ทั้ง 3 คนกำลังจ้องมองตำราที่อยู่ในมือของชายชรา ความเงียบกำลังเริ่มปกคลุม สีหน้าทั้ง 3 คนเกิดความกังวลใจขึ้นมา ในที่สุดชายชราที่ยืนอยู่หลังเด็กสาวก็เปิดปากพูดมาก่อนว่า “หรือว่าคนในตระกูลของเ้ามีหนอนบ่อนไส้ที่แอบมาค้นเจอตำราเล่มนี้ในห้องเ้าตอนที่เ้าไม่อยู่แล้วแอบไปบอกตระกูลหลิงเื่ที่เ้ามีตำราแพทย์เล่มนี้กัน?” ชายชราที่ถือตำราอยู่ก็ทำหน้าครุ่นคิดทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของสหายสักพักก็พูดบอกไปว่า “สำหรับข้อสงสัยที่เ้าถามข้ามาข้าก็ยังไม่แน่ใจนะข้าต้องลองสืบก่อนว่าคนในตระกูลข้าใครมันกล้าทำเื่เลวทรามแบบนี้” ความคิดของชราที่ถือตำราก็มุ่งไปที่สะใภ้คนที่ 2ที่เป็หญิงสาวสามัญธรรมดาทันที “หรือว่าจะเป็นางที่เป็คนเข้ามาค้นที่ห้องข้า? ไม่ได้ละข้าต้องรีบสืบเื่นี้อย่างเร่งด่วนหากปล่อยไว้แบบนี้ตระกูลข้าแย่แน่” เด็กสาวได้ยินปู่พูดก็ใและพูดว่า“ ท่านปู่เ้าคะ!! ให้หลานช่วยท่านสืบเื่นี้ได้มั้ยเ้าคะข้าก็อยากรู้ว่าใครมันกล้าทำเื่แบบนี้กับตระกูลของเราได้“ ชายชรายื่นมือไปข้างหน้าเด็กน้อยและส่ายหน้าพร้อมบอกว่า“ เื่นี้หลานไม่ควรมายุ่งหากเื่นี้มีคนมาเกี่ยวข้องเยอะเกินไปมันจะกลายเป็ปัญหาใหญ่ได้เ้ามีหน้าที่ฝึกฝนวิชาในสำนักก็พอ ให้พลังแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้เื่นี้มันอาจมีคนที่พลังแข็งแกร่งกว่าข้าและสหายข้าอยู่เื้ัก็เป็ได้เ้าเป็ความหวังของตระกูลของเรา อย่ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้เด็ดขาดปู่จะออกคำสั่ง ข้าไป๋ห้าวเจิง ขอสั่งให้ เ้า ไป๋เว่ยอันเป็ทายาทผู้นำตระกูลไป๋ในรุ่นต่อไป หากขัดคำสั่งจะโดนเนรเทศจากตระกูลทันที!!” เด็กสาวได้ยินก็ใในคำสั่งของปู่แต่ก็คำนับคำสั่งของปู่ของตน“ผู้น้อยไป๋เว่ยอันรับทราบคำสั่งของท่านผู้นำเ้าค่ะ” ชายชราก็พยักหน้าและบอกว่า “ลุกขึ้นได้” ขณะที่เด็กสาวกำลังลุกขึ้นนั้นชายชราที่ยืนอยู่หลังเด็กสาวก็ก้าวเดินออกมาอยู่ข้างๆชายชราที่เป็สหายของตนและบอกว่า“ให้ข้าได้ช่วยเ้าสืบให้มั้ยอย่างน้อยพลังของเรา 2คนอาจจะสู้พวกมันได้บ้าง” ชายชราได้ยินก็มองหน้าชายชราที่เป็สหายของตนสักพักก็พยักหน้า“ได้!! ข้ากับเ้ามาช่วยกับสืบเื่นี้ 2 คน เรา 2คนต้องสืบเื่นี้ให้เงียบที่สุดที่ให้ไวที่สุดด้วย หากสืบช้าไปกว่านี้พวกมันอาจจะเคลื่อนไหวไปก่อนหน้าพวกเราแล้วก็ได้” ชายชราที่อยู่ข้างก็พยักหน้าขึ้นมาและถามไปว่า “เื่นี้เราอยู่ในที่สว่าง ส่วนศัตรูอยู่ในที่มืดยากคาดเดาพวกมันได้ว่าใครอยู่เื้ั เราควรเริ่มสืบจากตรงไหนดีล่ะ สหาย?” ชายชราทั้ง 2ก็ทำหน้าครุ่นคิดและชายชราที่ถือตำราก็หันไปมองหลานสาวตัวเองและยื่นตำราแพทย์ให้พร้อมกับบอกว่า“หลานพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนก่อน ส่วนตำราเล่มนี้เ้าเก็บไว้ซะและพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมปู่ใหม่นะ องครักษ์จ้าว!! ส่งหลานสาวข้าด้วย” ชายชราพูดจบก็มีเสียงด้านนอกประตูขานรับทันที“ขอรับท่านผู้นำ!!” จู่ๆประตูห้องก็เลื่อนออกช้าๆ“คุณหนูเว่ยอันโปรดมากับข้า ข้าจะไปส่งคุณหนูเอง” เสียงอันหนักแน่นดุจขุนเขาขององครักษ์ลอยเข้ามายังในห้องนั้นเด็กสาวได้ยินก็มองหน้าชายชราทั้ง 2 คน และยื่นมือไปรับตำราแพทย์และซุกไว้ที่ในเสื้อนอกเด็กสาวก็คำนับ 1 ครั้งพูดกับชายชราทั้ง 2 คนว่า “หลานขอตัวก่อนนะเ้าคะ ท่านปู่ทั้ง 2” พูดจบก็ถอยหลังและเดินออกไปจากห้องนั้นทันที เมื่อหลานสาวของตนเองออกไปจากห้องแล้วชายชราทั้ง 2 คน ก็นั่งพูดคุยกันต่อ...เมื่อเด็กสาวเดินตามองครักษ์ไปตามทางเดินอยู่นั้น เด็กสาวก็ถามองครักษ์ทันที “ท่านองครักษ์จ้าว ่ที่ข้าไม่อยู่ มีอันใดผิดปกติไปหรือไม่?” ชายที่เป็องครักษ์ได้ยินก็หันไปมองเด็กสาวด้วยหน้าตานิ่งเฉยไร้อารมณ์ใดๆและตอบกลับไปว่า “เรียนคุณหนู่ที่ท่านไม่อยู่ข้าก็ได้แต่คุ้มกันห้องของท่านผู้นำมาตลอด ไม่เคยได้ออกมาข้างนอกเลยขอรับคุณหนูเื่ราวข้างนอกที่คุณหนูได้ถามข้ามานั้น ข้าคงบอกท่านไม่ได้ว่ามีเื่ราวอันใดเกิดขึ้นผิดปกติขอรับ ข้าน้อยขออภัยคุณหนูด้วย” เด็กสาวก็พยักหน้าและบอกว่า “ไม่เป็ไรหรอกท่านองครักษ์จ้าว ท่านทำหน้าที่ของท่านเถอะ” องครักษ์ก็พยักหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเคยและเดินนำเด็กสาวเพื่อไปยังห้องพักของเด็กสาวทันที....ภายในห้องลับของผู้นำตระกูลไป๋ ชายชรา 2 คนกำลังนั่งพูดคุยกันในเื่การจะสืบหาหนอนบ่อนไส้ในเื่ตำราแพทย์ตำราเล่มนั้น ชายชราผู้เป็เ้าของห้องเอ่ยปากบอกกับสหายว่า ”คนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือ ลูกสะใภ้รองของข้าเพราะั้แ่สะใภ้ใหญ่กับข้าโดนวางยาพิษ นางก็ทำตัวเด่นขึ้นมาทันที และทำตัวมีอำนาจในการกุมตระกูลของข้ามากขึ้นเรื่อยๆ เื่ภายในตระกูลข้าก็จะเป็ตัวนางที่คอยดูแลทุกอย่าง บางทีผู้อยู่เื้ัเื่ที่ข้ากับสะใภ้ใหญ่โดนวางยาพิษก็อาจะจะเป็นางก็ได้ ยิ่งตอนนี้คุณชายตระกูลหลิงมาติดพันหลานสาวของข้าอีกคนอีกมันเลยทำให้นางดูสูงส่งขึ้นไปอีก เื่สะใภ้รองข้าจะเป็คนสืบเอง” ชายชราอีกคนที่เป็สหายก็พยักหน้าและบอกว่า “ส่วนตระกูลหลิงนั้นข้าจะลองแอบสืบดู” ชายชราเ้าของห้องก็มองหน้าแล้วก็บอกว่า “ตระกูลหลิงเป็ตระกูลระดับสูงอาจจะมีผู้ที่พลังฝีมือแข็งแกร่งซ่อนอยู่ก็เป็ได้เ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะไปสืบเองคนเดียวแบบนี้” ชายชราที่เป็สหายก็ส่ายหน้าและบอกไปว่า “เ้าไม่ต้องเป็ห่วง ข้าพอมีวิธีที่จะหาข้อมูลของตระกูลนี้อยู่ข้าอยู่ในยุทธภพมาเป็ 20 ปี ช้าพอจะมีวิธีหาความจริงได้ เชื่อข้าเถอะสหาย” ชายชราที่เป็เ้าของห้องได้ยินประโยคนี้ก็ทำหน้าครุ่นคิดและซักพักก็พยักหน้า “หากเ้ามีวิธี ข้าก็จะเชื่อเ้า แต่เ้าต้องระมัดระวังให้ดีตระกูลระดับสูงมันย่อมต้องมีเขี้ยวเล็บซุกซ่อนอยู่แน่หากเ้าเข้าไปสืบแล้วได้กลิ่นไม่ดีก็รีบถอยกลับมา