม่เคยแพ้ใครเลย และทุกคนก็สู้มันไม่ได้แม้แต่ท่าเดียว คราวนี้อาซันนายเจอศึกหนักแล้ว” พี่แม็คเข้ามาแนะนำ
ถึงเวลาขึ้นชก ทั้งสองไหว้ครูปกติ อาซันมองหน้าเกเรียน รู้สึกว่าหน้าตามันเหมือนฝรั่งมากกว่าคนไทย กรรมการประกาศเริ่มได้ พรึบ มันพุ่งเข้าชกอาซันทันที
เปรี้ยง หมัดทั้งสองปะทะกัน ถอยหลังไปพร้อมกันไปคนละ 3 เก้าทันที เกเรียนไม่หยุดกลับลอยตัวเข้าปะทะอีกครั้ง คราวนี้หลังของมันมีปีกสีขาว ใหญ่ที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่อาซันเท่านั้นที่เห็นอยู่คนเดียว ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ พลั่ก ๆ ๆ ๆ ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างชุลมุน แล้วก็แยก จากนั้น ก็เข้าปะทะ กันอีก ตูม ๆๆๆๆ พลั่กๆๆๆๆ
อาซันใบหน้ายังคงคมชัดลึกไม่มีรอยใดใด แต่ เกเรียนบัดนี้ใบหน้ามีแต่รอยฝ่าเท้าและลำตัวมีแต่รอยหมัดและเท้า เป็รอยแดงเต็มไปหมด เกเรียน ถึงกับหอบหายใจ แต่ก็ไม่หมดแรง
“ เ้าเป็ใครกันแน่ สามารถทำแบบนี้กับข้าได้ เ้าต้องไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปแน่” เกเรียน เอ่ยขึ้นมาโดยได้ยินแค่สองคน
“ เ้าก็เหมือนกัน ธรรมดาที่ไหน โดยเต็มๆ ขนาดนี้มนุษย์หมอบไปั้แ่หมัดแรกแล้ว” อาซันยังไม่ยอกบอกเช่นกัน
“ ดี ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องออมมือกันแล้ว “ เกเรียน ะเิพลังไปที่ฝ่ามือเกิดเปลวเพลิงสีขาวขึ้นที่หมัดทั้งสองข้าง พุ่งหมัดเพลิงใส่อาซันทันที เปรี้ยง ! ร่างของเกเรียนแค่ขยับตัวไม่เท่าไหร่ ก็โดนพลังหมัดมฤตยูของอาซันอัดเข้าใส่ไม่ยั้งจนไม่สามารถตอบโต้ได้ จนอาซันบุกเข้าไประยะประชิด แล้วฟันศอกเข้าที่ปลายคาง พลั่ก! จากนั้น เข่าไปที่ลิ้นปี่ พลั่ก! แล้วก็โน้มคอตีเข่า เข่าที่ท้องน้อยไปอีกที
เกเรียน ทรงตัวไม่ไหวแล้ว ได้แต่ร่วงลงไปนอนกับพื้นกุมท้องแน่น กรรมการเห็นสภาพแล้วไม่ต้องนับยกมือให้อาซัน ชนะไปในทันที กลุ่มเพื่อนอาซันะโดีใจกันทุกคน อาซันเดินมาหาเกเรียน แล้วบอกว่าหายจุกแล้วมาคุยกันที่ห้องแต่งตัว เกเรียนได้แต่พยักหน้า พูดไม่ออก
อาซันขอตัวไปอาบน้ำก่อน เห็น ณิชชาบอกว่าวันนี้ ทางโรงแรมจัดกุ้งแม่น้ำเผาเป็เมนูสำหรับเลี้ยงอาซันเป็พิเศษ ทุกคนต่างยินดีเช่นกันที่ได้กินของอร่อยอีกแล้ว หลังจากอาซันแต่งตัวเสร็จ เกเรียนก็มาพบอาซันที่ห้องแต่งตัว
“ ข้ามาจากดินแดนรกร้าง แดนเทพ ข้าเป็ทายาทของท่านกาเบรียล ทูต์ ลงมาศึกษาที่โลกมนุษย์ แล้วเ้าล่ะ” เกเรียนแนะนำตัว
“ ข้าซูซัน มาจากดินแดนยมโลก มาศึกษาที่โลกมนุษย์เช่นเดียวกัน” อาซันเอ่ยตามจริง
