บทที่ 26: งานเลี้ยงรุ่นรวมพลคนขี้เก๊ก และการตบหน้าด้วยพากานี่!
่เย็น ณ เพนต์เฮาส์ Dragonville Sanctuary
หลังจากกลับมาจากห้างสรรพสินค้า ลู่ลี่ก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟานุ่มเพื่อพักผ่อน แต่จู่ๆ โทรศัพท์เครื่องใหม่เอี่ยมของเขาก็แผดเสียงร้องขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อ 'หวังห่าว' เพื่อนสนิทสมัยประถมที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน
"ฮัลโหล ว่าไงไอ้ห่าว?"
"ลู่ลี่! คืนนี้มีงานเลี้ยงรุ่นเด็กประถมห้องเราว่ะ จัดที่ร้านอาหารหรู 'โกลเด้นดรากอน' นายต้องมาให้ได้นะโว้ย พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี!" เสียงหวังห่าวเจื้อยแจ้วมาตามสาย
ลู่ลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ่นี้เขาเจอแต่เื่ปวดหัวระดับพันล้านหมื่นล้าน การได้ไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเด็กๆ ที่ยังมีความทรงจำใสซื่อก็คงจะช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง เขาจึงตอบตกลงไป
เมื่อถึงเวลา ลู่ลี่ไม่ได้แต่งตัวหรูหราอะไร เขาหยิบแค่เสื้อยืดสีขาวธรรมดาๆ กางเกงยีนส์ตัวเก่ง และสวมเสื้อแจ็กเก็ตทับ เขาไม่ได้ขับรถไฮเปอร์คาร์ Pagani คันละ 60 ล้านหยวนไป เพราะไม่อยากทำตัวเด่นและี้เีหาที่จอด เขาจึงเลือกที่จะนั่งรถแท็กซี่ไปที่ร้านอาหารแทน
ณ ห้องจัดเลี้ยง VIP ร้านอาหารโกลเด้นดรากอน
เมื่อลู่ลี่ผลักประตูเข้าไป ภายในห้องก็เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมชั้นสมัยประถมกว่ายี่สิบคน บรรยากาศดูคึกคัก แต่เมื่อลู่ลี่กวาดสายตามอง เขาก็ััได้ถึง 'ความเปลี่ยนแปลง' ของเพื่อนแต่ละคน บางคนพยายามใส่แบรนด์เนมโชว์โลโก้ใหญ่ๆ บางคนก็เอาแต่คุยเื่หน้าที่การงานเพื่อข่มกัน
ในบรรดานั้น มีคนสองคนที่โดดเด่นที่สุดในห้อง
คนแรกคือ 'ไป๋เสวี่ย' อดีตหัวหน้าห้องและคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เธอเป็ผู้หญิงที่เกิดมาในตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะ วันนี้เธอสวมเดรสสีขาวเรียบหรูดูแพง นั่งเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แววตาของเธอดูเบื่อหน่ายกับบทสนทนาโอ้อวดรอบตัว
คนที่สองคือ 'หลิวเมิ่ง' อดีตเด็กหลังห้องที่ตอนนี้ผันตัวไปทำธุรกิจเครือข่ายจนพอมีเงิน เขาใส่สูทสีฉูดฉาด สวมนาฬิกาทองคำเรือนโต และกำลังยืนโม้เื่รถ BMW ซีรีส์ 3 คันใหม่ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟังอย่างออกรส
"อ้าว! นั่นมันลู่ลี่นี่หว่า!" หลิวเมิ่งหันมาเห็นลู่ลี่พอดี เขากวาดสายตามองการแต่งตัวมอซอของลู่ลี่ั้แ่หัวจรดเท้าแล้วแสยะยิ้มเยาะ "แหม ไม่เจอกันนาน สภาพแกยังเหมือนเดิมเลยนะ ได้ข่าวว่าเรียนวิศวะนี่ จบไปคงไปเป็กรรมกรคุมไซต์งานตากแดดตัวดำล่ะสิ ฮ่าๆๆ!"
