"ในเมื่อเป็เช่นนี้...ข้าเองก็มีเื่ของเสี่ยวตงที่เก็บไว้มานานจะบอกกับพวกเ้าเช่นกันเหตุที่ไม่เคยบอกเพราะเกรงจะเป็การให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆแก่พวกเ้าแม่ลูกเสียเปล่า แต่วันนี้คงต้องบอกว่ามันไม่ใช่เลย ด้วยมันกลายเป็จริงแล้ว"
"เื่นี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ข้าเดินทางไปสำนักเต่าวารีเพื่อหาวิธีรักษาเสี่ยวตงที่ได้รับาเ็และขวัญเสียจากสัตว์อสูรพวกเ้าคงจำได้อยู่กระมัง"
ฟานเยว่หงและหานเสวี่ยเฟิงพยักหน้ารับพวกเขาต่างจำได้ว่าหานเทียนอี้เดินทางลงใต้ไปหาผู้าุโในสำนักเต่าวารีเพื่อปรึกษาหาวิธีรักษาหานเสวี่ยตงอยู่หลายวันด้วยสำนักเต่าวารีขึ้นชื่อเื่ศาสตร์การรักษาและปรุงยาที่สุดในดินแดนหย่งเทียน
"ตอนอยู่ที่นั่นนอกจากจะปรึกษาอาการของเสี่ยวตงกับท่านผู้าุโเฉ่าอินผิงแล้วข้ายังได้พบท่านผู้าุโในตำนานของสำนักเต่าวารีอย่างท่านนักพรตไร้เนตร-กุยหยางด้วย"
"ท่านนักพรตไร้เนตรที่กล่าวขานกันว่ามีพลังบำเพ็ญถึงขั้นไร้อัตตาจึงมีอายุยืนยาวมากกว่าร้อยปีผู้นั้นหรือขอรับ"ตัว หานเสวี่ยเฟิงถามบิดาด้วยความตื่นใเพราะถ้าจำไม่ผิดท่านผู้าุโผู้นี้รักสันโดษอย่างที่สุด แม้แต่คนในภายในสำนักเต่าวารีเองยังยากจะพบเจอเผลอ ๆ สามปีอาจได้เจอเพียงครั้งหนึ่ง
"อืม...เป็เขานั่นแหละแม้จะกล่าวกันว่าท่านผู้าุโกุยหยางอายุกว่าร้อยปีแล้ว แต่ตัวจริงรูปร่างหน้าตากลับยังคงเหมือนคนอายุห้าสิบเท่านั้น"หานเทียนอี้พูดพร้อมพยักหน้ารับคำ
"แล้วการที่ท่านพี่พบท่านผู้าุโกุยหยางที่นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเื่ของเสี่ยวตงล่ะเ้าคะ"
"ย่อมต้องเกี่ยว เพราะท่านผู้าุโกุยหยางคือผู้ที่บอกข้าว่าวันหนึ่งเสวี่ยตงของพวกเราจะกลับมาเป็ปกติมี่เขาอาการผิดแปลกพูดจาไม่ได้ความเหม่อลอยเกิดจากการที่ขวัญและจิตส่วนนึงของเขาออกไปเที่ยวเล่นเผชิญเคราะห์ยังดินแดนไกลโพ้นเป็ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็ต้องกลับมารวมเป็หนึ่งตามชะตาอารักษ์ผู้ปกปักษ์ดินแดนหย่งเทียน" หานเทียนอี้เล่าสิ่งที่รับฟังมาให้ทั้งสองคนฟังสายตาก็ลอบสังเกตอาการทั้งคู่ไปด้วย
"ขวัญและจิติญญาไปท่องเที่ยว?!" ฟานเยว่หงทวนคำด้วยความเหลือเชื่อ
"ใช่แล้วตอนแรกข้าก็คิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่ขวัญและจิตของเด็กเล็กจะหายไปท่องยังอีกโลกได้แต่ท่านผู้าุโกลับบอกได้แม่นยำนักว่าระหว่างที่ขวัญและจิตส่วนนึงหายไปเขาจะพูดถึงสิ่งที่เหนือจินตนาการหรือหาได้มีในดินแดนของเราอยู่บ่อยๆ และหากเมื่อใดขวัญและจิตของเสวี่ยตงกลับมารวมกันอีกครั้ง เขาจะพูดจาราวกับคนปกติแต่ก็จะยังมีสิ่งที่แปลกไปจนทำให้พวกเราจะรู้สึกได้เอง"