“ ถ้าเช่นนั้นเ้าก็เป็ยมทูตน่ะซิ ส่วนตัวข้าก็เป็ทูต์ เฮ้อ แต่ข้าสู้เ้าไม่ได้จริงๆ หากว่ามีโอกาศข้าอยากชวนให้เ้าไปเที่ยวดินแดนรกร้างของข้า” เกเรียนพูดจบ อาซันก็พยักหน้า จากนั้นก็แยกจากกันไป
เย็นวันนั้น คุณณิชชาเปิดสถานที่ริมน้ำ ทำการย่างกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ ให้ทุกคนกินอย่างเต็มที่ อาซันกินไปนั่งมองทางน้ำสามแพร่งรู้สึกมีไอปีศาจเพิ่มขึ้น พรุ่งนี้ก็เป็วันที่ 29 แล้วพวกมันคงต้องออกมาสร้างความเดือดร้อนอีกแน่
คืนนี้อาซันกลับเข้าไปดินแดนมิติของตนเอง ลูกแก้วกับลูกขวัญเห็นอาซันก็รีบวิ่งเข้ามาหาเช่นเดิม
“ ท่านพ่อ ท่านพ่อมาแล้ว” เด็กทั้งสองดีใจที่เห็นอาซัน
“ วันนี้พ่อจะพา ลูกแก้ว กับลูกขวัญไปหาท่านปู่ กับท่านย่า ดีไหม” อาซันจะพาเด็กทั้งสองไปพบกับพ่อกับแม่ ให้ท่านช่วยดูและ เด็กๆ ด้วย ซันเดินเข้าไปหาาาวดี แล้วทั้งหมดก็เดินผ่านประตูมิติ แล้วเข้าดินแดนยมโลกทันที
“ อาซันมาได้ยังไง แล้วพาใครมากันนี่ “ แม่กับพ่อสงสัย
“ แม่ นี่คือาาวดี แล้วนี่คือ มิ่งแก้ว กับ มิ่งขวัญ ลูกเมียในชาติที่แล้วของข้าเอง” อาซันพูดไปตามความจริง พ่อกับแม่ อ้าปากหวอ ทันที มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ
“ ท่านพ่อ ท่านแม่” าาวดีเข้าไปกราบท่านทั้งสองพร้อมกับเด็กทั้งสองคน
“ ท่านปู่ ท่านย่า” เด็กทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน จนแม่อาซันต้องจับมากอดเอาไว้แนบออกทั้งสองคน
“ ดีเลย แม่ของเ้า่นี้ก็เหงาจริงๆ มีคนมาอยู่เป็เพื่อนก็ดีไม่น้อย” พ่อซูอิงหัวเราะเอิ้กอ๊าก ชอบใจใหญ่ แต่พออาซันบอก ทั้งสามเป็แค่กายหยาบและจิติญญาพ่อจึงใ นิ่งไปพัก าาวดีฟังแล้วก็นิ่งเงียบ
“ ไม่ต้องห่วงเื่นั้น แม่จะพูดขอให้ม่านฟ้าพูดกับทาวอนช่วยชุบชีวิต ให้ทุกคนเอง” แม่อาซันพูดออกมาแบบนี้าาวดีก็มีรอยยิ้มทันที อาซันได้แต่ยิ้มรับอย่างเดียว ทีแรกเขาจะพูดกับพี่ใหญ่เทียน แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี แต่ให้แม่พูดก็ดีเราเองจะได้ไม่ต้องพูด เห็นแม่เอ็นดูเด็กๆ อาซันก็สบายใจ ได้แต่ทำประตูเข้าออก ระหว่างมิติสีเงิน กับ ทางเข้ายมโลกเอาไว้ ให้เฉพาะคนทั้งสามให้เข้าออกได้ โดยให้แม่ขออนุญาตท่านตาให้เรียบร้อยด้วย คืนนี้อาซันอยู่ในแดนยมโลกทั้งคืน
รุ่งเช้าถึงได้ออกมา พบว่าเพื่อนๆ ยังไม่กลับ คุณณิชชาได้อาสานำเที่ยวอยุธยาให้อีก 1 วัน ทำให้อาซันต้องไปกับเขาด้วย ยังไงคืนนี้เขาต้องอยู่จัดการกับประตูปีศาจที่จะขึ้นมาบนโลกมนุษย์ อยู่แล้วกลางวันไม่มีอะไรเลย ไปกับเขาด้วยเช่นกัน วัดแรกที่ คุณณิชชาพาไปเที่ยวคือวัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะเมืองไม่ถึง 3 กิโล ที่น่าแปลกวัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนชาวอิสลาม แต่ว่าภายในวัดกลับมีพื้นที่ สร้างเป็ตลาดน้ำโบราณ ชาวบ้านทั้งไทยและอิสลามได้ ทำมาค้าขายกันจนแยกไม่ออกคนที่เข้ามา ก็เยอะมาก จนลืมไปว่ามาวัดไม่ใช่มาเที่ยวตลาด