อย่ามุทะลุ ชีวิตเ้าสำคัญกว่าจำเอาไว้นะสหายเพื่อนรัก” ชายชราที่เป็เ้าของห้องพูดจบก็ยกมือ 2มือ มาตบไหล่สหายของตน ชายชราที่เป็สหายก็พยักหน้า “ข้าเ้าใจแล้ว ขอบใจเ้ามากที่เตือนข้า ข้าจะระวังตัวให้มาก” ชายชราที่เป็เ้าของห้องก็ถอนมือกลับและพยักหน้าทันที “ไหน ๆ เ้าก็มาที่ตระกูลข้าแล้ว มานั่งกินชาเป็เพื่อนข้าหน่อยสิั้แ่ข้าเก็บตัวอยู่ในห้องนี้ก็ไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกเลย มาๆ ๆ ฮ่า ๆ” เมื่อชายชราที่เป็สหายได้ยินก็ยิ้มและตอบกลับทันที“ได้เลย สหายเพื่อนรัก อายุอานามก็เรา 2 คนก็เยอะมากแล้วจะกินสุราก็คงจะไม่เหมาะ กินชาแทนแล้วกัน ปะ! ไปกันเลย ฮ่าๆ” ทั้ง 2คนก็ออกมาจากประตูห้องลับทันที เมื่อเดินออกจากห้องลับก็มานั่งโต๊ะในห้องของชายชราที่เป็เ้าของห้องใน ขณะนั้น องครักษ์ที่ไปส่งหลานสาวก็กลับเข้ามาในห้องชายชราผู้ที่เป็เ้าของก็บอกกับองครักษ์ทั้ง 2 คนว่า “ท่านองครักษ์ทั้ง 2 ท่าน ตอนนี้พวกท่านสามารถออกไปข้างนอกได้ตามสบายวันนี้ข้ามีสหายอยู่เป็เพื่อนข้าแล้ว พวกท่านทั้ง 2 ไม่ต้องเฝ้าข้าแล้วล่ะวันพรุ่งนี้ค่อยมาเฝ้าใหม่” เมื่อองครักษ์ทั้ง2คนได้ยินประโยคนี้ก็ต่างมองหน้ากันและมองเสร็จก็หันไปหาเ้าของเสียงและพูดพร้อมกันว่า“ข้าน้อยทั้ง 2 รับทราบคำสั่งท่านผู้นำขอรับ วันพรุ่งนี้พวกข้าทั้ง2 จะมาทำหน้าที่เหมือนเดิม ข้าน้อยทั้ง 2 ขอตัวลา ขอรับ” ชายชราได้ยินก็ยิ้มและพยักหน้า องค์รักษ์ทั้ง 2 คนก็ แวบหายไปทันที...
ชายชราที่เป็สหายมององครักษ์ที่จากไปจึงหันหน้ากลับมาถามเ้าของห้องว่า“องครักษ์ทั้ง 2 คนนี้ พลังฝีมือแข็งแกร่งดีเชียวนะวิชาตัวเบาเยี่ยมมาก ตอนที่ทั้ง 2 ไปจากที่นี่ก็แทบจะกลายเป็เงาเลือนลางไปแล้วเ้านี่โชคดีนะ ที่มีองครักษ์ที่ยอดเยี่ยมตั้ง 2 คน ฮ่า ๆ ๆ” ชายชราที่เป็เ้าของห้องก็ยิ้มและตอบกลับไปว่า “ข้าก็ดีใจเช่นกับเ้าที่ตระกูลข้ามีองครักษ์ที่เยี่ยมยอดขนาดนี้ ทั้ง2 คนอยู่กับข้ามาพอสมควร ทำงานได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งที่ 2 คนนิสัยก็ค่อนข้างต่างกันเลยนะ แต่เวลาทำงานก็ไม่เคยขัดแย้งกันเองเลยเพราะข้ามอบงานที่แตกต่างกัน” ชายชราที่เป็สหายผู้มาเยือนก็ถามกลับไปว่า “เ้าไปรู้จักทั้ง 2 คน ได้ยังไง และทำไมทั้ง 2คนถึงยอมมาเป็องครักษ์ให้กับตระกูลเ้าได้ ทั้งๆที่ ฝีมือทั้ง 2 คนก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว?“ ชายชราผู้เป็เ้าของห้องได้ฟังคำถามก็ทำหน้าครุ่นคิดชั่วครู่และจึงได้เอ่ยปากตอบคำถามของสหายว่า“องครักษ์คนแรกที่ข้าเจอคือ องครักษ์จ้าว ชื่อแซ่นามว่า จ้าวิ เป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มาจากทางใต้เข้ามาในเมืองหลวงเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อค้นหาหมอที่มีฝืมือดีที่สามารถรักษาแม่ของตนที่เป็โรคร้ายให้หายอาจจะเป็ชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้เขาได้เจอข้า ข้าจึงได้ทำการรักษาแม่ของเขาจนอาการดีขึ้นองรักษ์จ้าวจึงตอบแทนข้าด้วยการเป็องครักษ์ให้กับตระกูลข้า ข้าซึ้งและนับถือในความกตัญญูของเขาข้าจึงรับเขาเข้าเป็องครักษ์มาจนถึงบัดนี้ฝีมือขององครักษ์จ้าวแข็งแกร่งเทียบกับศิษย์ระดับสูงของสำนักทองคำ์เลยทีเดียวหอกเมฆาล่องลอยของเขาก็ถึงจุดที่ใช้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว แม่นยำ ส่วนพื้นเพขององครักษ์จ้าวนั้นข้าก็ไม่เคยถามเขาเลยนะ รู้แค่ว่า2 แม่ลูกคู่นี้มาจากทางใต้ที่อยู่ในแคว้นชิงอู่เท่าที่ข้าััและได้รู้จักกับองครักษ์จ้าว เขาเป็คนที่ดูนิ่งๆและไม่ค่อยมีอารมณ์ซักเท่าไหร่ แต่ว่าเขาเป็คนพูดจริงทำจริง มีเพียงเื่เดียวเท่านั้นที่ทำให้องครักษ์จ้าวโกรธได้ก็คือแม่ของเขาหากมีใครมาให้ร้ายหรือมาทำร้ายแม่ของเขาแล้วล่ะก็นะ ใครหน้าใครเขาก็ไม่สนลุยเป็ลุย ข้านับถือใจของบุรุษผู้นี้จริง ๆ ส่วนองค์รักษ์คนที่สอง คือองครักษ์ปิง ชื่อแซ่นามว่า ปิงเยี่ยเป็ผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองหลวงของแคว้นเป่ยกวนของเรานี่แหละ ข้าได้เจอกับเขาเมื่อตอน1 ปีก่อน ตอนที่ข้าเข้าป่าไปหาสมุนไพร แต่ข้าดันไปเจอกับดักของชาวบ้านที่ทำไว้ดักสัตว์เคราะห์ยังดีที่ข้าได้เจอกับองครักษ์ปิง เขาได้ช่วยข้าจากกับดักนั่นข้าจึงรับเข้าเป็องครักษ์เพื่อเป็การตอบแทนบุญคุณ หากไม่ได้องครักษ์ปิงช่วยไว้ข้าคงไม่อยู่มาจนถึงตอนนี้แน่ ส่วนนิสัยขององครักษ์จ้าวนั้นจะดูดุดัน โเี้และค่อนข้างจะใช้พลังกำลังในการตัดสินปัญหาแต่งานที่ข้าให้เขาไปทำมักจะไม่ค่อยมีความผิดพลาด พลังฝีมือแข็งแกร่งแต่ด้อยกว่าองครักษ์จ้าวขึ้นนึงเทียบได้กับศิษย์ระดับกลางขึ้นสูงสุดของสำนักทองคำ์ก็ว่าได้ ดาบลมกรดขององครักษ์ปิงก็รวดเร็วรุนแรงราวพายุ เน้นจุดตาย ส่วนพื้นเพขององครักษ์ปิง ข้ายังไม่เคยถามเหมือนกันรู้แค่ว่าเขาอยู่ในแคว้นเป่ยกวนของเรานี่เอง ข้าเล่าเื่ขององครักษ์ทั้ง 2คนนั้นให้เ้าฟัง เ้าคงพอจะรู้แล้วสินะว่าทำไมข้าถึงได้ให้องครักษ์จ้าวมาเฝ้าหน้าห้องลับของข้า และให้องครักษ์ปิงมาเฝ้าที่หน้าห้องข้า ” ชายชราที่เป็สหายก็พยักหน้า “ข้าก็พอจะเดาได้แล้วล่ะ อุปนิสัยขององครักษ์ทั้ง 2 คน ช่างดูต่างกันจริงๆ ถือว่าเ้าวิเคราะห์จุดเด่น และจุดด้อย ของทั้ง 2 คน ได้ดีเลยนะเหลือเพียงที่มาที่ไปของทั้ง 2 คน เ้าต้องรู้เื่ราวของทั้ง 2 คนอย่างถ่องแท้อย่าเชื่อใจใครง่ายๆล่ะ ดูใครต้องดูนาน ๆ” ชายชราที่เป็เ้าของห้องพยักหน้า “เื่นี้ข้าจะต้องรู้ให้ลึกกว่านี้แน่นอน สหายยี่ไม่ต้องเป็ห่วงตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เ้ากลับไปพักผ่อนในห้องรับรองแขกก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันใหม่” สหายผู้มาเยือนก็พยักหน้าและลุกขึ้นยืนและพูดว่า“ได้สหายรัก!! พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาคุยกันใหม่ ข้าขอตัวไปก่อนล่ะนะ” พูดเสร็จแล้วก็เดินออกไปจากห้องทันที…
