ค่ำหนึ่งในคืนเดือนมืด กำนันเก่งออกไปประชุมกับลูกบ้าน คุณอรภรรยาหลวงเฝ้าเรือนใหญ่ ส่วนคุณแป้งอยู่เรือนเล็กด้านหลังเพียงลำพัง เชิดเดินเลียบไปตามแนวรั้ว เงียบกริบ ราวกับเงาในความมืด เขารู้ว่ากำนันไม่อยู่ และนี่คือโอกาสเหมาะสมที่สุดที่จะก้าวเข้าไปใกล้คุณแป้งกว่าที่เคย เมื่อเขาเคาะประตูเบา ๆ คุณแป้งเปิดออกด้วยสีหน้าแปลกใจ
“เชิด? มาทำไมดึกนัก…”
“ผม…เอาฟืนมาให้ครับ เห็นฝนตกหลายวัน กลัวคุณแป้งจะลำบาก” น้ำเสียงสุภาพจริงใจ ทำให้คุณแป้งใจอ่อนทันที เธอเปิดทางให้เขาเข้ามาวางฟืนในครัว บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงแสงตะเกียงสลัว ๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรง เชิดหันกลับมามองคุณแป้ง แววตาของเขาลึกและอุ่นในเวลาเดียวกัน
“คุณแป้ง…เป็อย่างไรบ้างครับ อยู่บ้านนี้” เชิดยิงคำถามที่ตั้งใจ
คุณแป้งชะงัก ใบหน้าแสดงถึงความสับสน เหมือนมีคนอ่านใจออก เธอก้มหน้าลงซ่อนความเปราะบางที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใคร
“…ใช่…บางครั้งก็เหมือนฉันเป็แค่เงา…ไม่มีใครเห็นความรู้สึกของฉัน”
เชิดก้าวเข้าใกล้ช้า ๆ มือของเขาเอื้อมไปแตะหลังมือคุณแป้งเบา ๆ ััอุ่นนั้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ดึงมือกลับ
สายตาของทั้งคู่สบกัน เต็มไปด้วยความเงียบที่สื่อสารแทนพันคำ คุณแป้งเม้มปากแน่น พยายามต้านความรู้สึก แต่รอยร้าวในใจเธอได้ถูกเปิดออกแล้ว
“เชิด…ฉันอายุมากกว่าเธอเป็รอบเลยนะ เธอไม่ควร…เราจะลำบาก”
“ผมรู้ครับ…แต่ผมอยากให้คุณรู้ ว่าคุณไม่ได้อยู่ลำพัง ให้ผมเป็น้องชายที่คอยดูแลก็ได้” เชิดพูดเสียงเบาแต่ดูหนักแน่น
คำพูดนั้นทำให้คุณแป้งหายใจสะดุด หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เธอรีบผละออกไปยืนห่าง ๆ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความลังเลที่ปิดไม่มิด เชิดมองภาพนั้นด้วยสายตานิ่งเยือกเย็น ในใจรู้ทันทีว่า ประตูใจเธอเริ่มเปิดออกแล้ว
คืนนั้น เขากลับบ้าน เขียนบันทึกลงสมุด “รอยร้าวแรกเกิดขึ้นแล้ว…เธอไม่ใช่แค่สั่นไหว แต่เริ่มโหยหาความเข้าใจที่ไม่มีใครเคยให้”
เขาหลับตา ภาพคุณแป้งยังติดอยู่ในหัว แต่เื้ัรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นคือไฟแค้นที่คุกรุ่น เพราะเขารู้ว่า ยิ่งเธอเผลอใจมากเท่าไร วันล่มสลายของกำนันเก่งก็ยิ่งใกล้เข้ามา