ณิชชายยังเล่าว่า วัดนี้เคยมีประวัติ สร้างั้แ่กรุงศรีตอนต้นในสมัยพระชัยาาธิราช เมื่อก่อนมี 2 วัดติดกัน เรียกว่าวัดท่า กับวัดการ้อง พอเวลาผ่านไปวัดการ้องเหลือเพียง พระพูทธรูป กับ เจดีย์เก่า และรูปอีกาหนึ่ง ตัว ชาวบ้านจึงรวมวัดกลายเป็ วัดท่าการ้อง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็ของวัดท่า ที่แห่งนี้เคยเป็สมรภูมิรบ
ั้แ่สมัยพระเ้าตะเบ็งชเวตี้ยกทัพมาตีกรุงศรี โดยพระมหาจักรพรรดิ์ส่งทหาร1หมื่นภายใต้การนำของ พระยาสุนทรา โดยแต่งกายพรางตัวเป็ชุดดำทั้งชุดหมายจะลอบทำลายกองทัพพม่าให้แตกพ่ายไปในคราเดียว แต่เจอยอดนักรบอย่างบุเรงนองสมัยนั้นเป็เพียงอุปราช ใช้ยุทธวิธีหลอกล่อเข้ามาติดกับ สุดท้ายทหารนับหมื่นต้องล้มตายกว่าครึ่งรีบหนีเข้ากรุงแทบไม่ทัน จนสุดท้ายต้องมาเสียกรุงครั้งที่ 1
าครั้งที่สอง สมัยเนเมียวสีหบดี ได้มาสร้างป้อมปืนใหญ่ที่บริเวณวัดท่าการ้อง โดยกวาดกำแพงโบสถ์วิหารที่รายล้อม กรุงศรีมาสร้างป้อมปืนใหญ่ตรงบริเวณนี้เพื่อยิงเข้าใส่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็จุดที่เหมาะที่สุด สมเด็จพระเ้าเอกทัศน์ ทรงบัญชาให้กองทหารอาสาหกเหล่า ให้เข้าโจมตีเพื่อไม่ให้พม่าสร้างป้อมปืนสำเร็จ แต่ไม่สามารถต้านทานะุปืนของพม่าที่สาดเข้ามาทุกทิศทุกทาง ถึงแม้ หัวหน้ากองเรือนายเริกจะพยายามอย่างไรก็ไม่เป็ผล โดยตนเองตัดสินใจลุกขึ้นไปยืนอยู่ด้านหน้าเรือ เร่งเร้าให้สู้ศึกต่อ จนกระทั่งถูกคมะุปืนยิงจนตกน้ำตาย
ทหารหน้าทั้งหลายกลับเสียขวัญหนักขึ้นไปอีก จึงต้องหนีกลับพระนครศึกครั้งนี้มีพระยากตากร่วมอยู่ด้วย สุดท้าย ป้อมปืนก็สร้างเสร็จ พม่าก็ไล่ระดมยิงปืนใหญ่เข้าไปในปราสาทมหาราชวัง เหล่าฝูงอีกาจากวัดการ้องก็แตกฮือหนีกันไปเป็ฝูงพุ่งเข้าผ่านพระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ
ด้วยพวกมันมีจำนวนมากทำให้พวกมันบินด้วยความเร็วจึงเข้าไปประทะกับ ยอดพระปรางค์ที่ติดตั้ง นพศูล หรือ เหล็กแหลมเก้าปลาย จึงถูกแทงตายไปหลายตัว คนในวังก็เลยเชื่อว่าเป็ลางร้าย ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาก็ถูกพม่าชัตดาวน์ไปในที่สุด ณิชชาเล่าอธิบายเพลินจนลืมเวลา ทุกคนจึงต้องรีบไปเดินดูรอบๆ เพื่อจะได้ััถึง เื่เล่า ที่ณิชชาได้เล่ามา
ขากลับณิชชาพาไปที่ซื้อโรตีสายไหมของฝากจากกรุงศรี ที่หน้าโรงพยาบาลกรุงศรีอยุธยา โดยณิชชาบอกว่าเื่เล่าในกรุงศรีนั้นมีอีกมาก ว่ากันว่าแม้แต่ในโรงพยาบาล ยังมีวัดโบราณตั้งอยู่ภายในถึง 3 วัดด้วยกัน....