..ณตรอกซอยเล็กๆที่ลับตาคนในเมืองหลวงของแคว้นเป่ยกวน ท่ามกลางความมืดโดยมีดาวเล็กๆคอยกระพริบแสงในคืนแห่งความมืด มีบุรุษสวมชุดแดงและสวมชุดดำ 2 คนยืนคุยกันอย่างเบาๆ “เ้าเข้าไปอยู่ในตระกูลไป๋ได้เื่อะไรมาบ้าง?” ชายชุดแดงเอ่ยถาม“เรียนลุงเจิ้งั้แ่ผู้นำไป๋โดนวางยาพิษครานั้น ข้าก็ไม่ค่อยได้เห็นเขาไปไหนเลยมักจะเก็บตัวอยู่ในห้องเป็ส่วนใหญ่แต่ว่าวันนี้สหายของผู้นำไป๋มาเยือนและเข้าไปคุยในห้องนานมากและผู้นำไป๋ยังบอกให้ข้าออกมาข้างนอกได้ไม่ต้องมาเฝ้าอีก ข้าว่าน่าจะมีเื่สำคัญมากแน่นอน ลุงเจิ้งขอรับ”ชายชุดแดงได้ฟังก็พยักหน้าและทำหน้าครุ่นคิด “เื่สำคัญอย่างนั้นหรือ?หรือว่าจะเกี่ยวกับตำราแพทย์ลึกลับที่ผู้นำตระกูลไป๋มีไว้กัน?” ชายชุดดำก็คิดบางอย่างได้ก็ตอบกลับทันที “เรียนลุงเจิ้งข้าก็ยังเห็นหลานสาวของผู้นำไป๋ที่มากับสหายผู้นำไป๋เข้าไปในห้องกับสหายผู้นำไป๋ด้วยขอรับข้าว่าทั้ง 3 คนนี้ต้องปิดบังเื่สำคัญก็ว่าได้” ชายชุดแดงได้ยินก็พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ที่เ้าพูดมา ข้าก็ว่าน่าจะเป็เช่นนั้น เอาหล่ะตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เ้ากลับไปได้ หากมีข่าวสำคัญที่เกี่ยวกับตำราแพทย์เล่มนั้นหากมีโอกาสออกจากตระกูลไป๋แล้วรีบมาบอกข้าโดยเร็วเข้าใจหรือไม่?” ชายชุดดำโค้งตัวและคำนับและตอบไปว่า“ข้าน้อยรับทราบ เพื่อตระกูลหลิงของเราแล้ว เื่ไหน ๆ ข้าก็ไม่กลัวขอรับข้าจะทำเพื่อตระกูลหลิงของเรา” ชายชุดแดงได้ยินก็ยิ้มและตอบกลับไปว่า “หากงานนี้เ้าทำสำเร็จข้าจะแจ้งให้แกนายน้อยมอบรางวัลให้กับเ้าเอาหล่ะเ้าไปได้ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว ข้าไปก่อนล่ะ” พูดจบชายชุดแดงก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่ชายชุดดำยืนอยู่คนเดียวชายชุดดำก็ยืนยิ้มอย่างเ้าเล่ห์และพูดพึมพำกับตัวเองว่า “งานนี้ข้าจะต้องทำสำเร็จให้ได้ อุปสรรคอย่างเดียวก็คือเ้าองครักษ์จ้าวที่คอยคุ้มกันอยู่หน้าห้องลับของผู้นำไป๋ ฝีมือของมันเหนือกว่าข้าแค่ครึ่งขั้นหากว่าเข้าปะทะกันตรง ๆข้าอาจจะเสียท่ามันได้ ข้าต้องหาจุดอ่อนของมันให้เจอและใช้จุดอ่อนนั้นเอามาทำลายมันซะหากข้าทำสำเร็จล่ะก็ข้าก็จะได้รับรางวัลจากตระกูลหลิง ฮ่า ๆ ๆ” พูดจบชายชุดดำก็ค่อยๆเลือนลางจางหายไปในความมืดนั้น...