เพื่อนหลายคนในห้องหัวเราะผสมโรง หวังห่าวพยายามจะเข้ามาแก้ต่างให้ แต่ลู่ลี่กลับยกมือห้ามไว้ เขายิ้มบางๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด
‘พวกมดปลวกเอ๊ย... ถ้ารู้ว่ากูเพิ่งกดเงินทิ้งไปสองพันล้านเมื่อคืน พวกมึงคงช็อกตายคาโต๊ะจีนแน่ๆ’ ลู่ลี่คิดในใจพลางเดินไปหาที่นั่งเงียบๆ
ตลอดทั้งงาน หลิวเมิ่งเอาแต่พูดข่มลู่ลี่สารพัด แถมยังพยายามโชว์รวยเพื่อจีบไป๋เสวี่ยอย่างออกหน้าออกตา แต่ไป๋เสวี่ยก็ตอบกลับด้วยความเ็าและรักษาระยะห่างตลอดเวลา
เวลา 22:30 น. บริเวณลานจอดรถหน้าร้านอาหาร
งานเลี้ยงจบลง ทุกคนทยอยเดินออกมายืนรอกลับบ้านอยู่ที่ลานจอดรถ
ไป๋เสวี่ยยืนกอดอกดูนาฬิกาข้อมือด้วยความหงุดหงิด คนขับรถของที่บ้านโทรมาบอกว่ารถเสียกลางทาง ทำให้เธอต้องยืนรอเรียกแท็กซี่แอปพลิเคชันซึ่งคิวยาวเหยียด
หลิวเมิ่งเห็นโอกาสทอง เขารีบหมุนกุญแจรถ BMW ในมือเดินเข้าไปหาไป๋เสวี่ยทันที
"ไป๋เสวี่ยจ๊ะ รถที่บ้านยังไม่มารับเหรอ? ดึกป่านนี้แล้ว ให้ฉันขับ BMW คันใหม่ไปส่งเธอเถอะ เบาะหนังแท้นั่งสบายนะ ปลอดภัยกว่าขึ้นแท็กซี่ตั้งเยอะ" หลิวเมิ่งเสนอหน้าด้วยความมั่นใจเกินร้อย
ไป๋เสวี่ยปรายตามองรถ BMW ของเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ‘รถระดับกลางๆ แค่นี้ทำมาเป็อวด ที่บ้านฉันมีรถหรูกว่านี้ตั้งสิบคัน’ เธอคิดในใจก่อนจะตอบปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่เป็ไรค่ะ ฉันรอรถได้ คุณกลับไปก่อนเถอะ"
หลิวเมิ่งหน้าแตกดังเพล้ง แต่ก็ยังพยายามจะตื๊อ
ในจังหวะนั้นเอง ลู่ลี่ที่เพิ่งเดินออกมาจากร้านก็สังเกตเห็นสถานการณ์ เขาเปิดใช้สกิล [ดวงตาแห่งความจริง] มองไปที่ไป๋เสวี่ยทันที
[สถานะความคิด ไป๋เสวี่ย: รำคาญไอ้หน้าหม้อหลิวเมิ่งนี่จังเลย! ใครก็ได้ช่วยเอาหมอนี่ไปให้พ้นๆ ทีเถอะ!]
ลู่ลี่เห็นดังนั้นจึงเดินล้วงกระเป๋าเข้าไปหาไป๋เสวี่ยด้วยท่าทีสบายๆ "ไป๋เสวี่ย รอนานไหม? ทางกลับบ้านเธอผ่านคอนโดฉันพอดี เดี๋ยวฉันไปส่งเอาไหม?"
หลิวเมิ่งเห็นลู่ลี่มาขัดจังหวะก็หัวเราะก๊าก "ฮ่าๆๆ! ไอ้ลู่ลี่! สภาพอย่างแกเนี่ยนะจะไปส่งคุณหนูไป๋เสวี่ย? แกจะให้เธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์วิน หรือโหนรถเมล์กลับล่ะวะ!? เจียมตัวหน่อยโว้ย!"
ไป๋เสวี่ยมองลู่ลี่ั้แ่หัวจรดเท้า เสื้อยืดเก่าๆ กางเกงยีนส์ขาดๆ ท่าทางดูเป็คนจนๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร... ความคิดของเธอแสดงขึ้นมาบนข้อความสีชมพู: [สถานะความคิด ไป๋เสวี่ย: ลู่ลี่ดูเป็คนซื่อๆ แถมยังดูจนมากด้วย เขาคงไม่มีปัญญาทำมิดีมิร้ายฉันแน่ๆ ไปกับเขาน่าจะปลอดภัยกว่าไปกับไอ้หน้าหม้อหลิวเมิ่งนี่เป็ร้อยเท่า!]