"เป็เช่นนี้แล้วชะตาอารักษ์ผู้ปกปักษ์ดินแดนหย่งเทียนนี่คือสิ่งใดหรือขอรับท่านพ่อฟังดูแล้วสำคัญยิ่งนัก"
"ตอนนั้นพ่อก็ถามไถ่ผู้าุโเช่นเดียวกัน แต่ท่านไม่ตอบเพียงแต่บอกว่าเมื่อขวัญและจิตของเสี่ยวตงกลับมาเมื่อไหร่ก็ให้พ่อแจ้งข่าวไปที่สำนักเต่าวารี"
"จากอาการของเสี่ยวตงตอนนี้ ขวัญและจิตของเขาคงกลับมาแล้วจริง ๆแต่เหตุใดถึงบอกว่าความจำเสื่อม่นึงกันนะ" ฟานเยว่หงยังคงห่วงใยและเป็กังวลกับอาการของบุตรชายคนเล็ก
"อาจเป็ผลกระทบชั่วคราวจากแผลที่ศีรษะก็ได้ขอรับท่านแม่รอท่านหมออี้ตรวจอีกรอบดีกว่า ส่วนอีกด้านท่านพ่อก็ส่งข่าวไปสำนักเต่าวารีเพื่อแจ้งท่านผู้าุโกุยหยางเถิดขอรับพวกเราจะได้รู้กันเสียทีว่าชะตาที่ท่านผู้าุโกล่าวถึงคือสิ่งใด"
"เื่พวกนี้พวกเราก็อย่าเพิ่งคุยกับเสี่ยวตงรอให้เขาคุ้นชินกับพวกเราและที่นี่ก่อน แล้วค่อยถามไถ่เขาอีกครั้งเกี่ยวกับอีกดินแดนอันไกลโพ้นอีกอย่างคงต้องรอจดหมายตอบหลับจากผู้าุโกุยหยางด้วย"หานเทียนอี้กล่าวกำชับกับทั้งสองคน
"เอาตามที่ท่านพี่กับเ้าใหญ่ว่าเถิดเ้าค่ะ ข้าล้วนเห็นด้วย"
"ท่านหมออีคงใกล้จะมาถึงแล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ"หานเทียนอี้กล่าวจบก็เดินนำทุกคนจากห้องลับ
"เ้าใหญ่... เ้าก็ไปล้างหน้าล้างตาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยเถิดเร่งเดินทางกลับมาจนมอมแมมไปหมดแล้ว" ฟานเยว่หงยิ้มเอ็นดูพลางกล่าวกับบุตรชายคนโต
"ขอรับท่านแม่"หานเสวี่ยเฟิงรับคำมารดาด้วยหน้าตานิ่งเฉยแล้วแยกตัวเดินกลับเรือนของตนเองหากช่างสังเกตสักหน่อยจะทันเห็นใบหูที่เปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความขัดเขินของชายหนุ่ม
"ฮ่า ๆ ๆ เ้าใหญ่จะเคร่งขรึมอย่างไร ก็แพ้ทางน้องหญิงเสมอลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ" นายท่านหานกล่าวไปหัวเราะไปอย่างเอาใจภรรยาเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้แบ่งปันสิ่งที่เก็บไว้มาเนิ่นนานกับคนรักและบุตรชายหลังจากนี้ภาวนาเพียงว่าบุตรชายคนเล็กจะแข็งแรงปลอดภัย ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรแม้ภายภาคหน้าชะตาที่ท่านผู้าุโกุยหยางพูดไว้จะนำพาสิ่งใดมาเขาและทุกคนในสกุลหานก็จะปกป้องเสี่ยวตงอย่างเต็มกำลัง