และในบ้านเล็กหลังนึงใกล้กับตระกูลไป๋ มีแม่ลูกคู่นึงกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในห้องเล็กๆโดยมีไฟตะเกียงจุดไว้ที่บนโต๊ะ เพื่อให้ความสว่างในห้องนั้น “ทำไมวันนี้เ้าถึงได้กลับมาได้ล่ะ ท่านผู้นำไป๋ไม่ให้เ้าทำงานแล้วหรือิเอ๋อร์?” หญิงชราที่อยู่ในชุดสีน้ำตาลอ่อนได้เอ่ยปากถามผู้เป็ลูกเมื่อผู้เป็ลูกได้ยินก็ยิ้มและตอบกลับแม่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุขุมว่า “คืออย่างงี้ขอรับท่านแม่วันนี้ท่านผู้นำไป๋มีแขกสำคัญมาเยี่ยมท่านน่ะขอรับ ท่านเลยบอกให้ข้าไม่ต้องทำหน้าที่1 วัน สามารถออกไปข้างนอกได้ ข้าเลยกลับมาบ้านเร็วได้น่ะท่านแม่” ผู้เป็มารดาได้ยินก็พยักหน้าและได้มองหน้าลูกของตนและบอกว่า “ท่านผู้นำไป๋เป็คนดี ท่านช่วยรักษาแม่ให้ดีขึ้นแถมยังยกที่ดินเล็ก ๆในตระกูลสร้างบ้านหลังนี้ให้เราได้อยู่ได้นอนท่านช่างเป็คนดีจริง ๆเ้าต้องปกป้องท่านผู้นำไป๋และครอบครัวของท่านผู้นำไป๋ให้ดีล่ะ รู้หรือไม่” ผู้เป็ลูกได้ยินก็พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ข้าทราบแล้วท่านแม่ ท่านผู้นำไป๋เป็คนช่วยรักษาท่านแม่ข้อนี้ข้าไม่เคยลืม ข้าจะตอบแทนท่านผู้นำไป๋ด้วยชีวิตของข้าแน่นอนท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะ แล้วนี่อาการของท่านดีขึ้นบ้างหรือยังขอรับ?” มารดาได้ยินก็ยิ้มและตอบว่า “ยาที่ท่านผู้นำไป๋ให้ข้ากินนั้น ตอนนี้อาการดีขึ้นมามากไม่ค่อยมีอาการกำเริบหรือรุนแรงมากนัก เ้าไม่ต้องเป็ห่วงแม่หรอก แม่ยังจะต้องอยู่ดูเ้าแต่งงานก่อนฮิฮิ”เมื่อผู้เป็ลูกได้ยินประโยคหลังก็ใทำตาโตและส่ายหน้าพร้อมตอบกลับมารดาของตนว่า“ข้าไม่อยากมีเมียนะท่านแม่ ข้าอยากดูแลท่านมากกว่าข้ายังไม่พร้อมที่จะดูแลใครเพิ่มอีกแล้วล่ะขอรับ” ผู้เป็มารดาได้ยินก็ทำหน้าขึงขังและตอบกลับลูกของตนว่า ”ตระกูลของเราต้องมีทายาทสืบสกุล เ้าจะคิดแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้อายุเ้าก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวแล้วหากวันใดวันนึงเ้าเจอคนที่พร้อมจะอยู่ไปด้วยกันไปจนแก่เฒ่า ตอนนั้นเ้าจะไม่มีทางคิดเช่นนั้นแม่ก็อยากเป็ยายเหมือนกัน ได้เลี้ยงหลานด้วย เ้าจงเข้าใจแม่ด้วยนะ” ผู้เป็ลูกได้ยินก็ไม่พูดจาอีกแต่กลับพยักหน้ารับคำหญิงชราที่เป็มารดาเห็นท่าท่างของลูกชายก็ยิ้มและพูดว่า “เอาเถอะ มาๆๆ กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดจะกินไม่อร่อยเอา อีกซักพักแม่ก็จะต้องเข้านอนแล้วเ้าก็พักผ่อนด้วยล่ะ นอนดึกเดี๋ยวจะโทรมเอา พรุ่งนี้ต้องไปทำงานที่ตระกูลไป๋อีก” ผู้เป็ลูกตอบกลับมาว่า “รับทราบแล้วท่านแม่” ทั้ง 2 คนก็กินข้าวจนอิ่มกันแล้ว ผู้เป็แม่ก็เข้านอนส่วนลูกชายก็เก็บจานชามเอาไปล้างและไปกิจวัตรของตัวเอง....
เช้าวันต่อมาที่ตระกูลไป๋ณ ห้องโถงประจำตระกูล มี ผู้นำตระกูลไป๋นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ทางซ้ายและขวาของผู้นำตระกูลมีองครักษ์จ้าวและองครักษ์ปิงยืนคุ้มกันอยู่เก้าอี้ด้านซ้ายตัวแรกมีลูกชายผู้นำตระกูล ไป๋ห้าวกวน นั่งอยู่เก้าอี้ตัวถัดไปเป็ลูกสะใภ้รองนั่ง เก้าอี้ตัวถัดไปเป็ ลูกสาวของสะใภ้รอง ไป๋เว่ยอิงเก้าอี้ตัวถัดมาเป็ลูกหลานในตระกูลไป๋ ส่วนเก้าอี้ทางด้านขวาตัวแรกมียี่จงเหลียงสหายรักนั่งตัวถัดมาเป็ลูกสาวของลูกสะใภ้ใหญ่นั่ง ไป๋เว่ยอัน เมื่อทุกคนมาครบในห้องโถงแล้วผู้นำตระกูลได้เอ่ยปากขึ้นว่า “วันนี้ที่ข้าได้เรียกพวกเ้ามาที่ห้องนี้ก็เพราะว่าสหายรักของข้าอาจารย์ยี่จงเหลียงแห่งสำนักทองคำ์ได้มาเยี่ยมตระกูลของเรานับว่า ตระกูลไป๋ของเราเป็เกียรติมากที่ได้ต้อนรับท่านอาจารย์ยี่จงเหลียงแห่นสำนักทองคำ์”...”ผู้น้อยแห่งตระกูลไป๋ขอคารวะท่านอาจารย์ยี่จงเหลียงขอรับ!! เ้าค่ะ!!” เสียงของเหล่าผู้คนในตระกูลไป๋เปล่งออกมาด้วยความพร้อมเพรียงกัน ชายชราผู้เป็แขกก็ยิ้มและตอบกลับมาว่า “ทุกท่านข้าขอบใจมากที่ให้การต้อนรับข้าเป็อย่างดีเสมอมาข้าประทับใจยิ่งนักและที่ข้ามาเยี่ยมตระกูลไป๋ครั้งนี้ก็เพราะว่า ศิษย์ของข้าไป๋เว่ยอัน ได้ครบกำหนดที่ต้องกลับบ้านและศิษย์ทุกระดับชั้นจะมีเวลาอยู่ที่บ้าน 2 สัปดาห์ และตอนที่ข้ารับนางเข้าไปฝึกฝนที่สำนักนั้นนางไม่มีญาติแม้แต่คนเดียวจึงทำให้เวลาที่นางต้องกลับบ้านข้าจึงต้องมาส่งนางกลับมาด้วยตัวข้าเองและคิดเสียว่าข้ามาพักผ่อนด้วยก็แล้วกันหวังว่าทุกท่านคงไม่ถือสาข้าหรอกนะ” ผู้นำตระกูลไป๋ก็ตอบกลับไปว่า“ข้าขอบใจเ้ามากที่มาส่งหลานสาวของข้า หากหลานสาวของข้าดื้อและไม่เชื่อฟังคำสอนของเ้าเ้าสามารถลงโทษนางได้เลย” ชายชราผู้เป็แขกก็พยักหน้าและตอบกลับไปว่า“นางน่ะ เป็เด็กดี เชื่อฟังข้าเสมอ แต่ก็มีบางครั้งที่ดื้ออยู่นะ ฮ่าๆ ๆ แต่ก็ถือว่านางเป็คนที่มีศักยภาพที่จะฝึกฝนไปถึงขั้นที่พวกเราคาดไม่ถึงเลยล่ะเพราะว่านางนั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก การฝึกฝนก็ขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านงานต่างๆในสำนักที่มอบหมายให้” พูดจบชายชราก็หันไปมองเด็กสาวที่ชื่อไป๋เว่ยอันและยิ้มอย่างภูมิใจ เด็กสาวที่ชื่อไป๋เว่ยอันได้ยินก็รีบตอบกลับไปด้วยเสียงเล็กๆใสๆว่า“ท่านอาจารย์ยี่เ้าคะ ศิษย์ยังเพิ่งเริ่มฝึกฝน ศิษย์ไม่อาจจะฝันถึงวันนั้นหรอกเ้าค่ะท่านอย่ายอข้ามากเลย” ผู้นำตระกูลไป๋หันไปมองหลานสาวก็พูดตำหนิทันที“เว่ยอัน อาจารย์ยี่ยังพูดไม่จบ เ้าอย่าพูดแทรก ต่อไปเ้าต้องฟังคนอื่นพูดให้จบก่อนแล้วค่อยพูดต่อ เ้าจงจำไว้ด้วยล่ะ เว่ยอัน” เด็กสาวได้ยินก็พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “เว่ยอันยอมรับผิดเ้าค่ะ ต่อไปเว่ยอันจะปฏิบัติตามคำสอนของท่านปู่เ้าค่ะขออภัยที่เว่ยอันเสียมารยาทนะเ้าคะ อาจารย์ยี่” ชายชราผู้เป็แขกก็ยิ้มกลับไปและบอกว่า “ไม่เป็ไรหรอก สาวน้อย”แต่ในห้องนั้นมีสายตาของคนสองคนกำลังสะใจที่เด็กสาวโดนตำหนินั่นก็คือ 2คนแม่ลูกที่เป็สะใภ้รองนั่นเอง ใบหน้านิ่งเฉยแต่แววดูอิจฉาริษยาเด็กสาวที่โดนตำหนิเวลาผ่านไปไม่นานผู้นำตระกูลไป๋ก็หันไปมองสะใภ้รองและถามว่า “ฮูหยินรอง!! ั้แ่ที่เ้าดูแลบริหารจัดการตระกูลไป๋แทนข้าที่กำลังรักษาตัวนั้นมีอะไรที่เปลี่ยนไปหรือไม่?” ฮูหยินรองได้ยินก็ลุกขึ้นและตอบกลับไปว่า“เรียนท่านพ่อ ั้แ่ที่ข้าได้เข้ามาบริหารตระกูลเรานั้น ทุกอย่างเป็ปกติดีเ้าค่ะ” ผู้นำตระกูลได้ยินก็พยักหน้าและบอกไปว่า “เ้านั่งลงได้ ส่วนเ้าเว่ยอิง!! เ้าอายุเท่าไหร่แล้วปี้นี้?” เด็กสาวที่อยู่ข้างๆได้ยินก็ลุกขึ้นและตอบกลับไปว่า “ปีนี้หลานอายุ 11 ปีแล้ว เ้าค่ะ” ผู้นำตระกูลพยักหน้าและถามต่อว่า “โอ้ว!! อายุ11 ปีแล้วรึอีกไม่กี่ปีเ้าก็จะโตเป็สาวแล้วล่ะสิเนี่ย แต่ว่าปู่ได้ข่าวมาว่านายน้อยตระกูลหลิงของตระกูลระดับสูงมาชอบพอเ้าใช่หรือไม่ และทุกครั้งที่มาก็จะมีของติดไม้ติดมือมาให้เ้าด้วยใช่หรือไม่?” เด็กสาวได้ยินก็ใและตัวสั่นและพูดด้วยเสียงสั่นๆว่า “ท่าน..ท่านปู่เ้าคะ เื่ของคุณชายตระกูลหลิงมาบ้านเราข้าไม่ได้บอกให้เขามาหานะเ้าคะเป็คุณชายหลิงมาหาข้าเองเ้าค่ะ ส่วนของที่คุณชายหลิงนำมาให้ข้าก็ไม่ได้ร้องขอให้เขานำมาให้นะเ้าคะท่านปู่อย่าเข้าใจหลานผิดนะเ้าคะ”ผู้นำตระกูลได้ยินก็ถามต่อไปว่า “ข้าไม่ได้จะโทษเ้าซักหน่อยจะกลัวอะไรไป เื่ความรักของพวกเ้าน่ะ ข้าไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรอก ปล่อยให้มันเป็พรหมลิขิต หากว่าคุณชายหลิงรักเ้าจริงๆและเ้าก็ชอบเขา ข้าก็จะยินดีกับเ้าด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เ้ายังเด็กนัก รอให้โตกว่านี้อีกหน่อยเ้าค่อยมาคิดเื่นี้อีกทีมันยังไม่สายเกินไปนะ เ้าใจหรือไม่หลานปู่” เด็กสาวได้ยินก็พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “เว่ยอิงรับทราบเ้าค่ะ เว่ยอิงจะทำตามคำสั่งของท่านปู่เ้าค่ะแต่ว่าท่านปู่เ้าคะแล้วถ้าหากคุณชายหลิงมาหาข้าอีกล่ะเ้าคะ ให้หลานทำยังไงต่อไปหรือเ้าคะ?” ผู้นำตระกูลได้ฟังคำถามก็ทำหน้าครุ่นคิดซักพัก “อืมม เอาแบบนี้หากคุณชายหลิงมาหาเ้าอีกให้บ่าวไปบอกคุณชายว่าเ้ากำลังเรียนตำราอยู่ไม่อาจเข้าพบได้และให้บ่าวรับใช้บอกเขาว่าเ้ามีเวลาว่างแค่ 4 วัน ใน 1 เดือนเท่านั้น ในจำนวน 4วันนี้คุณชายจะมาหาเ้าก็ได้ ข้าอนุญาต เพื่อรักษาหน้าของตระกูลไป๋เอาไว้ อย่าทำให้ชื่อเสียงของตระกูลของเราสั่งสมมาเป็เวลานานเป็ร้อยปีต้องเสื่อมเสียเื่นี้เ้าเข้าใจหรือไม่ เว่ยอิง” เด็กสาวทำหน้ากังวลแต่ก็พยักหน้าและตอบว่า“เว่ยอิงรับทราบคำสั่งเ้าค่ะ” ผู้นำตระกูลก็พยักหน้าและบอกกับทุกคนในห้องโถงด้วยเสียงดังว่า “เอาหล่ะ ตอนนี้หมดเื่ประชุมแล้ว พวกเ้าแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองได้ยกเว้นเ้า ห้าวกวน เ้าอยู่นี่ก่อน” ลูกชายของตนได้ยินก็พยักหน้าและยังนั่งที่เก้าอี้ต่อไป ส่วนลูกหลานคนอื่นๆที่อยู่ในห้องโถงประชุมต่างพากันลุกขึ้นและคำนับผู้นำตระกูลและพูดว่า“ผู้น้อยขอลา” หลายคนก็พากันออกจากห้องประชุมกันไปเหลือเพียงแต่ ผู้นำตระกูล ลูกชายผู้นำตระกูล และชายชราที่เป็แขกเพียง 3 คนเท่านั้น...