"ตกลงค่ะ ลู่ลี่ รบกวนนายไปส่งฉันด้วยนะ" ไป๋เสวี่ยพยักหน้าตอบรับทันที ทำเอาหลิวเมิ่งหน้าเหวอเป็ไก่ตาแตก!
"ด-เดี๋ยวสิไป๋เสวี่ย! เธอจะไปกับไอ้กระจอกนี่เนี่ยนะ!?" หลิวเมิ่งโวยวาย
แต่คำตอกกลับของลู่ลี่ยังไม่ทันเริ่ม... เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ที่ดังกระหึ่มราวกับสัตว์ร้ายก็ดึงความสนใจของทุกคนในลานจอดรถ!
บรื้นนนน!! เอี๊ยดดด!!
รถไฮเปอร์คาร์ Pagani Huayra BC สีดำคาร์บอนไฟเบอร์ มูลค่า 60 ล้านหยวน ขับพุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธตรงหน้าลู่ลี่อย่างแม่นยำ! ความเงางามและดีไซน์อวกาศของมันทำเอา BMW ของหลิวเมิ่งดูกลายเป็เศษเหล็กไปในพริบตา!
ยังไม่พอ! รถตู้ Mercedes-Benz Sprinter สีดำสนิทอีกสองคันก็ขับมาจอดขนาบข้าง บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกว่าสิบคนะโลงมาจากรถตู้ พวกเขาวิ่งมาตั้งแถวหน้ากระดานสองฝั่งอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะค้อมตัวลง 90 องศาพร้อมกัน!
"ท่านจักรพรรดิลู่! รถพร้อมแล้วครับ!!" เสียงบอดี้การ์ดะโดังกึกก้องลานจอดรถ!
(นี่คือผลงานการสั่งการของจูจูในโหมด SSR ที่ทนไม่ได้ที่จะให้ผู้ชายของเธอต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เธอเลยสั่งจัดเต็มขบวนรถคุ้มกันระดับประมุขประเทศมารับเขา!)
เพื่อนร่วมชั้นทุกคน รวมทั้งหลิวเมิ่ง ยืนช็อกตาเหลือก กรามค้างจนแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้น!
"พ-พากานี่... คันละหกสิบล้าน..." หลิวเมิ่งเข่าอ่อน ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เหงื่อแตกพลั่กเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตลอดทั้งคืนเขาเพิ่งจะด่าเ้าของรถคันนี้ว่า 'กรรมกร' และ 'ไอ้กระจอก'
ไป๋เสวี่ยที่ตอนแรกกะจะอาศัยรถแท็กซี่หรือรถเมล์กลับกับลู่ลี่ ถึงกับเอามือปิดปาก ดวงตากลมโตของเธอสั่นระริก [สถานะความคิด: น-นี่มันรถบ้าอะไรเนี่ย!? บอดี้การ์ดเป็สิบ!? ผู้ชายคนนี้... ที่แท้เขารวยระดับล้นฟ้าเลยนี่นา!!]
ลู่ลี่ไม่ได้สนใจพวกเพื่อนขี้เก๊กที่กำลังหน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ เขาหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้ไป๋เสวี่ย ก่อนจะยื่นมือไปเปิดประตูแบบปีกนกของ Pagani อย่างสง่างาม
"เชิญครับคุณหนูไป๋เสวี่ย... รถอาจจะแคบไปนิด แต่รับรองว่าแอร์เย็นกว่าบีเอ็มดับเบิลยูแถวนี้แน่นอน"
ไป๋เสวี่ยหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู เธอก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังอัลคันทาร่าระดับโลกอย่างคนละเมอ ลู่ลี่เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ ก่อนจะเหยียบคันเร่งให้เครื่องยนต์คำรามใส่หน้าหลิวเมิ่งหนึ่งที แล้วพุ่งทะยานออกสู่ถนนยามค่ำคืน ทิ้งให้พวกเพื่อนร่วมชั้นจอมปลอมยืนมองตาปริบๆ อยู่ท่ามกลางควันไอเสีย!
จบตอนที่ 26 แบบสะใจสุดๆ ครับ สมกับเป็นิยายแนวตบหน้าคนขี้เก๊กจริงๆ ไป๋เสวี่ยกะจะนั่งรถเมล์แต่ดันได้นั่งพากานี่แทนซะงั้น! แถมข้อความความคิดบนหัวก็ทำให้อ่านใจผู้หญิงได้เป๊ะๆ ไม่มีพลาดเลยครับ!